มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 46 : สำนึกของวรชัย

มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 46 : สำนึกของวรชัย

โดย : โสภี พรรณราย

มนตราตะเกียงแก้ว โดย โสภี พรรณราย เรื่องราวของเมืองเวทย์มนตร์และมนตราสำคัญที่ผนึกอยู่ในตะเกียงของท่านยาย เมื่อวันหนึ่งตะเกียงถูกขโมยไป อันตรายใหญ่หลวงกำลังคุกคามโลกเวทย์มนตร์ หัวขโมยจะนำเอามนตราที่อยู่ในตะเกียงแก้วไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด…นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​

-46-

 

เรนี่หันมาทางเจ้าของเคหาสน์ พลางกล่าวว่า

“ยายอีเวอลีนบอกว่าอยากให้เรนี่รับคาถาของยาย เรนี่เป็นหลานแท้ๆ ยายแท้ๆ ของเรนี่ไม่ทำร้ายหลานตัวเองหรอกค่ะ”

“ยายอีเวอลีนเป็นแม่มดที่หนีจากคุก ทำความผิดมหันต์ อย่างที่อภัยไม่ได้ ถ้ายังอยู่นอกคุก จะเป็นภัย”

“แต่เธอเป็นยายของเรนี่”

“เรนี่…ต้องแยกแยะ ผิดกับถูก”

“เรนี่เกิดมาแม่ก็ทิ้ง พ่อก็ไม่สนใจ ตอนนี้มียายมาสนใจเรนี่ ทุกคนก็มองเรนี่ผิดไปหมด”

“ยายเสียใจที่เข้าหาเรนี่ช้าไปหน่อย ปล่อยให้แม่มดอีเวอลีนให้มนต์ดำกับเรนี่จนถูกครอบงำ แต่ยายยังไม่ท้อแท้ ยังจะช่วยให้เรนี่เป็นแม่มดแสนดีให้ได้”

“โดยเรียกมาอบรมหรือคะ?”

เจ้าชิกเก้นพูดกับไทเกอร์

“ยายเราไปไม่ถูกเลย”

“ใช่…ใช่…พามาหลายครั้งแล้ว ความคิดยังดื้อรั้นไม่หาย”

“มนต์ดำคงเหนือกว่ามนต์ขาวก็ตรงนี้ล่ะนะ”

เจ้าของเคหาสน์โบกมือ

“อย่าเรียกว่ามาอบรมสิ เอาว่าเรียกมาตักเตือน ให้สติ และจะไล่มนต์ดำออกจากตัว”

มนต์อยู่กับตัวเรนี่ไม่ดีแน่

“อีกแล้วหรือคะ?” เรนี่รู้ทันที ต้องเจ็บปวดทรมานอีกแล้ว

หล่อนสัมผัสมาหลายครั้ง ทั้งตอนยายอีเวอลีนถ่ายทอดพลังมนต์ดำให้…แสนทรมาน และพอฝ่ายมนต์ขาวดึงพลังมนต์ดำออกจากร่าง เรนี่ก็เจ็บปวดอีกเช่นกัน จึงไม่อยากรู้สึกเจ็บปวดเช่นนี้อีก

“เรนี่ไม่อยากรับ…ไม่อยากให้แก้ไขอะไรทั้งสิ้น ต่างคนต่างมาบังคับเรนี่เอง เรนี่ไม่ใช่หุ่นยนต์ที่ไร้ความรู้สึกนะ เรนี่เจ็บปวดและทรมานจะตาย!”

“แต่มันอยู่ในตัวเรนี่ไม่ได้”

“ช่างมันเถอะค่ะ…ยาย…เรนี่ยอมรับชะตากรรม ต้องให้เรนี่ตายก่อนใช่มั้ยคะ ถึงจะไม่แย่งตัวกัน”

โธ่…เรนี่น่าสงสาร

ยายบาบาร่าจึงพูดขึ้นว่า

“ชีวิตหนึ่งที่เกิดมาย่อมสำคัญ เจ้าอาจโชคร้ายเองนะ เรนี่ ที่มียายเป็นพวกศึกษามนต์ดำ และเห็นผิดเป็นชอบ”

“แล้วเรนี่เลือกเกิดได้หรือคะ?”

“ไม่ได้ แต่แก้ไขให้ถูกต้องได้”

“เรนี่โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง”

“พวกเราหวังดี และพยายามช่วย เจ้าเป็นมนุษย์กึ่งแม่มด เจ้าต้องอดทน ไม่งั้นพวกเราจะพินาศ ชาวเมืองจะลำบาก เพราะมนต์ดำของยายเจ้ากับของเจ้า!”

“เรนี่ไม่ทำหรอกค่ะ”

“ตอนนี้ไม่…แต่อนาคต ใครจะรับประกันได้”

“เรนี่ต้องมีเหตุผลในการทำ!”

“เมื่อถูกมนต์ดำครอบงำแล้ว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีจะสลายไป เจ้ายิ่งหัวอ่อน ทำผิดได้ง่ายๆ ให้ข้ากับยายทาฮิร่าได้ช่วยเจ้า ข้าเองในอดีตก็เคยทำผิด ข้ายังกลับตัวได้ เจ้าอายุยังน้อย เจ้าต้องทำได้”

พ่อมดวิลพูดสนับสนุนว่า

“ยายบาบาร่าพูดถูกทีเดียว เรนี่ ร่วมมือกับพวกเราเถอะ อย่าทำผิดอีกเลย ผิดไปมากกว่านี้จะกลับตัวอาจไม่ทัน ความผิดที่ผ่านมาผู้อาวุโสต่างอภัยให้เธอได้”

แม่มดเซลิน่าค้อนวิล พึมพำ

“กับเรนี่พูดเสียงอ่อนโยน ไพเราะ”

“เราต้องให้กำลังใจเรนี่นะ ลิน่า” เปเลสกล่าว

“ไม่ชอบหน้า!”

“เรนี่น่าสงสารที่สุด”

“ไม่น่าสงสาร ลิน่าไม่ชอบ!”

“เปิดใจหน่อย วิลมีความรู้สึกดีต่อเรนี่ อย่าทำให้เพื่อนรักของเราเสียใจ”

แล้วที่ลิน่าเสียใจล่ะ?

ใครๆ ก็สงสารเห็นใจเรนี่ แม่หายสาบสูญ ยายแสนร้าย ใครๆ ก็กลัวเรนี่จะรับมรดกจากยายอีเวอลีน จนกลายเป็นมารร้ายทำลายเมืองเวทมนตร์

ถ้า…ถ้าคิดจะทำลายเรนี่เสียก่อน ตัดไฟแต่ต้นลม…ไม่ง่ายกว่าหรือ…แต่…แต่…ความคิดของเซลิน่าก็โหดร้ายเกินไป ไม่ไหว…เซลิน่าสลัดศีรษะแรงๆ ขับไล่ความคิดเลวร้าย หล่อนจะกลายเป็นมารร้ายไปเสียเอง

ยายทาฮิร่าเอื้อมมือไปจับมือเรนี่

“มา…มา…ให้ยายช่วยนะจ๊ะ” แล้วพยักหน้าให้บาบาร่า “เจ้าต้องช่วยข้า”

มือหนึ่งยายทาฮิร่าจับ อีกมือยายบาบาร่าจับ ร่ายคาถาดึงมนต์ดำออกจากเรนี่ โดยมีพ่อมดวิล เปเลส และเซลิน่าจ้องตาเขม็ง

เจ้าชิกเก้นพูดขึ้นเบาๆ

“ทำแบบนี้จะได้ผลเรอะ เดี๋ยวยายอีเวอลีนก็ถ่ายทอดพลังร้ายให้อีก ไม่จบไม่สิ้นเสียที”

“ดูหน้าเรนี่…เธอคงเจ็บปวด…” ไทเกอร์ว่า

เจ็บปวด…อดทน…ทรมาน…เม็ดเหงื่อผุดที่ใบหน้าบริเวณหน้าผาก

พ่อมดวิลคอยซับเหงื่อให้อย่างเบามือ ในขณะที่เซลิน่าเบือนหน้าหนีไปทางอื่นไม่อยากเห็น

เสียงวิลพูดอยู่ข้างๆ เรนี่

“ทนหน่อยนะ เรนี่…ทนหน่อย…”

สำหรับยายทาฮิร่ากับยายบาบาร่าที่พยายามจะช่วยให้เรนี่บริสุทธิ์ แต่รู้ว่ายาก แว่วได้ยินเสียงมารร้ายจากที่ไกลแสนไกลว่า

“ข้าถ่ายทอดมนต์ดำให้หลานสาวข้า ข้าใช้คาถากำกับ เอาสิ…อยากช่วยหลานข้าเรอะ นอกจากจะช่วยไม่ได้ เผลอๆ เรนี่จะตายเสียก่อนเพราะความหวังดีของพวกเจ้า!”

ยายาอาวุโสทั้งสองไม่ดื้อรั้นจะทำร้ายเรนี่ เสียงเจ้าตัวพูดขึ้นอย่างทรมาน

“ปล่อยเรนี่เถอะค่ะ ยาย…ปล่อยเรนี่ ยายทาฮิร่า…ยายบาบาร่า…เรนี่รับปาก เรนี่จะไม่ใช้มนต์ดำ จะเอาตะเกียงแก้วคืนให้ยายจนได้ เรนี่เห็นแล้ว เห็นตะเกียงแก้วชัดเจนขึ้นแล้ว…เรนี่รู้สึกสบายใจ…เย็น…เย็นสบายกับภาพตะเกียงแก้ว”

ความดี กับ ความชั่ว

รัศมีย่อมแตกต่างกัน

ยายทาฮิร่ากับบาบาร่าเห็นเรนี่ทรมานก็สงสาร ถอนคาถาหยุดลง

ใบหน้าแม่มดกึ่งมนุษย์ซีดมาก ต้องใช้เวลากว่าหล่อนจะตั้งสติได้ และกล่าวว่า

“เรนี่จะเป็นแม่มดที่ดี จะตั้งใจเอาตะเกียงแก้วมาคืนยายนะคะ แต่อย่าให้เรนี่เจ็บปวดเลยค่ะ”

เจ้าของเคหาสน์ใจอ่อน

“โถ…เรนี่…เรนี่…ยายก็ใช่จะใจร้ายกับหนู ยายอยากช่วยหนูให้หลุดพ้นอำนาจมนต์ดำ ตั้งแต่อีเวอลีนหนีจากที่คุมขัง เมืองเวมทนตร์อยู่ด้วยความหวาดกลัว พวกเราเป็นพวกมนต์ขาว พวกเราชอบความสงบสุข แต่อีเวอลีนชอบความพินาศ ชอบความหายนะ กระหายเลือด!”

“ยายอีเวอลีนโกรธเพราะถูกจับขังคุกค่ะ”

“ถ้าศึกษามนต์ดำและควบคุมตัวเองได้ พวกเราจะไม่ว่าเลย แต่พวกที่ควบคุมไม่ได้ มุ่งจะฆ่าฟันพวกเดียวกัน บ้านเมืองร้อนเป็นไฟ เรนี่…หนูต้องการเห็นแบบนั้นเรอะ เรนี่ยังอ่อนเยาว์นัก ถูกควบคุมได้ง่าย นี่ถ้าพวกเราไม่คอยอยู่ช่วยเหลือ วิลไม่คอยติดตาม ป่านนี้เรนี่จะกลายเป็นมารร้ายอย่างอีเวอลีนไปแล้ว ให้เชื่อยายเถอะ ว่าเรนี่จะช่วยพวกเราแก้ไข ถ้าได้ตะเกียงแก้ววิเศษคืนกลับมา จะปราบอีเวอลีนได้แน่นอน”

“ค่ะ…ค่ะ…เรนี่จะเฝ้าค้นหาตะเกียงแก้วทุกลมหายใจเลยค่ะ”

“สัญญากับพวกเรา…”

“ค่ะ…สัญญาค่ะ สัญญา”

ฟังแล้วเหมือนน่าพอใจ แต่เซลิน่ายังเป็นแม่มดที่หวาดระแวง กล่าวว่า

“คอยดูเถอะ มันไม่ง่ายหรอก หลานสาวอีเวอลีน จะยอมช่วยพวกเรา ต่อไปให้กลายเป็นนางมารก่อนแล้วจะรู้สึก!”

“ขอให้พบตะเกียงแก้วก่อน ทุกอย่างจะต้องดีขึ้นเอง” เปเลสกล่าว

“พลังพวกเรายังค้นหายากเลย ลำพังเรนี่จะค้นหาพบเรอะ”

“อย่าลืมว่า พวกเรา…เห็น…ตะเกียงแก้ววนเวียนอยู่รอบตัวเรนี่นะ”

นั่นสิ…ที่แปลก…แปลก…

คุณวรชัยนอนไม่หลับ และลุกขึ้นเดินออกมาที่ระเบียงบ้านอย่างเบาฝีเท้า เพราะคุณทัศวรรณยังหลับบนเตียง

ที่ระเบียงจึงหยิบแหวนในกระเป๋าเสื้อขึ้นมา

แหวน…สลัก…ชื่อ…

ความรักในอดีต…ไม่สมหวัง และยังรู้สึกมาจนทุกวันนี้

สัญญาจะไม่ถอดแหวน และรักษาสัญญามาตลอด จนวันนี้…คืนแหวนมาแล้ว

จบสิ้นความผูกพันจริงๆ หรือ?

ทำไมตนรู้สึกเจ็บปวดมาก ทั้งที่เคยนึกสะใจนัก อยากเอาชนะ อยากครอบครองห้างซาร่า แย่งทุกอย่างที่เป็นสมบัติของคุณปู่อำนวย คนที่ทำให้บงกชปฏิเสธตน

อยากเห็นบงกชเจ็บปวดเสียใจที่เลือกผิด เลือกบริหารห้าง เลือกครอบครัว แทนจะเลือกความรัก

เลือกเขา!

มาถึงวันนี้…มันสายเกินไปแล้ว เรียกร้องอดีตกลับมาไม่ได้

หัวเราะสิ…สะใจสิ…

บงกชอยู่โรงพยาบาล ธนาคารจะฟ้องล้มละลายแล้ว ทำอะไรไม่ได้แล้ว

ความรู้สึกของผู้ชนะ…กลับเจ็บปวด กลับกระสับกระส่าย ไม่เป็นสุข คุณวรชัยยกมือขึ้นบีบขมับตัวเอง แล้วก็มีเสื้อคลุมมาคลุมด้านหลัง พร้อมเสียงนุ่มนวลว่า

“อากาศหนาวนะคะ มายืนระเบียงด้วยเสื้อบางๆ ตัวเดียวแบบนี้ ระวังจะเป็นหวัดค่ะ”

“ขอบใจ” ทัศวรรณยังคงทำหน้าที่ภรรยาไม่ขาดตกบกพร่อง

ภรรยาที่มีลูกให้ถึงสามคน ภรรยาที่ไม่เคยทำให้ตนต้องกังวลหลังบ้าน เธอ…สนับสนุนงานทุกอย่างของสามี

เขาพยายามจะกำแหวนไว้ไม่ให้เห็นแต่ช้าไป

“กชก็เหลือเกิน คืนแหวน ทำให้คุณไม่สบายใจ” กลายเป็นตำหนิเพื่อน “คืนมาทำไมกัน”

“คุณวรรณ…ถามจริงๆ นะ” เขาหันมาจ้องตาภรรยา “ตอบตามจริงนะ”

“ค่ะ” คุณทัศวรรณไม่เคยหลบสายตา ด้วยความมุ่งมั่นของชีวิต และการได้ครอบครอง ‘วรชัย’ คือความสุข และสมหวังในปรารถนาแล้ว

ชีวิตเด็กกำพร้าจนๆ คนหนึ่ง จับพลัดจับผลูเป็นเพื่อนรักกับบงกช ลูกสาวเจ้าของห้างซาร่าโด่งดัง ที่ไม่เคยรังเกียจความจนของตน เพื่อนรักที่ตอนนั้นพูดเกือบได้ว่าตายแทนกันได้ ทัศวรรณซาบซึ้งกับมิตรภาพมาก เพราะเพื่อนส่วนใหญ่รังเกียจความจนของหล่อน ดิ้นรนตัวคนเดียวเพื่อให้อยู่รอด

ทั้งค่ากิน ค่าหอพัก ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเรียน…ใช่…ใช่…บงกชเคยหยิบยื่นให้!

“เราทำเกินไปหรือเปล่ากับคุณกช ทั้งที่เราสามารถให้เงินยืมกับทางนั้นได้อย่างมิตรภาพ…อย่างเพื่อน…แต่เรากลับปฏิเสธไม่ให้เธอยืมเงินเลย”

คำถามของสามี…

คุณทัศวรรณต้องกลืนน้ำลายยากเย็น

ห้างริคาร่ามีกำไรมหาศาล มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ เจริญรุ่งเรืองเพราะมีทุน และสายป่านยาว

“ตอนแรกเพราะคุณอยากเอาชนะไงคะ”

“ผมชนะหรือ?”

“ก็…ก็…”

“ผม…รู้สึกไม่สบายใจ…ทุกข์ใจ”

“คุณชนะนะคะ”

สามีโบกมือ

“เราทำเกินไปใช่มั้ย?”

“เอ้อ…เอ้อ…ในฐานะที่วรรณเป็นเพื่อนกับกช…ก็ใช่ค่ะ…แต่…ถ้าในฐานะภรรยา…วรรณจำต้องตอบว่า…ไม่ค่ะ”

ผิดหรือ…ผิดในใจเสมอมา…แต่ทัศวรรณก็กลัว…กลัวถ่านไฟเก่า เหตุการณ์คืนนี้ชัดเจนอยู่แล้วว่า วรชัยยังรักบงกช

แล้วตนล่ะ…

ภรรยาแค่ในนาม แค่ในสังคม แต่ไม่ได้อยู่ในหัวใจสามีเลย

เสียงสามีพูดไปเรื่อยๆ

“ผมคิดหนักและคิดมาก ในวันเกิดเกิดอะไรขึ้น ทำไมมันโกลาหลอย่างงั้น ใครทำ…จนป่านนี้ทางโรงแรมก็หาสาเหตุอธิบายไม่ได้ จนเราขึ้นรถ…รถเป็นอะไร พวกเราเกือบตายกันหมดบ้าน ถ้าตายแล้วทุกอย่างก็ว่างเปล่า แต่ผมนึกเสียดาย นึกเสียใจ ตายไปเฉยๆ จะจบได้เรอะ ผมกับกชต้องค้างคาความรู้สึกไปจนชั่วชีวิต ผมจะไม่มีโอกาสได้พบกับกช ได้พูดคุย ได้เห็นหน้า แค่…แค่…เป็นเพื่อนก็ยังดี ถ้าตาย…ผมคงเสียใจมาก…ผมยังไม่ได้ทำอะไรอีกมากมาย ยังไม่ได้แก้ไขอะไรให้ถูกต้อง…คุณจะสนับสนุนผมไหม แม้แต่ในฐานะภรรยาที่คุณต้องเห็นว่าผมทำถูก…”

“ก็…ก็…วรรณเป็นภรรยาคุณ วรรณหวงคุณ รักคุณ วรรณยอมรับ…วรรณเป็นแก่ตัว…วรรณยากจะทำใจ…”

“คุณเป็นแม่ของลูกผมสามคนนะ”

“แต่วรรณก็ยังกลัว…กลัว…”

“แสดงว่าคุณไม่ไว้ใจผมเลย”

“วรรณ…รักคุณมากไปค่ะ”

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมให้เกียรติคุณเสมอ หรือยังไม่เพียงพอกับชีวิตของคุณ”

จากผู้หญิงยากจนมาเป็นคุณนายทัศวรรณ เจ้าของห้างริคาร่าที่สังคมยกย่องตลอดมา

ทัศวรรณ…หล่อนเห็นแก่ตัวเกินไป…เกินไป

เพราะ…รัก เพราะระแวง เพราะ…กลัว…

Don`t copy text!