มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 47 : ภาพลวงตา

มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 47 : ภาพลวงตา

โดย : โสภี พรรณราย

มนตราตะเกียงแก้ว โดย โสภี พรรณราย เรื่องราวของเมืองเวทย์มนตร์และมนตราสำคัญที่ผนึกอยู่ในตะเกียงของท่านยาย เมื่อวันหนึ่งตะเกียงถูกขโมยไป อันตรายใหญ่หลวงกำลังคุกคามโลกเวทย์มนตร์ หัวขโมยจะนำเอามนตราที่อยู่ในตะเกียงแก้วไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด…นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​

-47-

เรนี่กลับจากเมืองเวทมนตร์ก็หลับสนิท ไม่รู้ตัว จนได้ยินเสียงเคาะประตูลั่น

“ตื่น…ตื่น…ยัยเรนี่!”

หญิงสาวงัวเงียลุกมาเปิด

“พี่เกศ…”

“พี่จะมาจัดการแก!”

“อะไรคะ?”

“แกเล่นตลกอะไร…หา…จะแกล้งกันเรอะ เงินบนโต๊ะในห้องแก…ตอนแรกฉันเห็นเป็นเงิน แต่ทำไมเป็นเศษกระดาษ แกทำอะไร เอาเศษกระดาษมากองเป็นปึกๆ แถมยังขนาดเท่าแบงก์พัน”

“เงิน…”

จริงสิ…หล่อนรีบวิ่งไปที่โต๊ะ…เมื่อคืนเนรมิตเงินไว้…แต่ก็ถูกพ่อมดวิลมาพาตัวไปเมืองเวทมนตร์เสียก่อน

ความจริง…เงินต้องยังอยู่…

เศษกระดาษขาว…

เออ…กลายเป็นเศษกระดาษขาวจริงๆ อย่างที่วิลพูดไว้ เงินเนรมิต…จะมีค่าอะไร

ค่าเงินของหล่อน…ไม่มีอะไรมารองรับ

โล่งใจที่ไม่ใช่เงิน ไม่งั้นจะอธิบายกับเกศราอย่างไร

“ค่ะ…เศษกระดาษ…”

“พูดออกมาได้…ฉันเห็นเป็นเงิน”

“พี่เกศตาฝาดแล้ว”

“แกทำให้ฉันเดือดร้อน ฉันตะโกนลั่นบ้านจนทุกคนออกมากันหมด…คุณปู่ คุณพ่อ คุณแม่ พี่ชา แกรู้มั้ย…ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”

“ใครให้พี่เกศไม่ดูให้ดีก่อน”

“ฉันหยิบขึ้นมาเพ่งดูเลย จ้องจนตาถลน”

“แล้ว…?”

“ก็เป็นเงิน…ฉันตื่นเต้นแทบตาย ดีใจจะเป็นบ้า ที่แกหาเงินมาได้”

“นั่นล่ะ…เป็นบ้าล่ะค่ะ เรนี่ก็เกือบจะบ้าเหมือนกัน เมื่อคืนอยู่เมืองเวทมนตร์ เช้านี้อยู่เมืองมนุษย์ เป็นบ้าเอาง่ายๆ”

“แกพูดอะไรนะ?”

“เปล่าค่ะ”

“เมืองเวทมนตร์ เธอพูดหยกๆ”

“ฝันไปค่ะ ฝันว่าเรนี่เป็นแม่มด ฝันว่าจะเนรมิตเงินได้ แต่มันก็ยังเป็นกระดาษตามเดิม”

“ฉันจะเอาเรื่องแก!”

“เรนี่ผิดด้วย?”

“แกทำให้ทุกคนมองฉันเป็นตัวตลก”

“อย่าคิดมากสิคะ พี่เกศ เรนี่ว่าเรนี่เป็นตัวตลกมากกว่าพี่เกศด้วยซ้ำ”

“แล้วเมื่อคืน แกหายไปไหน?”

“เรนี่นอนไม่หลับ ออกไปเดินเล่น”

“กลางดึก?”

“ค่ะ…กลางดึก เรนี่ก็ทำเป็นประจำ คนในบ้านไม่มีใครสนใจเรนี่หรอก จะหายหัวไปไหนก็ช่างก็เชิญ!” ตอนท้ายเหมือนคนพูดจะเย้ยหยันประชดเล็กน้อย

“แก…แก…”

โอ๊ย…เกศราเจ็บใจ ทำอะไรเรนี่ไม่ได้ ได้แต่ต่อว่า…ต่อว่าจนหนำใจจึงออกจากห้อง

เรนี่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกมาจากห้อง เจอบรรดาสาวใช้ต่างซุบซิบนินทาเหตุการณ์เมื่อคืน

ชบา…สาวใช้ที่คอยดูแลเรนี่รีบมารายงาน

“เมื่อคืนกลางดึก เสียงคุณเกศเหมือนเจอผีเลยนะคะ ตะโกนลั่น…เรารวยแล้ว…รวยแล้ว…จนท่านๆ ตื่นกันหมดเลย”

“รู้แล้ว…พี่เกศเล่าแล้วจ้ะ”

“ชบากับลำดวนนอนห้องเดียวกัน ยังต้องตื่นมาดู”

“ก็ไม่มีอะไรใช่มั้ย?”

“คุณเกศเห็นเงินกองเท่าภูเขาในห้องคุณเรนี่”

“เกินไป…พูดเกินไป”

ชบาหัวเราะแห้งๆ

“พูดให้เวอร์ๆ หน่อยค่ะ เดี๋ยวมันจะไม่ตื่นเต้น แต่คุณเรนี่ไม่อยู่ที่ห้อง…”

“ฉันออกไปเที่ยว”

“หมู่นี้คุณเรนี่หนีเที่ยวกลางคืนบ่อย ตั้งแต่คุณบงกชไปนอนโรงพยาบาล ชบาก็ไม่ค่อยเห็นหน้าคุณเรนี่”

“ฉันต้องแก้ปัญหาแทนอากชแน่ะ”

“ถึงคนในบ้านจะไม่ใส่ใจคุณเรนี่ คุณก็ไม่จำเป็นต้องหนีเที่ยวทุกคืนนะคะ”

“ขอบใจชบานะ ที่เตือน”

“คุณบงกชเคยพูดกับชบาเสมอ ให้ดูแลคุณเรนี่ คุณบงกชเธอเป็นห่วงคุณเรนี่ค่ะ”

เรนี่พยักหน้า เสียงเบาลง

“รู้แล้ว…รู้แล้วจ้ะ”

เพราะรักและเคารพอากชไงล่ะ เรนี่จึงพยายามทำทุกอย่างให้อากชสบายใจ ถึงขนาดเนรมิตเงินเพื่อช่วยกอบกู้กิจการ จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ในเมืองเวทมนตร์ ต้องมาพาตัวหล่อนไปอบรม!

เรนี่…เรนี่…ทำอะไรก็ผิดไปหมด

เมื่อไหร่เรนี่จะทำถูกเสียที?

ต้องพบตะเกียงแก้วใช่หรือไม่…จึงจะเรียกว่าทำถูกต้อง?

 

 

พ่อมดฮูโกกับลูกชาย พ่อมดไรอัน ยังฝึกมนต์ดำอย่างขะมักเขม้นกับตำราที่แม่มดอีเวอลีนมอบให้

อีเวอลีนต้องการพรรคพวกเพื่อทำลายเมืองเวทมนตร์ ทำลายผู้ที่เห็นต่างจากตน ให้เห็นว่ามนต์ดำเหนือกว่ามนต์ขาว

แม่มดเซลิน่าลำบากใจทุกครั้งที่เห็นบิดากับพี่ชายแอบฝึก ตนอยู่เคหาสน์เดียวกัน ย่อม ‘เห็น’ ชัดเจนกว่าภายนอก

รอบบริเวณปกคลุมด้วยมนต์ดำ แสดงว่าทั้งสองก้าวหน้าไประดับหนึ่งที่น่าจะเป็นอันตราย

แม่มดเซลิน่าแอบมองความคืบหน้า ครั้งนี้ บิดากับพี่ชายเห็นจึงกล่าวขึ้น

“แอบดูบ่อยๆ ไม่ต้องหรอก ออกมาเถอะ มาฝึกด้วยกัน” ไรอันชวนน้องสาว

แม่มดเซลิน่าจึงปรากฏกายขึ้น

“ลิน่ารังเกียจพี่ไรอัน!”

“อย่าพูดอย่างงั้นสิ น้องรัก ขนาดพ่อก็ยังฝึกมนต์ดำ ดูสิ…พลังอำนาจมหาศาล แค่เริ่มต้นก็เห็นความแตกต่างระหว่างมนต์ดำกับมนต์ขาว”

“ใช่สิคะ อำนาจพลังทำร้ายสูง เลยทำให้พี่เสพติดมนต์ดำ!”

“งั้นก็เท่ากับตำหนิพ่อด้วยเรอะ?” พ่อมดฮูโกเอ่ยถาม

“พ่อคะ พี่ไรอันหน้ามืดตามัวทำผิด พ่อก็พลอยเป็นไปด้วย”

“พ่อเห็นความแตกต่างจริงๆ นะ มนต์ดำเหนือกว่ามนต์ขาว”

“ภาพลวงตาค่ะ”

“แต่มันแสนวิเศษ”

“ไม่ดีนะคะ”

“ความรู้สึกพ่อดีมาก”

“พ่อถูกป้าอีเวอลีนล้างสมองเสียแล้ว”

“ใช่…พ่อยอมรับ ครอบครัวเรามีพื้นฐานมนต์ดำ อย่างพี่อีเวอลีนเป็นตัวอย่าง พี่มีพรสวรรค์ และเปิดทางให้พวกเรา พี่อีเวอลีนว่าเจ้ามีพรสวรรค์เช่นเดียวกับพี่ พ่อกับพี่ไรอันยังมีพรสวรรค์เทียบเจ้าไม่ได้ และอยากให้เจ้ารับการสืบทอดเป็นทายาทป้าเจ้า”

แม่มดเซลิน่าแสดงสีหน้ารังเกียจ

“แม่มดเรนี่ต่างหากที่จะเป็นทายาทของป้าอีเวอลีน!”

“เจ้ามีพรสวรรค์ไม่ต่างจากเรนี่”

“ไม่ค่ะ…ไม่เลย ป้าเล็งทายาทไว้แล้ว เรนี่!”

“เจ้ากับเรนี่ อย่างน้อยก็เป็นลูกพี่ลูกน้องกันนะ มีอะไรที่เหมือนๆ กัน”

เหมือนหรือ?

เซลิน่ากำมือแน่น ก็เกือบเหมือน แต่…ไม่…

ความงาม…ทัดเทียม ความสามารถก็ไม่ย่อย แต่หล่อนพ่ายแพ้แก่เรนี่เรื่อง…รัก

“เรนี่เป็นหลานแท้ๆ ของป้า ป้าคงจะถ่ายทอดพลังมนต์ดำให้หมด พ่อกับพี่ไม่มีทางได้ถึงครึ่งของเรนี่!”

“ถ่ายทอดพลังเป็นสิทธิ์ของป้า จะให้ใครก็ได้ แต่คาถามนต์ดำที่พ่อฝึก พ่อฝึกด้วยตัวเอง”

“เพื่ออะไรคะ?”

“อำนาจไงล่ะ”

“จะทำความเดือดร้อนให้เมืองเวทมนตร์ใช่มั้ยคะ?”

“ถ้าต้องการเป็นหนึ่งอย่างป้าเจ้าว่า ใครจะเดือดร้อนบ้างก็ช่าง อำนาจกว่าจะได้มาต้องแลกกับการสูญเสียบ้างล่ะ แต่เราจะยิ่งใหญ่ จะครองเมืองร่วมกับป้าเจ้า”

“ลิน่าไม่ต้องการ!”

“ป้าเจ้าปรารถนาให้เจ้าช่วยจริงๆ”

“ไม่ค่ะ…พ่อกับพี่ไรอันก็ระวังไว้เถอะ ถ้ายังเชื่อป้า ระวังจะถูกจับ ลิน่าเตือนแล้วนะคะ เตือนแล้ว ลิน่าเป็นลูก ลิน่าห่วงพ่อ ห่วงพี่ชาย แต่ทั้งพ่อกับพี่เห็นถูกเป็นผิด!”

“เจ้ายังดื้อรั้นเหมือนเดิม” บิดาว่า

“ไม่เหมือนกับที่ป้าอีเวอลีนเมตตาต่อเจ้าเลย” พี่ชายเสริม “อุตส่าห์จะส่งเสริมเจ้า เพราะเจ้ามีพรสวรรค์มากกว่าพวกเรา”

“ลิน่ายืนยันว่าไม่ต้องการ!”

 

***

 

เรนี่รู้สึกแปลกๆ หล่อนสัญญากับแม่มดทาฮิร่าว่าจะพยายามหาตะเกียงแก้วให้ได้…

เพ่งไปท้องฟ้า…

วันนี้อากาศดีมาก อยู่ท่ามกลางสวนในบ้าน ท่ามกลางแมกไม้รายรอบ

อากาศยามเย็น…ลมพัดสบาย

ถึงกังวลว่าจะทำอย่างไรดีกับเงินกู้นอกระบบของอาบงกชที่ทางเจ้าหนี้ให้เวลาเจ็ดวันแก้ปัญหา ยังเหลือไม่กี่วัน

วัน…เวลาเดินเร็ว

เรนี่…เธอแบกรับอะไรไว้เนี่ย

ตะเกียงแก้ว…กับ หนี้สินของครอบครัว

มีบางอย่างพูดขึ้น…แว่วเสียง…

สมาธิสิ…เจ้าต้องมีสมาธิ ขืนยังสับสนวุ่นวายเช่นนี้ เจ้าจะไม่ค้นพบความจริงและความสงบสุข

สมาธิหรือ?

เรนี่ยอมรับทุกครั้งจะใช้มนต์ดำหล่อนตั้งมุ่งมั่น ตั้งใจ และเพ่ง…จึงจะสัมฤทธิ์ผล

มนต์ดำ!

ไม่…ไม่…จะค้นพบตะเกียงแก้วต้องมนต์ขาว…ต้องบริสุทธิ์ ต้องใสสะอาด…แต่หล่อนมีมนต์ดำอยู่ในกาย

โอ๊ย…ปวดศีรษะเหลือเกิน

คิด…ตะเกียงแก้ว…คิด…ค้น…หา…

รีบนำตะเกียงแก้วไปคืนทาฮิร่า เพื่อหล่อนอาจได้เป็น ‘อิสระ’ จากทุกฝ่าย

สมาธิ…สมาธิ…

อาการปวดศีรษะเบาบางลง…แล้วค่อยๆ หายเป็นปลิดทิ้งทีเดียว

เย็นกาย…เย็นใจ

ไม่ปวดศีรษะ…ไม่ร้อนรุ่มกระวนกระวายแล้ว ใจเย็นลงแล้ว ค่อยๆ แก้ปัญหาไปทีละข้อ…

เรื่อง…เงิน…ไว้ก่อน

เรื่อง…ตะเกียงแก้วต้องมาก่อน

“ยายทาฮิร่า…ช่วยเรนี่ด้วยนะคะ…ช่วยเรนี่ด้วย”

เห็นแล้ว…เห็นแล้ว…

ตะเกียงแก้ว!

ตะเกียงแก้วลอยวนเวียน ภาพที่เด่นชัดแต่ก็เห็น…และสวยงามเหลือเกิน

ประกายแก้วแวววับวิบ บางส่วนที่ขลิบทองก็ส่องประกายเจิดจ้า รัศมีแสงสว่างไสว

ปรารถนา…ตะเกียงแก้ว…

จิต…ต้องนิ่ง…มุ่งมั่น…

ตะเกียงแก้วจ๋า…มาเถอะ…มาเถอะ…เรนี่…รออยู่…

ตะเกียงแก้ว…เรนี่ปรารถนา…เรนี่ตั้งใจจะส่งคืน ‘เจ้าของ’ ที่แท้จริง

ใช่…ใช่…เรนี่เห็นแล้ว ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แล้ว

ภาพที่งดงามเช่นนี้ ชั่วชีวิตหล่อนคงยากจะลืม

ขอให้สำเร็จ…ขอให้สมปรารถนา

จงมา…จงมา…

เมื่อก่อนเมื่อเห็นตะเกียงแก้วก็ยังลอยเลื่อน ล่องละลิ่วบนฟากฟ้า ให้พอเห็นพอได้ตื่นตาตื่นใจ

ครั้งนี้…คราวนี้…ตะเกียงแก้วเด่นชัด และปรากฏอยู่นาน…นาน…ทั้งยังเข้ามาใกล้…ใกล้มาก…

วนเวียน…ใกล้ จน…ลอยอยู่รอบตัวหล่อน

ลอยรอบตัว…เป็นวงกลม จนหล่อนต้องหมุนตาม…ตาม…ราวกับเริงระบำ

ไม่ใช่ภาพลวงตาแล้ว

เป็นของแท้แน่นอน…

ชัดเจนจนประกายแห่งแสงสว่างจ้าเข้าตา หลายครั้งที่เรนี่ต้องกะพริบตาถี่ๆ

ค่อยๆ เอื้อมมือออก

“ตะเกียงแก้ว…”

เอื้อมมือออกไปให้ตะเกียงแก้วมาสู่มือขาวนวลของหล่อน

รอง…รับ…และใจเต้นแรง เมื่อตะเกียงแก้วเป้าหมายลอยสู่อุ้งมือหญิงสาว

เรนี่แทบลืมหายใจ

ในมือหล่อนแล้ว เรนี่ได้แล้ว…ได้แล้ว สำเร็จแล้ว!

 

 

Don`t copy text!