มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 48 : หาย ?

มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 48 : หาย ?

โดย : โสภี พรรณราย

มนตราตะเกียงแก้ว โดย โสภี พรรณราย เรื่องราวของเมืองเวทย์มนตร์และมนตราสำคัญที่ผนึกอยู่ในตะเกียงของท่านยาย เมื่อวันหนึ่งตะเกียงถูกขโมยไป อันตรายใหญ่หลวงกำลังคุกคามโลกเวทย์มนตร์ หัวขโมยจะนำเอามนตราที่อยู่ในตะเกียงแก้วไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด…นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​

-48-

เรนี่ตื่นเต้น…เดี๋ยวก็หายใจแรง เดี๋ยวก็เหมือนสิ้นลมหายใจ กลั้นหายใจจนอึดอัด

จนต้องสูดลมลึกๆ และผ่อนออก เตือนตัวเองว่าอย่าตื่นเต้นเกินไป จะมีใครโชคดีเหมือนหล่อนที่ได้สัมผัสตะเกียงแก้ววิเศษเช่นนี้

งดงามเหลือจะบรรยาย

จ้องมองตาโต เก็บความทรงจำแสนอัศจรรย์ไว้

หากหัวใจยังคงเต้นแรง

“ยายทาฮิร่า…ยายทาฮิร่า เรนี่ได้ตะเกียงแก้วมาแล้ว…ได้แล้วค่ะ”

หล่อนใช้คาถามนต์ดำในกายแค่แว่บเดียวก็นั่งไม้กวาดดำลอยเข้าเมืองเวทมนตร์อย่างประหลาดนัก มาที่เคหาสน์ยายทาฮิร่า

“เรนี่ทำตามสัญญาแล้วค่ะ”

ใครๆ มุ่งมาที่หล่อนคนเดียว ที่ว่าตะเกียงแก้วอยู่ที่หล่อน และหล่อนก็ ‘เห็น’ แค่…แว่บๆ ตลอดมา จนขณะนี้ หล่อนมีตะเกียงแก้วอยู่ในมือ

เจ้าของเคหาสน์เบิกตากว้าง ละล่ำละลักอย่างตื่นเต้น

“ตะเกียงแก้วของยาย…โอ้…ตะเกียงแก้ว…กลับมาแล้ว”

เรนี่ยิ้มแก้มแทบปริ

“เรนี่คืนให้ยายนะคะ”

“เรนี่…หลานรัก…วิเศษมาก…วิเศษมาก…”

รับตะเกียงแก้วมาวางไว้ และสวมกอดหญิงสาว

“เรนี่หมดหน้าที่แล้วนะคะ”

“จ้ะ…ต่อไปยายจะให้ตะเกียงแก้วทำหน้าที่ของตัวเอง จะใช้ปราบแม่มดอีเวอลีน ให้เมืองเวทมนตร์สงบสุขเสียที เพราะทุกวันนี้ชาวเมืองอยู่กันอย่างหวาดระแวงว่าจะถูกมนต์ดำสะกดและทำลายล้าง จะทำให้เดือดร้อนกันไปทั่ว”

“เรนี่ค่อยหมดปัญหากับเมืองเวทมนตร์ แต่กับยายอีเวอลีน เรนี่จะทำอะไรไม่ได้นะคะ”

“เท่านี้ก็เท่ากับช่วยเมืองดวทมนตร์ไว้แล้ว ยายเชื่อนะว่าเรนี่ต้องเอาชนะมนต์ดำได้ เพราะบางอย่างในโลกนี้กำหนดมาแล้วว่าใครต้องทำหน้าที่อะไรบ้าง ยายเป็นผู้เฒ่าอาวุโสของสภาเมือง ยายอ่านออก เรนี่ต้องช่วยยายกับเมืองได้ และก็ช่วยได้จริงๆ ยายปลื้มใจกับหนูมาก เรนี่ของยาย มา…มา…ขอยายกอดอีกที”

อ้อมกอดของยายทาฮิร่าคือความเย็นชื่นใจ สบายกาย สบายจิต

อ้อมกอดของยายอีเวอลีน เรนี่รู้สึกร้อนรุ่ม กระวนกระวาย

นี่หรือที่เรียกว่า ดี กับ ชั่ว ถูกกับผิด สุขกับทุกข์

ความดีคือความสบายใจ สบายกาย สงบ ร่มรื่น

ความชั่วคือความเร่าร้อน ทุกข์ทรมาน กระวนกระวาย

“พอดีเลย…เรนี่…เดี๋ยวยายต้องเข้าประชุมที่สภาเมืองกับบรรดาผู้นำของเมือง ยายจะรีบแจ้งข่าวดีกับสภาเมือง เจ้ากลับไปก่อน พรุ่งนี้ยายจะให้วิลไปรับเรนี่…ยายจะเลี้ยงขอบคุณเรนี่เป็นการส่วนตัว”

“เลี้ยงขอบคุณเรนี่หรือคะ?”

“จ้ะ…”

“แต่…”

“พบกันพรุ่งนี้นะ…ยายจะส่งเจ้ากลับ…”

ด้วยไม้กวาดวิเศษของยายทาฮิร่าที่เนรมิตให้กับเรนี่ ด้วยเหตุผลว่า

“ยายไม่อยากให้เจ้าใช้มนต์ดำ!”

เมื่อเรนี่ไปแล้ว ยายทาฮิร่าก็มองหาเจ้าชิกเก้น

“อ้าว! เจ้าชิกเก้นหายไปไหนเนี่ย ชิกเก้น…มาเร็ว มาดูสิว่าข้าได้อะไรคืนกลับมาแล้ว”

ไม่พบชิกเก้น จึงโคลงศีรษะ

“เวลานี้คงหนีเที่ยวสินะ”

จึงได้หยิบตะเกียงแก้วขึ้นมา ด้วยแววตาตื่นเต้น ดีใจ

ตะเกียงแก้วหายไปนาน…ไปอยู่ที่ไหน…และกลับมาแล้วอย่างไม่คาดฝัน บทจะง่ายก็ง่ายเพียงนี้หรือ

ตะเกียงแก้ว…จ้องมอง…มอง…

ตะเกียงแก้ว…ใช่หรือ…อะไรกัน?

แสงสว่างวาบ วาววิบวับ งดงาม…ด้วยรัศมีแห่งความดี ความร่มเย็น ความสงบ

ฉับพลัน…ท้องฟ้าภายนอกมืดมิด ฝนฟ้าคะนอง ใช่รึ ใช่ฤดูกาลหรือ อากาศแปรปรวน

ฝนฟ้าคะนองเพราะมนต์ดำ!

ฝนฟ้าตกเพราะอาเพศ…เพราะความชั่วร้ายปกคลุม

ฟ้าผ่า ฟ้าร้องกึกก้อง

เป็นอะไรนี่?

ตะเกียงแก้ววิเศษช่วยด้วย…

แย่แล้ว…ผิดปกติ

เสมือนมนต์ดำเข้าปกคลุมเมือง…เป็นไปไม่ได้…ตะเกียงแก้วกลับมาสู่เจ้าของแท้จริงแล้ว

บ้านเมืองยังเกิดอาเพศอะไรอีก

แผ่นดินสั่นสะเทือนไปทั่ว รวมถึงเคหาสน์ของสหายรัก…แม่มดบาบาร่าที่พูดกับไทเกอร์

“เกิดเรื่องอีกแล้ว!”

“สังหรณ์ณ์ใจจะเป็นเรื่องเลวร้าย!”

และไทเกอร์ก็แนะนำว่า

“ไปเคหาสน์ของยายทาฮิร่ากันเถอะ ยายบาบาร่า”

ไม่แต่เคหาสน์แม่มดบาบาร่าที่สั่นสะเทือนจนน่าตกใจ ยังเคหาสน์ของวิล…เปเลส และเซลิน่า

เหตุการณ์ณ์ปั่นป่วนเช่นนี้ ทำให้ทุกคนต้องรีบมาเคหาสน์ของทาฮิร่าเสมือนเป็นที่รวมพล

ในขณะที่ใครๆ ยังมาไม่ถึง…

ยายทาฮิร่ากังวลและสงสัย

แสงทองอร่ามของตะเกียงแก้ววิเศษแปรเปลี่ยน…กลายเป็นรัศมีสีดำ!

สีดำ!

ตะเกียงแก้วไม่มีวันเป็นสีดำ!

ไม่มีวัน…ไม่มีวัน…ไม่มีทางเลย

และก่อนจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรก็สายเกินไป ช้าเกินไป อยู่ในอารมณ์ตะลึง ตะหนกตกใจ

ตะเกียงแก้วหลุดมือทาฮิร่า ลอยไปกลางอากาศสูงกว่าพื้นสามเมตร ทาฮิร่าร้อง

“ตะเกียงแก้ว!” จะคว้าก็คว้าไม่ทัน

รัศมีแสงสีดำทึบปรากฏไปทั่ว ผิดปกติจากแสงของตะเกียงแก้วเดิม ที่จะสดสวยสว่างใส

แต่แสงสีดำบดบังแสงสว่างงดงามเสียสิ้น

แม่มดทาฮิร่าเบิกตากว้าง

มีบางอย่างพุ่งตรงมาจากปากตะเกียงแก้วและดูดร่างของแม่มดทาฮิร่าอย่างแรง

“ไม่…ไม่…มะ…ไม่…” แม่มดอาวุโสพยายามฝืน ฝืนแรงดูดร่างกายตน อารามตกใจท่องคาถาผิดๆ ถูกๆ อีกแล้ว ต่อต้านแรงดึงดูดชีวิต

พยายามแล้ว ต่อสู้กัน…ต่อสู้กับตะเกียงแก้ว

ใช่แล้ว…พลาดแล้ว

ตะเกียงแก้วปลอม!

ไม่ใช่ของตน…ไม่ใช่ตะเกียงแก้ววิเศษที่บริสุทธิ์ งดงาม และแสนดี

ตนเข้าใจผิด…ที่แท้เป็นกลลวง!

เข้าใจช้าเกินไป พลาดไปแล้ว พยายามแล้ว แต่ไร้ผล ความผิดพลาดทำให้ต้องพลาดอย่างแท้จริง

ไม่อาจทานแรงดึงดูดที่รุนแรงและร้ายกาจ

มนต์ดำของแม่มดอีเวอลีนที่ได้รับจากที่คุมขัง จากบรรดานักโทษศึกษามนต์ดำ…เท่ากับอีเวอลีนได้รวบรวมพลังและคาถาด้านมืดไว้แต่เพียงผู้เดียว ทำให้มีพลังมหาศาล

แม่มดทาฮิร่าพ่ายแพ้…รับมือกับแผนร้ายไม่ทัน

ร่างของตนถูกดูดเข้าไปอยู่ในตะเกียงแก้ว ท่ามกลางภายนอกที่สะเทือนฟ้า สะเทือนดิน แผ่นดินไหวสะท้านไปทั่วเมือง

และเมื่อร่างทาฮิร่าไม่ปรากฏภายนอกแล้ว ทุกอย่างก็สงบนิ่งราวกับไม่เคยเกิดเรื่องแผ่นดินไหวมาก่อน

หยุดสนิท…

ตะเกียงแก้วลอยลับหายวับ

และทุกคนก็มาถึง

เจ้าชิกเก้นกลับมาเคหาสน์ บาบาร่ากับไทเกอร์เหาะละลิ่วมาถึง รวมทั้ง พ่อมดวิล พ่อมดเปเลส และแม่มดเซลิน่า ครบทีมที่ช่วยกันจะปราบแม่มดมนต์ดำ

แปลกใจ…

เงียบสงบ… สงบเกินไป เงียบเกินไป

เจ้าของบ้านไปไหน?

“แขกมาเต็มบ้านแล้ว ยายทาฮิร่า” เจ้าชิกเก้นตะโกนลั่น

“ออกมาเร็ว เพื่อน ร้อนใจ” ยายบาบาร่าร้องอีกเสียง

เงียบ…ผิดปกติ

“อ้าว! หายไปไหนล่ะ?” คือคำถาม

“ชิกเก้นก็ไม่รู้ แค่แอบหนีไปเที่ยวแป๊บเดียว ตอนไปก็เห็นยายทาฮิร่าบอกว่าจะอยู่เคหาสน์ เพราะรู้สึกไม่สบายตัว อยากนอนพัก”

ยายบาบาร่าจึงส่งกระแสจิตติดต่อเพื่อน ถามว่า

“ทาฮิร่า…อยู่ไหน?”

เงียบ

ติดต่อกันเสมอด้วย ‘จิต’

“ตอบสิ…ตอบ…เพื่อน…”

เงียบ

“เฮ้ย! ไม่ใช่แบบนี้แล้ว” เพราะไม่มีครั้งไหนที่เพื่อนจะไม่ตอบ

แม่มดเซลิน่าถามขึ้น

“ยายทาฮิร่าไม่ตอบหรือคะ?”

“จ้ะ…นี่เป็นครั้งแรกเลยนะ ที่ไม่ตอบ”

“สัมผัสได้ไหมคะ อยู่ที่ไหน?”

ยายบาบาร่าหลับตา ท่องคาถา แล้วลืมตาขึ้นมาทำหน้าประหลาดๆ

“เอ…ที่ไหน รู้ว่าอยู่ห้องแคบๆ เล็กๆ เฮ้ย! หน้าตาแย่มาก ไม่รู้พึมพำพูดอะไร”

พ่อมดวิลกังวลจึงร่ายคาถาค้นหายายทาฮิร่า รวมทั้งพ่อมดเปเลสก็ร่วมด้วย

ไม่เห็นสถานที่ชัดเจน

ใช่…อยู่ห้องเล็กๆ แคบๆ และนั่งอยู่อย่างกระวนกระวายกระสับกระส่าย

สถานที่ไม่ชัด…ไม่เห็น…

เมื่อต่างลืมตา…ก็ดูจะสงสัยและประหลาดใจ

“ถูกขัง…ออกมาไม่ได้” เปเลสพูดเบาๆ

“ระดับยายทาฮิร่าจะถูกขังด้วยเหรอ?” เจ้าไทเกอร์สงสัย

“นั่นสิ…เข้าใจผิดหรือเปล่า?” ชิกเก้นเองก็ไม่เชื่อ

“ขังอยู่ในห้องเล็กๆ แคบๆ” แม่มดเซลิน่าขมวดคิ้ว “ระดับไหนกันถึงจะจับยายทาฮิร่าไปได้”

วิลกลืนน้ำลายยากเย็น

“ภาพที่เห็น ยายทาฮิร่าไม่สบายใจ”

แม่มดอาวุโสบาบาร่าเริ่มสัมผัสได้มากขึ้น…มากขึ้น…แต่ก็ไม่ชัดเจนอยู่ดี

“ตะเกียงแก้ว!”

ทั้งหมดเบิกตากว้าง

“ขังในตะเกียงแก้ว!” เปเลสโพล่ง

“ใช่…ถูกจับขัง!”

“ที่ไหน…อย่างไรครับ?”

“ไม่รู้สิ…มันเริ่มมืด…มืดลง…จนยายก็เกือบมองไม่เห็น หมอกควันสีดำปกคลุมแล้ว แย่แล้ว…เกิดอะไรขึ้นกับทาฮิร่านี่ กำลังของพวกเรายิ่งน้อยๆ อยู่ ต้องการผู้ช่วยมากๆ นี่สูญระดับหัวกะทิเลย”

“หมอกควันดำ งั้นต้องเป็นฝีมือป้าอีเวอลีนแน่ค่ะ” เซลิน่าว่า

“แล้วทาฮิร่าพลาดท่าได้อย่างไร?”

“นั่นสิคะ ฝีมือยายทาฮิร่าไม่มีวันพลาดหรอกค่ะ”

เพราะไม่รู้ถึงแผนร้ายของอีเวอลีน!

ใช้เรนี่กับตะเกียงแก้วเป็นตัวล่อ…ทำให้ทาฮิร่าไม่ทันระวังตัว

“แย่แล้ว… แย่แล้ว…” เจ้าชิกเก้นร้อนใจ “เมืองเวทมนตร์ต้องแย่แน่ ลางร้ายแล้ว ตะเกียงแก้วหาย ยังไม่ได้คืน ยายทาฮิร่าก็มาหายไปอีก จะมีอะไรแย่ไปกว่านี้”

ยายบาบาร่าตำหนิชิกเก้น

“รู้ว่าแย่…แต่อย่าพูดให้หมดกำลังใจสิ”

“ก็ระดับยายทาฮิร่ายังพลาดเลย”

“เรายังไม่รู้อะไรแน่ชัดเลย”

“แล้วจะทำอย่างไรต่อไป?”

“ตามหายายทาฮิร่า…”

“หาตะเกียง…หายาย…ต่อไปจะหาอะไรอีก”

“แกน่าจะหายไปแทนทาฮิร่านะ!”

เจ้าชิกเก้นกระโดดหนี

“โถ…ยายบาบาร่า อย่าแช่งสิ ชิกเก้นยิ่งกลัวๆ อยู่”

พ่อมดวิลกับเปเลสหันมาทางเซลิน่า และแม่มดสาวก็รู้หน้าที่ดี พยักหน้า

“ใช่…ต้องเป็นหน้าที่ของลิน่าสินะ”

“เพราะเธอมีโอกาสใกล้ชิดกับป้าอีเวอลีนที่สุด” วิลว่า

‘ได้…ได้…ลิน่าจะสืบหายายทาฮิร่าเอง”

“ส่วนฉันจะสืบทางเรนี่ ทั้งเธอกับเรนี่เป็นหลานป้าอีเวอลีน มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งคู่”

เซลิน่าค้อนวิล

“เชิญเลย…เปเลสอีกนะ…ไปสืบเรนี่ ไปเลย…ไปเลย…ไปสนใจเรนี่ทั้งคู่!”

“ยามนี้ยังมีอารมณ์หึง” ไทเกอร์พึมพำ “ป่านนี้ยังทำใจไม่ได้อีกนะ”

สรุปแล้วบาบาร่ากล่าวขึ้น

“ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้วนะ ถึงขั้นจับทาฮิร่าไป…ต้องรีบช่วยกันแล้ว ยายจะต้องรายงานสภาเมือง เตรียมรับมือมนต์ดำ เราต้องช่วยกันรักษาเมืองเวทมนตร์ให้ได้ ด้วยชีวิตของพวกเรา!”

 

Don`t copy text!