มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 49 : แสงแห่งธรรม

มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 49 : แสงแห่งธรรม

โดย : โสภี พรรณราย

มนตราตะเกียงแก้ว โดย โสภี พรรณราย เรื่องราวของเมืองเวทย์มนตร์และมนตราสำคัญที่ผนึกอยู่ในตะเกียงของท่านยาย เมื่อวันหนึ่งตะเกียงถูกขโมยไป อันตรายใหญ่หลวงกำลังคุกคามโลกเวทย์มนตร์ หัวขโมยจะนำเอามนตราที่อยู่ในตะเกียงแก้วไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด…นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​

-49-

 

สวนป่า…แสนสงบ

อาณาบริเวณกว้างขวางที่รายล้อมด้วยต้นไม้เขียวขจี สลับกับไม้ดอกบางพันธุ์ที่ขึ้นแซม ทั้งสีแดง ส้ม และ เหลือง

รวมทั้งมีลำธารไหลผ่าน มีโขดหิน และน้ำตก สาดกระเซ็นเย็นสบายทั่ว

เพิงไม้สร้างสำหรับพักหลายหลัง เป็นเพิงขนาดห้าเมตรคูณห้าเมตร เพียงพอสำหรับการอยู่อาศัยต่อคน

ที่นี่คือ สถานธรรมะ สำหรับผู้มาบวชชี…

สร้างในที่เป็นสวนป่า ห่างไกลจากบ้านเรือนและผู้คนเพื่อความสงบอย่างแท้จริง

ทุกอย่างคือ ธรรมชาติ

ทุกอย่างคือ ความดี คือแสงแห่งธรรม

ปฏิบัติธรรม สวดมนต์ นั่งสมาธิ

บรรเทาสายเลือด…สายเลือดแห่งมาร…

หลีกหนี…มนต์ดำ

หลีกหนี…ความชั่ว

สำนึก…ความผิด…และล่วงรู้…ทุกข์…บาป…

แม่มดรีด้า!

ชะตากรรม…อดีต…เห็นแล้วว่ามารดาร้ายกาจเพียงไร ฆ่าและทำร้ายอย่างไร

มนต์ดำปกคลุมและกลืนร่างแม่มดอีเวอลีน

ตอนนั้นรีด้าเริ่มเป็นสาวแล้ว…ได้รู้และเห็น…

มารดาถูกแม่มดทาฮิร่าจับ…

รีด้าหนีไปเมืองมนุษย์ เป็นยิปซีเร่ร่อนจนพบกับเศรษฐีหนุ่มใจดี สุมิต…รับเลี้ยงเป็นอนุภรรยา

รู้ว่า ‘ผิด’ แต่หนีชะตากรรม ไม่พ้น

ผิด…รู้ว่าตนเป็นสายเลือดมาร…

อีเวอลีนเป็นมารมาเกิด!

ตน…มาร…สายเลือด

พยายามจะเป็นมนุษย์ เป็นคนดี…

มนต์มารดูดชีวิตคุณสุมิตจนล้มป่วย พอมีลูก…เรนี่…ตนต้องหนี…

หนี…เพื่อรักษาชีวิตสุมิต

หนี…หนี…สายเลือดมาร…

เรนี่…ก็มีเลือด…มาร…

จำเป็น…ต้องเลือก…ถ้าอยู่…ทุกคนจะต้องตายหมดทั้งตระกูล!

คุณสุมิตล้มป่วยหาสาเหตุโรคไม่ได้ เพราะอะไรล่ะ?

แม่มดรีด้ารู้…แต่ผู้อื่นไม่รู้ และไม่มีวันรู้

หนี…จนมาพบแม่ชีชราในป่าลึก…

ขออาศัย…ขอบวช…ขอให้ธรรมะช่วยขัดเกลามารในตัว เก็บตัวยี่สิบปีโลกมนุษย์

ธรรมะ…ช่วยให้มารในตัวหมดไป…

รีด้าทำสำเร็จแล้ว…ชนะเลือดมาร…ตั้งใจจะอยู่ที่นี่จนร่างแตกสลาย จะกี่ปีก็จะไม่ไปไหน

สวนป่าธรรมะแห่งนี้จะเป็นที่ฝังร่าง…แตกสลาย…

พอใจ…สุข…สงบ…หยุด…

วันนี้…รีด้าขึ้นไปกราบแม่ชีชราลึกลับบนเพิงพักในป่าลึก

แม่ชีชราแม้อายุมากเกือบร้อย แต่หน้าตาและผิวพรรณยังงดงามเปล่งประกายความเมตตา

แม่มดรีด้าก้มกราบอย่างนอบน้อม ที่นี่มีแม่ชีอยู่หลายคนแต่จะพักตามเพิงห่างๆ กัน

ที่นี่…เฉพาะแม่ชีที่อยู่ชั่วชีวิต ตั้งใจศึกษาธรรมะ เพื่อความหลุดพ้นเท่านั้น

“เป็นอย่างไรบ้างวันนี้?” แม่ชีชราลึกลับเอ่ยถามเบาๆ

“เช้านี้จิตไม่ค่อยสงบค่ะ”

“ร้อนเล็กน้อย…กังวลบางอย่าง” ท่านล่วงรู้

“เอ้อ…ค่ะ…”

“ยังปล่อยวางไม่หมด อยู่ที่นี่นานแล้วนะ…”

“หรือจะเป็นกรรมของรีด้าคะ?”

“ทุกคนมีกรรมเป็นของตัวเอง”

“รีด้าเป็นแม่มด…”

“แม่มดก็เหมือนคนล่ะ แต่เมืองเวทมนตร์มีอะไรพิเศษกว่าคือมีคาถาอาคม แต่คาถาอาคมก็คือความว่างเปล่านะ ว่าง…และเปล่า เหมือนมนุษย์ สุดท้ายคือ…ว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย”

“ค่ะ”

“ตั้งใจให้มาก สวดมนต์ สมาธิ ให้หลุดพ้น จน…จนไม่มีอะไรเลย”

“รีด้ากราบนอบน้อมในคำสั่งสอนค่ะ”

“ไปเถอะ…พูดน้อย ปฏิบัติให้มาก ต้องทำด้วยตัวเอง ใครก็ช่วยไม่ได้…”

แม่ชีชราลึกลับ ‘เห็น’ อะไรบางอย่าง…ล่วงหน้า…แต่พูดไม่ได้…ไม่ได้…

 

 

แม่มดทาฮิร่ากระวนกระวายในสภาพรอบด้าน

ตนถูกตะเกียงแก้วดูดให้เข้ามา…

ตะเกียงแก้วมนต์ดำ…ทุกอย่างในนี้จึงดำ…ทั้งตู้ โต๊ะ เตียง กำแพงรายล้อม…ล้วนสีดำ!

ตะเกียงแก้วที่เรนี่นำมาคืนเป็นของปลอม เพราะไม่ทันระวัง เพราะมัวแต่ตกใจ จึงพลาดท่าอีเวอลีน

“อีเวอลีน…ปล่อยข้านะ ปล่อย…”

พยายามทุกหนทางที่จะออกไป ความดำมืดและรวมความร้ายกาจปิดบังจนใช้คาถาไม่ถนัด

มีเสียงหัวเราะลั่น

“ฮ่า…ฮ่า…ฮ่า…แม่มดทาฮิร่าก็มีวันนี้ วันที่ถูกข้าจับคุมขังบ้าง ให้รู้รสความทรมานบ้าง ว่าข้าทรมานแค่ไหน”

“เจ้าใช้แผนร้าย…ใช้เรนี่เป็นตัวล่อ”

“ใช่แล้ว…ถ้าไม่ใช้แผนจะจับเจ้าได้เรอะ ยายทาฮิร่าผู้เก่งกาจ ผู้อาวุโส ผู้ปกป้องเมืองเวทมนตร์ แบบนี้จะปกป้องบ้านเมืองได้อย่างไง…พลาดแล้ว อยากได้ตะเกียงแก้วคืนนักจนดูไม่ออกว่าเป็นของปลอม”

“เรนี่น่าสงสารตกเป็นเครื่องมือเจ้า!”

“เรนี่เป็นหลานสาวแท้ๆ ของข้า มีสายเลือดข้า สายเลือดมาร มีพรสวรรค์พิเศษ และข้าจะสร้างเรนี่ให้เป็นตัวแทนข้าไปทำลายเมืองเวทมนตร์ มนต์ขาวจะต้องพ่ายแพ้ ใครศึกษามนต์ดำข้าจะให้รอด เมืองเวทมนตร์จะตกเป็นของข้ากับเรนี่ พวกเจ้า ข้าจะทำลายให้หมด หรือจับคุมขังให้หมด ให้เหมือนกับที่ทำกับข้ากับพวกศึกษามนต์ดำ!”

“อย่าทำเช่นนั้น อีเวอลีน…อย่า…ปล่อยข้า…กลับตัวเสียเถอะ”

“สายเกินไปแล้ว”

“ยังไม่สาย…”

“ข้ากับเรนี่จะครองเมืองเวทมนตร์ ข้าถ่ายทอดพลังให้เรนี่จนเรนี่เกือบได้พลังข้าแล้ว…อีก…อีกนิดเดียว…เรนี่จะเป็นผู้นำไปทำลายเมืองเวทมนตร์”

“เจ้าเป็นบ้าไปแล้ว เจ้าจะทำร้ายเรนี่ หลานสาวแท้ๆ ของเจ้าเอง”

“สายเลือดมนต์ดำ!”

“ข้าทำให้เรนี่เป็นฝ่ายมนต์ขาวได้ เจ้าช่างโหดร้ายนัก”

“ข้าต้องแก้แค้น ข้าต้องชนะ ถูกจับแล้วยังอวดเก่ง ยังพูดมาก อ้อนวอนขอชีวิตเจ้าดีกว่ามั้ย อยู่ในตะเกียงแก้วมนต์ดำของข้า เจ้าจะค่อยๆ ถูกดูดพลัง เจ้าจะค่อยๆ หมดแรง ระดับเจ้าอาจต้องใช้เวลานานหน่อย เจ้าจะได้เห็นจุดจบเมืองเวทมนตร์ และเปลี่ยนเมืองกลายเป็นมนต์ดำของข้า!”

แม่มดทาฮิร่าหายใจไม่ทั่วท้อง

“ถ้าจะแก้แค้นก็แก้แค้นข้าผู้เดียวสิ ข้าเป็นผู้จับเจ้า ทำร้ายข้าผู้เดียว ปล่อยผู้อื่น…ข้ายอมร่างแตกสลาย อย่าทำร้ายชาวเมืองที่บริสุทธิ์ อย่าเปลี่ยนให้ชาวเมืองเป็นคนเลวอย่างเจ้า มนต์ดำจะไม่สามารถทำให้เมืองเวทมนตร์ดำรงอยู่หรอก ความเลวร้ายจะครองโลกไม่ได้หรอก เจ้าสำคัญผิดแล้ว อีเวอลีน…แก้แค้นข้าผู้เดียว…”

“แก้แค้นเจ้าคืออันดับหนึ่งที่ข้ารอคอย ข้าทำสำเร็จจับเจ้าได้ เจ้าไม่มีทางออกจากตะเกียงข้า ข้าจะไม่เปิดตะเกียงให้เจ้าออก อยู่อย่างทรมานเถอะ และรอดูผลงานของข้ากับเรนี่ต่อไป!”

“อย่าทำอะไรอีกเลย…อีเวอลีน”

“ข้าจะทำให้บรรลุผลสำเร็จ!”

“เรนี่…เรนี่…ช่วยยายด้วย…” ตะโกนหาเรนี่

ใบหน้าแม่มดอีเวอลีนบูดเบี้ยวอย่างโกรธแค้น

“เรนี่เป็นหลานข้า…หลานข้าผู้เดียว!”

ภายในตะเกียงแก้วเงียบสงบ…

แม่มดทาฮิร่ารู้ว่าพูดกับอีเวอลีนก็เปล่าประโยชน์ มารร้ายเข้าสิงอีเวอลีนเต็มตัวแล้ว เปล่าประโยชน์จะเจรจาด้วยดี จำต้องหาหนทางอื่น ตอนนี้ต้องเก็บพลังไว้ก่อน และแก้ปัญหา…

ป่านนี้ทางเคหาสน์คงรู้เรื่องแล้ว พยายามส่งกระแสจิตออกไปติดต่อกับเมืองเวทมนตร์

ใครสักคน…รับได้สิ…ต้องรับได้สิ…

ยัง…ไม่มีใครรับ…

บาบาร่า…วิล…เปเลส…เซลิน่า และเรนี่ หรือจะเป็น ชิกเก้น หรือ ไทเกอร์ รับรู้ ติดต่อกับตนได้สิ…ได้บ้างสิ…

พอเถอะ…พอเถอะ…อย่าให้มนต์ดำได้ก่อเรื่องเลย…

 

***

 

แม่มดเซลิน่าพยายามสืบเรื่องทาฮิร่าทางบิดากับพี่ชาย

เย็นนี้เซลิน่าอยู่ทานข้าวกับครอบครัว ทำให้พี่ชายประหลาดใจกล่าวว่า

“เจ้าไม่ได้ร่วมทานอาหารกับพวกเรามานานแล้ว”

“ลิน่าอยากพบป้าอีเวอลีน” แม่มดเซลิน่าพูดตรงๆ

“ที่แท้มีเป้าหมาย”

“ป้าไม่มาทานข้าวกับพวกเราหรือคะ…พ่อ?” หันมาถามบิดา

“ป้าเจ้าประหลาด อยากมาก็มา ไม่มาก็ไม่มา”

“ป้าน่าจะมาดูว่าพ่อกับพี่ไรอันฝึกมนต์ดำไปถึงไหน”

“จะถึงไหน…เจ้าก็ไม่รู้หรอก” พี่ชายโพล่ง “เพราะเจ้าไม่ร่วมฝึกคาถากับพวกเรา แต่ขอบอกว่าฝีมือพี่ก้าวหน้าไปมาก เพิ่งรู้ว่ามนต์ดำมีอานุภาพมากแค่ไหน ผู้ท่องคาถาด้วยตนเองจึงจะรู้”

แม่มดเซลิน่าเบ้ปาก

“อานุภาพทำลายล้างล่ะไม่ว่า”

“พูดแบบนี้แล้วยังอยากพบป้าอีเวอลีน ป้าคงอยากพบเจ้านัก”

“อยากพบจริงๆ”

“มีเรื่องอะไรล่ะ?”

แม่มดทาฮิร่าหายตัวไป…ป้าอีเวอลีนจับไปที่ไหน แต่ยังพูดกับครอบครัวไม่ได้

“ก็ไม่มีอะไรหรอก”

“อย่าคิดเกลี้ยกล่อมให้เลิกฝึกมนต์ดำ ป้าเขาระดับไหนแล้ว ขนาดพี่อยู่ใกล้พี่ยังสัมผัสได้ว่า พลังป้ามหาศาล พี่อยากมีพลังอย่างป้าบ้าง เสียดายพี่ไม่ใช่เรนี่ เรนี่โชคดีที่สุด รับพลังจากป้าโดยไม่ต้องฝึกเลย”

“ไม่ชอบเรนี่!”

“เรนี่เป็นน้องเรานะ อย่าหาเรื่อง เดี๋ยวป้าอีเวอลีนโกรธขึ้นมา พวกเราจะลำบากและเดือดร้อน”

ทั้งบิดาและพี่ชายกลัวป้า…ก็สมควรนะ เพราะหวังพึ่งป้าขนาดนั้น แต่เซลิน่าแอนตี้จะตาย

ในค่ำคืนนั้น เซลิน่าตื่นกลางดึกเพราะรู้ว่าบิดากับพี่ชายมักจะแอบฝึกมนต์ดำในยามวิกาล

หล่อยเคยแอบดูการฝึกคาถาของบิดากับพี่ชายหลายครั้ง บางครั้งก็เห็นป้าอีเวอลีนด้วย

ค่ำคืนนี้…โชคดีจริงๆ ที่เจอป้าอีเวอลีน

เสียงคุยกันของพี่น้อง เซลิน่ารับฟังอย่างสนใจ

“ใกล้เวลาจะบุกเมืองเวทมนตร์แก้แแค้นให้กับการทนทุกข์ทรมานของข้าอย่างยาวนาน” เสียงป้าอีเวอลีนแสดงถึงพลังและแรงอาฆาต

“พวกเรายังฝึกมนต์ดำขั้นสูงไม่ได้เลย” บิดาแย้ง

“ไม่เป็นไร เพราะเรามีเรนี่ช่วย ข้าส่งพลังของข้าให้เรนี่จนเกือบสมบูรณ์แล้ว”

“พี่อี…ข้าก็อยากได้แบบเรนี่”

สายตาอีเวอลีนมองอย่างหมิ่นๆ

“เจ้ากับลูกชายต้องฝึกไป เจ้าสองคนไม่มีพรสวรรค์อย่างเรนี่ อย่างลิน่า”

พ่อมดไรอันกำมือแน่น โพล่ง

“ทำไมพวกเราไม่มีพรสวรรค์ ในเมื่อเรากระตือรือร้นยิ่งกว่าเรนี่หรือลิน่าด้วยซ้ำ เราตั้งใจมากกว่า เราต้องการมากกว่า”

“พรสวรรค์ไม่ได้เกิดได้กับทุกคน”

“แล้วข้าจะต้านทานพลังกับเหล่าแม่มดอาวุโสได้เรอะ ป้าอี…อย่างพลังแม่มดทาฮิร่ากับบาบาร่า ที่ป้าอีก็ยังเคยพ่ายแพ้”

“ข้าตัดพลังของสองแม่มดอาวุโสแล้ว ยายทาฮิร่าอยู่ในมือข้า ถูกข้าจับขัง”

ไรอันเบิกตากว้าง ทำเสียงไม่เชื่อ

“จับยายทาฮิร่าขัง” ส่ายศีรษะ “เป็นไปไม่ได้เลย…เป็นไปไม่ได้”

“เพราะข้าใช้แผนลวง ใช้เรนี่เป็นเครื่องมือ ทำให้เหมือนเรนี่พบตะเกียงแก้วของยายทาฮิร่า นำไปคืน ที่แท้มันเป็นตะเกียงเสกของข้าเอง ตะเกียงจากมนต์ดำ ที่ดูดเอาร่างยายทาฮิร่าเข้าไปในตะเกียง ถ้าไม่ใช้ทีเผลอ ไม่ใช้แผน คงยากจะให้ทาฮิร่าอยู่ในกำมือ เพราะพลังในตัวทาฮิร่าไม่ได้ด้อยกว่าข้าเลย”

พลังความดีของทาฮิร่า…พลายพันปี ที่ทาฮิร่าเพิ่มพูนขึ้นจากเมืองเวทมนตร์บ้านเกิด ชาวเมืองรักยายทาฮิร่า ทั้งที่ภาพภายนอกอาจดูยายทาฮิร่าจะสบายๆ ป้ำๆ เป๋อๆ บ้าง ยายยังเป็นที่รักและเคารพเสมอมา

แม่มดเซลิน่าตกใจกับความจริง ที่ยายทาฮิร่าถูกยายอีเวอลีนจับเข้าไปอยู่ในตะเกียงมนต์ดำ

เกือบจะอุทานออกมาดังๆ แต่รีบปิดปากตัวเองแน่น

หากก็ยังพลาด…

แม่มดอีเวอลีนเบิกตากว้าง สัมผัสได้มีใครอยู่บริเวณนี้

“ใคร…ออกมา!”

เซลิน่าจะปรากฏตัวดีไหม…อาจถูกยายลงโทษหรือทำร้าย เพราะอยู่คนละฝ่าย

ขณะกำลังคิดอยู่นั้น ร่างของหญิงสาวก็ถูกแรงมหาศาลมาดึงแขนไป

“ยายบาบาร่า!” มาดึงตัวหล่อนไป ลอยละลิ่ว และหายวับไปยังเคหาสน์ของทาฮิร่า รอดจากอีเวอลีนได้อย่างหวุดหวิด

 

 

Don`t copy text!