มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 50 : แผนฟื้นฟูกิจการ

มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 50 : แผนฟื้นฟูกิจการ

โดย : โสภี พรรณราย

มนตราตะเกียงแก้ว โดย โสภี พรรณราย เรื่องราวของเมืองเวทย์มนตร์และมนตราสำคัญที่ผนึกอยู่ในตะเกียงของท่านยาย เมื่อวันหนึ่งตะเกียงถูกขโมยไป อันตรายใหญ่หลวงกำลังคุกคามโลกเวทย์มนตร์ หัวขโมยจะนำเอามนตราที่อยู่ในตะเกียงแก้วไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด…นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​

-50-

อีกครั้งที่สมาชิกอยู่กันครบ เพื่อปรึกษาหารือจะช่วยเหลือแม่มดทาฮิร่า

แม่มดบาบาร่าหน้าขรึม

วิล…เปเลส และเซลิน่าพูดไม่ออกเลย

เจ้าชิกเก้นทำลายความเงียบขึ้น

“สงสารยายทาฮิร่าจัง นึกว่าหายไปไหน ที่แท้ถูกแผนร้ายของยายอีตัวแสบจับไปซะเนี่ย ป่านนี้จะทุกข์ระทม น้ำตานองหน้าขนาดไหน มาถูกจับเอาตอนแก่ แกรักอิสระจะตาย และชีพจรลงเท้าชอบไปโน่นไปนี่ ชอบเที่ยวโลกมนุษย์พบปะผู้คน ป่านนี้นั่งอยู่ในตะเกียงมนต์ดำ น้ำตาหลั่งเป็นสายแน่ๆ”

ยายบาบาร่าห้าม

“หยุดพูดเถอะ ไร้สาระ ข้ารำคาญ หาทางช่วยยายทาฮิร่าก่อน”

พ่อมดวิลเอ่ยขึ้น

“ตะเกียงแก้วมนต์ดำคงมีอานุภาพร้ายกาจ จนยายทาฮิร่ายังหาทางออกมาไม่ได้นะครับ”

“นั่นสิ…ร้ายกาจมาก มิน่าล่ะ ข้าถึงเห็นภาพทาฮิร่านั่งอยู่ในที่แคบๆ เป็นห้องเล็กๆ ที่แท้อยู่ในตะเกียงนี่เอง”

“เพราะแผนร้ายแท้ๆ ไม่งั้นยายทาฮิร่าคงไม่พลาด” เปเลสว่า

“เรนี่ถูกใช้เป็นเครื่องมือ” วิลแก้ตัวแทน

“ใช่สิ…เครื่องมือ เพราะเป็นทายาทไงล่ะ ทายาทมนต์ดำ เก็บไว้เถอะ…ไว้ทำลายเมืองเวทมนตร์ของเรา!”

“เธอกับเรนี่เป็นพี่น้องกันนะ…”

“ใครอยากเป็นล่ะ!”

“ลิน่า…ไม่เอาน่า…มีเหตุผลหน่อย”

“เหตุผลที่ให้ยอมรับว่าวิลรักเรนี่ รักแม่มดกึ่งมนุษย์ที่เพิ่งรู้จักไม่นาน”

วิลอึดอัด มองไปรอบๆ

“อย่าเพิ่งพูดเลย”

เจ้าไทเกอร์จึงพูดกับเจ้าชิกเก้นว่า

“หนีไม่พ้นอารมณ์หึงหวงอีก”

“ไหนแม่มดลิน่าว่าทำใจได้แล้ว” ชิกเก้นว่า

“ผู้หญิงนะ อารมณ์ขึ้นลงเป็นพักๆ เป็นระยะๆ”

“สงสารพ่อมดเปเลส”

“รักข้างเดียวก็แบบนี้ล่ะ”

ยายบาบาร่าโบกมือ

“ตอนนี้พวกเราต้องพยายามหาตะเกียงแก้วมนต์ดำให้พบก่อน และหาทางช่วยทาฮิร่าก่อน เราถูกตัดพลัง…เราต้องได้ตัวทาฮิน่ากลับคืนมา!”

คือข้อสรุป…และปรึกษาหารือกัน…

 

***

 

เรนี่มาเยี่ยมอาบงกชที่โรงพยาบาลซึ่งปกติก็มาทุกวัน

ยิ่งอากชบอกจะออกจากโรงพยาบาล…อาการอาก็ยิ่งไม่ดี จนแพทย์ไม่อนุญาตให้กลับบ้าน

พอจะลุกก็ทำท่าวิงเวียนจะเป็นลม ต้องพยายามนอนนิ่งๆ ซึ่งคนป่วยก็เกลียดอาการตัวเองนัก

“อาอยากกลับบ้าน อยากกลับไปทำงาน”

เรนี่จับมืออาหญิง

“แค่ลุกมาเดิน อากชยังแทบไม่ไหวเลย”

“ทำไม…ทำไม…อาต้องมาป่วย ยังหาสาเหตุไม่ได้”

“เพราะอากชเครียดสะสมมานานไงคะ จนร่างกายประท้วงแล้ว ให้อากชพักแล้ว”

“แต่ถ้าอาไม่ไปจัดการ ไม่ออกไปหาเงินทุนมาเพิ่ม ห้างเราจะล้ม จะถูกฟ้องล้มละลาย”

“เรื่องเงิน…เอ้อ…เรนี่จะหาทางเองค่ะ”

“เรนี่…ดูหลานก็แปลกๆ ไปนะ หน้าตาหม่นหมอง…ดำคล้ำ” บงกชทักหลาน

หญิงสาวยกมือลูบหน้าแผ่วเบา หล่อนพึมพำ

“หม่นหมอง…คล้ำ…หรือคะ?”

“เป็นอะไร?”

“เพราะนอนน้อยมังคะ”

หมู่นี้ยายอีเวอลีนมารบกวนหล่อนบ่อย มาพบในยามวิกาล มาพาหล่อนไปถ่ายทอดพลังงานมนต์ดำ

เจ็บปวดทรมาน ยายก็ไม่ยอมหยุด

ยายมักบอกเกือบสุดท้าย…เกือบสุดท้าย และสุดท้ายก็ยังไม่หยุดสักที

“เธอนอนไม่หลับเรอะ?” บงกชเป็นห่วง

“ไม่ต้องห่วงเรนี่หรอกค่ะ”

“อาห่วงมาก…”

“เรนี่จะหาเงินมานะคะ”

“ต้องใช้หลายร้อยล้านจึงจะพอ…ในขั้นแรก”

“เรนี่จะค่อยๆ แก้ปัญหาไปทีละน้อยค่ะ”

“ยังเงินกู้นอกระบบห้าสิบล้าน”

“ไม่ต้องห่วงค่ะ รับรองว่าช่วงนี้ไม่กล้ามาทวงอาหรอกค่ะ” เรนี่มั่นใจ

ลองมาสิ…มาเลย จะเจอดีอย่างคราวที่แล้ว

ใช่…เรนี่ร่ายคาถาไว้แล้ว ขืนมาทวงอากช…แค่จะก้าวแรกเข้าสู่โรงพยาบาล ก็จะเจอฝูงสุนัขป่าเตรียมขย้ำเหยื่อ!

จะไม่มีใครเห็นนอกจากกลุ่มทวงหนี้!

“ทำไมจ๊ะ เราเป็นหนี้เราต้องชำระ”

“เล่นคิดดอกเบี้ยมหาโหด ไว้ก่อนเถอะค่ะ ไว้ดิ้นรนทีหลังเลย เรนี่อยากแก้ปัญหาที่สำคัญก่อน”

“ถ้าพี่ยุยอมช่วยก็ดีเลย” เสียงคนป่วยแผ่วเบา

“แม่ใหญ่ช่วยได้หรือคะ?”

“พี่ยุยังเหลือสมบัติส่วนตัว โฉนดที่ดินหลายแปลง และเครื่องเพชรพลอยอีกหลายชุด”

“ถ้าขายทั้งหมดได้เท่าไหร่คะ?”

“ที่ดินหลายแปลงรวมๆ กัน ก็อาจได้ห้าหกร้อยล้าน ส่วนเครื่องเพชรก็อีกหลายร้อยล้าน ขายเร่งด่วนราคาอาจจะตก แต่สำหรับอา ถ้าขายมากอบกู้กิจการมาอุดดอกเบี้ยยังดีกว่าดอกเบี้ยทบต้นจนรับไม่ไหวแล้ว”

“แม่ใหญ่ควรจะขาย!”

“อาพยายามขอแล้ว แต่ทั้งหมดเป็นสมบัติส่วนตัวเองของพี่ยุ เราบังคับไม่ได้”

“ครอบครัวเดียวกันแท้ๆ ต้องแยกสมบัติส่วนตัวกับส่วนรวมหรือคะ”

“ก็เป็นสิทธิ์ของพี่ยุนะ…เรนี่ ถ้าพวกเราล้ม เลิกกิจการ พี่ยุก็สบายกับครอบครัวเธอ”

เรนี่เบ้ปาก

“เอามาช่วยห้างก่อนไม่ดีกว่าหรือคะ”

“จ้ะ…อาก็คิดอย่างงั้น…แต่…”

“ต้องมาช่วยก่อน!”

คนป่วยโคลงศีรษะ

“ปู่กับพ่อเรนี่เกลี้ยกล่อมให้ขายไม่สำเร็จสักที”

“มันต้องสำเร็จสิคะ”

“คนอย่างพี่ยุบังคับไม่ได้นะ พี่ยุเป็นคนใจแข็งมากด้วย”

“แม่ใหญ่เห็นแก่ตัว ขนาดสมบัติอากชยังขายหมดเลย”

“อาต้องขายเพราะคำสั่งคุณพ่อ ปู่ของเธอดื้อรั้นที่สุด ถึงจะต้องตายก็ไม่ยอมขายห้าง”

“โอ๊ย! ผู้ใหญ่ล้วนดื้อ…ดื้อ…ดื้อ…” เรนี่เบ้ปากอีกครั้ง

“อาเองก็รู้สึกไม่ดีเลย ไม่รู้จะได้ออกจากโรงพยาบาลหรือเปล่า หรือต้องตายที่นี่แล้ว ใครจะช่วยกอบกู้กิจการห้างซาร่าได้”

“เรนี่ค่ะ”

“เธออายุยังน้อย เธอแบกรับปัญหาไม่ไหวหรอก และไม่มีหนทางด้วยซ้ำ”

“เรนี่ทำได้ค่ะ!”

“เรนี่…”

“ค่ะ…ตอนพนักงานประท้วง เรนี่ยังหาเงินยี่สิบล้านมาจ่ายเงินเดือนพนักงานได้เลย ตอนพวกทวงหนี้นอกระบบมาทวงหนี้อากช เรนี่ก็จัดการให้พวกเขาไม่มารบกวนอาอีก”

“แต่เรายังต้องคืนหนี้ให้ธนาคาร แค่ดอกเบี้ยก็ไม่รู้กี่ร้อยล้าน”

“เงินแม่ใหญ่ไงคะ”

“แม่ใหญ่ไม่ยอม”

“เรนี่มีวิธีค่ะ”

“ไม่นะ…ถ้ามีวิธีเธอคงจัดการช่วยอานานแล้ว”

เรนี่ยิ้มกว้าง…เมื่อก่อนทำอะไรไม่ได้ ตอนนี้เป็นแม่มดแล้ว มีอำนาจ และคาถาแล้ว

แม่ใหญ่อยู่ในเงื้อมมือหล่อน!

“ค่ะ…เรนี่เพิ่งมีวิธีค่ะ…อากชเชื่อใจเรนี่นะคะ จะให้แม่ใหญ่เอาที่ดินกับเครื่องเพชรออกมาขาย กอบกู้กิจการห้างซาร่าของพวกเราทุกคน!”

 

เรนี่รอจังหวะ…

รอให้แม่ใหญ่ออกจากบ้านไปทานอาหารกับเพื่อนที่โรงแรมมื้อเที่ยงและกลับเข้ามาบ้านในตอนบ่ายสามโมง

พ่อกับปู่นอนพักอยู่ในห้อง พี่วิชากับพี่เกศราไปทำงานที่ห้าง หล่อนดักรอ

คุณยุวดีแปลกใจ

“อ้าว! นึกว่าไปทำงาน เห็นขยันนี่ หมู่นี้ไปห้างทุกวัน”

“ค่ะ…เรนี่จบปีนี้แล้ว มีเวลาว่าง เรนี่อยากช่วยงานที่บ้าน”

“ดีแล้วจะได้เห็นปัญหามานานเป็นสิบปีสักที”

“ปัญหาบางเรื่องแก้ได้นะคะ ถ้าครอบครัวช่วยกัน”

คุณยุวดีแค่นหัวเราะ

“จ่ายดอกเบี้ยทุกเดือนหนักขนาดนี้ ทบต้นเท่าไหร่แล้ว ห้างไม่รอดหรอก คุณพ่อก็อย่างงั้นล่ะ เชย…โบราณไม่รู้จักคิด ส่วนพ่อเธอก็ไม่สบาย สมองไม่แล่น อากชของเธอก็ล้มป่วยอีกคน โอ๊ย…มาเคราะห์ร้ายในตอนนี้ เหมือนเป็นลางบอกเหตุว่าบริษัทไม่รอดแน่ๆ จบแน่ๆ”

เรนี่ยังสงบ จ้องตาแม่ใหญ่

“ยังไม่ควรจบค่ะ”

คุณยุวดีค้อนลูกเมียน้อย

“มาจ้องหน้าอะไรฉัน?”

“แม่ใหญ่มีเงินนี่คะ”

“โอ๊ย…” อุทานดังขึ้นและถอยหลังก้าวหนึ่ง “ไม่ล่ะ เงินส่วนตัวฉัน…”

“ถ้าเอาออกมาช่วยบริษัทก่อน”

“มาอีกคนแล้ว คุณปู่ คุณพ่อของเธอ อาของเธอ ไม่มีใครบังคับฉันได้สักคน!”

“เรนี่ได้ค่ะ”

“อย่ามาทำเสียงต่ำๆ แสดงอำนาจกับฉัน”

“เรนี่จำเป็น”

คุณยุวดีแค่นหัวเราะ

“จำเป็นไปคนเดียวเถอะ เงินของฉัน ฉันจะเก็บไว้กินไว้อยู่กับครอบครัว ฉันยังมีลูกแท้ๆ ตั้งสองคน”

แม่มดสาวสวยโคลงศีรษะ

เมื่อก่อนไม่รู้ก็ให้ผ่านเลยไป ตอนนี้รู้แล้วตนเป็นใคร มีหรือเรนี่จะไม่ใช้อำนาจนั้น นี่คือพรสวรรค์ของเรนี่ที่หล่อนลำพองใจ

ดี เลว หล่อนจำเป็นต้องใช้ให้หมด เพื่อความอยู่รอด

หล่อนจ้องตาแม่ใหญ่

“มองตาเรนี่นะคะ”

“ทำไมต้องมอง” สะบัดเสียง ฝืนไม่มอง ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะรำคาญเรนี่ หากก็ฝืนไม่ได้ คำพูดของหญิงสาวเป็นคำสั่งให้ต้องทำตาม

มองตาหล่อน…มองตาเลื่อนลอย และไม่เป็นตัวของตัวเองในทันที ตกอยู่ในอำนาจของเรนี่

“โฉนดที่ดินกับเครื่องเพชรชุดใหญ่ๆ เอาออกมาให้หมด!”

“ได้สิ…ได้…”

คำพูดเปลี่ยนไป อย่างที่ไม่อาจต้าน

เฉพาะโฉนดแปลงใหญ่ กับ เครื่องเพชรชุดใหญ่ ก็คงได้มาแปดร้อยล้านได้ล่ะ มาช่วยกอบกู้กิจการในช่วงนี้ได้ทัน

“ขอบคุณแม่ใหญ่ล่วงหน้าค่ะ”

“ฉันจะจัดการให้เร็วที่สุด” ยังพูดอย่างเหม่อลอยไร้สติ

“ได้แล้วโอนเงินเข้าบัญชีห้างเลยนะคะ”

เรนี่โล่งอก หล่อนมาช่วยจัดการ จัดระเบียบบริษัทใหม่ เพื่อให้ห้างซาร่ารอดจากล้มละลาย และที่สำคัญที่สุดหล่อนตั้งใจจะช่วยอาบงกชคืออันดับแรกที่หล่อนต้องทำ!

 

***

 

เรนี่มาทำงานที่ห้างอย่างเบิกบานขึ้น

ในห้องประชุม หล่อนเริ่มวางแผนกับฝ่ายบัญชี และบัญชีก็โล่งใจ ฝ่ายการเงินก็โล่งใจที่จะมีเงินก้อนเข้ามาภายในเดือนนี้

ประชุมจนเหนื่อย ก็นั่งพิงพนักเก้าอี้

ที่นั่งของอากช…ห้องทำงานของอากช

อากชไม่ดีขึ้นเลย อากชกลับดูทรุดลงกว่าวันที่เข้าโรงพยาบาลแรกๆ ด้วยซ้ำ

แต่ว่าข่าวดีเรื่องแม่ใหญ่จะมอบโฉนดกับเครื่องเพชรออกมาช่วยห้้างจะเป็นข่าวดีทำให้อากชอาการดีขึ้น

เดี๋ยวหล่อนเคลียร์งานอีกนิด แล้วจะแวะไปเยี่ยมอากชที่โรงพยาบาล

หลับตาพักสายตาแป๊บ เกือบหลับ แต่ก็สะดุ้งเพราะมีแสงลมปลิวเข้ามาในห้องทำงาน

หล่อนลุกขึ้นทันที

“คุณ!”

พ่อมดวิลปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าเคร่งขรึม กังวล แววตาสงสัยและขัดแย้ง

“มาแบบนี้มีปัญหาแน่” หล่อนพึมพำ

วิลไม่พูดอะไรแต่รี่เข้ามากอดหล่อนแน่น

อ้อมแขนอบอุ่นกอดแน่น วิลอัดอั้นเหลือจะบรรยาย กอดหล่อน…กอด…

เรนี่งง…

 

Don`t copy text!