มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 52 : โรคของบงกช

มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 52 : โรคของบงกช

โดย : โสภี พรรณราย

มนตราตะเกียงแก้ว โดย โสภี พรรณราย เรื่องราวของเมืองเวทย์มนตร์และมนตราสำคัญที่ผนึกอยู่ในตะเกียงของท่านยาย เมื่อวันหนึ่งตะเกียงถูกขโมยไป อันตรายใหญ่หลวงกำลังคุกคามโลกเวทย์มนตร์ หัวขโมยจะนำเอามนตราที่อยู่ในตะเกียงแก้วไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด…นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​

-52-

การตามหาแม่มดทาฮิร่ายังดำเนินไป…

แต่…ไร้ผล…

แม่มดอาวุโสบาบาร่าหนักใจ แต่พยายามจะไม่แสดงออกจนเป็นการบั่นทอนกำลังใจ วิล เปเลส และเซลิน่า

เจ้าชิกเก้นกล่าวขึ้น

“แย่แล้ว…แย่แล้ว เท่าที่รู้แม่มดอีเวอลีนถ่ายทอดพลังมนต์ดำให้เรนี่จนเกือบสมบูรณ์แล้ว”

เรนี่ยิ่งเป็นแม่มดที่มีพรสวรรค์พิเศษ ขนาดไม่เคยเรียนวิชาอาคมมาก่อนเลย ก็ยังมีฤทธิ์เดช แค่คิดก็สำเร็จผลได้เลย หายากจริงๆ แม่มดแบบนี้” ไทเกอร์เสริม

“วิเศษนักนะ น่าชื่นชมนักนะ แม่มดที่มีพรสวรรค์แบบนั้น มีจิตโหดร้ายแบบนั้น” แม่มดเซลิน่าโพล่ง

เปเลสะกิดเตือน

“ลิน่า…จนป่านนี้แล้วยังอคติอีก ต้องร่วมมือกันต่างหาก อย่าแบ่งแยก อย่าลืมว่าบิดาเธอกับพี่เธอก็ฝึกคาถามนต์ดำ และพวกเธอก็เป็นญาติสนิท”

“ลืมทุกที…แต่ลิน่าไม่มีอคติ…เรนี่เป็นอย่างงั้นจริงๆ…ร้าย…เจ้ามารยา มีสายเลือดแม่มดอีเวอลีนเต็มตัว”

“ไม่จริงเลย พิสูจน์ได้ว่าเรนี่มีจิตใจ มีชีวิต มีความคิดเป็นของตัวเองจากที่เอาชีวิตปกป้องวิลไงล่ะ”

วิล…รู้เต็มอก…

เรนี่ไม่ยอมให้เขาตาย เพราะอะไร…รู้ใจของหล่อน คือ…ความรักที่เรนี่ไม่แสดงออก

“ก็เรนี่…” เซลิน่าพูดไม่ออก ถ้าจะให้หล่อนปกป้องวิลด้วยชีวิตหล่อนก็ยอมนะ แล้วก็พูดออกมาจนได้ “ วิลดีต่อเรนี่…เธอก็เลยจะเก็บวิลไว้ปั่นหัวเล่นไง”

“มันไม่ใช่อย่างงั้น” เปเลสว่า

“เรนี่ไม่ปั่นหัวฉัน…เรนี่ใช้ชีวิตขวางกั้นอีเวอลีน ถ้าไม่มีเรนี่ ฉันต้องตายไปแล้ว” วิลกล่าวหลังจากเงียบมาตลอด

หัวใจเราสอง…ตรงกัน…เชื่อมถึงกัน

แม่มดบาบาร่าก็เห็นด้วย

“ใช่…อย่างน้อยแม้มีจิตมารในตัว มีคาถามนต์ดำจากการถ่ายทอดพิเศษของอีเวอลีน เรนี่ยังมีจิตใจบริสุทธิ์เรื่องความรัก”

“เรนี่รักวิล” เปเลสเสริมอย่างตั้งใจ โดยมองหน้าเซลิน่า

“จะพูดแต่เรื่องความรักเรอะคะ ไม่ใช่มาประชุมหารือเพื่อช่วยยายทาฮิร่าหรือคะ?” แม่มดสาวเปลี่ยนเรื่อง แม้พยายามทำใจเรื่องวิลตลอดมา ก็ยังอดไม่ได้ที่จะอิฉาเรนี่

“พูดถึงความรักของเรนี่ก่อนเพราะนี่ล่ะอาจเป็นเริ่มต้นให้เรนี่เป็นฝ่ายเราได้” เปเลสว่า

“ถูกต้อง” บาบาร่าเห็นทางเช่นเดียวกับเปเลส “ใช้ความรักของเรนี่ชนะมนต์ดำ”

“แล้วยายทาฮิร่าล่ะคะ?” เซลิน่าถาม

บาบาร่าหันทางเซลิน่าและจ้องมองหล่อน

“บางทีเรนี่คนเดียวก็อาจทำไม่เต็มที่”

“ยายจ้องมองลิน่าทำไมคะ?”

“อยากให้ช่วย”

“ลิน่าเต็มใจอยู่แล้วค่ะ”

“ลิน่าเป็นหลานอีเวอลีนเหมือนกัน ใช้แผนยอมฝึกมนต์ดำกับอีเวอลีนเพื่อสืบหาตะเกียงแก้วปลอมของอีเวอลีนช่วยยายทาฮิร่าออกมา!”

“ลิน่าเกลียดมนต์ดำ และปฏิเสธยายอีเวอลีนตลอด”

“ถ้าเจ้าไม่ใกล้ชิดกับอีเวอลีนแล้ว ก็ไม่มีโอกาสเข้าใกล้กับตะเกียงแก้วปลอมได้เลย”

“เอ้อ…”

“เจ้าต้องช่วยกันกับเรนี่ ช่วยทาฮิร่าให้ได้ ยายสังหรณ์ใจอีกไม่นานอีเวอลีนจะต้องบุกมาทำลายเมืองเวทมนตร์ ถึงตอนนั้นพวกมนต์ขาวจะตายหมด เหลือแต่พวกที่ยอมช่วยอีเวอลีน และจะหลงเหลือแต่ความชั่วร้าย”

ไม่ชอบทั้งยายอีเวอลีน ไม่ชอบทั้งเรนี่…แต่…แต่…การรับปากคือความถูกต้องที่ต้องกระทำ

***

อาหารเย็นพร้อมหน้าวันอาทิตย์ในครอบครัว ขาดก็แต่บงกชที่อยู่โรงพยาบาล เรนี่ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ในขณะที่มีหลายคนอารมณ์ไม่ดีนัก โดยเฉพาะวิชากับเกศรา

และคุณยุวดีก็มีอาการงงๆ สับสนๆ

คุณสุมิตกล่าวชื่นชมภรรยา

“ผมซาบซึ้งมากที่คุณยอมช่วยห้างซาร่า ตั้งแต่แต่งงานกันมา ครั้งนี้คุณทำถูกต้องที่สุดแล้ว”

“ใช่…พ่อก็ต้องขอบใจสะใภ้ของพ่อมากนะ” คุณอำนวยกล่าวกับสะใภ้

เช่นเดียวกับเรนี่ที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กล่าวว่า

“เรนี่ในนามของอาบงกช และพนักงานห้างทุกคนซาบซึ้งเช่นกันค่ะที่แม่ใหญ่ยอมทุ่มทั้งเครื่องเพชรทั้งที่ดิน ยอมตัดใจขายเพื่อเอาเงินมาช่วยห้าง มากู้วิกฤตของห้าง ทำให้พวกเราโล่งอก ตัดดอกเบี้ย ตัดเงินต้นธนาคารได้ก้อนโต ช่วยต่อลมหายใจของห้างเรา อากชรู้ต้องดีใจแน่ๆ ค่ะ วันนี้เรนี่จะไปบอกข่าวดีกับอากชเองค่ะ”

วิชาโพล่งถามมารดา

“ทำไมคุณแม่ทำอะไรไม่ปรึกษาผมเลยครับ?”

“เอ้อ…แม่…” ตอบไม่ถูก

“มันเป็นสมบัติส่วนตัวของคุณแม่เองเลยนะครับ”

“ใช่…แต่…แต่…แต่…” พูดไม่ออก

“หมดกัน…หมดกัน…”

เช่นเดียวกับเกศราก็โวยวายมารดา

“แม่ใจแข็งมาตลอดกับอากช ทำไมอยู่ๆ มาใจอ่อนกับเรนี่…เรนี่เป็นแค่ตัวแทนอากช เพิ่งเข้ามาบริหารงานห้าง มือใหม่แท้ๆ”

“ก็แม่…แม่…ไม่รู้…”

โดนคาถาของเรนี่จนเบลอแล้ว

“แม่คะ…แม่โดนของเรอะ ดูแปลกๆ”

“แม่ไม่รู้…”

เกศราหันมาเล่นงานเรนี่

“ว่าไง…ยัยเรนี่ เธอต้องเล่นของใส่แม่พี่แน่”

เรนี่ยิ้มหวาน

“ถ้าเรนี่มีวิชาเล่นของ เรนี่จะเล่นใส่พี่เกศเป็นคนแรกเลย เอาให้รักให้หลงเรนี่”

“เพราะพี่ไม่มีผลประโยชน์ให้เธอเหมือนแม่”

“แม่ใหญ่เกิดใจดีมีเมตตาขึ้นมา พี่เกศน่าจะดีใจนะคะ ดูสิคะ คุณพ่อกับคุณปู่ยังดีใจเลย พี่เกศกับพี่วิชาควรจะยินดีด้วย เพราะห้างเป็นของตระกูลเรานะคะ”

“กลัวว่าต่อให้ทุ่มอีกหลายร้อยล้านก็ยังเอาไม่อยู่”

“ขอเพียงมีเงินและวางแผนใหม่อย่างดี เราเริ่มฟื้นฟูกิจการให้มืออาชีพช่วย เรนี่จะปรึกษาอากชอีกครั้ง ถ้าเริ่มมีเงินทุนจะได้เริ่มอะไรใหม่ๆ ได้ค่ะ”

“โอ๊ย…ปวดหัว” หันมาทางมารดาอีกครั้ง “แม่นะแม่ ทำอะไรไม่ปรึกษาลูกๆ”

คุณยุวดีเอาแต่ส่ายหน้า

“แม่ไม่รู้…ไม่รู้…”

คุณปู่อำนวยตำหนิหลานสาว

“ยัยเกศ ปู่เห็นด้วยกับแม่แก แกจะเอาอย่างไง จะให้พวกเราตายหมดและแกอยู่รอดกับแม่แกเท่านั้นเอง”

“ยังดีกว่าตายหมู่นะคะ ปู่”

“พนักงานอีกเป็นร้อยเป็นพัน ชีวิตพวกนั้นจะเป็นอย่างไงถ้าตกงาน”

“ไม่รู้ค่ะ!”

“ห้างเป็นสมบัติที่เหลือสุดท้ายในชีวิตปู่ เห็นแก่ปู่เถอะ…”

“ขอให้ห้างรอดจริงๆ เถอะค่ะ” เกศราเหนื่อยใจ

“นั่นสิครับ…ห้างรอดก็เท่ากับพวกเรารอด” วิชาว่า

เรนี่โพล่งว่า

“โอ๊ย…คิดในแง่ดีหน่อยสิคะ เรนี่มั่นใจมาก…มาก…มาก…รอดค่ะ ห้างเรา พี่วิชาอย่าลืมล่ะ ว่าเรนี่ช่วยกอบกู้ห้างได้ พี่จะกราบเรนี่”

“อย่าว่าแต่กราบเลย ให้ล้างเท้ายังยอม!”

เรนี่หัวเราะชอบใจ

“เรนี่มั่นใจค่ะ…มั่นใจค่ะ…”

***

เรนี่มาที่โรงพยาบาลตั้งใจจะบอกข่าวดีกับอาบงกชแต่กลับพบว่ามีเรื่องสุขภาพของอากชที่น่าเป็นห่วง

มะเร็งลำไส้!

ต้องผ่าตัดด่วนพรุ่งนี้เลย

“ทำไมเป็นแบบนี้คะ…ทำไม?” เรนี่ตกใจ

บงกชกลับสงบนิ่ง

“อาก็ไม่รู้ แต่เมื่อเป็นแล้วก็คือเป็น…”

“อาคะ…เรนี่ไม่ยอม…ไม่ยอม…” จากที่หล่อนเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้ม…กลับกลายเป็นพบเรื่องทุกข์

รักอาบงกชเสมือนแม่แท้ๆ มันต้องไม่ใช่แบบนี้สิ กำลังจะมีเรื่ิองดีๆ เข้ามา…

“มีอะไรจะบอกอาหรือเปล่า?”

“มันไม่สำคัญไปกว่าชีวิตของอากชแล้วค่ะ”

“เรื่องห้างใช่มั้ย?”

“ค่ะ…แม่ใหญ่ให้ที่ดินกับเครื่องเพชรมาช่วยบริษัท ขายได้หลายร้อยล้าน ห้างเรากำลังจะฟื้นตัวค่ะ”

อาบงกชมีรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้า พึมพำว่า

“ไม่น่าเชื่อ…ไม่น่าเชื่อ…”

“จริงๆ นะคะ”

“เรนี่…หนูทำได้อย่างไร?”

“เรนี่ทำได้ทุกอย่างค่ะ เพื่อห้างของเรา เพื่องานที่อากชทุ่มเทจนล้มป่วย จนเป็นแบบนี้”

“ถ้าพี่ยุยอมช่วย ถึงตายอาก็ตายตาหลับแล้ว”

“อย่าพูดแบบนี้ค่ะ”

“มีข่าวดีอย่างงี้…อายอมตายนะ”

“ไม่ค่ะ…ไม่…”

“เรนี่…หนูทำได้อย่างไร?” บงกชถามซ้ำ

“ก็เรนี่เป็นแม่มดไงคะ เรนี่จึงทำได้ ร่ายคาถาได้…คนเดียวที่เรนี่อยากจะบอกคืออากช…แม่ของเรนี่…แม่อแนด้าเป็นแม่มด เรนี่มีสายเลือดแม่มด อากชค่ะ…เรนี่เป็นแม่มด…”

บงกชยังสงบนิ่ง จ้องหน้าหลานสาว และกล่าวห้าม

“อย่าบอกใครนะ…อย่าบอกใคร…”

“อากชไม่แปลกใจหรือคะ?” เรนี่กลับเป็นฝ่ายประหลาดใจกับกิริยาของอีกฝ่าย

“อาสงสัยมานาน ตั้งแต่พบอแมนด้า ยิปซีเร่ร่อน อาก็พอเดาออก อแนด้าไม่ใช่ยิปซีธรรมดา”

“แม่มดนะคะ…” เรนี่เน้น

“อาเชื่อว่าโลกนี้มีบางอย่างปะปนอยู่…คน วิญญาณ เทพ เทวดา แม่มด มาร ปิศาจ…มีทั้งนั้น…อแมนด้าแปลกประหลาด ก่อนจะหายตัวไปอย่างลึกลับก็ทิ้งคำพูดให้อาคิด ฝากเธอกับอา อแมนด้าบอกว่าไม่สามารถอยู่โลกมนุษย์ได้ อยูกับพ่อของเรนี่ได้ เพราะถ้าอยู่ต่อจะถึงขั้นทำให้พ่อเธอต้องตาย จึงยอมจากไป อแมนด้าว่าเธอไม่ใช่คนธรรมดา…เธอเป็นแม่มด…แต่ตอนนั้นอาไม่ทันคิดอะไร ไม่คิดอะไรจริงๆ”

“เรนี่มีเลือดแม่มดจริงๆ ค่ะ เรนี่ใช้อำนาจพิเศษทำให้แม่ใหญ่ยอมให้โฉนดกับเครื่องเพชรออกมาช่วยห้างเราค่ะ”

“ไม่ว่าเรนี่จะใช้วิธีไหน…ถ้าเป็นเรื่องแม่มด อาไม่อยากให้ใช้ แม้ผลลงเอยอาพอใจก็ตาม สำหรับเรนี่เป็นคนธรรมดา เป็นหลานที่อารัก”

“อาคะ…ตอนนี้เรนี่ไม่สนใจอะไรแล้ว เรนี่อยากให้อาหาย”

“เป็นกรรมของอาเอง จะต้องผ่าตัดพรุ่งนี้ และไม่รู้หลังผ่าตัดอาจะได้ลืมตามองโลกอีกหรือเปล่า”

“ต้องได้ค่ะ…ต้องได้…อาต้องหายและมาช่วยเรนี่บริหารงานห้าง เรามีทุนแล้ว อาต้องช่วยเรนี่…”

เรนี่…หล่อนเป็นอะไร…หล่อนเสียขวัญเหลือเกิน

เสียขวัญ…และอยากร้องไห้ ไม่ให้อากชเห็นน้ำตา แอบออกมาร้องไห้ที่ระเบียงห้องผู้ป่วยเงียบๆ

ร้องไห้…เจ็บปวด…

ทำไมเคราะห์กรรมต้องตกอยู่ที่อากชแสนรัก

โรคร้าย…มะเร็ง…คำนี้น่ากลัวสำหรับเรนี่

เรนี่รู้สึกตัวว่ายังเยาว์นัก ยังไม่พร้อมจะรับทุกอย่างต่อจากอากช ต้องมีอากชช่วย

อากชไม่ประหลาดใจที่เรนี่เป็น ‘แม่มด’ อากชเป็นคนที่นิ่งมากและเยือกเย็นเสมอ

หล่อนเลือกไม่ผิด ถ้าจะบอกใครสักคนต้องเป็นอากชเท่านั้น

อากชจะตายไม่ได้…อากชจะป่วยด้วยโรคร้ายไม่ได้

ไม่ได้!

แววตาของเรนี่วาวโรจน์…เป็นประกาย!

เรนี่จะใช้คาถาช่วยอาเอง!

อีกครั้งแล้ว…ถ้าเรนี่จะทำผิด…วิลต้องออกมาช่วย

“อย่าทำเด็ดขาด!”

เรนี่เบิกตากว้างเมื่อเห็นพ่อมดหนุ่ม หล่อนทำหน้าเซ็งทันที

“มาทำไมอีก ถ้ายายอีเวอลีนเห็น นายต้องเคราะห์ร้ายแน่ เรนี่อาจช่วยไม่ได้ทุกครั้ง”

“ฉันต้องมาช่วยเรนี่…”

“ช่วยเรนี่…จะตายก่อนด้วยคาถายายอีเวอลีนล่ะไม่ว่า”

“แต่ฉันกไม่อาจทนเห็นเรนี่ทำผิด”

ดวงตาหล่อนยังเต็มไปด้วยน้ำตาคลอ

“อากชเป็นมะเร็งนะคะ เป็นมะเร็ง โรคร้าย…คราวก่อนไม่ยอมให้เรนี่เสกเงินช่วยบริษัท ตอนนี้จะห้ามเรนี่เสกโรคร้ายให้ออกจากตัวอากชอีก แล้วจะเป็นแม่มดไปทำไม”

“เธอไม่เคยรู้การเป็นแม่มดมีจริยธรรม มีความประพฤติอย่างไรที่เหมาะสมสมควร เธอเอาแต่ใจ เอาแต่อารมณ์ ใช้อารมณ์เป็นใหญ่ ฉันต้องแนะนำเธอและดูแลเธอให้อยู่ในกรอบที่ถูกต้อง เรนี่…เธอต้องทำอะไรอีกมากมายและทำอย่างถูกต้อง อย่าใช้อารมณ์ช่วยคนด้วยวิธีผิดๆ”

“ช่วยอากชหรือคะ…ผิด?”

“โรคของอากช คือ สิ่งที่อากชต้องรับ เราช่วยไม่ได้ แม้แต่ยายทาฮิร่าก็ช่วยไม่ได้ อะไรที่พอให้ทำได้ก็จะผ่อนผันให้ อะไรที่ไม่ได้เลย อย่างเสกเงินมาใช้ หรือ เสกโรคร้ายให้หาย มันไม่ใช่ เธอจะต้องรับเคราะห์นั้นเอง เป็นโรคเองถ้าเธอทำผิดกฎเมืองเวทมนตร์”

“เรนี่ยอมเป็นแทนอากช!”

“อากชจะยอมหรือ?”

***

Don`t copy text!