มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 54 : ฝึกมนต์

มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 54 : ฝึกมนต์

โดย : โสภี พรรณราย

มนตราตะเกียงแก้ว โดย โสภี พรรณราย เรื่องราวของเมืองเวทย์มนตร์และมนตราสำคัญที่ผนึกอยู่ในตะเกียงของท่านยาย เมื่อวันหนึ่งตะเกียงถูกขโมยไป อันตรายใหญ่หลวงกำลังคุกคามโลกเวทย์มนตร์ หัวขโมยจะนำเอามนตราที่อยู่ในตะเกียงแก้วไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด…นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​

-54-

ความรู้สึกของบงกชยังสงบนิ่ง

หล่อนผ่านอะไรมามากแล้ว โดยเฉพาะปัญหาต่างๆ จนชาชิน แต่เรื่องน่ายินดีเช่นนี้ หล่อนควรหัวเราะหรือ หล่อนยังเป็นบงกชที่เงียบขรึม ครุ่นคิดตลอดเวลา

ทัศวรรณก้าวเข้าใกล้จับมือบงกชมากุมไว้

“กช…วรรณเองก็อยากขอโทษ…เพื่อนรัก…คำนี้วรรณไม่ควรได้รับจากกชเลย วรรณขอสารภาพตลอดเวลาถึงแต่งงานกับคุณชัยแล้ว เป็นภรรยาแล้ว เป็นแม่ของลูกสามคนแล้ว วรรณก็ยังกลัว ยังขี้ขลาด กลัวสามีตัวเองจะกลับไปหากช ทั้งที่รู้ว่ากชไม่มีวันทำผิดศีลธรรม ทั้งที่รู้ว่ากชเป็นคนดี คอยช่วยเหลือวรรณตั้งแต่วรรณยังวัยรุ่นเข้ากรุงใหม่ๆ เป็นเด็กกำพร้าบ้านนอก ยากจนไม่มีอะไรเลย กชเป็นคนที่ทำให้วรรณมีวันนี้ วรรณเห็นกชเป็นเพื่อนรักแต่ความเห็นแก่ตัว ความระแวง ความหึงหวงงี่เง่าของผู้หญิงที่ไม่มั่นใจตัวเองอย่างวรรณ…วรรณพยายามจะไม่ให้คุณชัยช่วยกช ห้ามปรามและยุยงให้คุณชัยเจ็บแค้นอดีต ระยะหลังพอเราอายุมากขึ้น…มากขึ้น เรารู้สึกเสียใจ เราพูดคุยกัน คุณชัยอ่อนลงมาก ไม่รู้วันนี้พรุ่งนี้ใครจะยังมีลมหายใจ ใครจะจากไป เราควรทำให้ถูกต้อง ทำให้ทุกฝ่ายสบายใจ อย่างน้อยก่อนตายก็ได้พูดความจริงที่อยากจะพูด ได้ขอโทษ ได้รับอภัยจากเพื่อน วรรณหวังว่ากชจะยอมรับเพื่อนรักคนนี้ให้เหมือนเดิม วรรณเลิกงี่เง่าหึงหวงอีกแล้ว วรรณอยากมีเพื่อน…มีมิตรภาพ…ที่สำคัญที่สุด วรรณเชื่อใจสามีของวรรณ และเพื่อนของวรรณ…เชื่อในมิตรภาพ…”

คุณทัศวรรณระบายความรู้สึก…ใช่…อดีตที่เห็นแก่ตัว กลัววรชัยจะกลับไปคบกับบงกช กลัวอะไรโง่ๆ ทั้งที่เป็นไปไม่ได้เลย

ใช่…กลัวความรู้สึกของสามีที่ยังรักบงกช แต่นั่น…หล่อนไม่ควรห้ามหัวใจใคร ใจส่วนหนึ่งของสามีมีหล่อน มีลูก มีครอบครัว นั่นหล่อนควรพอใจแล้ว ส่วนสามีจะมี ‘อดีต’ นั้น ให้สามีได้เก็บไว้ในความทรงจำส่วนลึก…เพราะทุกคนย่อมมี ‘อดีต’ จะหวานชื่นหรือเจ็บปวด คือ…ชีวิต

ทั้งคุณวรชัยและทัศวรรณ ต่างรอคำตอบของบงกช

น้ำตาซึม…ตาแดงก่ำ…คนป่วยพยายามกลั้นน้ำตา

โล่งอก…การผ่าตัดพรุ่งนี้จะสำเร็จหรือล้มเหลว บงกชก็พร้อมจะไปแล้ว…ตายตาหลับ และถ้าการผ่าตัดสำเร็จ หล่อนก็ยังมีโอกาสได้เห็นห้างซาร่าของบิดาได้ไปต่อ หล่อนได้ทำหน้าที่ ‘ลูก’ เต็มที่แล้ว เต็มความสามารถที่สุดแล้ว

บงกชยกมือปาดน้ำตา พลางกล่าวว่า

“ขอบคุณค่ะ…ขอบคุณมาก…คุณชัย และ…วรรณ…เพื่อนรัก…เพื่อนรัก…เพื่อนรักทั้งสองคนของกช”

ทัศวรรณเองก็มีน้ำตาไม่ต่างจากอีกฝ่าย

คุณวรชัยต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เขารู้ว่าตลอดเวลาหัวใจเขาอยู่กับบงกชตลอดเวลา เช่นเดียวกับบงกชที่รักเขา แต่เป็นรักต้องห้าม ให้อดีตคือความทรงจำแสนหวาน ไม่อาจลืม เต็มใจจะเก็บรักษาจนชั่วชีวิต

ทางด้านวิลกับเรนี่…เรนี่ปาดน้ำตาเช่นกัน วิลพูดขึ้นเบาๆ

“เธอเห็นหรือยัง…เรนี่…ปัญหาทุกปัญหามีทางออกเสมอ…”

เรนี่ค้อนวิล

“กว่าจะมีทางออก อากชต้องทนทุกข์ทรมานนานแค่ไหน ถ้าเรนี่รู้ว่าตัวเป็นแม่มดตั้งแต่แรกล่ะก้อ อากชสบายไปนานแล้ว ไม่ต้องรอมาตั้งสิบปีแบบนี้”

“โชคดีที่เธอไม่รู้ตัว”

“อย่านะ…อย่านะ อย่าห้ามเรนี่อีก ขอให้สิทธิ์เป็นแม่มดบ้างสิ ไม่งั้นจะเป็นแม่มดทำไม”

“เห็นเป็นเล่นไปได้ คิดแบบเด็กๆ เธอต้องเข้าอบรมการเป็นแม่มดที่ดี แต่ตตอนนี้ยัง…เพราะยังมีภาระต้องทำอีกเยอะ”

“หาตะเกียงแก้วอีกแล้ว”

“รู้หน้าที่นี่…”

“หาไม่เจอ” หล่อนเบ้ปาก

“อย่าท้อแท้สิ พวกเราตั้งความหวังที่เธอมากเหลือเกิน ก่อนที่โลกเวทมนตร์จะล่มสลายเพราะมนต์ดำของอีเวอลีน”

“มันจะร้ายแรงเพียงนี้เชียวหรือ?” หล่อนพึมพำ

“เรนี่…ไม่ใช่เล่นๆ นะ ดูเธอไม่ตั้งใจในการทำหน้าที่เลย หรือว่าเธอถูกมนต์ดำครอบงำจนเห็นผิดเป็นชอบ”

“ไม่นะคะ…ไม่…เรนี่ยังไม่อยากเป็นนางมาร…”

 

***

 

แม่มดเซลิน่านั่งหน้าเศร้าๆ และครุ่นคิดอยู่ที่สนามเคหาสน์ของตนเงียบๆ และนานมาก จนเวลาผ่านไป หล่อนยังนั่ง…นาน…

สะดุ้งเพราะเสียงทัก

“แม่มดเซลิน่าผู้หยิ่งผยอง ดูเหมือนจะมีปัญหาสินะ”

“ป้าอีเวอลีน!” หล่อนสะดุ้ง “อย่านะ…อย่ามาใกล้ลิน่า ลิน่าไม่ชอบการกระทำของป้า!”

ร่างในชุดดำ แม้แต่ใบหน้าก็ยังปกปิดด้วยแพรดำ เห็นแต่ดวงตาที่คมลึกและน่ากลัว

“เจ้ากลัวป้ามากเรอะ?”

“ลิน่าไม่เหมือนพ่อกับพี่ไรอัน ลิน่าไม่ชอบความรุนแรง”

“แล้วเจ้ามีความสุขเรอะ ใบหน้าเศร้าหมอง มีปัญหาสินะ”

แม่มดเซลิน่ากำมือแน่น อัดอั้นจนต้องระบาย

“ลิน่าเจ็บปวดเพราะรัก…เพราะเรนี่หลานรักของป้า…มาแย่งวิลของลิน่า ลิน่าไม่ชอบเรนี่…ไม่ชอบป้า!”

แม่มดอีเวอลีนกลับหัวเราะ

“ข้าชอบพลังของเจ้านัก พลังที่น่ากลัวและรุนแรงกว่าพี่ไรอันของเจ้านัก ถ้าเจ้าฝึกมนต์ดำ เจ้าจะก้าวหน้ากว่่าพี่ชายของเจ้า”

“ป้าเคยพูดแบบนี้ แต่ลิน่าไม่…ไม่…”

“ความรักสำคัญนักหรือ เรนี่เป็นหลานแท้ๆ ของข้าจึงได้รับสิทธิ์พิเศษ ข้าอยากให้เรนี่ได้รับพลังของข้า แต่เจ้าก็ถือเป็นหลาน เปลี่ยนใจมาช่วยข้าดีกว่า ถ้าเจ้ามีอำนาจพิเศษเหนือกว่าพวกมนต์ขาว เจ้าปรารถนาสิ่งใดย่อมได้สิ่งนั้น จะอยากได้วิลคืน ข้าก็ไม่ขัดข้อง เพราะข้าไม่ชอบวิล…วิลจะเป็นผู้ที่ทำให้เรนี่อ่อนแอ…เรนี่ต้องไม่มีความรัก…มาช่วยงานข้า ข้าจะให้สมหวังกับวิล มีทางเดียวเท่านั้นที่เจ้าจะได้วิลคืนไป”

เซลิน่าขมวดคิ้ว

“เรนี่จะเสียใจนะ ป้ายอมเรอะให้ข้าสมหวัง แทนจะเป็นเรนี่”

“ก็ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่สนับสนุนให้เรนี่มีความรัก ข้าเกลียดวิล…วิลจะทำให้เรนี่ทำงานใหญ่ไม่สำเร็จ เรนี่จะเป็นผู้นำเมืองเวทมนตร์…การเป็นผู้นำต้องไม่มีความรัก!”

คนฟังชะงัก…อีเวอลีนเน้นย้ำว่า

“ช่วยงานข้าสิ…แล้วข้าจะให้วิลเป็นรางวัลเมื่องานทุกอย่างสำเร็จ เมื่อเรายึดเมืองเวทมนตร์เป็นของพวกเราได้ ลิน่าข้าไม่อยากให้เจ้าเป็นแกะดำ เพราะพ่อเจ้าพี่เจ้าต่างก็ฝึกมนต์ดำ และจะช่วยงานข้า”

และการเกลี้ยกล่อมก็สำเร็จ

“ป้าต้องสัญญากับข้าว่า ข้าจะสมหวังกับวิล ป้าจะทำร้ายวิลไม่ได้ เพราะวิลเป็นของข้า!”

อีเวอลีนหัวเราะดังลั่น เนรมิตสมุดคาถาเล่มใหญ่และดำลอยมาตรงหน้า คว้าไว้ส่งให้เซลิน่า

“เอาไปท่องและฝึก…แล้วเจ้าจะเป็นหนึ่ง…มาช่วยงานข้าให้สำเร็จเร็วขึ้น”

เซลิน่ารับคาถามาอย่างหนักใจ

“เจ้าเป็นผู้มีพรสวรรค์” อีเวอลีนเน้น “ข้าถึงอยากให้เจ้ามาช่วย…งานนี้ต้องเร่งด่วน ข้าเชื่อว่าไม่กี่เวลาเท่านั้นเจ้าก็จะท่องคาถาสำเร็จ เพียงเจ้าตั้งใจจริง”

“ข้าจะพยายามเพื่อจะได้วิลกลับคืนมา!”

 

 

แม่มดทาฮิร่าอึดอัดและทรมานที่ตัวอยู่ในที่คุมขังในตะเกียงแก้วปลอมของอีเวอลีน

เพราะมนต์ดำขั้นสูงที่ท่องคาถากำกับ ทำให้แม่มดทาฮิร่าหมดเรี่ยวแรงและท่องคาถาผิดๆ ถูกๆ จึงออกจากตะเกียงแก้วปลอมไม่ได้สักที

“โอ๊ย…อีเวอลีน เจ้าแม่มดตัวร้าย ปล่อยข้านะ…ปล่อย…”

อีเวอลีนหัวเราะ พูดกับเชลยในตะเกียงแก้วว่า

“สะใจจริงๆ หลายเวลาล่วงเลยมาแล้ว คงรู้สึกสินะว่าการอยู่ที่ที่จำกัดเป็นเช่นไร”

“เจ้าทำผิด ทำร้ายเหล่าพ่อมดแม่มดบริสุทธิ์ เจ้าจึงสมควรถูกจับขัง แต่ข้าไม่ได้ทำผิด เจ้าใช้เล่ห์เหลี่ยม ใช้เรนี่เป็นนกต่อล่อลวงข้า เจ้าช่างไม่ละอายต่อการกระทำของเจ้าเลย”

“พูดซ้ำซาก…น่าเบื่อ มีแต่ข้าที่ผิด…ผิด…ผิด…แต่พวกเจ้าถูกและถูก…ครอบครัวข้าต้องแตกแยก ลูกสาวข้าอยู่หนใดข้าก็ไม่พบ หลานสาวข้าเติบโตมากับแม่เลี้ยงที่ไม่ได้รัก ขาดความอบอุ่น ข้าต้องอ่อนแอสินะ”

“แล้วจะทำอย่างไง ก็ไปที่สภาเมืองสิ…ไปให้ผู้เฒ่าตัดสิน มีคณะตัดสินอยู่ เจ้าไปร้องเรียนได้”

“ข้าไม่โง่ไปให้ถูกจับซ้ำสอง”

“แสดงว่าเจ้ากลัว…เจ้าขี้ขลาด!”

“ข้าจะไม่ยอมถูกจับครั้งที่สอง และข้าจะครอบครองเมืองเวทมนตร์ด้วยคาถามนต์ดำที่ข้ารับมาจากคุก มนต์ดำอานุภาพร้ายแรงมาอยู่กับข้าผู้เดียว ช่างเป็นชะตากรรมที่หอมหวานเสียกระไร”

“ไม่มีวัน!” ทาฮิร่าตะโกนออกจากตะเกียงแก้วอย่างอึดอัด “ต้องมีผู้มาช่วยข้า…บาบาร่า วิล เปเลส เซลิน่า หรือเรนี่…ต้องมาช่วยข้าแน่”

แม่มดอีเวอลีนหัวเราะดังขึ้นอีก

“ลำพังบาบาร่าสู้ข้าไม่ได้ ต่อให้เจ้าสองยังรับมือข้ายากเลย วิลเรอะ เปเลสเรอะ อ่อนหัด เรนี่ก็หลานข้ารับมนต์ดำข้าเต็มๆ ส่วนลิน่าตอนนี้เพราะความรักทำให้ตาบอด ก็ยอมมาศึกษามนต์ดำเพื่อช่วยข้า กำลังของเจ้าไม่เหลือใครอีกแล้ว”

ทาฮิร่าตกใจแต่ยังปากแข็ง

“ข้ามีตะเกียงแก้ว!”

“แล้วอยู่หนใดเล่า?”

“กับเรนี่…”

“เรนี่…ใช่…อยู่กับเรนี่…แต่ข้าก็ไม่เห็น เจ้าก็ไม่ชัดเจน ตัวเรนี่เองก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เลิกเอาตะเกียงแก้วมาข่มขู่ข้าเสียที ถ้าอยู่กับเรนี่จริง ข้าคงไม่ยืนหยัดมาจนวันนี้ วันที่จะเอาคืน…เวลานั้นใกล้มาแล้ว…จันทร์มืดคราวหน้า…ข้าจะบุกเมืองเวทมนตร์!”

จันทร์มืด…ครั้งหน้า…ระบุวันชัดเจนแล้ว

“ไม่นะ…ไม่…” ทาฮิร่าร้องเสียงหลง “อย่า…อย่า…”

จันทร์มืด…คราวหน้า…หนึ่งปีเกิดหนึ่งครั้ง จะเป็นยามที่เมืองเวทมนตร์อ่อนแรงที่สุด ถูกความมืดมิดของจันทร์ดูดพลัง เป็นยามที่ชาวเมืองเก็บตัวท่องคาถา เพื่อให้จันทร์มืดผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว

ใช่แล้ว…พลังอำนาจความชั่วร้ายจะมีอำนาจสูงสุด

อีเวอลีนฉลาดมาก…ฉลาดเลือกวัน…ฉลาดที่ใช้จันทร์มืดรวมกับมนต์ดำเพื่อทำลายมนต์ขาว ในยามที่มนต์ขาวอ่อนแรง

 

***

 

เซลิน่าเร่งฝึกมนต์ดำ ท่ามกลางสายตาบิดาและพี่ชายที่เฝ้ามอง

“ลิน่ามันก้าวหน้าเร็วมาก สมกับที่ป้าอีเวอลีนบอกว่าลิน่ามีพรสวรรค์พิเศษ” ไรอันกล่าวขึ้น

“และสมกับเป็นลูกพ่อ” ฮูโกหัวเราะ

“ข้าเจ็บใจ ทำไมข้าไม่โดดเด่นบ้าง”

“อย่าอิจฉาน้องเลย ถ้าพวกเราทำสำเร็จในคืนจันทร์มืดล่ะก้อ พวกเราครอบครองเมืองเวทมนตร์ได้ ก็สบายกันล่ะ”

ไรอันเดินมาหาน้องสาว พลางกล่าวว่า

“ในที่สุดเจ้าจะยอมฝึกคาถามนต์ดำ”

“เพราะลิน่าไม่มีทางเลือก”

“เจ้าต่อต้านเสมอมา นึกไม่ถึงเพราะความรักทำให้เจ้าต้องมาร่วมมือกับพวกเรา”

“พี่ไรอันพูดถูก ข้ายอมทุกอย่างเพื่อ…รัก…และที่สำคัญที่สุดคือเพื่อ…วิล!” น้ำเสียงมีบางอย่าง ‘เก็บซ่อน’ อยู่

พ่อมดฮูโกพูดกับลูกชายว่า

“อย่ารบกวนการฝึกของลิน่าเลย เจ้าก็ต้องเร่งท่องคาถา อย่าให้แพ้น้องสาวเจ้า” พูดจบทั้งสองผละไป

เซลิน่ารอให้ผ่านไปนานสมควรแก่เวลา จึงเริ่มมองหาลู่ทาง

เคหาสน์ที่พักของอีเวอลีนอยู่ใกล้กับเคหาสน์ฮูโก

แม่มดเซลิน่าค่อยๆ ลอบเข้าไป เซลิน่าจะทำอะไรมีแต่หล่อนที่รู้ว่ากำลังจะทำอะไร

ที่กล้าเข้ามาเพราะอีเวอลีนไม่อยู่ หล่อนกำลังเข้าถ้ำเสือ!

ภายในเคหาสน์ป้าอีเวอลีน ตู้ โต๊ะ เตียง…ผ้าคลุมเตียง…ล้วนเป็นสีดำ!

ป้าฝึกมนต์ดำจนทุกอย่างกลายเป็นมืดสนิท ชวนอึดอัด น่ากลัว น่าจะวิ่งหนีไปไกลซะ แต่เท้าของเซลิน่ากลับก้าวเดินเข้าไป ทั้งที่รู้สึกหวั่นๆ หัวใจเต้นแรง

แม่มดเซลิน่าใช้คาถาเรียก…

“ยายทาฮิร่า…ยายทาฮิร่า…”

แม่มดอาวุโสที่กำลังหมดแรง สะลึมสะลือเบิกตากว้าง

“อยู่นี่…ยายอยู่นี่…”

“อยู่นี่…ที่ไหนคะ?”

ที่ไหน?

“ตะเกียงแก้วปลอม!”

คำตอบจึงทำให้เซลิน่าจ้องหาแต่ตะเกียงแก้วที่อยู่บนโต๊ะ

นั่น…เห็นแล้ว…

บนแท่นบูชามาร…บนแท่นที่ตั้งและมีไฟเปิดกะพริบโดดเด่น…โอ้โฮ…เหมือน…เหมือนมาก…เหมือนตะเกียงแก้วของยายทาฮิร่าที่หล่อนเคยเห็นที่เคหาสน์ท่าน

“ยาย…ลิน่ามาช่วยยายแล้วค่ะ”

“เร็ว…เร็ว…ยายอึดอัดจะบ้าตายแล้ว เร็ว…ทำลายตะเกียงแก้วเลย”

ไม่ง่ายอย่างที่ยายทาฮิร่าพูด…ทำลายหรือ…คาถาใดก็ทำลายไม่สำเร็จ ตะเกียงแก้วปลอมมีอิทธิฤทธิ์แข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ

เซลิน่าพยายามแล้ว…พยายาม

“ไม่สำเร็จค่ะ…ยาย”

ยายทาฮิร่านั่งจุมปุ๊กพยักหน้า

“นั่นสิ…ไม่สำเร็จ คงไม่ง่ายอย่างงั้น ต้องช่วยกันหลายแรง เจ้าไม่พอหรอก ต้องมีบาบาร่ามาช่วย ต้องมีเรนี่มาช่วย หรือลองยกตะเกียงแก้วทุ่มซะเลย โอ๊ย…มันจะอะไรหนักหนา ยายจะบ้าตายแล้ว” แล้วก็หยุดลง…ร้อง “แย่แล้ว…ลิน่า…เจ้าแม่มดร้ายอีเวอลีนกลับมาแล้ว รีบหนีไปเร็ว”

เซลิน่าตกใจทำอะไรไม่ถูก แค่ข้อหาบุกรุกเข้ามาในเขตหวงห้ามบ้านป้าก็เป็นความผิดมหันต์แล้ว

 

Don`t copy text!