มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 55 : อ้อมกอดปริศนา

มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 55 : อ้อมกอดปริศนา

โดย : โสภี พรรณราย

มนตราตะเกียงแก้ว โดย โสภี พรรณราย เรื่องราวของเมืองเวทย์มนตร์และมนตราสำคัญที่ผนึกอยู่ในตะเกียงของท่านยาย เมื่อวันหนึ่งตะเกียงถูกขโมยไป อันตรายใหญ่หลวงกำลังคุกคามโลกเวทย์มนตร์ หัวขโมยจะนำเอามนตราที่อยู่ในตะเกียงแก้วไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด…นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​

-55-

แม่มดเซลิน่ากำลังตกที่นั่งลำบาก

บุกรุกเคหาสน์หวงห้ามของอีเวอลีน แถมยังพยายามทำลายตะเกียงแก้วเพื่อช่วยทาฮิร่า

เซลิน่าทำอะไร?

ไหนว่าเป็นพวกป้าอีเวอลีนแล้วยอมฝึกคาถามนต์ดำแล้ว ไฉนพยายามช่วยทาฮิร่าล่ะ?

แผน…วางแผน…กับยายบาบาร่ากับวิลกับเปเลส

หนีไม่ทันแน่

การกลับมาอย่างเงียบกริบ เซลิน่ามิอาจล่วงรู้ มีแต่คาถาขั้นสูงอย่างทาฮิร่าจึงทราบได้ แต่เพราะกำลังลุ้นกับการช่วยเหลือ ทำให้การเตือนช้าเกินไป

แย่แล้ว…

เสียงป้าอีเวอลีนตวาดลั่น

“ใครบังอาจบุกรุกเคหาสน์ของข้า?”

เซลิน่าใช้คาถาบังร่างแว่บออกไปทางหน้าต่าง แต่อีเวอลีนก็เท่าทันรีบทะยานออกตาม

เซลิน่าถูกคาถาสกัดกั้น ทำให้ตัวแข็งขยับกายไม่ได้ ขืนถูกจับได้ว่าหล่อนบุกรุก ป้าอีเวอลีนจะจัดการอย่างไรกับหล่อน ยากจะเดาว่าเลวร้ายแค่ไหน

แล้วในพริบตา วิลกับเปเลสมาช่วย จับแขนขวา…ซ้าย…ทะยานหนี

ร่างดำไล่ตาม เหาะอากาศไล่

สามร่างเบื้องหน้ายากจะพ้น วิลพูดเบาๆ ขึ้น

“แยกกันหนี…ฉันจะถ่วงเวลาให้ เปเลสพาลิน่าไปเลย!”

แยกหนีเป็นทางเลือกที่ดี วิลใช้คาถาส่งร่างเปเลสกับเซลิน่าไปเบื้องหน้า แต่ตัวเองถ่วงเวลาให้อีเวอลีนตามทัน

เซลิน่าห่วงวิล

“ไม่นะ…วิล…” พยายามจะอยู่ช่วย แต่เปลสก็จับแขนกระชากหล่อนไปจนได้

สุดท้ายวิลกลับปลอดภัย เพราะแผนให้เซลิน่าหนี…หนีไม่พ้นสายตาอีเวอลีน ที่ต้องการจับผู้บุกรุกตัวจริง

เปเลสห่วงเซลิน่ายิ่งกว่าตัวเอง ยอมผลักไสหญิงที่ตนหลงรัก

“ไป…ไป…” ตัวเองหันมาเผชิญหน้ากับอีเวอลีน

อีเวอลีนถูกทางกั้น จึงใช้พลังคาถาฟาดไปที่อกของเปเลสจนร่างกระเด็น

เซลิน่าสับสน จะทิ้งเพื่อนให้ได้รับบาดเจ็บหรือ?

ทั้งวิล ทั้งเปเลสต่างยอมใช้ชีวิตเพื่อช่วยตน หล่อนไม่มีเวลาคิดมาก ร่างดำเกือบตามมาถึงแล้ว

สุดท้าย…ก็มีความช่วยเหลืออีก…

ยายบาบาร่าออกมารับมืออีเวอลีน เพื่อถ่วงเวลาให้แม่มดสาวเอาตัวรอด

เซลิน่าพยายามจะพุ่งทะยานไปข้างหน้าแต่อยู่ๆ ก็เหมือนถูกสกัดกั้นร่างอีกครั้งด้วยคาถาของอีเวอลีน

เกือบจะต้องยอมจำนน พริบตาอีกครั้ง มี ‘ใคร’ มาจับร่างและทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วด้วยพลังมนต์ดำ!

พลังมนต์ดำขั้นสูง!

จึงพาเซลิน่าออกมาอย่างปลอดภัย มาหยุดที่ป่าร่มรื่น…สองร่างจึงทิ้งตัวลงบนพื้นหญ้าอย่างหมดแรง

เซลิน่าจึงมองเห็นผู้มาช่วยเหลือคนสุดท้าย

“เรนี่!”

“กล้านักนะบุกถ้ำเสือ” เรนี่กอดอกกวนๆ

“ก็อยากช่วยยายทาฮิร่า”

“แสดงว่าที่บอกยายอีเวอลีนจะฝึกมนต์ดำเป็นแผนสินะ”

“ใช่…แผน…” กระแทกเสียงตอบ

“พลังแค่นั้นจะช่วยยายทาฮิร่าได้เรอะ” น้ำเสียงดูถูก

เซลิน่ากำมือแน่น…ไม่ชอบเรนี่เลย…ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ชอบ แต่…เรนี่กลับกลายเป็นผู้ช่วยเหลือ ทำให้รู้สึกสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง

“มาช่วยทำไม?”

“ไม่อยากให้ถูกจับได้ อย่างน้อยพวกเราก็เป็นญาติกัน”

“ใจดีขนาดนี้ เธอเองก็ฝึกมนต์ดำ เป็นฝ่ายไหนกันแน่?”

เรนี่โคลงศีรษะ ดวงตากลมแป๋ว

หล่อนเป็นฝ่ายไหน?

ยากจะตอบ เพราะหล่อนไม่เป็นตัวของตัวเองเลย บางขณะหล่อนก็ร้อนและร้ายเพราะมนต์ดำในกายที่ถูกถ่ายทอดมาจากยาย บางขณะหล่อนก็รู้สึกผิดชอบชั่วดี เข้าใจว่าต้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง ยิ่งตอนอยู่ใกล้วิล หล่อนรู้สึกสงบ ยิ่งอยู่ในอ้อมกอดของพ่อมดวิล หล่อนเย็นได้ ฟังได้ และมีเหตุมีผล

“จะฝ่ายไหนก็ช่างเถอะ”

“เธอมีมนต์ดำ!”

“ทำอย่างไงได้ล่ะ ยายบังคับให้รับ ฉันต่อต้านยายไม่ไหว”

“อย่างไงก็…ก็…ขอบใจ…ที่ช่วย”

แม่มดเซลิน่าเอ่ยปากอย่างยากเย็น ไม่ชอบเรนี่ แต่เจ้าหล่อนอุตส่าห์มาช่วย

“ไม่เป็นไร…คุณวิลสอนให้ต้องช่วยเหลือกันและกัน”

หล่อนแอบค้อนที่พูดถึงวิล

“ใช่…ใช่…” กระแทกเสียง “วิลคอยช่วยเหลือเธอ…โอ๊ย…ไม่อยากพูดเลย แต่จำเป็น เราต้องช่วยกันนะ ยายทาฮิร่าถูกจับในตะเกียงแก้วปลอมอยู่ที่เคหาสน์ของป้าอเวอลีนที่หวงห้าม…ห้ามเข้าใกล้เด็ดขาด เมื่อกี้ฉันก็เกือบเสร็จ…เธอเป็นหลานแท้ๆ เธอต้องเข้าไปเอาตะเกียงแก้วออกมา และทำลายซะช่วยยายทาฮิร่า ฉันไม่มีพลังพอ แต่เธอมี เธอได้รับจากป้าอีเวอลีนแล้ว เธอมีพลังไม่แพ้ป้าอีแล้ว”

เรนี่รู้สึกสับสน บางอย่างในจิตใจต่อต้าน

ต้องช่วยยายทาฮิร่า แต่ผิดต่อยายอีเวอลีน

มนต์ดำทำให้จิตกระตุ้นเตือนให้ทำลายล้างไม่ใช่การช่วยเหลือ แต่เมื่อนึกถึง ‘วิล’ ความรักที่สะอาดบริสุทธิ์ก็ทำให้จิตเรียกร้องความถูกต้อง

หล่อนรู้ว่าทั้ง ‘ร้าย’ ทั้ง ‘แรง’ ทั้ง ‘สงบ’ ทั้ง ‘ความดี’ กำลังสับสนอยู่ในกาย ในจิต

ตอนนี้ได้แต่พยักหน้า

“ได้…ได้…ได้…”

เสียงเซลิน่าอ่อนลง

“เธอได้เปรียบมากๆ เลยนะ ช่วยยายทาฮิร่าก่อน แล้วค่อยมาปรึกษากันอีกครั้งจะปราบป้าอีอย่างไง” แล้วถอนใจยาว “ป้าอีต้องได้รับโทษตามกฎของเมืองเวทมนตร์”

 

 

เรนี่อาศัยความมืดลอบเข้ามาในเคหาสน์ของยายอีเวอลีน ซึ่งรู้ๆ อยู่ว่าเป็นสถานที่หวงห้ามเด็ดขาด แต่ครั้งนี้หล่อนคิดว่าจะทำในสิ่งที่ถูกต้องแก้ไขข้อผิดพลาดที่ตนกระทำ

เห็น ‘ตะเกียงแก้ว’ ชัดเจน อยู่ในตำแหน่งเด่นชัด เรนี่ปราดเข้าไปทันที ละล่ำละลักเรียก

“ยาย…ยายทาฮิร่า”

ผู้อยู่ในตะเกียงแก้วปลอมที่กำลังนั่งทอดอาลัยตายอยากเบิกตากว้าง ตื่นเต้นทันที จำเสียงได้

“เรนี่!” แม่มดน้อยที่เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเป็นแม่มดนั่นเอง

“เรนี่มาช่วยยายแล้วค่ะ”

“โอ๊ย…ดีจังเลย เร็ว…พายายออกไป”

“เรนี่ขอโทษนะคะ ที่ไม่รู้ว่าเป็นตะเกียงแก้วปลอม”

“ไม่เป็นไร…ไม่เป็นไร…”

“เรนี่จะช่วยยายค่ะ”

“คาถาของหนูนั่นล่ะ…ลองใช้คาถามนต์ดำดู!” เพราะตะเกียงแก้วนี้สร้างจากมนต์ดำ

เรนี่ใช้จิตบังคับ หล่อนไม่เคยท่องบ่นเรื่องคาถา…ได้มาเพราะยายอีเวอลีนส่งต่อให้จากร่างกาย จากการสัมผัส

“ตะเกียงแก้วจงเปิดออก” ฝาตะเกียงแก้วผิดแน่นมาก ลองจับแล้ว ใช้คาถาแล้วก็แค่ขยับได้เล็กน้อย

“กระชากออกเลย” ยายทาฮิร่าแนะนำ “ใช้แรง ใช้คาถากระชากออก” ผู้พูดก็ส่งคาถาช่วยอีกแรง

ไร้ผล…

ขยับ…แต่ไม่อาจเปิด

อีกครั้งที่แม่มดอาวุโสสัมผัสได้ว่า ‘พลังมนต์ดำที่รุนแรง’ กำลังจะเคลื่อนมาใกล้

อีเวอลีนกำลังมา เพราะใช้คาถากำกับตะเกียงแก้ว ยากใครจะเข้าใกล้ตนจะรู้ จึงรีบทะยานกลับเคหาสน์โดยพลัน

“ไม่ทันแล้วเรนี่ เจ้าอีตัวร้ายกำลังมา เรนี่เอาตะเกียงแก้วกลับไปหายายบาบาร่า” เพราะที่นั่นจะมีพลังความดีมากมายที่อาจช่วยให้ตนหลุดพ้นออกมาได้ “เร็ว…เรนี่…เอาตะเกียงแก้วแล้วรีบไปหายายบาบาร่า…เร็ว…เร็ว…” แม่มดอาวุโสละล่ำละลักกล่าวอย่างตื่นเต้น

เรนี่เองก็ตื่นเต้น ตนเป็นต้นเหตุ…ตนต้องพยายามแก้ไขให้ได้ เซลิน่าทำแล้วแต่ไม่สำเร็จ และรอให้ตนทำแทน

แม่มดน้อยคว้าตะเกียงแก้วมากอดในอ้อมอก แล้วรีบทะยานออกจากเคหาสน์ ลอยละลิ่วด้วยไม้กวาด

ลมพัดวูบมาอย่างแรง

อีเวอลีนล่วงรู้แล้ว ตะเกียงแก้วปลอมออกจากเคหาสน์แล้ว จึงรีบร่ายคาถาตามติด

“มันผู้ใดบังอาจมาขโมยตะเกียงแก้วของข้า!” ครั้งที่แล้วพลาดจับไม่ทัน ครั้งนี้จะไม่พลาดอีก

ร่ายคาถาใช้เชือกมนต์ดำไปพันธนาการร่างของผู้ที่ไม่เห็น…แต่กอดตะเกียงแก้วไว้

เรนี่เสียหลัก

“ว้าย…!” ล้มลงจากไม้กวาดร่วงลงสู่พื้นดิน แย่แล้ว…ต้องถูกจับได้แน่ ร่วงหล่นสู่พื้นดิน หล่อนก็หมดสติไป หากก็ยังกอดตะเกียงไว้ไม่ยอมปล่อย

นานแสนนาน…

เรนี่หมดสติไปนานแค่ไหน ก่อนหมดสติก็รู้ว่าไม่รอดแล้ว ต้องถูกยายอีเวอลีนจับได้ ยายต้องโกรธ ต้องลงโทษ และยายทาฮิร่าก็ตกเป็นเชลยต่อไป

เปล่าเลย…หล่อนรู้สึกถึงความเยือกเย็น ลมพัดผ่านสบายๆ อากาศสดชื่น เย็นกายสบายใจกับกลิ่นหอม…ราวกับกำลังแช่ร่างในสระน้ำที่เต็มไปด้วยมวลไม้ดอกหลากสีลอยละล่องอยู่เต็มสระ

สบายจนไม่อยากลืมตา…

และแล้ว…ก็มีน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นสู่แก้มนวลแดงระเรื่อ

น้ำหยดหนึ่ง…น้ำตา!

น้ำหยดอุ่นๆ ทำให้ต้องฝืนลืมตา…

หล่อนนอนอยู่ในอ้อมแขนของใคร?

ราวกับฝัน…อ้อมแขนอบอุ่น…กับใบหน้าอ่อนโยน สะสวย เห็นดวงตาคู่นั้น…ดวงตากลมโตกับรอยน้ำตา

เธอ…คือผู้มาช่วยหล่อน

เรนี่…ไม่ถูกจับ

เธอ…พยายามฝืนจะไม่ร้องไห้อีก

“ปลอดภัยแล้วจ้ะ” เธอเอ่ยปาก

“คุณ…คุณน้า…ช่วยเรนี่?”

“จ้ะ…”

“เรนี่ไม่ถูกยายอีเวอลีนจับ” หล่อนรีบขยับตัวขึ้นนั่ง ทั้งที่เสียดายอ้อมแขนอบอุ่นเหลือเกิน นอนอยู่ในอ้อมแขนของเธอผู้นั้นสบายจนไม่อยากขยับตัวเลย “ทำไมคุณน้าสู้กับยายอีเวอลีนได้…ยายเก่งมากนะคะ คุณน้าเป็นแม่มดใช่มั้ยคะ?”

“จ้ะ”

“ถ้าน้าสู้กับยายอีเวอลีนได้ น้าก็น่าจะช่วยยายทาฮิร่าได้สิคะ” แม้อะไรจะเกิดขึ้น ในอ้อมแขนของเรนี่ยังกอดตะเกียงแก้วไว้

ยายทาฮิร่าล่วงรู้ทุกอย่าง แม้อยู่ในตะเกียงแก้ว

ตอนเรนี่พาหอบตะเกียงแก้วหนี…ทาฮิร่าก็ล้มลุกคลุกคลานจากแรงสะเทือน กระแทกตอนหนี แม้แต่ตอนเรนี่ตกจากไม้กวาด ทาฮิร่าก็พลอยวูบไปด้วย

และรู้ว่ามี ‘ใคร’ มาพาเรนี่ไปจนพ้นจากการติดตามของอีเวอลีน

ใคร…ที่ช่วยเรนี่…มนต์ขาว

ใคร…ที่ช่วยเรนี่…ปรารถนาดี

ใคร…ที่ช่วยเรนี่…รักเรนี่สุดดวงใจ

ยายทาฮิร่าใช้เวทมนตร์ ‘มอง’ ผู้มาช่วย แม้ไม่ถนัดนักเพราะมนต์ดำตะเกียงแก้วปกคลุมอยู่ แต่ก็สัมผัสได้ถึงความ ‘บริสุทธิ์’ ของผู้มาช่วย

บริสุทธิ์…สะอาด…ขาว…ใส…จนมนต์ดำไม่อาจกล้ำกราย

เรนี่…เจ้าช่างโชคดีเหลือเกิน

น้ำเสียง ‘เธอ’ ช่างอ่อนหวาน กล่าวกับเรนี่

“นำตะเกียงแก้วปลอมกลับไปหายายบาบาร่านะจ๊ะ”

“คุณน้าเป็นใครคะ?”

เรนี่ไม่อยากจากไปเลย…อยากอยู่แบบนี้…กับเธอคนนี้

“เอ้อ…” ชะงักตอบไม่ถูก

“เรนี่จะพบคุณน้าได้ที่ไหนคะ?”

“น้าไม่สะดวกจะพบใคร…”

“เรนี่จะพายายทาฮิร่าไปพบคุณน้าไงคะ”

“ไม่จำเป็นหรอก ยายทาฮิร่าจะรู้ว่าน้าเป็นใครเอง”

“แต่เรนี่อยากรู้…คุณน้าเป็นใคร…ชื่ออะไรคะ?”

เป็นใครหรือ…ไม่เคยทำหน้าที่ จะตอบได้เต็มปากหรือ?

“เรนี่…หนูรีบกลับไปพบยายบาบาร่าดีกว่า น้าจะช่วยใช้คาถาปิดบังร่างหนูกับตะเกียงแก้วปลอมไว้ แม่มดอีเวอลีนจะไม่เห็น และไม่ตามไปกวนพวกหนูในระหว่างที่ช่วยยายทาฮิร่า”

“แต่เรนี่ช่วยไม่ได้…”

“หนู…จะช่วยยายทาฮิร่าได้จ้ะ”

“แต่เรนี่…ไม่อยากไป…” จ้องมองตา ‘เธอ’ ด้วยสายตาอ้อนวอนขอร้อง…

เธอ…มีดวงตาแดงระเรื่อ…

“หนูต้องไปนะจ๊ะ…”

“คุณน้าร้องไห้?”

“น้าต้องกลับแล้ว…”

“คุณน้าร้องไห้เพราะเรนี่หรือคะ?”

ไม่ตอบแต่ร่งว่า

“ไปเถอะ…รีบไปถอะ…ช่วยยายทาฮิร่าก่อน เพื่อรับมือกับยายอีเวอลีน…หนูต้องไป…”

“คุณน้าคะ…”

น้ำตาหลั่งเป็นสายจนเรนี่อยากจะร้องไห้ตาม จับมือคุณน้าไว้แน่น

“อย่าไปนะคะ” ไม่รู้ทำไมพูดออกไปเช่นนั้น แต่คุณน้าไม่ฟังร่างหายวับไปทันที ไปพร้อมรอยน้ำตา

Don`t copy text!