มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 56 : อิสระ

มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 56 : อิสระ

โดย : โสภี พรรณราย

มนตราตะเกียงแก้ว โดย โสภี พรรณราย เรื่องราวของเมืองเวทย์มนตร์และมนตราสำคัญที่ผนึกอยู่ในตะเกียงของท่านยาย เมื่อวันหนึ่งตะเกียงถูกขโมยไป อันตรายใหญ่หลวงกำลังคุกคามโลกเวทย์มนตร์ หัวขโมยจะนำเอามนตราที่อยู่ในตะเกียงแก้วไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด…นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​

-56-

ร่างคุณน้าหายวับไปแล้ว…ยายทาฮิร่าจึงเตือนเรนี่

“ฟังที่คุณน้าพูด…พายายกลับไปหายายบาบาร่าเร็ว…”

เรนี่…กำลังเศร้า…ไม่รู้ว่าทำไมหล่อนก็พลอยตาแดงร้องไห้น้ำตาซึมไปด้วย

สายสัมพันธ์ถึงกันและกัน…แม่…ลูก…สายเลือด

“คุณน้าเป็นใครคะ?”

“ตะเกียงแก้วถึงมือยายบาบาร่า แล้ว…เรนี่จะรู้เอง!”

เรนี่กอดตะเกียงแก้วจิตคิด…ไม้กวาดก็มาทันทีและร่างของหล่อนก็ลอยละลิ่วไปยังเคหาสน์บาบาร่า

ณ ที่นั้น…ต่างรอคอย เพราะทาฮิร่าส่งกระแสจิตบอกบาบาร่าแล้วว่ากำลังกลับ…

วิล…เปเลส…เซลิน่า…บาบาร่า…ชิกเก้นกับไทเกอร์ต่างตื่นเต้นเมื่อเรนี่มาถึง

“ในที่สุด…เธอก็ทำได้” วิลกล่าวอย่างยินดี

บาบาร่ากอดเรนี่

“ขอบใจมาก…เรนี่…” แม้ตอนกอดจะสัมผัสถึง ‘ความร้อน’ ในกายเจ้าหล่อนจนเกือบผงะ เพราะร้อนผิดปกติ…เรนี่…หล่อนรับมนต์ดำมากเกินไปแล้ว

ใครๆ ก็สัมผัสได้…เรนี่มีจิตมาร!

แต่…แต่…แต่…ยังโชคดีที่บางขณะหล่อนกลับมาเป็นตัวเอง…เป็นฝ่ายมนต์ขาว หากก็อันตรายเหลือเกิน ถ้าจิตมารกายมารชนะขึ้นมาเรนี่จะเป็น…แม่มดที่อันตรายมาก จะเป็นอีเวอลีนเบอร์สองทันที

เพราะฉะนั้นตลอดเวลา ทั้งทาฮิร่ากับบาบาร่าจึงต้องใช้เวทมนตร์คอยล้างมนต์ดำออกจากกายอสูรน้อย ระยะหลังตั้งแต่ยายทาฮิร่าถูกจับ จึงยังไม่มีใครช่วยเรนี่เลย

“ทาฮิร่า…” บาบาร่าเรียก “เราจะช่วยเพื่อนแล้วนะ…”

ร่วมมือกันใช้คาถา…แต่ฝาปิดตะเกียงแก้วก็ไม่ขยับ

“ต้องให้เรนี่ช่วย…” ทาฮิร่าบอก

ใครๆ ก็หันมามองเรนี่…เรนี่ปฏิเสธ

“เรนี่ช่วยไม่ได้ค่ะ เรนี่ลองแล้ว”

แต่ทาฮิร่าก็ยังยืนยัน เสียงออกจากตะเกียงแก้ว

“เรนี่ช่วยได้…เรนี่เท่านั้น”

เพราะพูดว่าช่วยได้ เรนี่จึงลองอีกครั้ง อย่างมากฝาก็แค่ขยับแต่ไม่หลุด

“เรนี่…ยายทาฮิร่าว่าทำได้คือความจริง” วิลให้กำลังใจ

เซลิน่าเองก็พูดกับเรนี่อย่างอ่อนโยน

“ลิน่าเชื่อว่าเรนี่ทำได้ ลิน่าจะช่วยอีกแรง”

ตอนนี้ใครๆ ก็ทุ่มเทให้กำลังใจ

ชิกเก้นพูดขึ้น เหมือนเชียร์กีฬา

“เรนี่…สู้…สู้…สู้…เรนี่สู้ตาย…สู้…สู้…”

“เรนี่…สู้ได้…” ไทเกอร์พลอยใช้เสียงเป็นจังหวะ

ยัง…ยังเลย…เรนี่พยายามอีกครั้ง…และอีกครั้ง จนทาฮิร่าต้องพูดว่า

“เรนี่…จดจำใบหน้าของ…คุณน้าได้ใช่ไหม…จำดวงตาได้ใช่ไหม เห็นใบหน้าของใคร…ดวงตาของใคร…”

เรนี่เบิกตากว้าง

ใคร?

ใบหน้า…ดวงตา…ก็เหมือนหล่อนมองตัวเองในกระจก…

หล่อน…เหมือนคุณน้า…เหมือนภาพเดียวที่หล่อนมีอยู่

ยังจดจำอ้อมแขน…ยังจดจำตักนุ่มๆ ที่หนุนนอน…ยังจดจำน้ำอุ่นๆ ที่หยดใส่แก้มนวลของหล่อน

คุณน้า…จากไปพร้อมน้ำตา…

“แม่!” เรนี่โพล่งเสียงดัง

ทุกคนเงียบกริบ กับความเศร้าของเรนี่

“แม่มดรีด้า!” ทาฮิร่าเฉลยสุดท้าย ในที่สุดแม่มดรีด้าก็ปรากฏตัวจนได้ หลังจากหายสาบสูญไปนาน

หัวใจเรนี่เต้นแรง…ทำไม…ทำไมหล่อนไม่คิดเร็วกว่านี้ ถ้ารู้เร็วกว่านี้ หล่อนจะไม่ยอมให้แม่จากไป

แม่จ๋า…แม่รู้ใช่ไหม เรนี่คิดถึงแม่มากแค่ไหน…แม่มาช่วยเรนี่…แม่มา…แต่แม่ก็กลับไป…ทำไมแม่ต้องไป…ไป…

เรนี่อยากเจอแม่อีก…เรนี่จะกอดแม่ไว้แน่น จะไม่ปล่อยไปแล้ว…ไม่แล้ว…

เมื่อครู่…แม่กอดเรนี่…แต่เรนี่ยังไม่ได้กอดแม่เต็มอิ่มเลย

“แม่!” ตะโกนสุดเสียง “เรนี่รักแม่ค่ะ อยากเจอแม่ค่ะ…อยากกอดแม่ค่ะ”

เรนี่ปล่อยพลัง ‘ความรัก’ ความปรารถนา…ที่บริสุทธิ์

ตะเกียงแก้วปลอมสั่นไหว…สั่นอย่างรุนแรง…แรง…แรง…จนสุดท้ายก็แตกกระจายด้วยพลังเรนี่

เรนี่ทำได้จริงๆ เพราะ…แม่…

ยายทาฮิร่าออกมาแล้ว สูดลมหายใจลึกๆ รับอากาศสดชื่นหลังจากถูกกักขังอยู่กับความมืด…มนต์ดำ…ดูดพลังของตนมากเหลือเกิน

“ไชโย…ยาย…ยาย…” ชิกเก้นกระโดดโลดเต้น เจ้าไทเกอร์ก็พลอยกระโดดไปด้วย

บาบาร่าโล่งอก

“เพื่อนรัก…”

ทาฮิร่ากอดบาบาร่า…ช่างดีนัก ช่างอิสระนัก ช่างวิเศษนักที่เรียกว่าอิสระ

“นึกว่าจะไม่ได้เห็นหน้าเพื่อนรัก…” ทาฮิร่าว่า

“เฮ้ย! ไม่เคยคิดว่าจะไม่เห็นหน้า ข้ามีความหวังเสมอ” บาบาร่ากล่าว “ถ้ามีบาบาร่าจะไม่มีทาฮิร่าได้อย่างไงล่ะ”

เซลิน่าน้ำตาซึม

“ในที่สุด…ยายก็ปลอดภัย”

เปเลสตบบ่าเซลิน่าเบาๆ พลางกล่าวว่า

“ลิน่า…เห็นแล้วนะมนต์ขาวต้องชนะ”

“ก็…ไม่แน่…ลิน่าเห็นอำนาจป้าอีแล้ว น่ากลัวมากจริงๆ นะ ที่เรนี่ทำสำเร็จเพราะพลังสายเลือดจากแม่รีด้า ถ้าไม่มีพลังนี้ก็ไม่รู้จะเป็นอย่างไร”

“แม่รีด้าต้องมาช่วย…”

“อย่าลืมว่านั่นพวกเขาก็แม่ลูกกันนะ” อีเวอลีนกับรีด้าก็แม่ลูก…ไฉนต่างกันราวฟัากับดิน

วิลเห็นเรนี่ร้องไห้จึงปลอบว่า

“เรนี่…อย่าคิดมาก…”

ดวงตาเรนี่แดงก่ำ

“แม่ทิ้งเรนี่ไปอีกแล้ว” โผกอดวิล ใช้บ่ากับอกเป็นที่พักพิงในยามอ่อนแอและโหยหา

“อย่าร้องไห้เลยครับ”

“ทำไม…ทำไมแม่ไม่อยู่กับเรนี่…ต้องไป…”

“แม่รีด้าคงมีเหตุผล”

“เหตุผลอะไร แม่มีตัวมีตน เรนี่คิดว่าแม่ไม่อยู่ในโลกแล้ว แต่แม่ก็อยู่…แม่…แม่…แม่ไม่ยอมบอกว่าเป็นแม่ด้วยซ้ำ หรือแม่ไม่รักเรนี่ ไม่ต้องการเรนี่…”

“ถ้าไม่รัก…จะไปช่วยเรนี่หรือ…คิดมากไปเอง…”

“ทำไมแม่ไม่บอกเป็นแม่…เรนี่จะกอดไม่ปล่อยเลย”

“เพราะแม่มดรีด้ารู้ว่าเรนี่ต้องทำงานใหญ่ มีภาระหน้าที่ช่วยยายทาฮิร่า จะให้เสียงานไม่ได้”

เรนี่งอน

“คุณรู้อะไร ตอบแทนแม่เรนี่ทุกอย่าง”

“จะให้เรนี่สบายใจ ครั้งนี้เรนี่ทำดีมากนะที่ช่วยยายทาฮิร่าได้”

“เพราะ…เรนี่…คิดถึง…แม่…พลังของแม่ต่างหากที่ช่วยยาย…”

และยายทาฮิร่ากับบาบาร่าก็แปลกใจ บาบาร่าพูดกับเพื่อน

“แม่มดรีด้ามีพลังพิเศษขนาดนี้ เหนือความคาดหมายนะ ทาฮิร่า…ทำไมมีพลังมากขนาดใช้คาถาช่วยเรนี่ให้นำตะเกียงแก้วกลับมาได้ ช่วยปกปิดให้เรนี่ ขนาดอีเวอลีนยังไม่ล่วงรู้และไม่ตามมา รีด้าทำอย่างไง…”

แม่มดทาฮิร่าพยักหน้าช้าๆ งงๆ

“นั่นสิ…พลังรีด้า…คือพลังอะไร”

พลัง…ธรรม…

พลังที่เหนือกว่าคาถาอาคม เหนือกว่าวิทยาศาสตร์ บางครั้งก็ยากจะอธิบาย…

และที่ยายทั้งสองเริ่มสัมผัสได้…ก็แว่วได้ยินเสียงสวดมนต์!

ทำให้ผู้อาวุโสทั้งสองมองตากันและเงียบกริบ

 

 

แม่มดอีเวอลีนกรีดร้องท่ามกลางขุนเขาที่พักอย่างโกรธและสับสนสงสัย

รอบด้านพลันร้อนราวกับไฟ

ใช่…ใช่แล้ว…อีเวอลีนไม่อาจล่วงรู้เลยว่าใครที่บังอาจขโมยตะเกียงแก้วปลอมของตนไป มนต์ดำของตนมืดสนิทไม่เห็นอะไรเลย

ผู้ที่กระทำไม่ใช่มาจากเมืองเวทมนตร์ ไม่ใช่คาถาจากพ่อมดหรือแม่มดตนใด

สิ่งที่อีเวอลีนมั่นใจคือคาถามนต์ดำของตนถึงขั้นสูงสุดแล้ว ไม่มีคาถาใดจะเหนือกว่าแล้ว

แต่…อะไรล่ะ?

ที่กลับ ‘เหนือกว่า’ จนตนไม่เห็นอะไรเลย…ไม่เห็นจึงหงุดหงิดนัก…กรีดร้องลั่นหุบเขา

เรนี่ได้ยินเสียงกรีดร้องชัดเจนที่สุด

พ่อมดฮูโกกับพ่อมดไรอัน ขี่ไม้เท้ามาก่อนเพื่อนมาพบแม่มดอีเวอลีน

“พี่อีเวอลีน…เกิดอะไรขึ้น?” ฮูโกถาม

“ป้าอี…ป้าสติแตกอะไรครับ?” ไรอันก็ถาม

เสียงกรีดก้องจนทำให้ผู้รับฟังต้องปวดศีรษะ

“ตะเกียงแก้วของข้าหาย…เชลยทาฮิร่าของข้าก็หายไปด้วย”

“อ้าว!  ป้า…ใครบังอาจบุกถ้ำเสือ”

“ข้าไม่รู้…ไม่เห็น…”

“อ้าว!” ไรอันอุทานซ้ำ “ขนาดป้าอีไม่รู้แล้วใครจะล่วงรู้”

“ข้าไม่เห็น…” ผู้พูดโกรธแค้น “จะมีใครที่ิอาจหาญปกปิดข้าได้”

“ไอ้พวกมนต์ขาวไงป้า พวกอาวุโสที่นั่นเยอะแยะ”

“ถ้าเป็นพวกมนต์ขาว อย่างน้อยข้าต้องรู้ ต้องเห็น ไม่ใช่มนต์ขาวเลย!”

“อย่าพูดอย่างงั้นสิ ป้า มันบั่นทอนกำลังใจนะ ข้าฝึกมนต์ดำขั้นสูงอยู่ ข้าอยากเหนือกว่าใคร ไม่อยากอยู่ใต้ใคร”

“บังอาจ!” อีเวอนลีนตวาดหลานชาย “ใครจะสู้ข้าได้ คาถาปิดบังแค่นี้ ข้าต้องล่วงรู้…ต้องรู้ ไปให้พ้น…ไปให้พ้น…ทั้งพ่อทั้งลูก…ข้าอยากพบแต่เรนี่…คอยดู…คืนจันทร์มืด…ไม่นานแล้ว…ไม่นาน…ข้าจะทำลายทั้งหมด…ทำลาย…ทำลาย…!”

พ่อมดฮูโกสะกิดลูกชายให้รีบถอย เพราะพี่สาวอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด

เมื่อสองพ่อลูกไป เรนี่ก็มาแทนที่

“เรนี่…เรนี่…เจ้ามีพรสวรรค์เหนือผู้ใด เจ้าล่วงรู้หรือไม่ใครบังอาจบุกบ้านของยาย?”

แม่มดน้อยเกิดอาการสับสน…หล่อนมีทั้ง…‘ขาว’ และ ‘ดำ’ รวมหลอมอยู่ในกาย

ยามอยู่กับพวกมนต์ขาว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีจะบังเกิด จะรู้สึกตัวเองเป็นผู้เป็นคนกับเขาบ้าง หากยามอยู่กับพวกมนต์ดำ จิตและกายจะเร่าร้อน อำนาจอยากทำลายล้างบังเกิดแทนที่ ดวงตาจะแข็งกระด้าง

ยายถามใคร?

ใครขโมยไป?

ถามถูกคนแต่…เรนี่ต้องฝืนเต็มที่ พยายามนึกถึง ‘วิล’ นึกถึง ‘แม่’ อย่าให้ ‘จิต’ ของเรนี่ตกอยู่ภายใต้มนต์ดำเลย หากอยู่ต่อหน้ายายอีเวอลีน เรนี่กลับควบคุมตัวเองไม่ได้

“เรนี่…เรนี่เองค่ะ!”

ยายอีเวอลีนแค่นหัวเราะ

“ไม่จริง…ไม่จริง…ยายรู้ว่าไม่ใช่…อย่าตอบตลกกับยาย”

“เรนี่…เรนี่จริงๆ ค่ะ”

“ยายไม่มีวันเชื่อ ถ้าเป็นเรนี่ยายต้องล่วงรู้ เราสองเกือบจะเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว”

“โอ๊ย…ย…” เรนี่อยู่ๆ ก็ปวดศีรษะ “เจ็บ…เหลือเกิน…ปวด…เหลือเกิน…”

อีเวอลีนโคลงศีรษะ

“นี่ล่ะ…เกิดจากเพราะเจ้ารับทั้งมนต์ดำและมนต์ขาว พวกมันพยายามจะดึงมนต์ดำออกจากเจ้า ดีที่เจ้ามีพรสวรรค์ร่างจึงไม่แตกสลาย ถึงวันคืนจันทร์มืด หลังจากทำลายเมืองเวทมนตร์แล้ว ยายจะล้างมนต์ขาวออกจากร่างเจ้าทั้งหมด เจ้าจะหายปวดเสียที”

 

***

 

“คืนจันทร์มืด!” ยายทาฮิร่าพึมพำ

เซลิน่ากับวิลและเปเลส นำความลับมาบอกกับยายอาวุโส ทาฮิร่าและบาบาร่า

ใบหน้าบาบาร่าซีดเผือด

“จันทร์มืด…อาคมคาถาของพวกเราจะอ่อนแรงกว่าปกติ และห้าสิบปีถึงจะมีคืนจันทร์มืดหนึ่งครั้ง”

“และนี่…ก็ใกล้เข้ามาแล้ว…ใกล้…แล้ว…” ทาฮิร่าพยักหน้า

เซลิน่าเองก็เริ่มผิดปกติเพราะฝึกมนต์ดำ เสแสร้ง เป็นฝ่ายป้าอีเวอลีน จนสามารถล่วงรู้ว่าป้าจะทำอะไรและเมื่อไหร่ แต่เพราะฝึกมนต์ดำหล่อนต้องมาให้แม่มดอาวุโสดึงพลังเลวร้ายออกจากกาย จึงทำให้ยังคงสติและอารมณ์ไว้ได้

“ลิน่าแอบได้ยินว่าคืนจันทร์มืด มนต์ดำจะมีอำนาจสูงสุด พลังจะเพิ่มพูนเป็นทวีคูณ”

“ใช่แล้ว…ใช่แล้ว…” บาบาร่ายอมรับ “พวกเราจะอ่อนแรง…”

เปเลสสังเกตเห็นเซลิน่าที่ตอนนี้ก็ดูอ่อนแรง จึงถามเพื่อน

“ลิน่า…เธอไม่สบายใช่มั้ย?”

เซลิน่าบีบมือตัวเอง

“เปล่า…เปล่า…”

“เพราะเธอฝึกมนต์ดำแน่ๆ ดำกับขาวกำลังทำร้ายเธอ พวกเราไม่น่าให้เธอแกล้งเป็นฝ่ายแม่มดอีเลย เธอต้องรับสิ่งเลวร้ายของป้าเธอ”

“ไม่เป็นไร…เรนี่เจออะไรมากกว่าลิน่าเสียอีก ขนาดลิน่าเพิ่งฝึกมนต์ดำยังทรมานเลย เรนี่โดนบังคับให้รับมนต์ดำโดยตรง เรนี่ต้องทรมานมากกว่าลิน่าอีก” เซลิน่าพูดถึงเรนี่ในแง่ดีครั้งแรก…อย่างเข้าใจสภาพ…ทำให้วิลเองก็แปลกใจ และยิ้มให้เซลิน่า

ใช่แล้ว…แม่มดสาวต้องยอมรับความจริง จะมัวแต่รังเกียจ จะเป็นผลเสียต่อเมืองเวทมนตร์ และจะทำให้วิลไม่สบายใจด้วย

 

Don`t copy text!