มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 57 : จันทร์มืด

มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 57 : จันทร์มืด

โดย : โสภี พรรณราย

มนตราตะเกียงแก้ว โดย โสภี พรรณราย เรื่องราวของเมืองเวทย์มนตร์และมนตราสำคัญที่ผนึกอยู่ในตะเกียงของท่านยาย เมื่อวันหนึ่งตะเกียงถูกขโมยไป อันตรายใหญ่หลวงกำลังคุกคามโลกเวทย์มนตร์ หัวขโมยจะนำเอามนตราที่อยู่ในตะเกียงแก้วไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด…นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​

-57-

เรนี่เซถลาเกือบล้ม…เมื่อรับ ‘พลังมนต์ดำ’ ครั้งสุดท้ายจากยายอีเวอลีนอย่างทุกข์ทรมาน

ไม่มีความเมตตา…ผู้ที่ประคองเรนี่กลับเป็นเซลิน่า

“ป้าอีคะ…เรนี่ไม่ไหวแล้วนะคะ” เซลิน่าพูดแทนเรนี่ ทำให้เรนี่เลิกคิ้ว…ทุกครั้งที่พบกันเซลิน่ามักจะบูดบึ้งใส่หล่อน น้ำเสียงก็กระแทกกระทั้นประชดประชัน ครานี้เธอปกป้องหล่อนและเธอก็พยายามช่วยหล่อน

“ลิน่า…เจ้าอย่าพูดมาก เพราะครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่ป้าถ่ายทอดพลังให้กับหลานรักเรนี่ของยาย ตอนนี้เรนี่มีพลังที่จะทำลายล้างเมืองเวทมนตร์ได้แล้ว” อีเวอลีนหัวเราะ

เรนี่เบิกตากว้าง

“งั้น…เรนี่…เรนี่ เป็น…เป็น…มาร…” หล่อนทรมานนะเพราะมีบางอย่างต่อต้าน

พลังความดีที่แม่มดทาฮิร่ากับบาบาร่าพยายามจะแก้ไขและลบล้างความชั่ว

ทั้งขึ้นทั้งล่อง เรนี่มีแต่ความเจ็บปวด ตนเป็นศูนย์กลาง ถือเป็นผู้พิเศษกว่าใคร แล้วดีมั้ยล่ะ…ไม่ดีเลย ที่อยู่ระหว่างกลางสองฝ่าย

ความดี กับ ความชั่ว

มนต์ขาว กับ มนต์ดำ

ความรัก กับ ความชัง

ความสงบสุข กับ ความแค้น

“ป้าอี…เรนี่อ่อนแอนะคะ” เซลิน่าทักท้วง

“ไม่อ่อนแอ…หลานข้าต้องไม่อ่อนแอ และอีกสองราตรีเท่านั้น…จันทร์มืดจะปรากฏ และเรา…เรา…ข้า…เรนี่…เจ้า…พ่อเจ้า พี่ชายเจ้าจะบุกเมืองเวทมนตร์ ทำลายผู้ต่อต้านซะ ผู้ใดเป็นฝ่ายเราจะรอด ผู้ใดปฏิเสธมนต์ดำผู้นั้นจะแตกสลาย!”

สองราตรี…ใกล้เข้ามาแล้ว

เรนี่…เรนี่…ทำไมแปลกๆ…รู้สึกแปลกๆ

“เจ้าทั้งสองไปพักผ่อน ช่วงนี้เก็บพลังไว้…อีกสองราตรีเรามีงานใหญ่ต้องทำ!”

 

***

 

การผ่าตัดบงกชเรียบร้อย และหลังผ่าตัดก็ได้พักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลอีกระยะหนึ่ง

ด้านห้างซาร่าก็กำลังไปได้ด้วยความช่วยเหลือจากคุณวรชัย

คุณวรชัยมาร่วมประชุมกับคุณสุมิต วิชา กับเกศราเกือบทุกวัน

ด้วยอำนาจ ‘เงิน’ ทำให้ทุกอย่างดำเนินต่อไปได้

ห้างซาร่าที่เคยขาดแคลน ‘สินค้า’ จำหน่าย เนื่องจากไม่ชำระเงิน เมื่อชำระเงิน…สินค้าก็กลับเข้ามา

พนักงานที่เคยทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม ด้วยรอเวลาห้างล้มละลาย ก็กลับมีชีวิตชีวา ตั้งใจทำงาน

เงินเดือน ค่าจ้าง ที่เคยค้างจ่าย ก็ชำระให้ครบถ้วน

เจ้าหนี้ทั้งหลายรวมทั้งธนาคารเมื่อได้รับดอกเบี้ย ก็มีความพึงพอใจไม่เร่งรัดทวง ที่อยู่ในโรงในศาล ก็นัดหมายเจรจากัน บรรยากาศจึงดีขึ้นในทุกส่วนและทุกทาง

คุณยุวดียังงงๆ อยู่ว่าทำไมต้องเอาทรัพย์สินของตนเองออกมาช่วยครอบครัว

วิชา กับ เกศรา ตอนแรกก็ตำหนิมารดา แต่เมื่อเห็นบรรยากาศทั้งบ้านกับที่ทำงานดีขึ้น ดีวันดีคืน แค่ไม่กี่วัน ทุกอย่างดูผ่อนคลาย ทำให้รู้สึกจริงๆ ว่า ทุกอย่างอยู่ที่ ‘ใจ’

พอคลาย…พอสบาย…ก็ไม่ตึงเครียด

วิชากับเกศราจึงเลิกตำหนิมารดา และให้กำลังใจท่านว่า

“รอบริษัทฟื้นตัวก่อนแล้ว บริษัทจะคืนทั้งต้นและดอกให้แม่…”

คุณยุวดีจึงยิ้มออก

พอทุกอย่างดีขึ้น สุขภาพของคุณสุมิต กับ บิดา คุณปู่อำนวย ก็พลอยดีไปด้วย เพราะมีกำลังใจนั่นเอง

“ปู่ดีใจ…ปู่ดีใจ…ห้างเราไม่ล้มแล้ว…” คุณอำนวยจะพูดทุกครั้งในระหว่างทานอาหารกับครอบครัว

สายตาคนรอบข้างในครอบครัวก็เริ่มมองเรนี่อย่างเป็นมิตร

เรนี่สิ…กลับรู้สึกแปลกๆ หล่อนมาเยี่ยมอาบงกชที่โรงพยาบาลเช่นทุกวัน…

“สีหน้าอากชดีนะคะ วันนี้” เรนี่พูด

คนป่วยจ้องหน้าหลานสาว…จ้องแล้วจ้องอีก

“เรนี่…” หญิงสาวเลิกคิ้ว ยกมือลูบหน้า

“มองเรนี่ทำไมคะ?”

“ทำไมหน้าเรนี่หมองคล้ำขนาดนี้”

หมองคล้ำ…หมองคล้ำ…ดวงตาแดง…

“หรือคะ?”

“เรนี่ไม่ได้มองตัวเองในกระจกหรือ?”

“เอ้อ…”

“เรนี่…อาว่าเธอผิดปกติ”

หัวใจเรนี่เต้นแรง

“เรนี่ไม่รู้ค่ะ…ไม่รู้…”

แม่มดน้อยของอา…ไม่เหมือนเดิมแน่นอน…

“เกิดอะไรขึ้นจ๊ะ?”

“เอ้อ…เรนี่ก็ไม่รู้ รู้แต่เรนี่ไม่สบายตัว เหมือนจะเป็นไข้…เหมือนตัว…ร้อน…บางครั้งหัวแทบระเบิด”

แต่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เป็น…รับมนต์ดำมาจากยายอีเวอลีนก็เป็นเสมอ…หากไม่รุนแรงเท่าครั้งนี้

บงกชมองหลานสาว แว่บหนึ่งเห็นเรนี่เปลี่ยนไป…

แว่บเดียว…ใบหน้าหลานสาวดำมืด…ดวงตาแดงราวกับเปลวเพลิง อาภรณ์ดำทั้งชุด แม้จะเป็นผ้าแพรงดงาม แต่ความดำปกปิดความงามของหล่อนจนกลายเป็นน่ากลัว

บงกชตกใจ…หลับตา…อย่างตระหนกหวาดกลัว

ลืมตา…ภาพเรนี่ที่น่ากลัวหายไป เป็นเรนี่ที่หมองคล้ำไร้ชีวิตชีวา

มีบางอย่างบอกกับตนเอง

มารน้อย!

เรนี่จะกลายเป็นมาร…เป็นอสูร

ตนจะพูดได้อย่างไร?

“อากช…อากชคะ…”

บงกชสะดุ้ง

“เรนี่…อย่าไปไหนนะ…อยู่กับอา…” คิดว่าการรั้งตัวหลานไว้ให้อยู่ใกล้ตัว อาจเป็นผลดีต่อเรนี่เอง

“ไม่ได้ค่ะ…เรนี่มีงานต้องทำ”

“บริษัทหรือ?”

“ที่ห้างตอนนี้…คุณพ่อก็แวะไปครึ่งวัน…พี่วิชากับพี่เกศราไปประจำทั้งวัน ลุงชัยก็ไปช่วยด้วย เรนี่ไม่ต้องห่วงมากแล้ว อากชก็ไม่ต้องห่วงห้างแล้วนะคะ…”

คนป่วยโคลงศีรษะ อากชห่วงเธอมากกว่าห้าง…อากชเห็นภาพเธอเป็นมารน้อย…อากชทนไม่ได้

ไหนว่าเรนี่เป็นแม่มดน้อยไงล่ะ ไฉนเป็น ‘มารน้อย’ ไปได้

“อาอยากพบพ่อมดวิล”

“เขา…เขา…” ช่วงนี้ วิลก็หายไป จนเรนี่รู้สึกแปลกๆ กลับพบแต่เซลิน่า…

วิลหายไปไหน?

ใกล้จันทร์มืด…วิลกับเปเลสเก็บตัวฝึกคาถามนต์ขาว…เพื่อปกป้องเมืองเวทมนตร์

“เรนี่…หนูผิดปกตินะ”

หลานสาวฝืนยิ้ม

“เรนี่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ อากชสิ…หลังผ่าตัดต้องพักนะคะ เรนี่อาจไม่มาสองสามวัน”

สองราตรีเมืองเวทมนตร์…คือจันทร์มืดเมืองเวทมนตร์

เรนี่ถูกอำนาจมืดบางอย่างบังคับต้องกระทำ!

อย่างน้อยก็มีบางอย่างที่ต้องทำให้ต้องมา ‘บอกลา’ อากชที่หล่อนเคารพรักที่สุด

“เรนี่จะไปไหน?”

“ไม่รู้ค่ะ…ไม่รู้จริงๆ” อยู่ๆ หล่อนก็มีน้ำตา

“เรนี่…!”

“อากชคะ…เรนี่เห็นแม่…แม่อแมนด้า…แต่ยายเรียกว่า…รีด้า…แม่รีด้า คือคนคนเดียวกัน!” เรนี่อัดอั้น…จนต้องร้องไห้

คนป่วยเบิกตากว้าง

“อแมนด้ากลับมาแล้วหรือ?”

เรนี่โคลงศีรษะไปมาอย่างสับสน

“ไม่ค่ะ…ไม่กลับ…แม่แค่มาช่วยเรนี่ แล้วแม่ก็หายไป…หายไปอีก…แม่ไม่รักเรนี่…แม่ไปแล้ว…”

บงกชกลืนน้ำลายยากเย็น

อแมนด้าต้องมีเหตุผล การมา…การไป…ล้วนต้องมีเหตุผล

“ไม่มีแม่คนไหนไม่รักลูก”

“เรนี่อยากเจอแม่!”

“โธ่…เรนี่ที่น่าสงสาร”

“เรนี่สับสนไปหมด เรนี่เป็นอะไรกันแน่…บ้างก็ว่าเรนี่แสนดีมีพรสวรรค์ บ้างก็ว่าเรนี่เป็นมารร้าย…แต่เรนี่จะเป็นอะไร เรนี่ก็ยังเป็นคน…ที่อยากมีครอบครัวอบอุ่น อยากให้แม่มากอด…ให้แม่มาอยู่กับเรนี่ เรนี่ขาดความอบอุ่น…ถ้าไม่มีอากช เรนี่คงอยู่ไม่ได้ค่ะ” หล่อนโผเข้าอ้อมกอดของอาบงกชแทนมารดา

แม่จ๋า…แม่จ๋า…อยู่ไหน?

“เรนี่…ของอา…”

เศร้าอยู่ชั่วขณะ…แล้วเรนี่ก็ผละออกจากอ้อมแขน ดวงตาแดงก่ำวาวโรจน์

“เรนี่…ต้องเข้มแข็ง…ยายอีบอกว่า เรนี่ต้องเป็นผู้นำ ต้องแข็งแกร่ง…โลก…อยู่ในมือของเรนี่!”

“เรนี่!”

“เรนี่ต้องไปแล้วค่ะ” น้ำตายังไม่เหือดแห้งด้วยซ้ำ

“เรนี่อย่าไป…ยังพูดเรื่องแม่ไม่รู้เรื่องเลย” พยายามจะรั้งตัว

“ขอโทษค่ะ อากช เรนี่อาจไม่ได้มาเยี่ยมอากชสองสามวันนะคะ อาจจะ…อาจจะ…เอ้อ…”

อาจจะ…ไม่เจออากชอีกเลยชั่วชีวิต

เรนี่ไม่อยากไป…ไม่อยากทำ…แต่มีบางอย่างที่บังคับ…

ดวงตาแดงขนาดนั้น…ราวกับเปลวเพลิง

บงกชใจไม่ดีเลย เห็นแล้วว่า ‘มาร’ ครอบงำหลานสาวอยู่ ดูแล้วไม่สบายใจ

สาวน้อยใสๆ สวยๆ ของอากชหายไปไหน

“เรนี่!”

หญิงสาวเคลื่อนตัวออกจากห้องอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสายตากังวลของคนป่วย

“เรนี่…หนูต้องกลับมานะ…กลับมา…อากชจะคอย…คอย…”

 

 

จันทร์มืด…

ห้าสิบปีจะปรากฏครั้ง ปกติแล้วชาวเมืองเวทมนตร์จะเก็บตัวอยู่ในเคหาสน์…เก็บตัวเงียบ…สงบ…รอเวลาจันทร์จะเคลื่อนผ่าน…ความมืดจะสว่าง จะนั่งเผ้ารออย่างสงบ…และอดทน

ความมืดคืบคลานเข้ามา

เคหาสน์ยายทาฮิร่า สมาชิกที่มารวมตัวต่างใจเต้นแรง ยายบาบาร่าสงบนิ่ง…เจ้าชิกเก้นกระซิบกับเจ้าไทเกอร์ว่า

“ทำไมเงียบขนาดนี้”

“ลางไม่ดีเลย…สังหรณ์ใจ”

“แม่มดร้ายอีเวอลีนมันจะบุกเมืองจริงๆ เหรอ?”

“ก็ไม่รู้…ลิน่าบอกว่าจะบุก…ต้องเชื่อพวกเราสิ”

“สองยายของพวกเราจะรับมืออย่างไง?”

เงียบ…มีแต่ความเงียบ

วิลเริ่มขยับตัว โพล่ง

“ผมจะออกไป”

เปเลสจับแขนไว้ และยายทาฮิร่าก็ร้องห้าม

“อย่า!”

“ผมจะไปหาเรนี่!”

“ไม่ได้…เรนี่อยู่ในสายตาแม่มดร้าย เจ้าไปเท่ากับไปตาย”

“แต่เรนี่ไม่ควรตกอยู่ใต้การบังคับของยายเธอ…เรนี่ไม่ควรเป็นมาร…”

“มันเป็นชะตาของเรนี่”

“ไม่จริงครับ…เราต้องช่วยเรนี่!”

ยายบาบาร่าแทรกขึ้น

“ช่วยเมืองเวทมนตร์ก่อนเถอะ”

และแล้ว…ต้องเงียบเสียงเพราะมีบางอย่างดังกึกก้อง เหมือนเสียงระเบิด…และตามด้วยเสียงกรีดร้องอย่างตกใจ

มันเกิดขึ้นจริงๆ แล้ว…

ยายอีเวอลีนกับเรนี่…มาแล้ว…ตามด้วย เซลิน่า พ่อมดฮูโก และพ่อมดไรอัน

เซลิน่าแสร้งเป็นฝ่ายป้าอี…และมีเพียงหล่อนที่มี ‘สติ’ แต่หล่อนมิอาจยุติศึกครั้งนี้ ได้แต่หวังว่ายายทาฮิร่ากับพวกจะต้าน ‘พลังเลวร้าย’ อยู่

เพียงการมาของพวกมนต์ดำที่เตรียมจะทำลายล้าง มาพร้อมเพรียงกึกก้องและเปลวเพลิง

ชาวเมืองผู้อ่อนคาถา ไม่อาจต้านมนต์ดำ

แม่มดอีเวอลีนทำลายอย่างบ้าคลั่ง

“ใครสยบข้าจะรอด…ใครต่อต้านจะต้องแตกสลาย”

หากชาวเมืองเป็นหนึ่งเดียวกัน ต่อต้านพลังร้าย ไม่ยอมให้เมืองเวทมตร์ที่สงบสุขต้องตกอยู่ในมือมารร้าย

อีเวอลีนกล่าวกับเรนี่

“มารน้อยของยาย…แสดงฝีมือเจ้าเลย ให้พวกมันตระหนักว่าเจ้าสมควรเป็นผู้นำขนาดไหน!”

จันทร์มืดปกคลุม…

เรนี่ก็ถูกมนต์ดำปกคลุม แม้เซลิน่าจะแอบส่งสายตาบอกตลอดเวลาว่า “เรนี่…เรนี่ตั้งสติ…อย่าทำร้าย…ชาวเมือง…”

ไม่สำเร็จ…เรนี่ตาแดงก่ำ อาภรณ์ชุดดำปลิวไสว ล่องลอยอยู่เหนือพื้น ร่ายคาถาทำลายล้าง

ทำลาย…ทำลาย…และทำลาย

 

 

Don`t copy text!