หนึ่งในหล้า บทที่ 23 : ดาวเสื่อมคุณภาพ

หนึ่งในหล้า บทที่ 23 : ดาวเสื่อมคุณภาพ

โดย : กฤษณา อโศกสิน

หนึ่งในหล้า นวนิยายชุดโหราศาสตร์ของ กฤษณา อโศกสิน เล่าถึง ‘ยุคทอง’ ชายหนุ่มผู้มีดาวพฤหัสเป็นดาวสำคัญที่มีอิทธิพลโน้มนำชีวิตของเขาจนได้พบกับหญิงสาวนาม ‘ปรางสี’ จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์เกิดขึ้นเพราะความตั้งใจหรืออิทธิพลของดวงดาว และเขาจะเลือกเดินบนเส้นทางใด นวนิยายออนไลน์ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

“ก็หวงทั้งสองอย่างนั่นแหละลูกเอ๊ย” คุณเปล่งยอมรับออกมา “เล่าให้ชัดกันไปเลยก็ได้…เสียดายที่ไม่มีโอกาสไลฟ์สด…ไม่งั้นจะบอกทุกคนให้หมดเปลือกเลยว่าวางแผนไว้ยังไง…” บุรุษชราก็เลยเริ่มขยายให้อินทรีรู้ถึงความปรารภนา “คือถึงยังไงผมก็ต้องช่วยหลานเลือกคู่ ใครจะหาว่าผมสู่รู้ หรือเจ้าอำนาจไม่เข้าเรื่องก็ช่างเขา…เพราะนี่มันคือชีวิตของหลานเรา…เพราะผมอาจจะอยู่ได้แค่ปีหน้า หรืออยู่ถึงร้อยกว่าก็ไม่มีใครตอบได้…ถ้าคุณอินทรีตอบไหว ก็บอกมาเลยว่าอีกกี่ปีตาย”

อีกฝ่ายก็เลยอึ้งไป

“ไม่ทราบเลยครับ เพียงแต่ทราบว่าอายุท่านยืนมากแค่นั้น เพราะดาวอายุของท่านร่วมดาวอาทิตย์เป็นองค์เกณฑ์ รับรองเลยครับว่าทั้งร่างกายมันสมองแข็งแรงมาก แล้วยังมีดาวพฤหัส ‘หนึ่งในหล้า’  เป็นศรี ได้ตำแหน่งมหาจักรอีกต่างหาก ครอบครัวถึงได้มีความสุขความสบาย ญาติๆที่เป็นลูกหลานก็อยู่ในศิลสัตย์ระเบียบมารยาทที่ดี ไม่ผิดเหล่าผิดกอไงครับ”

คุณเปล่งฟังพลางก็ได้แต่พยักหน้าเพราะเห็นจริงดังนั้น

ครั้นแล้วอินทรีจึงบอกเล่าต่อเนื่อง

“เพียงแต่อาจจะเกิดเรื่องไม่คาดคิดมั่งเหมือนกันนะครับ…นั่นก็คือ บริวารของท่านวิ่งไปอยู่เรือนเล็งคู่กับมฤตยู จึงมักจะจู่ๆก็เสียชีวิตไปหรือไม่ก็มีอันพลัดพรากโดยไม่ทันรู้ตัว คืออังคารกับมฤตยูเล็งแล้วยังมีราหูกุมลัคน์อีกนี่ ไงๆท่านก็สู้ลิขิตฟ้าดินไม่ไหว…ถ้าไม่แน่ใจ ท่านลองนับคนที่จากท่านไปทั้งๆไม่อยากให้จากก็ได้นะครับ…เริ่มตั้งแต่คู่ของท่านนั่นเลย…”

“จริง” อีกฝ่ายยอมรับ

“แต่เรื่องทรัพย์สมบัติท่านไม่ต้องห่วงแม้แต่นิดเดียว หนูปรางรักษาได้”

“ผมก็เป็นห่วงแต่เรื่องคู่ของหลานนี่ละคุณ…บอกอย่างไม่อายว่าคุณจะนึกว่าผมก้าวก่ายเรื่องนี้กับเขามากเกินไป แต่มันก็จำเป็นไงฮะ…จำเป็นที่จะไม่อยากให้คนอย่างนายตือนายเต็นมาถ่ายกระเป๋าผมไง”

“เรื่องนี้ ผมรับรองเลยนะครับท่าน”

“ถ้างั้นคู่ของปรางคือคนยังไง”

“คนดีครับ ไม่ต้องห่วง เพียงแต่ผมยังไม่สามารถยืนยันได้แค่นั้น…เพราะดวงหนูปรางค่อนข้างขายดี”

“โอย…คุณลุงคะ” ปรางสีก็เลยร้องเสียงยาว ผิวหน้าระเรื่อขึ้นแกมเก้อเขิน “คงไม่ถึงยังงั้นหรอกค่ะ”

“แต่จะยังไงก็ตาม หนูไม่ควรจะตกลงใจอะไรทั้งสิ้นตอนนี้” ผู้ทำนายบอกกล่าวเมื่อแลเห็น ‘ดาวพฤหัส’ ที่เคยทับลัคน์ขณะนี้ จะย้ายไปราศีธนูไปเป็นเกษตรคู่กับดาวเสาร์ ดาวเจ้าปัญหาของทั้งตัวเมืองและชาวเมือง “ซึ่งก็ดีแล้วที่ไม่ตกลง เพราะตั้งแต่ 30 ตุลาเป็นต้นไป ดาวพฤหัสที่เคยถอยหลัง เลยทำให้เกิดเหตุการณ์แปลกๆก็จะเริ่มเดินปกติ ทีนี้หนูก็จะเจอปัญหาขึ้นมาอีกหน่อย”

“ปัญหาเรื่องเรียนหรือไงคะคุณลุง” หญิงสาวผู้กำลังพาชีวิตตนก้าวไปข้างหน้าเอ่ยถาม “คือหนูกำลังตัดสินใจน่ะค่ะว่า ถ้าเขาเปิดรับสมัครเมื่อไหร่ก็จะไปสมัครแบบเรียนออนไลน์เสาร์อาทิตย์แค่นั้น”

“ดีแล้วหนู…เรียนออนไลน์ก็ดี…เพราะปีต่อปีนี้คือปี 63 ผมว่าจะไม่สู้ชอบมาพากลสักเท่าไหร่”

“คือยังไงหรือคุณอิน” บุรุษอาวุโสผู้กำลังฟังอย่างสนใจเอ่ยถาม

“คิดว่า…น่าจะมีเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งที่ออกไปในทางร้ายเกิดขึ้นน่ะครับ…” อินทรีก็เลยบอกกล่าว แต่ไม่อาจสืบสาวชื่อดาวทั้งสองออกมาตีแผ่ เพราะผู้ไม่รู้จะยิ่งงงหนักขึ้น

แม้กระนั้น คุณเปล่งก็ค่อนข้างตกใจ

“เหตุร้ายชนิดไหนล่ะคุณ เกิดกะหนูปรางนี่น่ะเหรอ…”

“เกิดกับบ้านเมืองด้วยครับ” เขาตอบพลางนึกถึงดาว ‘หนึ่งในหล้า’ ที่เริ่มเดินชนกับขุนคีรีลูกใหญ่คือเสาร์ ทั้งๆที่ดาวสองดวงนี้คือ 5 กับ 7 ก็กุมกันอยู่ ณ ราศีธนู มาตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ทรงคิดคำนวณร่วมกับโหราจารย์ 5 ท่าน ให้ฤกษ์ยกเสาหลักเมือง รอจนดาวจันทร์ 2 เสวยฤกษ์ 8 ปุษยะราชาฤกษ์นั่นแล้ว ก็ด้วยทรงประสงค์ให้เมืองไทยยิ่งยงเหนือบ้านเมืองใหญ่น้อยทั้งปวง พร้อมพรักด้วยอาทิตย์ 1 ‘มหาอุจ’ กุมลัคนาอยู่ ณ ราศีเมษ อันเป็นราศีแห่งดินแดนอุตตรกุรทวีปที่ถือว่า 3 ราศี คือ เมษ พฤษภ มีน คือราศีมีบุญสูงสุด โดยเฉพาะราศีเมษ มีดาวอังคาร 3 ดาว นักรบ นำหน้าลัคนา

ดังนั้น กว่าจะรอคอยให้ดาว 1,2,3, มาสถิตในตำแหน่งที่มั่นคงยั่งยืน ไม่มีวันแตกสลายก็ต้องรอจนกระทั่งถึงวันอาทิตย์ขึ้น 10 ค่ำ เดือน 6 ปีขาล จ.ศ.1144 ณ วันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2325 เวลา 06.54 น. จึงสมความปรารถนาทั้งของพระมหากษัตริย์และโหราธิบดี

นั่นก็ด้วยดาวดวงสำคัญคือดาวจันทร์เดินเข้าไปสถิตเป็น ‘เกษตร’ ณ เรือน ‘พันธุ’ ในราชาฤกษ์พอดีกับดาวอาทิตย์ที่ยืนรออยู่แล้วในตำแหน่ง ‘มหาอุจ’ พฤหัสเกษตรที่ราศีธนูส่งกระแสเกื้อกูลหนุนส่งผู้มีธรรมจนสามารถค้ำจุนบ้านนี้เมืองนี้ได้อยู่รอดปลอดภัย ฝ่าฟันเหตุการณ์แม้ร้ายแรงได้ผ่านพ้น

จนมาถึง 30 ตุลาคมปีนี้ ที่ทั้งดาวพฤหัสและดาวเสาร์เจ้าปัญหา กลับควงแขนกันเข้ามาทับ 57 ที่เรือนศุภะอันคือเรือนแห่งคุณธรรมและความผาสุก ซึ่งอาจทำให้เกิดเภทภัยขุกเข็ญ มีอันเป็นไปนานาประการ

ดังนั้น อินทรีจึงอยากยับยั้งปรางสีไว้มิให้หล่อนมายึดกรุงเทพฯเป็นที่พักใหม่

“เรียนออนไลน์นี่ ผมว่าดีที่สุดนะหนู” ผู้ทำนายบอกกล่าวเมื่อหันมาดูดวงให้หล่อนอีกครั้ง

หลังจากเหนื่อยอ่อนกับมนตรีมาแล้วทั้งคืน

แต่คุณเปล่งก็ยังหาทางจะเข้าใจใดๆเกี่ยวกับคู่ครองของหลานได้ไม่ จึงเอ่ยลอยๆออกมา

“นายตือนายเต็นมันก็คงดีใจละมัง ไม่ต้องควักกระเป๋าตามไปตามกลับ”

“ก็ดีแล้วนะครับผมว่า ท่านจะได้ไม่ห่วงมาก” อินทรีก็เลยเสริมคำ “ถึงหนูอยู่โรงแรมนั่นหรืออยู่กับคุณกาศก็พอกัน เขาก็ตามได้ทุกวันทุกชั่วโมงอยู่แล้วถ้าอยากตาม”

“เฮ้อ…รู้เลยว่าความสามานย์ของคนเรานี่คือยังไง” ผู้เป็นตาได้แต่ทอดถอน

อินทรีเองก็สังหรณ์อยู่เหมือนกัน

หากก็ต้องปลอบใจ

“แต่ยังมีเวลาอีกหลายเดือนไม่ใช่หรือฮะ กว่าจะได้เรียน”

“ค่ะ…เขาคงเปิดรับสมัครราวๆสิงหาปีหน้า”

“มีเวลาอีกนานนี่หนู”

“หนูก็เลยอยากเรียนโหราศาสตร์คั่นเวลาไงคะ หนูเรียนคุณลุงไว้แล้ว”

นั่นเอง ประทินจึงเอ่ยถาม

“ก็เป็นอันว่า ถึงยังไม่เข้ามหาลัย ก็ต้องเข้าโรงเรียนโหราศาสตร์ไปก่อนใช่ไหมปราง”

“แม่กะคุณตาอยู่เป็นเพื่อนได้ไหมล่ะคะ”

“เฮ้อ” เสียงคุณเปล่งถอนใจดัง “เรื่องมากจังเลยอีหนู”

“แต่ถึงไงคุณตาก็ยังอยากอยู่ฟังเรื่องพี่กาศนี่คะ…ระหว่างนี้ หนูอ่านตำราโหราศาสตร์ไปพลางๆก็ได้…อ่านที่โรงแรมยังได้เลย…สงบดีซะอีก”

“ถ้างั้น หนูเอาสมุดเล่มนี้ไปลองอ่านควบกับคู่มือง่ายๆก่อนดีกว่า” ผู้จะต้องสอนเต็มใจ “ในสมุดมีลายมืออาจารย์ของผมให้ไว้นานนับสิบๆปี ผมหวงเท่าชีวิตเลยทีเดียว”

 

ในที่สุด อินทรีก็ขอให้คุณเปล่งเป็นกันเองกับเขา โดยให้งีบบนโซฟายาวตัวเก่าที่เมื่อคืนมนตรีมาพักแรม แต่เช้านี้ชะอมเข้ามาเช็ดเบาะหนังดำทำความสะอาดจนหมดจด เปลี่ยนหมอนเป็นอีกใบในจำนวนที่มีอยู่สี่ใบ อัจฉราสั่งให้ถอดปลอกใบที่มนตรีหนุนเมื่อคืนไปซัก เพราะรู้ล่วงหน้าว่าจะต้องต้อนรับแขกคนสำคัญผู้อยู่ในวัยปลาย คงอยากหลับสบายสักครึ่งชั่วโมงหรือมากกว่านั้น

เธอเองก็นึกรู้อยู่เหมือนกันว่าคุณเปล่งสนใจหลานชาย จึงใคร่พายุคทองเข้ามาใกล้ชิดกับผู้เฒ่า

อันการเลือกคู่เลือกคนมาอยู่ด้วย…จำต้องมีขั้นตอนพอใช้…เธอจึงระแวดระวังเป็นอย่างดีหลังจากสามีถ่ายทอดให้ฟังว่า…คนเรานั้นดีใดก็ไม่ดีเท่าน้ำใจ หากเห็นแก่ตัวเสียแล้ว ก็ยากที่จะอยู่กับใครได้ นิสัยใจคอจึงจำเป็นต้องมาก่อน ก่อนพงษ์เผ่าเหล่ากอ ก่อนความมีความจน ก่อนตำแหน่งการงาน

ทุกการเลือกจึงต้องใช้เวลา

ณ บัดนี้ อัจฉราจึงพร้อมใจกับอินทรี…เตรียมเลือกหญิงที่คิดว่าดีคนหนึ่ง ซึ่งมิรู้ว่าชะตากรรมใดพามา

ถ้าเชื่อตัวเลขที่ว่าคือของจริง ก็เกาะติดไปกับตัวเลข

เนื่องด้วยตัวเลขมาจากการเสกเป่าของฟ้าดิน รวมทั้งจากกุศลอันไม่สิ้นสุดแห่งปางหลัง

คุณเปล่งจึงเอนกายลงหนุนหมอน

“ถ้าผมกรนละก็ อย่าว่ากัน” ชายวัยปลายบอกยิ้มๆก่อนหลับตา

“ไม่เป็นไรเลยครับท่าน ตามสบายเลยฮะ นอนเหมือนนอนอยู่บ้านได้เลย”

ปรางสีจึงลุกขึ้นไปนั่งทางปลายเท้าของคุณตา พลางพลิกดูหนังสือและสมุดที่อินทรีเพิ่งมอบให้

บนหน้าแรก มีลายมือที่ถือว่าโบราณปรากฏอยู่ในวงกลม นับแล้วได้ 12 ช่อง มีเลข 0 อยู่ตรงกลางกำกับด้วยตัวอักษร คำว่า ‘เมษ’ ถัดไปทางซ้ายทวนเข็มนาฬิกา มีคำว่า 1 พฤษภา 2 เมถุน 3 กรกฏ ไล่เรื่อยลงมา

ข้างล่าง เขียนว่า ‘เกษตร = เจ้าเรือน’ ถ้าตามพจนานุกรมก็แปลว่า ทุ่ง นาไร่ ที่ตนเองเป็นเจ้าของ จึงนับได้ว่าคือผู้ครอบครองทรัพย์สิน

ถัดลงไปก็เป็นวงกลมเช่นกัน แต่ตัวเลขที่แจกออกไปตามช่องทั้ง 12 เปลี่ยนไป

ข้างล่างมีลายมือกำกับไว้ว่า

‘ประ’ ให้โทษ

อินทรีกำลังมองตามสายตาหญิงสาว พลางบอก

“หนูต้องค่อยๆจำตัวเลขช่องแรกให้ได้ก่อน เพราะเป็นตัวตั้งต้นที่สำคัญ คือถ้าจำวงกลมวงแรกที่อาจารย์ผมแจกแจงไว้ไม่ได้ ก็ยังไม่ต้องเลื่อนไปจำตัวเลขในวงกลมถัดลงไป

“ได้ค่ะ หนูจะจำ ‘เกษตร’ ให้แม่นก่อน”

ปรางสีชอบตัวเลขตรงนัยน์ตาที่หล่อนตั้งใจว่าจะจำให้ได้ภายในบ่ายวันนี้เลยทีเดียว โดยไม่รู้สึกว่ายุ่งยากแต่อย่างใด

ตรงกันข้าม…เพียงแค่เห็นตัวเลขที่กำกับด้วยชื่อเดือน ก็เสมือนคุ้นเคยมานาน

“วงกลมที่เขียนกำกับไว้ข้างล่างว่า ‘ประ’ นั่น ก็แค่กลับกันกับเลขในวงกลมข้างบน หนูสังเกตเห็นไหม” อีกฝ่ายถาม “นั่นก็คือ ประจะอยู่ที่เรือนตรงข้ามกับเกษตรทุกตัวไป…”

“เห็นค่ะ”

“ประก็คือ ดาวเสื่อมคุณภาพ”

ประทินเริ่มหาวเหมือนกัน แต่ก็พอดีชะอมนำจานสาคูไส้หมูมาวางตรงหน้าพร้อมจานแบ่งและส้อม 4 ที่ เป็นของว่างที่เธอเตรียมมา

“เลยมาปักหลักรบกวนคุณอินตั้งสองสามวัน” เธอเอ่ยอย่างเกรงใจ แต่คุณเปล่งก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น แม้จะหายใจเบาๆเข้าออกเป็นจังหวะ

“ผมเต็มใจนะครับ อยากให้มา อยากให้คิดว่าผมเป็นเพื่อนคนหนึ่งด้วยซ้ำครับ”

“ทำท่าจะเป็นญาติมากกว่า” เธอก็เลยตอบอย่างโล่งใจเมื่อตาพบตา

ชายผู้นี้กับภรรยาน่าจะเป็นเนื้อคู่หนังคู่กระดูกคู่กันแน่แท้

เพราะตั้งแต่รู้จักกันมา แม้จะไม่กี่วัน แต่การไปเที่ยวด้วยกัน ก็ช่วยให้สัมผัสอัชฌาสัยไมตรีที่รู้ได้ว่าจริงใจ

ดีเท่าไรแล้วที่ลูกสาวผ่านมาพบสามีภรรยาคู่นี้ คู่ที่ทำท่าจะเป็นผู้รับฟังทุกข์สุขของทุกชีวิตที่จรมาขอพึ่ง ดูประหนึ่งว่าเขามีวิชาไว้บำบัดอาการทางใจของผู้กำลังมีปัญหา

วิชานั้นนามว่า โหราศาสตร์

ประทินคิดพลางมองดูปรางสี

บุตรีของเธอกำลังก้มลงไล่สายตาไปตามตัวเลขและตัวอักษรในวงกลมอย่างเพลิดเพลิน

แต่ทันใดเสียงกริ่งก็ดังขึ้น



Don`t copy text!