หนึ่งในหล้า บทที่ 25 : ตำรานี่เชื่อได้แค่ไหน

หนึ่งในหล้า บทที่ 25 : ตำรานี่เชื่อได้แค่ไหน

โดย : กฤษณา อโศกสิน

หนึ่งในหล้า นวนิยายชุดโหราศาสตร์ของ กฤษณา อโศกสิน เล่าถึง ‘ยุคทอง’ ชายหนุ่มผู้มีดาวพฤหัสเป็นดาวสำคัญที่มีอิทธิพลโน้มนำชีวิตของเขาจนได้พบกับหญิงสาวนาม ‘ปรางสี’ จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์เกิดขึ้นเพราะความตั้งใจหรืออิทธิพลของดวงดาว และเขาจะเลือกเดินบนเส้นทางใด นวนิยายออนไลน์ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

ใกล้ค่ำวันนั้น หลังจากอัจฉรากลับจากทำงาน พร้อมถุงอาหารหลายถุง ดร.นภากาศก็พายุคทองมาถึงไล่ๆกันพร้อมข่าวดี

“คุณลุงครับ ที่คุณลุงทายไว้ว่าจะได้งานแน่นอน เงินเดือนอยู่ในเกณฑ์น่าพอใจนี่ ก็มีเค้าแล้วนะฮะ” หลานชายหนึ่งเดียวของคุณเปล่งจึงรายงานทันทีด้วยสีหน้าเบิกบานร่ารื่น พลางหันไปทางชายหนุ่มอ่อนวัยผู้บัดนี้เอาแต่ยิ้มพรายในหน้า หากสายตามองเลยใครๆไปยังปรางสีผู้เพิ่งหยุดกระปรี้กระเปร่าพร้อมกับเก็บของมีค่าของชัยเดชกลับเข้าที่ทางพลางผูกปากถุงไว้อย่างแน่น บรรจุลงในเป้แขวนไหล่อย่างเลิกอาลัยอาวรณ์ เพราะนึกรู้ว่าอาจจะถอนตัวไม่ขึ้น “น้องยุคนี่เยี่ยมมากเลย จัดการเจรจาเรื่องเงินเดือนเรียบร้อยแล้ว ได้เท่าที่ผมอยากได้ เพราะผู้จ้างเองก็จะต้องฟื้นฟูบริษัทอีกหลายอย่างเหมือนกัน เรียกว่าเราจะต้องเข้าไปซ่อมบ้านให้เขาน่ะครับ”

“ก็ดีเลยน่ะซีฮะ” อินทรีเองก็ดีใจแทน

“พอดีเป็นบริษัทอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์น่ะฮะ พี่กาศสำเร็จมาทางนี้พอดี ก็เลยมีเปอร์เซนต์สูงทันทีที่ส่งคุณสมบัติเข้าไปให้เขาพิจารณา คือเขากำลังขยายงานด้วยน่ะครับ แล้วเขาก็คิดเรื่องนี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว” ยุคทองก็เลยบรรยายให้ทุกคนเข้าใจ “พอดีพี่กาศมีประสบการณ์เกี่ยวกับซัพพลายเชนในอุตสาหกรรมเคมีมาก่อนหน้านี้มากพอ…เขาก็เลยสนใจมาก…แต่ถึงยังงั้น เขาก็ต้องสัมภาษณ์คนมาก่อน ไงๆก็ต้องรอวันอังคารสิบโมงครึ่งอยู่ดีครับ”

“ไม่เป็นไร กาศ” คุณเปล่งก็เลยโบกมือ “ตามสบายนะหลาน เพราะพรุ่งนี้ปู่ก็กะว่าจะอยู่โรงแรมหรือไม่ก็เดินไปหาของกินแถวๆนั้น ซื้อของก็ยังได้…ให้หนูปรางอ่านตำราโหราศาสตร์อยู่บนห้องสักพักใหญ่ๆ จะได้ไม่เสียเวลา จะได้รู้ว่าจะเรียนไหวไม่ไหวไงล่ะ ถ้าไม่ไหวก็เอาตำรามาคืนคุณอินได้เลย”

“โอ๊ย…คุณตาขา…ทำมั้ยจะไม่ไหวล่ะคะ” หญิงสาวมีแต่ชอบบรรยากาศอบอุ่นในบ้านอินทรีกับอัจฉรา จนแทบใคร่จะขอค้างคืนด้วยซ้ำไป แม้จะเป็นไปไม่ได้ก็ตาม “แค่ที่อ่านไปนิดเดียวเกี่ยวกับคุณสมบัติของดาวแต่ละดวงก็เพลินด้วยสนุกด้วยจนอยากทายดวงได้อย่างคุณลุงเร็วๆแล้วละค่ะ”

“ง่ายขนาดนั้นเลยหรือลูก” คุณตาจึงเอ่ยถามอย่างเอ็นดู

“อ่านถึงดาวพฤหัสหรือยังฮะหนู” เจ้าของบ้านถาม

“ยังเลยค่ะคุณลุง”

ขณะที่สองหญิง…อัจฉราและประทินกำลังช่วยกันจัดอาหารลำเลียงออกมาเพราะนี่ก็ใกล้ 18 น. ปรางสีจึงขอตัวเข้าไปช่วยชะอมจัดโต๊ะ รินน้ำจากเหยือกใส่แก้วแต่ละแก้วจนครบจำนวนคน

ครั้นแล้ว เธอจึงเชิญอาคันตุกะถ้วนหน้าเข้านั่งโต๊ะรวม 7 คน เกินหนึ่งคน เก้าอี้ไม้กลมเล็กจากในครัวจึงเป็นของอัจฉรา

นั่งกันเต็มแน่นอบอุ่น

สนุกที่ได้คุยเรื่องเดียวกัน สมานฉันท์ด้วยโหราศาสตร์ที่อินทรีใช้เป็นสะพาน

เชื่อมโยงแม้คนไม่ชอบกัน ก็กลับสนทนากันได้

แม้แต่คุณเปล่งก็ยังเอ่ย

“ถ้าผมกลับไปแล้วมันสองคนมาหาคุณก็ช่วยเกลี้ยมกล่อมมันด้วยนะคุณอิน ให้มาเอาของของมันคืนไป แล้วถ้าดวงมันไม่ใช่คู่ของหนูปราง ก็ช่วยบอกมันด้วย…”

“ครับ…ผมก็ว่าจะค่อยๆบอกเขาทีหลังถ้าเขามาหรืออาจจดหมายมา”

“ขอร้องเลยนะฮะ อย่าให้มันเข้าใจผิดเป็นอันขาด”

“แน่นอนครับท่าน ผมต้องยึดหลักนั้นอยู่แล้ว” อินทรีบอกกล่าวให้อีกฝ่ายอุ่นใจ

ครั้นเสร็จสิ้นการรับประทาน กลับมานั่งที่ห้องรับแขกประเดี๋ยวหนึ่ง คุณเปล่งก็เอ่ยขึ้น

“เรากลับกันก่อนดีไหม ให้คุณอินได้คุยกับยุคมั่ง…กาศไปส่งปู่ดีกว่า”

“ได้ครับ…ผมไปส่งคุณปู่แล้วจะเลยขออนุญาตกลับบ้านไปพักสักหน่อย”

“จริง…จะได้ออมแรงไว้สู้กับงาน”

“บอกลดา…น่าจะเจอกันเสาร์อาทิตย์ได้นะ” ผู้อาวุโสสั่งความ

“พี่ดาก็ว่าจะมากราบคุณปู่วันหยุดนี่เหมือนกันฮะ หรือถ้าจะให้สะดวก ผมออกมารับคุณปู่ไปบ้านผมก็ได้ จะได้คุยกันนานๆ”

ครั้นแล้ว คุณเปล่งและลูกหลานก็ขอตัวกลับไป

เพราะรู้ดีว่า ยุคทองคงอยากคุยกับลุงป้าของเขาเพียงลำพัง

“พรุ่งนี้ก็เลยขอไม่มานะคะ” ประทินบอกกล่าว เนื่องด้วยรู้สึกว่ารบกวนเจ้าของบ้านมากไป “ขอไปพักที่โรงแรมสักวัน ให้ลูกสาวได้อ่านตำราโหรของคุณอินสักนิด จะได้ทราบว่าเขาพอจะเรียนได้ไหมน่ะค่ะ ถ้ายากขนาดเข็นไม่ไหวจริงๆ จะได้ไม่เสียเวลา”

“ดีครับ…ไปอ่านดูก่อนนะหนู อยากรู้อะไรจดไว้เป็นข้อๆ แล้วผมจะตอบให้ทราบ”

“ขอบพระคุณคุณลุงมากค่ะ” ปรางสีพนมมืออำลา พลางมองเลยไปยังยุคทองผู้ลุกขึ้นพร้อมกัน เตรียมออกไปส่ง “ขอบคุณคุณยุคด้วยนะคะที่ช่วยเรื่องงานพี่กาศ”

“ไม่เป็นไรฮะ…เป็นอาชีพของผมอยู่แล้ว” เขาตอบกลับพร้อมยิ้มอยู่ในหน้า

ยิ้มของเขาบ่งบอกความน่ารักอย่างเงียบๆ และเรียบๆไม่หวือหวา เก็บความรู้สึกไว้ได้เป็นอย่างดี ส่งสีสันในใจออกมาทางนัยน์ตาดำสนิทแค่นั้น

ชวนให้ปรางสีนึกขันแกมสนุก

 

“ใช่สวย…ซื่อสัตย์…มารยาทดีอย่างที่ยุคฝันไว้หรือยังล่ะจ๊ะ” ป้าของเขายั่วเย้าทันใดที่กลับเข้ามานั่งด้วยกัน ณ โต๊ะกินข้าวที่บัดนี้ชะอมเก็บจานชามเสร็จสรรพเกลี้ยงเกลา

ชวนให้ฝ่ายหลานยิ้มเก้อเขิน

“ยุคยิ้มแบบนี้แล้วเหมือนเด็กหกขวบเลยนะ ว่าแต่ว่า…เจอสวย ซื่อสัตย์ มารยาทดีแล้วยัง” ผู้อาวุโสยังคงสัพยอกอย่างเอ็นดู

“ป้าว่าไงล่ะฮะ”

“ป้าว่าเจอแล้วน้า-า-า” อัจฉราลากเสียง

“เจอก็เจอ” ข้างหลานตอบรับพร้อมกับยิ้มมากขึ้น “คุณลุงล่ะครับ คิดว่าเจอหรือยัง”

“น่า…จะ…นะ…” อินทรียังไม่รับคำ “แต่ก็คิดว่า…ถ้ายังไงก็คบๆกันไปก่อน”

“ผมก็คิดยังงั้นเหมือนกัน”

“คือ…ดวงเขาน่ะ ไม่มีอะไร ดูง่าย…แต่ดวงยุคนี่…พอดีมันเข้าตำราอยู่อย่าง ลุงก็เลยยังไม่อยากเข้าข้างเท่าไหร่ เพราะถ้าลงความเห็นลงไปแล้วมันคลาดเคลื่อนทีหลัง ก็ไม่เหมาะ”

“เข้าตามตำรายังไงหรือฮะคุณลุง”

“ถึงบอกไป ถ้ายุคยังไม่ได้เรียน ก็จะไม่เข้าใจ…แต่ถ้าเรียนแล้วรู้แล้ว ลุงบอกคำเดียว จะถึงบางอ้อ”

“ตำรานี่เชื่อได้แค่ไหนล่ะฮะ” ผู้เรียนสาขาวิทยาศาสตร์จนจบปริญญาโทถามไถ่ “มีไหมที่ตำราว่าอย่างนี้ แล้วของจริงไม่เป็นไปตามตำรา”

คำถามนี้เล่นเอาอินทรีอึ้งอั้นหากก็ค่อนข้างทึ่งตามมา

“ดีมากจริงๆ ลุงชอบคำถามนี้ของยุคมาก…อยากให้ถามเยอะๆด้วยซ้ำ…คือถ้าลุงเคยเห็นคนที่เป็นไปตามตำรา ก็จะบอกใช่ แต่บางคนไม่เป็นไป ก็จะบอกว่าไม่ใช่…”

“มีตรงไหนบ้างที่ยกเว้นล่ะคุณลุง”

“อือ…ยิ่งตรงใจจี้ใจลุงใหญ่เลยนะยุค” อินทรีพึมพำ

“เริ่มสนุกอีกละลุงหลาน” อัจฉราหัวเราะ

“สนุกน่ะซี ก็ไม่ค่อยมีใครถามอย่างยุคสักกี่คนนี่นา” ลุงเขยเอ่ยอย่างคนใจกว้าง ไม่ยอมคิดว่าวิชาใดจะตายตัว “คือแม้ว่าส่วนใหญ่มันจะใช่ แต่บางคนมันก็ไม่ใช่เหมือนกัน”

“คุณลุงมีตัวอย่างดวงคนที่ไม่ตามตำรามั่งไหมครับ…” ชายหนุ่มซักถามเอาความเป็นไปได้จริงจัง “คือผมนี่ไม่ได้คิดต่อต้านไม่ว่าวิชาไหนทั้งนั้น แต่เพราะนึกถึงความเป็นไปได้กับเป็นไปไม่ได้ของชีวิตคนบางคน ผมก็อยากเห็นเขามี ‘โอกาส’ น่ะฮะ”

“คำถามของยุคยุติธรรมดี” อีกฝ่ายชมเชย “ลุงเองก็ยังเคยคิดหลายครั้งว่า ตำรานี้ดิ้นได้มั่งไหม…เพราะบางทีที่หมอดูทายผิด ก็ไม่ใช่ว่าตำราผิด แต่เพราะการเรียนรู้ของเขายังไม่ถึง ยังไม่ลึกซึ้งเพียงพอ บางทีก็เอาแต่ท่องเป็นนกแก้วนกขุนทอง แต่คนจริงๆมันไม่ใช่”

“ถ้าคุณลุงคิดจะรวมเล่มเกี่ยวกับความจริงหรือไม่จริงของตำราโหราศาสตร์นี่ ผมว่าได้ประโยชน์เยอะเลยนะครับ…เพราะผมเคยอ่านคำทำนายของหมอดูบางคน…ผมก็ว่าเขาอคติยังไงก็ไม่ทราบ”

“ก็เราทำไมไม่ฟังหูไว้หูล่ะยุค…ไงๆก็ต้องแค่ฟังไว้ก่อน ถึงจะสมกับเป็นคนมีการศึกษา ไม่ใช่เห็นข่าวอะไรในโซเชียลก็ด่วนเชื่อ”

“ผมไม่มีเลยเรื่องเชื่อ” ยุคทองบอกอย่างมั่นใจ “เคยเชื่อนะฮะ ไม่ใช่ไม่เคย ท้ายที่สุดก็เหลวทั้งเพ…เลยเข็ดครับ…ต่อจากนั้น จะคิดทุกครั้งว่าข่าวต่างๆมันควรจะเป็นไปได้หรือไม่ได้ คุณลุงไม่คิดมั่งหรอกหรือฮะว่า พวกปั่นข่าว ปั่นตั้งแต่เป็นชิ้นจนเป็นผงนี่เยอะมาก”

ทั้งอินทรีและอัจฉราอดนึกชมชายหนุ่มตรงหน้ามิได้ว่า…เป็นชายรุ่นใหม่ที่ตั้งอยู่บนความเข้าใจโลกและชีวิต พร้อมด้วยติดตามทุกฝีก้าวเป็นอย่างดี

“นั่นน่ะซี…ลุงถึงได้ตั้งใจจะเอาตำรามาเป็นครูอย่างที่ครูบาอาจารย์สอนไว้ไงล่ะ แต่เราที่เป็นนักเรียนต่างหากที่ต้องเรียนอย่างมีสติมีปัญญา เพราะบางตำราก็มีจุดบอดให้เถียงได้ หรือไม่ที่จริงเขาก็ตั้งใจให้คนที่มาเรียนพลิกแพลงเอาเอง ดังเช่น” แต่อินทรีก็มิอาจเอ่ยอ้างชื่อตำราใดในวิชาโหราศาสตร์มาบอกกล่าวผู้ที่ไม่รู้ จึงชะงักหยุดอยู่เช่นนั้น “นี่ลุงก็เลยจะรอให้หนูปรางสีอ่านตำราจนเข้าใจเสียก่อน แล้วค่อยมาคุยมาถามกันว่าสงสัยตรงไหน หรือไม่แจ่มแจ้งหรืออะไร”

“ผมจะรอฟังข่าว” ยุคทองก็เลยบอกยิ้มๆพร้อมเขินน้อยๆตามแบบของเขา “ท่าทางเขาหัวไวนะฮะ”

“ใช่…ดวงเขาเรียนเก่ง”

“เขายังยืนยันจะเรียนปริญญาโทสาขาโลจิสติคส์หรือฮะ”

“เรียน…แต่กว่าจะเปิดรับสมัครใหม่ก็ปีหน้า”

“คงคล่องโหราศาสตร์แล้วมั้ง”

คราวนี้ ทั้งสามจึงชวนกันหัวเราะครื้นเครงมีนัยล้อเลียนหญิงสาวผู้เพิ่งลาจากไป

“หนูปรางน่ารักมาก” อัจฉราเอ่ยขึ้นอย่างชื่นชม “บุญของคุณเปล่งที่มีลูกหลานดูแลดี อยากให้อยู่นานๆ”

“ไม่ใช่ฆ่าทิ้งเอาสมบัติ” อินทรีประชดประชัน

“นั่นมันพวกขุมนรกส่งมา” อัจฉราส่ายหน้าอย่างคร้านจะได้ยิน

พอดีอินทรีนึกขึ้นได้ถึงดวงลูกสาวเพื่อนคนหนึ่งซึ่งค้านตำรา จึงบรรยายให้ยุคทองฟัง

“อ้อ…ท้ายที่สุดก็ขอยกตัวอย่างดวงสักดวงก็ได้ ที่แย้งกับตำราอย่างเห็นได้ชัดเลย…”

“คือยังไงหรือครับ”

“ก็คือ เขาเป็นดวงที่ดาวศุกร์ 6 เล็งลัคนาที่ตำราว่า ‘ศุกร์เจ็ดอาจารย์เจ้า ว่าร้อนนิรันดร์’ นั่นน่ะ ไม่ตรงกับดวงคนที่ลุงรู้จักเลย” ครั้นแล้ว อินทรีจึงเปิดสมุดให้ยุคทองดู

ชายหนุ่มเป็นผู้ที่มักสนใจเรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองยังไม่รู้ไม่เข้าใจ ยิ่งมีใครคนหนึ่งที่เขาพึงตาพึงใจกำลังจดจ่อใคร่เรียนวิชานี้ เขาก็ยิ่งทวีความใคร่รู้จึงขอดูตัวเลขที่ว่า

ก็แลเห็นรูปร่างดวงชะตาของหญิงคนหนึ่งที่อินทรีบอกกล่าว

“เขาเกิดวันจันทร์ ราศีพิจิก เห็นไหมยุค” ผู้เป็นลุงชี้ให้ดูตัวเลขแต่ละตัวในวงกลม…ตรงกันข้ามกับตัวล.ที่หมายถึงลัคนา มีเลข 6 คือดาวศุกร์ อยู่ราศีพฤษภ… “เขาแต่งงานกับฝรั่ง อยู่เย็นเป็นสุขตลอดมากระทั่งเดี๋ยวนี้ มีลูกสาวโตแล้วสองคน ค้าขายร่ำรวยมาก ก็สั่งสินค้าจากประเทศของผัวนั่นแหละมาขาย ไฮโซอุดหนุนเพียบ”

“คุณลุงจะหมายถึงว่า ดวงคนนี้ไม่ตรงตามตำราที่ว่าดาวศุกร์เล็งจะ…จะ…อะไรนะครับ…ร้อนรนนิรันดร์หรือไง”

ทั้งลุงและป้าก็เลยชวนกันขันขำ

“ร้อนนิรันดร์” ลุงก็เลยลงเสียง “น่าจะร้อนเพราะต้องเดินสายขายของโกยเงิน ขยายร้านมากกว่าเพราะผัวก็แสนดี ช่วยงานอยู่เบื้องหลัง เรื่องช้ำใจไม่มี”



Don`t copy text!