หนึ่งในหล้า บทที่ 9 : สาวราศีพิจิก

หนึ่งในหล้า บทที่ 9 : สาวราศีพิจิก

โดย : กฤษณา อโศกสิน

หนึ่งในหล้า นวนิยายชุดโหราศาสตร์ของ กฤษณา อโศกสิน เล่าถึง ‘ยุคทอง’ ชายหนุ่มผู้มีดาวพฤหัสเป็นดาวสำคัญที่มีอิทธิพลโน้มนำชีวิตของเขาจนได้พบกับหญิงสาวนาม ‘ปรางสี’ จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์เกิดขึ้นเพราะความตั้งใจหรืออิทธิพลของดวงดาว และเขาจะเลือกเดินบนเส้นทางใด นวนิยายออนไลน์ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

“คุณตาคะ…หนูคงต้องขอตัวไปข้างนอกสักประเดี๋ยวได้ไหมคะ”

“ไปไหน”

“เอ้อ…” ที่จริงปรางสีก็กำลังลังเลเหมือนกัน ในน้ำเสียงของชายผู้มาติดพันหล่อน…ผู้ที่หล่อนยังไม่ถึงกับรู้สึก ‘พิเศษ’ ใดๆกับเขา แม้จะคบกันมาตลอดสี่ปีในมหาวิทยาลัย “คือ…เต็นเขาอยากพาหนูไปดูของบางอย่างที่เขาจะซื้อให้วันเกิดน่ะค่ะ”

“ยังไม่ต้องไป”

“หนูปรางเกิดวันอะไรหรือฮะ” อินทรีได้ทีจึงเอ่ยขึ้น เนื่องด้วยมีประกายในใจบางอย่างแล่นขึ้นมา จนตนเองรู้สึก “จะได้ลองดูให้…ดูได้ทันทีเลย”

“จริงหรือคะ คุณน้า” หญิงสาวถามอย่างตื่นเต้น ทำท่าราวจะลืมเรื่องเต็นโทร.มาชวนเสียสนิท

“จริงซีหนู ดูได้จริงๆ”

“ดูเลย คุณ…ดูให้เขาหน่อยว่า…จะพ้นมือไอ้หมอนี่ไหม…ผมละก็ไม่ชอบขี้หน้ามันเล้ยให้ตาย…ไม่ชอบตั้งแต่ปู่มันพ่อมันนั่นแล้ว” คุณเปล่งเปรี้ยงเปรี้ยงออกมาตามใจทันใดนั้น “แล้วเราจำเป็นยังไงต้องไปตื่นเต้นกะข้าวของที่มันว่ามันจะให้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันไปหาของเศษๆที่ไหนมา”

“ถ้างั้น หนูก็ยังไม่ไป” หญิงสาวก็เลยกดมือถือ ทุกคนได้ยินข้างนี้บอกอีกฝ่าย “เอางี้ดีกว่าเต็น ไว้วันหลังก็ได้มังนะ วันนี้ยังติดธุระ…นะ…วันหลังนะ…”

หล่อนกดปิดเครื่องรับส่งแล้วยังคงทำท่าไม่สบาย อินทรีจึงเพิ่มไว้

“วัน เดือน ปี เวลาตกฟากด้วยนะหนู”

ปรางสีก็เลยบอกเขา

ชายสูงวัยเพียงแค่ใส่ตัวเลขลงไป โดยพลันก็ปรากฏดวงชะตาที่มีทั้ง ‘ลัคนา’ และรายละเอียดของเลขทั้งสิบครบครัน

“ลัคนาหนูอยู่ราศีพิจิก” อินทรีเงยขึ้นบอกกล่าวหลังจากเพ่งมองตัวเลขอันเรียงรายกันอยู่ตรงหน้า

“แล้วเป็นยังไงมั่งคะคุณน้า”

“ดีมากหนู” อินทรีบอกอย่างจริงใจ “หนูเป็นคนราศีพิจิก เป็นราศีของดาวอังคาร เมื่อหนูเกิดวันศุกร์ ราศีเกิดจึงเป็น ‘ศรี’ ของหนู ซึ่งก็สมควรแล้ว ดีมากแล้วเพราะดาวพฤหัสที่เป็นดาวมนตรี ก็มีตำแหน่งเป็นเกษตรที่ราศีมีน…ดาวอาทิตย์กัมมะก็เป็นเกษตร หนูเลือกอาชีพเอาได้เลย”

หญิงสาวจึงพนมมือไหว้

“ขอบคุณคุณน้ามากค่ะที่ดูให้…ว่าแต่ว่าถ้าหนูทำโทจะจบไหมคะ”

“สบายมากเลยฮะ…เรื่องวิชาการ หนูเก่งอยู่แล้ว… เรียนวิศวะก็ยังได้” อีกฝ่ายบอกกล่าว

“ที่จริงหนูก็ชอบวิศวะนะคะ” ปรางสีก็เลยตอบยิ้มๆ “คุณน้าดูแม่นมาก แต่ระยะทางบังคับให้หนูเรียนบริหารธุรกิจน่ะค่ะ”

“แล้วยังงี้จะต้องกลัวอะไร” อีกฝ่ายถามหัวเราะๆ เพราะพอใจดวงของหล่อนมาก “ว่าแต่ว่าหนูอยากเรียนโท สาขาไหน…”

“กำลังคิดอยู่ค่ะ…ยังไม่ได้ตกลงใจ แต่คงจะตกลงเร็วๆนี้”

“ดวงอย่างหนู เรียนอะไรก็เรียนได้” อินทรีลงเสียงชอบใจตัวเลข

“ทีแรกก็อยากเลือกวิศวกรรมอุตสาหการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานน่ะคะ เป็นวิชาที่เรียกได้ว่าใหม่ แต่น่าสนใจมาก หนูก็เลยอยากลองมีอาชีพนี้…อยากลองน่ะค่ะ…คือสมัยนี้ดีตรงที่ว่าเราลองได้…ย้ายความชอบไม่ชอบของเราไปตรงนั้นตรงนี้ได้ง่ายกว่าสมัยก่อนที่ค่อนข้างมีอะไรตายตัวมากกว่า”

ยุคทองฟังลุงกับปรางสีตอบโต้กันอย่างทึ่งถึงสนใจที่สุด

“โซ่อุปทานนี่คืออะไรหนู ไม่ใช่อุปาทานนะ”

“ไม่ใช่ค่ะ…อุปะทาน” หญิงสาวลงเสียงทีละพยางค์ “โซ่อุปทาน หรือห่วงโซ่อุปทานหรือเครือข่ายโลจิสติกส์ คือการใช้ระบบของหน่วยงาน คน เทคโนโลยี กิจกรรม ข้อมูล ข่าวสาร ทรัพยากร มาประยุกต์เข้าด้วยกัน เพื่อเคลื่อนย้ายสินค้าหรือบริการ จากผู้จัดหาไปสู่ลูกค้าค่ะคุณน้า ภาษาอังกฤษเรียกว่า Supply Chain”

แววตาคุณเปล่งบัดนี้ฉายแสงแห่งความภูมิใจในหลานหญิงอย่างปิดไม่มิด

แล้วเช่นนี้หรือ เขาจะไม่หวงหล่อนดังหวงดวงชีวิตของตนเอง ไม่อยากเห็นชายใดที่ไม่ควรคู่ มาฉกฉวยเอาหล่อนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอาไปใช้งาน

ยุคทองเห็นด้วยกับชายชราไม่น้อยไปกว่านภากาศ

“หนูชอบดูรถโลจิสติคส์จังเลยค่ะ คุณน้า” หล่อนบอกอินทรีอย่างมีชีวิตชีวา แสดงอาการ รักชอบอาชีพโลจิสติกส์อย่างหมดจด “ชอบทำอะไรเกี่ยวกับงานพวกนี้ คิดว่าน่าจะสนุกดี…คือหนูว่า อาชีพ…ถ้าเรารักมันแล้ว ทุกอาชีพที่คนเรารัก มักจะทำได้ดี”

“จริงที่สุดหนู” ผู้สูงวัยเห็นด้วยโดยไม่คลางแคลง

“อย่างคุณน้าชอบโหราศาสตร์ หนูก็ว่าดีมากเลยละค่ะ…ก็ไม่ต้องดูอื่นไกล แค่หนูอยากเรียนอะไร คุณน้าก็ยังทายถูกทันทีเลยนี่คะ”

“ถูกเป็นบางครั้งเท่านั้นหนู…บางครั้งก็แค่เฉียดๆ บางทีก็อาจจะไม่เฉียดเลย” เขาจึงเอ่ยกล่าวเชิงเล่าสู่อย่างไม่เป็นวิชาการ ไม่เอ่ยชื่อดาวดวงนั้นดวงนี้ให้ผู้ฟังต้องตั้งคำถามว่า มันคืออะไร

ขณะนี้ เขาเพียงแต่จะเก็บสถิติดวงชะตาของทุกคนที่มี ‘ดาวพฤหัส’ สถิตอยู่ ณ ราศีต่างๆอย่างเป็นรูปธรรม อย่างมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากตำราพยากรณ์ของปรมาจารย์ก่อนเก่าเพื่อรวบรวมไว้เท่านั้น ที่สำคัญก็คือ ควรอ่านง่าย ช่วยคลี่คลายความซับซ้อนให้ผู้ไม่รู้โหราศาสตร์ได้ติดตามขั้นตอนของดาวยิ่งใหญ่ดวงนี้ได้อย่างมีสีสัน เพิ่มพูนความเข้าใจ

“อย่างหนู เรียนได้ไหมคะ คุณน้า”

“ได้เลยฮะ…ได้เลยหนูปราง”

“จะเรียนไปถึงไหน” ผู้เป็นตาได้แต่ถามยิ้มๆอย่างเอ็นดูที่อีกฝ่ายไม่ออกไปพบผู้ชายที่เขาไม่พอใจ จึงช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นมาได้ทันใด “ไอ้นั่นก็อยากเรียน ไอ้นี่ก็อยากรู้”

“ดีมากเลยครับคุณปู่ มีลูกหลานแบบนี้ พ่อแม่ปู่ย่าตายายก็สบายใจมีความสุข” อินทรีชื่นชมอย่างจริงใจ “โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราไม่ต้องบังคับให้เขาคิด แต่เขาคิดได้เอง”

“จริง…นี่ถ้าหนูปรางว่ายาก ผมก็ยังไม่รู้จะอยู่เป็นผู้เป็นคนมาถึงป่านนี้ไหม” คุณเปล่งลงท้ายอย่างชื่นบาน

 

ยามบ่ายวันนี้ หลังจากฝนหายแล้ว แต่อากาศยังขมุกขมัว ทำท่าว่าจะมัวมืดไปถึงค่ำ หากภายในห้องรับแขกกว้างยังคงชื่นฉ่ำด้วยละไอจากสายพิรุณเมื่อครู่ ทั้งปู่และผู้มาเยือนต่างก็ใช้ชั่วโมงนาทีคุยถูกคอทั้งเรื่องนี้เรื่องนั้น เรื่องนี้ก็คือเรื่องลูกปัด เบี้ย หอย เหรียญ ธนบัตร ที่มีตัวอย่างวางให้เห็นอยู่ตรงหน้า ส่วนเรื่องนั้นก็คือ เรื่องโหราศาสตร์ที่ปรางสีเริ่มถามไถ่อย่างสนใจมิวาย

“ทำยังไงหนูถึงจะได้เรียนกับคุณน้า” หล่อนถามอย่างอยากรู้จริงจัง

“ก็ย้ายไปทำโทต่อที่กรุงเทพฯดีกว่าไหม” คุณเปล่งก็เลยถามยิ้มๆ “มหาวิทยาลัยไหนมีวิชาที่หนูว่าเมื่อกี้ ก็ไปสอบเข้าที่นั่น”

ทุกคนที่ได้ฟังต่างก็รู้กันทันใดว่า คุณเปล่งใคร่แยกหลานไปเสียจากเพื่อนหนุ่ม

“พอดีหนูยังไม่ทันตัดสินใจแน่นอนค่ะ” อีกฝ่ายยังคงแบ่งรับแบ่งสู้

ขณะที่ยุคทองภาวนา…ขอให้หล่อนเปลี่ยนใจย้ายไปเรียนกรุงเทพฯ

ก็พอดีนภากาศเอ่ยขึ้น

“ถ้าปรางไปกรุงเทพฯ ไปอยู่บ้านพี่ก็ได้นี่นา”

แต่หญิงสาวยังคงนิ่ง

อินทรีรู้ดวงหล่อนดีแล้ว จึงรู้ว่า คนราศีพิจิกมีอังคาร เจ้าเรือนเป็นศรีอยู่ ณ เรือนศุภะ ตรีโกณกับพฤหัสที่ราศีมีน คงไม่มีวันเสียละที่หล่อนจะผลีผลาม ดังนั้นการตัดสินใจใดๆที่แสดงถึงความกล้าได้กล้าเสีย บุกตะลุยไปข้างหน้าโดยไม่หวั่นเกรงความผิดหวัง นั่นคงไม่ใช่ปรางสี หลานสาวคุณเปล่งคนนี้

ด้วยว่า ดาวพฤหัสที่เป็นมนตรีเป็นเกษตรสถิต ณ ราศีมีน ภพปุตตะนั่นเอง คือดาวสำคัญคอยกำกับความยับยั้งชั่งใจ บวกกับอังคารเป็นศรีเป็นนิจที่อาจมีเรื่องชู้สาวมากหน่อย แต่ไม่ถึงกับเสียหาย ก็ช่วยให้อังคาร พฤหัสที่ตรีโกณกัน ดำรงมั่นอยู่ในวิถีแห่งเหตุและผล

ดังนั้น ยุคทองจึงได้ยินเพียง

“ขอบคุณค่ะพี่ แล้วหนูจะบอกพี่อีกทีนะคะ”

 

แต่ท้ายที่สุด ทุกคนก็พาคุณเปล่ง ประทินและปรางสีไปรับประทานอาหารเย็นกันที่ร้านอิตาเลียนซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณโรงแรม

ช่วยให้ชายสูงวัยแจ่มใสกระปรี้กระเปร่า ก้าวเข้าไปนั่งที่โต๊ะกลางห้องซึ่งมีชาวต่างประเทศและคนไทยแค่สองโต๊ะที่เป็นผู้เข้าพักในโรงแรม

“นานแล้วไม่ได้ออกมาแถวนี้” ชายสูงอายุเหลียวแลไปรอบๆ เห็นได้ชัดว่าชื่นชอบสถานที่มากมาย คล้ายไม่เคยพบเห็น “ที่ที่ผมชอบไป คุณรู้ไหมว่าที่ไหน”

“วัดหรือครับ” อินทรีถามยิ้มๆ

“ร้านกาแฟ” อีกฝ่ายตอบพลางพยักหน้า “นังทินมันชอบกินกาแฟเย็น หนูปรางชอบกินไอศกรีม…วัดน่ะ…นานๆไปที ไปก็เอาเงินไปทำบุญ จะให้นั่งฟังพระเทศน์ก็ไม่ไหว สันหลังมันไม่ยอมให้ ผู้คนเยอะแยะนานนักก็ไม่ชอบ”

อินทรีก็เลยนึกถึงดวงของชายตรงหน้า

เขาเป็นคนราศีสิงห์ ราหูกุมลัคน์ มีอังคารมฤตยูเล็ง ใช่ย่อยเสียเมื่อไหร่

ผู้เพิ่งปลดเกษียณเคยเห็นดวงของคนราศีสิงห์มามากมาย ล้วนแล้วกลั่นกล้าท้าทายไม่เกรงใคร แม้บางรายไม่พูดมาก หากก็มีมาดอยู่ในที

แล้วดวงของชายชราผู้นี้ มีดาวสำคัญทั้งสี่มุม มุมแรกกุมลัคน์ได้แก่ 8 มุมที่สี่ ได้แก่ 5 คือพฤหัส ดาวยิ่งใหญ่ ‘หนึ่งในหล้า’ มีฐานะเป็น ‘มหาจักร’ เขาเกิดวันอังคาร จึงเป็น ‘ศรี’ มุมที่เจ็ดคือ 3 อังคาร กับ 0 มฤตยู มุมที่สิบคือ 1 อาทิตย์ เจ้าเรือนลัคน์คือ ตัวเขาเอง สถิตเป็นองค์เกณฑ์ กุม พุธ คือ 4 มิหนำซ้ำในเรือนลาภะยังมี 2 กับ 6 แม้ 2 จะเป็นดาววินาศน์ เป็นกาลกิณี ก็เพียงแต่ทำให้ชีวิตรักของเขาอับปางครั้งแล้วคราวเล่า ซึ่งเจ้าตัวก็หาได้ยี่หระใดไม่

ดวงของชายวัยเก้าสิบห้าปี จึงเป็นดวงชะตาดีเลิศที่ยากจักหาได้ง่ายในพิภพของดวงชะตา

ส่วนเสียที่ยิ่งใหญ่ของเขาก็คือ ถ้าได้สิ่งใดมาก็ตาม ยามเมื่อต้องเสียไป มักมีเพศตรงข้ามเป็นสาเหตุ

ต่างคนจึงต่างสั่ง

“คุณปู่จะลองทานเส้นพาสต้าของเขาหน่อยไหมฮะ” ยุคทองถามไถ่ หลังจากช่วยเปิดเมนูให้ชายชราผู้นั่งติดกับเขา ผู้มีทีท่าถูกใจในชายหนุ่มเป็นพิเศษ

“ไม่เอารีชอตโตนะคุณ ไม่ไหว” อีกฝ่ายรู้จักอาหารฝรั่งเป็นอย่างดี “เบื่อข้าว”

“ไม่หรอกครับ หนักเกินไป”

“เอาปลาหิมะดีกว่าคุณปู่ ทานนุ่มๆง่ายๆ” นภากาศแนะนำ

“เออ…ดี…ก็ได้…ปลาหิมะ คุณอินทรีล่ะเอาอะไร”

“ผม…ขอสปาเก็ตตี้วองโกเล่ก็ได้ครับ ไม่ชอบซอสมะเขือเทศครับ…มื้อนี้ผมเป็นเจ้ามือเลี้ยงคุณปู่นะครับ”

“มื้อนี้ของผมนะฮะ คุณลุง” นภากาศรีบห้าม “มีอย่างที่ไหน…น้องยุคเอางานมาให้แท้ๆ…”

แต่ทันใดนั้นเอง ทุกคนก็ชะงักหลังจากบริกรรับคำสั่งจากไป

ชายสองคนก้าวเข้ามาในร้าน

ทั้งคู่หัวเราะร่าเบิกบาน ตรงเข้ามากราบคุณเปล่งอย่างนอบน้อม โดยเฉพาะชายสูงวัย

“อ้อ” คุณเปล่งร้องเบาๆเมื่อเห็นหน้าอีกฝ่ายถนัด “เลยไปพาพ่อมาด้วยงั้นหรือ”

“พ่ออยากมาน่ะฮะ คุณตา” นายเต็นยิ้มนิดๆด้วยสีหน้าของผู้ตามมาเอาชนะ ขณะที่ทั้งคู่นั่งลงถัดโต๊ะใหญ่ออกไป แค่หันหน้ามาปราศรัยอย่างผูกไมตรี

ผู้เป็นบิดาของทนงเดชร่างใหญ่ ไว้หนวดขริบเรียบเป็นแนวยาว ช่วยให้ผิวคล้ำจัดนัยน์ตาคมเหมือนลูกผสมมลายูของเขาดูน่าเกรง

แต่รอยยิ้มเป็นกันเองช่วยให้ดีขึ้น

“มื้อนี้ผมขอเป็นเจ้ามือนะครับคุณตา” นายชัยเดชหรือตือเอ่ยพลางกราดยิ้มไปทั่วโต๊ะ พลันก็มาหยุดอยู่ที่ปรางสี



Don`t copy text!