พนมนาคา บทที่ 42 : ปูติมุขและอัคคิมุข

พนมนาคา บทที่ 42 : ปูติมุขและอัคคิมุข

โดย : พงศกร

พนมนาคา นวนิยายลึกลับเรื่องล่าสุดของ พงศกร เมื่อ ‘เอเชีย’ Medical illustrator รับงานวาดภาพประกอบตำราทางการแพทย์เกี่ยวกับโรคผิวหนังประหลาดที่มองคล้ายเกล็ดงู ทำให้เธอต้องไปพัวพันกับตำนานอันลึกลับของหมู่บ้านที่ผู้คนยังบูชาพญานาค เธอจะได้กลับออกมาไหม ตามไปลุ้นกันที่ anowl.co เว็บไซต์ที่มีนิยายสนุกๆ ให้คุณได้อ่านออนไลน์

****************************

– 42 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

 

แม้เวลาจะผ่านไปนานแล้วก็ตาม หากภายในหอนาคราชยังเต็มไปด้วยกลุ่มควันคละคลุ้งจนมองแทบไม่เห็นสิ่งใด ยิ่งอารมณ์ของชายหนุ่มผู้สวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์คุกรุ่นรุนแรงเพียงใด ละไอหมอกยิ่งหมุนวนรุนแรงมากเพียงนั้น

พายุควันพัดรุนแรงเสียจนก้อนกรวดปลิวกระจัดกระจาย หากที่ยังคงยืนหยัดไม่สะทกสะท้านอยู่เบื้องหน้าของเทวรูปพญานาค คือชายหนุ่มอีกคนหนึ่งที่มีรูปร่างและหน้าตาเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน

ดวงตาของอเนกชาติจ้องตรงไปยังพี่ชายแน่วนิ่ง

จิตใจที่เคยสงบมานานหลายร้อยปี บัดนี้ถูกกิเลสและพิษร้ายแห่งรัก…ก่อกวนให้ขุ่นเคืองอีกครั้ง…

เจ้าชายคนน้องยังจำได้ดี หลังจากพิธีนาคพลีครั้งนั้นสิ้นสุดลงด้วยการที่บัณฑุราชกุมาร บุกเข้ามาชิงตัวอนัญชลีไป…ในขณะที่นางยังไม่สิ้นใจ

สตรีผู้นั้นได้สติกลับคืนมาในชั่วลมหายใจสุดท้าย อเนกชาติซึ่งอยู่ร่วมในพิธีครั้งนั้นด้วย ยังจดจำสายตาเคียดแค้นที่อนัญชลีจ้องมองมายังพี่ชายของเขา นางสาบานว่าจะลืม…จะลบนามอนันตชัยไปจากชีวิต ไม่ว่าจะเกิดชาติใด

นาคพลีที่อนันตชัยเฝ้ารอคอยมานาน สิ้นสุดลงก่อนพิธีจะสมบูรณ์

อนัญชลีที่พี่ชายของเขาเฝ้ารอมานานต้องหลุดลอยไป พร้อมกับความเกลียดชัง

อนันตชัยอาละวาดรุนแรงจนเมืองพนมนาคาพังทลาย ผู้คนล้มตายเป็นเบือ รวมถึงบัณฑุราชกุมารและวงศ์วานของเขา

พี่ชายของเขากลายเป็นปีศาจร้ายกระหายเลือด

ผู้คนที่ผ่านมายังพนมนาคา ไม่เคยมีใครรอดชีวิตกลับไป

เสียงเล่าลือทำให้พนมนาคากลายเป็นเมืองร้าง เส้นทางสายนั้นกลายเป็นเส้นทางมรณะที่ผู้คนพากันหลีกเลี่ยง

หากความตายของมนุษย์…แม้จะมากมายเพียงใด ก็ไม่อาจลบบาดแผลในใจให้เลือนหายไปได้…

จนกระทั่งภิกษุรูปนั้นธุดงค์ผ่านมา…

อเนกชาติไม่เคยลืมวันซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตของทุกคน

ภาพพญานาคลำตัวสูงใหญ่ที่จ้องพระภิกษุในจีวรสีเหลืองเก่าคร่ำคร่า ปากที่อ้ากว้างเตรียมพ่นพิษสังหาร

ดวงหน้าของภิกษุรูปนั้นไม่สะทกสะท้านกับความตายตรงหน้า ดวงตาเรียวยาวที่จ้องมองอนันตชัยเต็มไปด้วยความสงบนิ่ง และนั่นทำให้พี่ชายฝาแฝดของอเนกชาติต้องประหลาดใจ เพราะที่ผ่านมา ทุกคนมีแต่วิงวอนร้องขอชีวิต

“ปูติมุขนาคราช

เสียงของพระธุดงค์สงบนิ่งเป็นกังวาน และนั่นทำให้อนันตชัยที่เตรียมจะพ่นพิษร้ายใส่ ถึงกับชะงักไป

…ปูติมุข พิษที่ทำให้อาโปธาตุ หรือธาตุน้ำในร่างกายของมนุษย์เกิดเป็นอันตราย ผู้ใดถูกพิษของพญานาคจำพวกปูติมุข จะทำให้ร่างกายเน่าเปื่อย เกิดแผลพุพอง น้ำเลือดและน้ำหนองเป็นพิษไหลเยิ้ม ถึงแก่ความตายด้วยความทุกข์ทรมาน…

อนันตชัยชะงักไปเพียงนิดเดียว ก่อนจะพ่นพิษใส่พระอย่างไม่ลังเล

แล้วในฉับพลันนั้นเอง ที่บังเกิดรัศมีเรืองรองรายขึ้นล้อมพระภิกษุรูปนั้นเอาไว้ ทำให้พิษแห่งพญานาคไม่อาจตกต้องแม้ปลายเล็บ

พญานาคไม่ยอมแพ้ ยังคงพ่นพิษใส่ไม่หยุดยั้ง หากทว่าพ่นอย่างไรก็ไม่อาจทำร้ายพระภิกษุผู้ทรงศีลได้

“อเนกชาติ”

อนันตชัยหันมาทางเขา ดวงตาสีเขียวเข้มจนเกือบจะกลายเป็นสีดำของพี่ชายวาวโรจน์ ร้องสั่งให้น้องชายพ่นพิษใส่พระภิกษุอีกแรง

“ลงมือ”

อเนกชาติเป็นพญานาคจำพวกอัคคิมุข คือ พิษที่ทำให้เตโชธาตุหรือธาตุไฟกำเริบ เกิดอาการปวดแสบปวดร้อน ไปทั่วเรือนร่างของผู้ถูกพิษ

พิษของอัคคิมุขจะทำให้ร่างกายของมนุษย์เกิดเป็นแผลไหม้ และลามไปจนทั่วร่าง อาการปวดแสบปวดร้อนราวตกอยู่ในกองเพลิงจนขาดใจตาย…

“ไม่”

เขาปฏิเสธ อเนกชาติไม่ต้องการทำเช่นนั้น การเข่นฆ่าไม่ใช่วิถีของเขา แค่ผู้หญิงคนเดียว…เหตุใดอนันตชัยจึงเกรี้ยวกราดจนต้องทำบาปด้วยการฆ่า…

“แน่ใจนะ” อนันตชัยเข่นเขี้ยว และเมื่อเห็นว่าน้องชายยังคงยืนนิ่งเฉย เขาก็หันมาพ่นพิษใส่อเนกชาติแทน

“โอ๊ย” อเนกชาติดิ้นเร่า รู้สึกได้ถึงอาการปวดทรมานไปทั่วสรรพางค์

หูขอเขาได้ยินเสียงแว่วสวดมนต์บทแผ่เมตตาของพระภิกษุ แล้วในบัดดลนั้น หยาดฝนก็โปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า…ดับพิษร้ายและอาการปวดทรมานของเขาไปจนหมดสิ้น

อเนกชาติจ้องมองพระรูปนั้นอย่างไม่เชื่อสายตาของตนเอง

จะเป็นไปได้อย่างไร…

ยังมีความมหัศจรรย์ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยน้ำฝนที่ดับพิษอันร้อนแรงให้เขา กลับทำให้อนันตชัยดิ้นเร่าด้วยความเจ็บปวดแทน…

เม็ดฝนที่ใสสะอาด ประหนึ่งฝนกรดที่สร้างความทรมานให้กับปูติมุขนาคอย่างอนันตชัย!

“อ๊าก…” อนันตชัยร้องเสียงโหยหวน “เจ้าทำอะไรเรา…เป็นพระ ทำร้ายผู้อื่น...มันผิดบาปมากไม่ใช่หรือ…”

“ทำร้าย…” เสียงพระธุดงค์ยังใสกระจ่าง “เราไม่เคยทำร้ายผู้ใด…พิษร้ายที่ทำให้เจ้าทรมาน เกิดขึ้นจากจิตใจที่ร้อนรุ่ม อาฆาตพยาบาทของเจ้าเองนั่นละ”

อนันตชัยยังคงไม่หยุดดิ้นเร่า ลำตัวยาวใหญ่ของเขาแปลงกลับมาเป็นมนุษย์ผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ ดวงหน้าคมสันของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ละอองฝนที่โปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย เพิ่มความเจ็บปวดทรมานให้โถมทวี

“พอ…พอแล้ว…”

อนันตชัยอ้อนวอนพระธุดงค์ เม็ดฝนทุกเม็ดประหนึ่งคมมีดที่กรีดเข้าไปในผิวเนื้อ โบยตีทุกอณูของร่างกาย

ไม่เคยเลยครั้งใด ที่อนันตชัยจะต้องประสบกับความทุกข์ทรมานเช่นครั้งนี้

“เรากลัวแล้ว ได้โปรดหยุดทรมานเราด้วยเถิด”

“เราไม่เคยทำร้ายเจ้าเลย” พระรูปนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงปรานี “ความเจ็บปวดที่เจ้าได้รับ...เกิดขึ้นจากตัวเจ้าเอง”

“แล้วเราจะต้องทำอย่างไร” อนันตชัยแค่นเสียง

“ปล่อยวาง” พระธุดงค์ตอบสั้นๆ

“ปล่อยวาง…” อนันตชัยยังนึกไม่ออก

“คนที่เจ้าเฝ้าคะนึงหา…เธอได้จากไปนานแล้ว” คำพูดของพระธุดงค์ทำให้ทั้งอนันตชัยและอเนกชาติถึงกับสะดุ้ง

…ท่านรู้ได้อย่างไร…

“วางเธอลงเสีย อดีตเป็นสิ่งที่ผ่านไปแล้ว เราไม่อาจจะแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้ สิ่งเดียวที่เจ้าทำได้คือ…เรียนรู้และจดจำ อย่าปล่อยให้กิเลสครอบงำ ทำให้ดวงตาและดวงวิญญาณของเจ้ามืดมัวเหมือนเช่นที่ผ่านมาอีก…”

“แต่…” อนันตชัยพยายามจะแย้ง

“นางกับเจ้าอยู่กันคนละภพภูมิกัน…เจ้าเป็นนาค นางเป็นมนุษย์…อย่างไรก็มิอาจครองคู่กันได้” พระรูปนั้นยังกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“แล้วพระทองกับนางนาคเล่า” อนันตชัยเอ่ยถึงบรรพบุรุษของเขา

“ทั้งสองได้มาครองคู่กันเพราะมีจิตปฏิพัทธ์ต่อกัน” พระธุดงค์กล่าว “แต่อย่างไรก็ตาม…พวกเขาทั้งสองก็มีความแตกต่างกันในเรื่องของสภาวะอยู่ดี…มนุษย์มีอายุขัยสั้นกว่านาค อย่างไรเสียทั้งสองก็ต้องพลัดพรากจากกันในที่สุด”

“แต่นาคพลี จะทำให้อนัญชลีละทิ้งสภาวะมนุษย์มาเป็นนาค…” อนันตชัยยังพยายามจะแย้ง “เราจะอยู่ด้วยกันตราบสิ้นอายุขัย”

“แต่สิ่งสำคัญคือนางไม่ได้รักเจ้า นางมีคนรักอยู่แล้ว เจ้าต่างหากที่ทั้งข่มขู่และใช้เล่ห์กลล่อลวงนางมายังนาคเทวาลัย”

ยิ่งฟัง อเนกชาติยิ่งรู้สึกทึ่ง

ใช่…พี่ชายของเขาใช้เล่ห์เหลี่ยมจริงๆ

อนันตชัยมีโอกาสได้เห็นอนัญชลีลงเล่นน้ำในทะเลสาบพร้อมกับพี่เลี้ยงของเธอในค่ำวันหนึ่ง…

อนันตชัยเล่าให้น้องชายฟังว่าหลงรักนางมนุษย์ผู้นั้นตั้งแต่แรกที่ได้เห็น พี่ชายของเขามารู้ในภายหลังว่าอนัญชลีมีคนรักอยู่แล้ว แต่เขาใช้วิธีการบังคับและข่มขู่ว่าจะทำลายพืชผลทางการเกษตร ทำให้ผู้คนทำนาไม่ได้ และยังจะทำลายพนมนาคาทิ้งทั้งเมือง

นั่นทำให้ชาวเมืองต่างพากันหวาดกลัว จนกดดันให้บิดาของนางยอมส่งธิดาสาวมาเข้าพิธีนาคพลี เพื่อทำให้พญานาคพอใจ…

พระธุดงค์รู้เรื่องราวทั้งหมดด้วยญาณวิถีของท่าน การที่ตัดสินใจธุดงค์มายังพนมนาคา ท่ามกลางเสียงคัดค้านของผู้คนมากมายที่ได้รับรู้ ญาติโยมพากันเป็นห่วงว่าท่านจะไม่รอดชีวิตกลับมา หากท่านต้องมายังพนมนาคา…

มาเพื่อโปรดพญานาคตนนี้…

และนางผู้นั้นยังอธิษฐานด้วยใจที่แน่วแน่อีกด้วยว่า จะขอลืมเจ้าไปจากชีวิต…ฉะนั้น เกิดชาติใดภพใด นางจะไม่มีความทรงจำใดๆ เกี่ยวกับเจ้าหลงเหลืออยู่ นางจะจำเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นที่พนมนาคาไม่ได้แม้เศษเสี้ยว…ปูติมุขนาคเอย…เจ้าเคยคิดหรือไม่ว่าความสุขที่แท้จริงนั้นคือสิ่งใด…”

“เราไม่รู้ว่าความสุขที่แท้จริงคืออะไร รู้แต่ว่าเราไม่อยากจะเจ็บปวดอีกแล้ว” อนันตชัยแค่นเสียงออกมาได้ในที่สุด

พี่ชายของเขาหลับตานิ่ง ขณะที่ละอองฝนยังคงโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย อเนกชาติสังเกตว่าอาการเจ็บปวดเร่าร้อนของอนันตชัยเหมือนจะเบาลงไปมากแล้วในยามนั้น

“การหลุดพ้นอย่างไรเล่า” พระธุดงค์เอ่ยออกมาในที่สุด

“ท่านหมายความว่า…” อนันตชัยนิ่งไปพักใหญ่ ก่อนจะเอ่ยออกมาในท้ายที่สุด “จะให้เราบวชอย่างนั้นหรือ”

“ผู้ใดต้องการจะบวช ต้องเกิดจากศรัทธาของบุคคลนั้นเอง” น้ำเสียงของพระธุดงค์ยังเปลี่ยมด้วยความปรานี “การบวช หากเกิดเพราะถูกบังคับ…นั่นไม่ใช่หนทางที่ถูกต้อง”

“แต่เราบวชไม่ได้” อนันตชัยส่ายหน้า เรื่องราวที่พญานาคต้องการจะบวชเรียนในพระพุทธศาสนา เป็นเรื่องราวที่เหล่านาคล้วนรู้ดีว่าเป็นข้อห้าม

“เมื่อไรที่เจ้าถือกำเนิดเป็นมนุษย์…เจ้าจะบวชได้” พระธุดงค์เอ่ยเสียงหนักแน่น “ถ้าเพียงแต่เจ้าจะเป็นมนุษย์…”

“เราจะเป็นมนุษย์ให้ได้” อนันตชัยตั้งปณิธาน “เมื่อเป็นมนุษย์แล้ว…เราจะบวช”

สิ้นสุดประโยคนั้นของพญานาคผู้พี่ชาย อเนกชาติถึงกับตะลึง เมื่อได้ยินเสียงแซ่ซ้องสาธุการดังกระหึ่มจากอณูอากาศรอบกาย

ฝนที่โปรยละอองลงมา กลับกลายเป็นดอกไม้นานาพันธุ์ ส่งกลิ่นหอมรวยริน

อนันตชัยและอเนกชาติก้มลงกราบพระธุดงค์รูปนั้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ครั้นเมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งนั้น ก็พบว่าท่านได้อันตรธานหายไปแล้ว…

“ตั้งสติให้ดี…อนันตชัย” อเนกชาติตะโกนแข่งกับเสียงพายุ หวังจะเตือนสติพี่ชาย

“พี่อุตส่าห์ถือศีลมานานหลายร้อยปีแล้ว อย่าปล่อยให้กิเลสเข้าครอบงำสิ...จำไม่ได้แล้วหรือ…พี่เคยห้ามเราเอาไว้ แล้วนี่ทำไมพี่ถึงจะกลับทำเสียเอง

สิบกว่าปีก่อน ตอนเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นที่พนมนาคา…อเนกชาติคือคนที่ทนไม่ได้ และพร้อมจะทำลายให้หมู่บ้านราบเป็นหน้ากลองเหมือนเมื่อครั้งอดีต…ที่อนันตชัยเคยทำ

หากพี่ชายของเขาห้ามเอาไว้อย่างสุดความสามารถ…

และนั่นเป็นที่มาของเสียงเล่าลือเรื่อง คำสาปที่พญานาคสาปเด็กแรกเกิดทุกคนในพนมนาคา!

“เราไม่ได้จะทำอย่างนั้น” อนันตชัยแค่นเสียง “ถ้าเราจะทำเหมือนครั้งก่อน พนมนาคาคงราบเป็นหน้ากลองไปแล้ว”

“แต่พี่กำลังจะเอาตัวผู้หญิงคนนั้นมาเข้าพิธีนาคพลี” อเนกชาติเอ่ยตรงประเด็น “เธอไม่รู้อะไรด้วยเลย และดูเอาเถิด…เธอหวาดกลัวแค่ไหน ที่ได้เห็นพิธีกรรมบนปราสาทประธาน”

“เจ้าจงใจพานางขึ้นไป เพื่อให้นางหวาดกลัว และกลับไปจากพนมนาคา” อนันตชัยแค่นเสียง ใจที่เคยสงบมานาน ต้องแปรเปลี่ยนไปเพียงได้เห็นหน้าของนาง…อนัญชลี…

ต่อให้เวลาผ่านมานานเพียงใด เขาเพิ่งรู้ว่าไม่มีวันจะลืมเธอผู้นั้นไปได้

“ใช่” อเนกชาติเผยเหตุผลของเขาออกมา ดวงตาที่บ่งบอกถึงธาตุไฟของเขาลุกเริง “อนัญชลีควรจะได้รู้ชะตากรรมที่จะเกิดขึ้น และมีสิทธิ์จะได้เลือก”

“ถ้านางไม่ยอมกลับล่ะ” อนันตชัยแค่นเสียงหัวเราะดวงตาสีเข้มที่บ่งบอกถึงความเป็นธาตุน้ำสะท้อนความลึกล้ำใจจิตใจ

“ฉันจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้นางกลับไป” อเนกชาติจ้องพี่ชายแน่วนิ่ง

“นางไม่กลับหรอก” อนันตชัยหัวเราะเสียงก้อง ละไอหมอกยังคงพัดหมุนวนรุนแรงภายในหอนาคราช

อย่านึกนะว่าเราไม่รู้ ว่าเจ้าเป็นคนตามตัวแม่ชีนั่น ให้มาขัดขวางอนัญชลีเจ้ามัวแต่นึกถึงเรื่องนี้จนตัวเองพลาด ลืมพกสร้อยประจำตัวที่จะทำให้เจ้ามีพลัง ทำให้ถูกหมองูจับเอาไปขายเกือบจะตายไปแล้ว…นี่ถ้าอนัญชลีช่วยเอาไว้ไม่ทัน เจ้าคงสิ้นชื่อ แล้วก็เป็นเจ้าอีก ที่ทำให้นางฝันถึงเรื่องราวที่น่าหวาดกลัว เป็นคนทำให้นางนิมิตเห็นภาพการใช้พระขรรค์จ้วงแทงตัวเองที่ปราสาทนาคพันเจ้าอีกนั่นละ…ที่เป็นคนส่งลูกน้องมากมายเป็นกองทัพให้พากันเลื้อยออกมาขวางถนน เพื่อไม่ให้พวกเขาเดินทางมาถึงพนมนาคาได้…ลงทุนทำทุกอย่าง แล้วยังไง เห็นหรือยังว่าเจ้าไม่มีวันทำสำเร็จ สุดท้ายอนัญชลีก็มาอยู่ที่พนมนาคาจนได้ นี่คือชะตากรรมของอนัญชลีกับเรา…เบื้องบนกำหนดมาแล้วว่าเราและนางจะได้อยู่คู่กัน ไม่ว่าใครก็เปลี่ยนแปลงมันไม่ได้

“ฉันจะขัดขวางนาคพลี ยังไงฉันก็จะไม่ยอมให้ชาวบ้านนำตัวอนัญชลีมาบูชาพญานาคได้สำเร็จ” อเนกชาติมุ่งมั่น “ฉันจะไม่ยอมให้ศีลของพี่แปดเปื้อน…ได้ยินไหมอนันตชัย…พี่จะต้องเป็นมนุษย์ พี่จะได้บวชตามที่ตั้งใจเอาไว้”

“ไม่” อนันตชัยหัวเราะเสียงแผ่วต่ำในลำคอ “เราเปลี่ยนใจแล้ว…ความสุขของเราไม่ใช่การหลุดพ้น แต่เป็นการมีอนัญชลีอยู่เคียงข้าง”

ทันทีที่สิ้นสุดคำพูดของอนันตชัยประโยคนั้น อเนกชาติก็ได้รู้ว่าตัวเองพลาดไปเสียแล้ว…

แท่งแก้วผลึกจำนวนมากมายหลายเส้นงอกขึ้นมาจากพื้นนาคเทวาลัยอย่างรวดเร็ว เลื้อยพันกันราวมีชีวิต และสานกันจนเกิดเป็นตาข่ายที่แข็งแกร่ง จองจำอเนกชาติเอาไว้ภายใน

“อนันตชัย…พี่ทำแบบนี้ทำไม”

อเนกชาติร้องเสียงลั่น เขาพยายามดิ้นรนจนสุดกำลัง แม้จะกลายร่างเป็นนาคเพื่อทำลายกรงแก้วผลึก หากไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สำเร็จ อนันตชัยเป็นพี่…มีพลังอำนาจกล้าแกร่งกว่าเขาหลายเท่า

“ปล่อยเราะ”

“ปล่อยก็โง่แล้ว” อนันตชัยหัวเราะ “จงอยู่ในนี้…จนกว่านาคพลีจะผ่านพ้น…เรารอเวลานี้มานานนักหนา ไม่มีใครหน้าไหนจะทำลายพิธีนาคพลีครั้งนี้ลงได้ทั้งนั้น”

ครั้งกระโน้น…เขาพลาด

แต่ครั้งนี้ เขาจะไม่พลาดอีกต่อไป

เขาจะต้องได้นางมาครอบครอง

เอเชีย…อนัญชลี!

Don`t copy text!