พรางพัสตรา บทที่ 11 : ล่องหน

พรางพัสตรา บทที่ 11 : ล่องหน

โดย : พงศกร

พรางพัสตรา นวนิยายออนไลน์เรื่องล่าสุดโดย พงศกร ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เมื่อผ้าคลุมผมเจ้าสาวไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งในชุดเจ้าสาว แต่คือสิ่งที่นำ ‘ลดานิดา’ ไปเห็นบางสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม ความรักของเขาคือความจริงหรือความลวง ผ้าคลุมผมเจ้าสาวนี้มีคำตอบ

***************************

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

“นิดา…คุณกำลังแต่งตัวอยู่หรือเปล่า ผมขอเข้าไปหน่อยนะครับ”

ลดานิดาใจชื้น เมื่อได้ยินเสียงของพีธันดรเรียกชื่อเธอดังอยู่หน้าห้อง

แล้วก่อนที่หญิงสาวจะทันตอบอนุญาตหรือปฏิเสธ ดาราหนุ่มก็เปิดประตูออกกว้าง  พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ลดานิดาหมุนตัวจากหน้ากระจกเงา หญิงสาวถอนใจยาวด้วยความโล่งอก

…พีธันดรเข้ามาทันเวลาพอดี ก่อนที่เธอจะจิตตกไปมากกว่านี้…

เขาสวมสูทผ้าไหมสีงาช้าง เข้าชุดกันดีกับเดรสลูกไม้ที่หล่อนสวม เห็นได้ชัดว่าเฌอแตมทำการบ้านมาล่วงหน้า วันนี้เธอกับพีธันดรจะต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อถ่ายภาพ ไม่ต่ำกว่าแปดถึงเก้าชุด ใช้เวลาอยู่ที่สตูดิโอจนถึงช่วงหัวค่ำ ที่โปรแกรมแน่นขนาดนี้เพราะคิวงานของพีธันดรแน่นมากเช่นกัน กว่าจะได้คิวที่เขาว่างทั้งวัน เฌอแตมก็แทบจะไมเกรนขึ้น

“พีทคะ…มาดูอะไรนี่แน่ะ…นิดาว่ากระจกบานนี้ดูแปลกๆ พีทว่าไหม”

เธอก้าวไปหาเขา หากเสียงพึมพำของพีธันดรทำให้ลดานิดาใจหล่นวูบ

“นิดา…คุณอยู่ไหน…”

ไม่ใช่แค่เสียงพึมพำด้วยความประหลาดใจเท่านั้น หากร่างสูงของดาราหนุ่มยังหมุนกายไปรอบห้อง ทำท่าเหมือนกำลังมองหาใครสักคน

ดวงตาของเขามองเลยไปเหมือนหล่อนไม่มีตัวตน

“พีทคะ” ลดานิดาส่ายหน้า “นิดาอยู่นี่ไง…”

“เอ…” พีธันดรยกมือขึ้นเกาศีรษะ ดวงหน้าคมสันของเขาเหลือบมองไปรอบๆ “ไหนพี่แตมบอกว่านิดาอยู่ในห้องแต่งตัวไงล่ะ”

“นิดาอยู่นี่ไงคะ มองไม่เห็นหรือ…ไม่ใช่เวลาเล่นตลกนะพีท…มานั่งตรงนี้ดีกว่าค่ะ นิดามีอะไรจะเล่าให้ฟัง” ลดานิดาพูดกับเขาเสียงเครียด

หางตาของหล่อนเหลือบไปมองเงาในกระจก เพียงเพื่อจะพบว่าเงาของตัวเองไม่มีปรากฏ…ยังคงหายไปเหมือนเมื่อครู่ที่ผ่านมา

ภายในห้องแต่งตัวเจ้าสาวห้องนี้…นอกจากเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ แล้ว ก็มีแค่เงาสะท้อนของร่างสูงใหญ่เพียงคนเดียวเท่านั้น…ไม่มีลดานิดา

และพีธันดรก็กำลังยืนหันรีหันขวาง เหมือนกำลังมองหาใครอยู่

มันต้องไม่ใช่…

เกิดอะไรขึ้น…

หัวใจของลดานิดาเต้นแรงด้วยความประหวั่น อย่างน้อยพีธันดรก็ยังอยู่ตรงนั้น หญิงสาวค่อยรู้สึกดีขึ้นนิดหนึ่ง

หากจนแล้วจนรอด ดาราหนุ่มก็ยังแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นหล่อน พีธันดรขยับก้าวไปข้างหน้าทำท่าเหมือนจะเดินมาหา

หากทว่าไม่ใช่…เขาเดินผ่านเธอไปหยุดอยู่หน้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าด้านใน พีธันดรเคาะประตูเบาๆ สองสามหนก่อนจะชะโงกหน้าเข้าไปมอง

“นิดา คุณอยู่ในนั้นหรือเปล่า…ว้า…” เสียงของเขาเหมือนผิดหวัง “หายไปไหนล่ะเนี่ย”

“พีท…เลิกเล่นได้แล้ว ไม่โอเคนะคะ นิดากำลังเครียดอยู่ด้วย”

ลดานิดาทำเสียงหนักๆ เธอเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขา หากพีธันดรกลับมองแลเลยเธอไปทางด้านหลัง เหมือนกับหล่อนปราศจากตัวตนอยู่ตรงนั้น!

หญิงสาวกำลังจะเอื้อมมือไปเขย่าแขนเขาอยู่แล้วเชียว ก็พอดีกับพี่เป้เปิดประตูพรวดเข้ามาเสียก่อน

“พี่เป้…เข้ามาทำไม”

พีธันดรนิ่วหน้า ขณะที่ผู้จัดการของเขากวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะถอนใจยาว

“มีเรื่องด่วน…นี่หมอนิดาไม่อยู่ใช่ไหม…ค่อยยังชั่ว”

น้ำเสียงของปรมะ ทำให้ลดานิดาต้องอ้าปากค้าง จะว่าหล่อนไม่อยู่ได้ยังไง…หล่อนยืนอยู่ตรงนี้

เว้นเสียแต่…

ทั้งพีธันดรและปรมะ…มองไม่เห็นหล่อน

ลดานิดาหันไปมองเงาในกระจกอีกครั้ง…

ไม่มีหล่อนจริงๆ นั่นละ

ลดานิดาก้มลงมองตัวเอง…

ทุกอย่างยังอยู่ดี…เธออยู่ตรงนี้

ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา

แต่ทำไมพวกเขาถึงมองไม่เห็น!

ลดานิดาปวดหัวจี๊ด ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องประหลาดขึ้นแบบนี้ ทำไมหล่อนเห็นตัวเอง แต่พวกเขามองไม่เห็น แล้วจะทำอย่างไรต่อไป…ลดานิดาตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ยังไม่ทันตัดสินใจว่าอย่างไร คำพูดประโยคต่อมาของปรมะ ทำให้หญิงสาวต้องกะพริบตาถี่ๆ ด้วยความประหลาดใจ

“โชคดีแล้วที่หมอนิดาไม่อยู่…พีทรีบออกมากับพี่เดี๋ยวนี้เลย ก่อนที่จะเกิดเรื่องวุ่นวายใหญ่โต”

“มีอะไรพี่เป้” พีธันดรนิ่วหน้า

“โจทก์ของแกมาที่นี่น่ะสิ” ปรมะทำเสียงไม่พอใจ “รีบไปจัดการด่วน ก่อนที่เจ้าสาวของแกจะรู้…”

“คนไหน” คำถามแสดงว่าไม่ได้มีโจทก์แค่คนเดียว

“คนที่แกก็รู้ว่าใคร” คำตอบของปรมะเป็นที่รู้กัน

“ฉิบหายละ” พีธันดรสบถ “ไหนพี่เป้บอกว่าจัดการเรียบร้อยแล้วไง”

“ก็คุยกันจนรู้เรื่องแล้ว” ปรมะเม้มริมฝีปากแน่น “แต่เกิดบ้าอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ นี่ดีนะที่ฉันออกไปเจอเสียก่อน ไม่งั้นวุ่นแน่”

“ให้ตายเถอะ…มันจะอะไรกันนักกันหนานะ” พีธันดรแค่นเสียงในลำคอ ท่าทางของเขาดูหงุดหงิดอย่างที่ลดานิดาไม่เคยเห็นมาก่อน

“อย่าเพิ่งบ่น รีบออกไปจัดการเลย มีแต่แกเท่านั้นละที่จะจัดการให้นางสงบได้” พี่เป้เน้นเสียงหนัก

พีธันดรไม่ได้สนใจจะตามหาลดานิดาแล้วในตอนนั้น ร่างสูงใหญ่ของดาราหนุ่มวิ่งตามปรมะออกไปอย่างรวดเร็ว

…นี่มันอะไรกัน…ลดานิดางงจนทำอะไรไม่ถูก

ทั้งเรื่องที่หล่อนล่องหนหายตัวไป และเรื่องที่พีธันดรพรวดพราดออกไปจัดการอะไรบางอย่าง…

เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถิด มาคิดเรื่องที่ทุกคนมองไม่เห็นหล่อนดีกว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และมันจะเป็นแบบนี้อีกนานแค่ไหน

…ใจเย็นๆ นะลดานิดา…หญิงสาวบอกตัวเอง…สติ ต้องมีสติ…

นึกทบทวนช้าๆ ว่าเหตุการณ์ประหลาดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ก่อนหน้าไฟดับ ทุกอย่างยังดูเป็นปกติดี จนกระทั่งเฌอแตมออกไปดูสถานที่ถ่ายภาพพร้อมกับลูกน้อง แล้วเกิดไฟดับเป็นครั้งที่สอง…

ขณะนั้นเธอเพิ่งสวมผ้าคลุมผมเจ้าสาวโบราณเสร็จพอดี และเงาของเธอก็หายไปจากกระจกพร้อมๆ กัน…

หรือว่า…

หรือจะเป็นเพราะ Veil ผืนนี้…

มือเรียวยาวราวรูปสลักของลดานิดา เอื้อมไปแตะผ้าคลุมผมเจ้าสาวแผ่วเบา ลึกลงไปในใจ เธอรู้สึกได้ถึงความสั่นไหวบางประการที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างลึกเร้น

ลดานิดาค่อยๆ ปลดคลิปที่ผ้าคลุมผม ถอด Veil ออกจากศีรษะ ขณะที่นัยน์ตาคู่คมจ้องมองกระจกเงาบานยาวแน่วนิ่ง…

แล้วความมหัศจรรย์ก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาของหญิงสาว

เงาร่างโปร่งระหงของหญิงสาวค่อยๆ ปรากฏขึ้นอย่างรางเลือนในกระจกเงาบานนั้นทีละน้อย

แรกทีเดียวก็เหมือนกับละอองน้ำที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น ก่อนจะชัดเจนเป็นรูปร่าง และสุดท้ายหญิงสาวก็แลเห็นเงาของตนเองเป็นปกติในที่สุด!

ลดานิดามองปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าด้วยใจที่เต้นระทึก ในใจของหญิงสาวผู้เติบโตมากับเหตุผลและหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ทุกอย่างจะต้องสามารถพิสูจน์ได้ กำลังสับสนกับการพยายามหาคำมาอธิบาย หากทว่าคิดไม่ออกว่าเรื่องประหลาดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

“ไม่น่าเชื่อ”

หญิงสาวครางเสียงผะแผ่ว ยื่นมือไปแตะกระจกเงาเย็นเฉียบตรงหน้า…

เงาของหญิงสาวเรือนร่างโปร่งระหงในชุดเดรสสั้นสีงาช้าง ยื่นมาแตะมือของเธอ และดวงตาคู่นั้นก็กำลังจ้องมองกลับมา เป็นเงาของเธอชัดๆ

…เงาที่ก่อนหน้านี้ล่องหนหายไป ไม่ปรากฏ…

เสียงใครบางคนผลักประตูห้องเข้ามาพอดี

เฌอแตมนั่นเอง

“คุณหมอขา” เฌอแตมส่งเสียงแหลม

“คุณแตม” ลดานิดาถอนใจเบาๆ “คุณแตมเห็นนิดาด้วยหรือคะ”

“เห็นสิคะ” เฌอแตมประหลาดใจ “เอ…คุณหมอถามอะไรแปลกๆ ก็คุณหมอยืนอยู่ตรงนี้ แตมจะไม่เห็นได้อย่างไร มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“เอ้อ…” ลดานิดายิ้มโล่งอก “ไม่มีอะไรค่ะ นิดาแค่ถามดูเฉยๆ ว่าแต่ข้างนอกเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ นิดาออกไปได้หรือยัง”

รีบเปลี่ยนเรื่องก่อนที่หญิงสาวเจ้าของสตูดิโอจะเกิดความสงสัยไปมากกว่านี้

“คุณหมออย่าเพิ่งออกไปนะคะ…” เฌอแตมหน้าเครียด “นั่งรออยู่ในห้องสักพัก ประเดี๋ยวข้างนอกพร้อมแล้วแตมจะเข้ามาเชิญคุณหมอออกไปค่ะ”

“อ้าว…ไฟมาแล้วไม่ใช่หรือคะ” ลดานิดาเลิกคิ้ว “ยังไม่พร้อมอีกหรือ วันนี้เราถ่ายตั้งหลายชุดนะคุณแตม ป่านนี้แล้วยังไม่เริ่มถ่ายชุดแรก เที่ยงคืนจะเสร็จหรือเปล่า”

“ไฟมาแล้วค่ะ แต่แตมขอเคลียร์อะไรสักหน่อย” เฌอแตมตอบสั้นๆ รอยยิ้มบนดวงหน้าดูฝืน “คุณหมอใจเย็นๆ นะคะ รอแป๊บ…รับรองไม่เกินครึ่งชั่วโมง”

“มีอะไรหรือเปล่าคะ” ลดานิดาขมวดคิ้ว ใจอดนึกไปถึง ‘โจทก์’ ที่พี่เป้เอ่ยถึงมิได้ นี่คือเหตุผลที่เฌอแตมไม่ยอมให้หล่อนออกไปข้างนอกหรือเปล่านะ

โจทก์คนที่ทำให้พีธันดรต้องพรวดพราดออกไปพร้อมกับผู้จัดการของเขาคือใคร…

เดาว่าอาจจะเป็นใครสักคนที่ว่าวันนี้พีธันดรจะถ่ายพรีเวดดิ้ง แล้วเลยบุกเข้ามาถึงสตูดิโอเพื่อก่อกวนไม่ให้ถ่ายภาพสำเร็จราบรื่น อาจจะเป็นหนึ่งในบรรดาแฟนคลับของพีธันดร…กลุ่มที่ไม่พอใจที่ดาราหนุ่มมาคบกับหล่อน

“ไม่มีค่ะ” เฌอแตมยืนยันเสียงหนักแน่น “ไม่มีจริงๆ…แตมแค่อยากเคลียร์ห้องให้เรียบร้อยก่อน บังเอิ๊ญ บังเอิญ…เด็กๆ ลูกน้องแตมน่ะสิคะ ตอนไฟดับคงตกใจ เลยซุ่มซ่ามเผลอทำแจกันแตก เศษแก้วกระจายเกลื่อนเลยค่ะ มีคนโดนบาดด้วย นี่แม่บ้านยังเก็บกวาดไม่เรียบร้อย แตมเลยว่าคุณหมอรอในห้องแต่งตัว แอร์เย็นๆ จะดีกว่า เดี๋ยวเรียบร้อยแล้วแตมจะมาเชิญให้ออกไปนะคะ”

เฌอแตมพูดรวดเร็ว แล้วรีบหมุนหายกลับออกไป ราวกับไม่ต้องการจะให้ลดานิดาซักถามอะไรต่อ

เรื่องนี้อาจมีลับลมคมในบางอย่าง…ลดานิดาคิด แต่ตอนนี้มีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่าให้ต้องหาคำตอบ

ดวงตาคู่คมของลดานิดาจ้องมองผ้าลูกไม้โบราณราวต้องการจะวิเคราะห์…

ลวดลายละเอียดลออถักขึ้นมาจากเส้นไหมที่มีลักษณะประหลาด ยามที่แสงแดดตกลงมาต้องผืนผ้า ในบางมุมจะมีประกายระยิบระยับที่ทำให้สายตาพร่าเลือนไปชั่วขณะ

…ถ้าการล่องหนของเธอเกี่ยวข้องกับผ้าคลุมผมโบราณจริงๆ ละก็…

อยากรู้ก็ต้องพิสูจน์…ใจหนึ่งบอกกับเธอ

ไม่นะ…อันตราย…สัญชาตญาณส่วนลึกห้ามลดานิดาเอาไว้

ถ้าเกิดครั้งนี้หายตัวไป ไม่ได้กลับมาอีกเลยล่ะ จะทำยังไง เธอมีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบอีกตั้งหลายอย่าง จู่ๆ จะมาหายตัวไปคงไม่เหมาะแน่

แต่…อีกใจก็อยากรู้ อยากพิสูจน์

“เอาละ…เป็นไงก็เป็นกัน”

หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง ตัดสินใจเด็ดเดี่ยว ลดานิดาเป็นคนชอบพิสูจน์ สงสัยอะไรจะต้องหาคำตอบให้ได้ ไม่ว่าคำตอบนั้นจะดีหรือร้าย อย่างน้อยก็ดีกว่าการปล่อยให้ตนเองจมอยู่กับความสงสัยไปเรื่อยๆ

ดังนั้น ลดานิดาจึงหยิบผ้าคลุมผมมาถือไว้ รู้สึกถึงหัวใจที่เต้นโครมครามและมือที่สั่นระริกด้วยความตื่นเต้น

เธอจ้องมองเงาตนเองที่ปรากฏแจ่มชัดในกระจก ก่อนจะสวมลูกไม้ผืนนั้นลงบนศีรษะ ใช้คลิปหนีบกับผมอย่างใจเย็น

“โอ๊ะ…”

หล่อนพึมพำเสียงแผ่ว เมื่อรู้สึกเหมือนบ้านหมุนขึ้นมานิดหนึ่ง หากอาการนั้นเป็นอยู่เพียงชั่วขณะเดียวก็กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม

และเมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งนั้น เงาของหล่อนบนกระจกก็หายไปแล้ว!



Don`t copy text!