พรางพัสตรา บทที่ 15 : หนอนบ่อนไส้

พรางพัสตรา บทที่ 15 : หนอนบ่อนไส้

โดย : พงศกร

พรางพัสตรา นวนิยายออนไลน์เรื่องล่าสุดโดย พงศกร ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เมื่อผ้าคลุมผมเจ้าสาวไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งในชุดเจ้าสาว แต่คือสิ่งที่นำ ‘ลดานิดา’ ไปเห็นบางสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม ความรักของเขาคือความจริงหรือความลวง ผ้าคลุมผมเจ้าสาวนี้มีคำตอบ

***************************

แสงแดดที่ควรจะอ่อนอุ่น กลับรุ่มร้อนในความรู้สึก ลดานิดายังไม่กล้าเปิดประตูเข้าไป เพราะคนในนั้นคงตกใจที่อยู่ๆ ประตูก็เปิดได้เองโดยที่ไม่มีคนผลัก

เหลือบตามองบาทวิถีตรงหน้า…ไม่มีเงาของเธอปรากฏให้เห็น  ลดานิดายืนรีรออยู่พักใหญ่ จนมีคนไข้คนหนึ่งเปิดประตูเข้าไป หญิงสาวจึงถือโอกาสรีบวิ่งตามเข้าไปอย่างรวดเร็ว

ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศแผ่วรวยริน พัดพาความร้อนจากภายนอกให้มลายไป กรุ่นหอมของดอกไม้ในแจกันกลางห้องสร้างความสดชื่นให้กับแขกที่มาเยือน ดวงตาของลดานิดาเบิกกว้างขณะหันมองไปรอบๆ

สวยมาก แต่ก็คุ้นมาก…

จะไม่คุ้นได้อย่างไร ในเมื่อคลินิกของภารดีออกแบบเหมือนกับคลินิกของเธอแทบจะทุกอย่าง หากจะมีอะไรที่แตกต่างก็คงเป็นเฉดสีของเฟอร์นิเจอร์และผนังห้องเพียงอย่างเดียว ที่นี่เน้นใช้สีน้ำเงินอ่อนๆ ตัดด้วยสีทอง ขณะที่ Wellness by Nida ใช้สีน้ำเงินเข้มตัดด้วยสีขาว

มีคนไข้นั่งรอตรวจกันอยู่หลายคน ทั้งวัยรุ่นและวัยทำงาน ลดานิดาลองเดินโฉบผ่านไปเพื่อสังเกตการณ์ ทุกคนนั่งกันสบายๆ ไม่มีใครมองเห็นหล่อนแม้แต่คนเดียว คนไข้หลายคนเล่นโทรศัพท์มือถือไม่สนใจใคร ขณะที่บางคนนั่งอ่านนิตยสารเพื่อฆ่าเวลา

เคาน์เตอร์พยาบาลดูโอ่โถง ทางด้านหลังมีทางเดินทอดยาวเข้าไปที่ห้องตรวจ ลดานิดากวาดสายตาอ่านป้ายชื่อแพทย์ประจำคลินิก ก็เห็นมีหมออยู่แค่สองคนคือแพทย์หญิงภารดีและนายแพทย์ดาวิษ

ประกาศนียบัตรที่ติดอยู่บนผนังบอกว่าทั้งสองเรียนจบเป็นผู้เชี่ยวชาญสาขาเวชศาสตร์ชะลอวัยมาจากต่างประเทศ

ลดานิดาอยู่ในแวดวงนี้มานานหลายปี หากไม่เคยได้ยินชื่อของนายแพทย์ดาวิษมาก่อน…ว่าไม่ได้…หญิงสาวนิ่งนึก เดี๋ยวนี้มีแพทย์จบใหม่ปีละหลายคน ปกติหมอที่เรียนจบใหม่ๆ จะต้องทำงานใช้ทุนรัฐบาลก่อนอย่างน้อยสามปี

ที่เรียกว่าทำงานใช้ทุน ก็เพราะรัฐบาลให้งบประมาณเงินทุนกับมหาวิทยาลัยทุกแห่งเพื่อผลิตแพทย์ให้เพียงพอต่อการดูแลประชาชน นักศึกษาแพทย์ทุกคนที่เรียนจบจึงมีพันธะผูกพันกับรัฐบาลที่จะต้องทำงานให้ครบสามปีก่อน จึงจะสามารถลาออกไปทำงานอิสระอื่นได้

แต่น้องแพทย์รุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่ยอมจ่ายเงินใช้ทุน เพื่อลาออกไปเรียนต่อสาขาที่ต้องการ ขณะที่อีกหลายคนออกมาเพื่อเปิดคลินิกเอง โดยเฉพาะคลินิกเสริมความงามที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ

วันนี้มีพยาบาลอยู่ที่เคาน์เตอร์สามคน แน่นอนว่าพยาบาลทั้งสาม…เคยทำงานที่คลินิกของเธอมาก่อน

คนที่ดูท่าทางเป็นหัวหน้าชื่อนงนาถ เธอคนนั้นก็คือพยาบาลที่ลดานิดาฝึกมากับมือ

นงนาถเป็นผู้ใหญ่ที่ทำงานดี สุขุม และไว้ใจได้ ไม่มีวี่แววปรากฏให้เห็นสักนิดว่านงนาถไม่พอใจการทำงานที่ Wellness by Nida

วันดีคืนดีจู่ๆ นงนาถก็มาขอลาออก โดยให้เหตุผลว่าจะไปดูแลมารดาที่เป็นอัมพาต หากลดานิดามารู้ในภายหลังว่านงนาถไม่ได้ไปดูแลมารดาอย่างที่บอก แต่มาทำงานให้ภารดี พร้อมกันนั้นนงนาถก็ชักชวนลูกน้องของเธอให้ลาออกตามมาอีกหลายคน

หญิงสาวจึงไม่แปลกใจนักที่เห็นพยาบาลทั้งสามในวันนี้

หากทว่าคนที่ทำให้ลดานิดาต้องแปลกใจถึงกับอ้าปากค้าง ก็คือชายหนุ่มรูปร่างเจ้าเนื้อ ที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องตรวจทางด้านหลังคนนั้นต่างหาก

“นายเอกภูมิ”

ลดานิดาแค่นเสียงแผ่วต่ำลำคอ

ไม่นึกไม่ฝันว่าคู่กรณีที่เคยโกงเงินคลินิกของเธอ จะมาปรากฏอยู่ที่นี่ได้!

“คุณเอก” นงนาถเรียกชายหนุ่มคนนั้นเอาไว้ “อย่าเพิ่งไปค่ะ ช่วยมาดูตรงนี้ให้พี่หน่อย เหมือนระบบจะมีปัญหา”

เอกภูมิขมวดคิ้วนิดหนึ่งก่อนจะเลี้ยวไปที่เคาน์เตอร์พยาบาล ดวงตายิบหยีหลังแว่นตากรอบทองจ้องมองจอตรงหน้าอย่างตั้งใจ ลดานิดาอยากรู้ว่าสองคนนั้นกำลังดูอะไรกัน จึงเดินอ้อมเคาน์เตอร์ไปชะโงกดูด้วยอีกคนหนึ่ง

เอกภูมิหันกลับมาทางลดานิดารวดเร็ว และหญิงสาวก็ถึงกับผงะไปด้วยความตกใจ

“มีอะไรหรือคุณเอก” นงนาถประหลาดใจ

“มะ…ไม่มีอะไรครับ” เอกภูมิกะพริบตาถี่ๆ ดวงตาของเขามองแลเลยลดานิดาไปทางด้านหลัง “ผมรู้สึกแปลกๆ เหมือนมีใครกำลังจ้องมองอยู่…พี่นาถไม่รู้สึกเหรอ”

“เอ…” นงนาถกวาดสายตามองไปรอบๆ “ไม่นี่คะ ไม่เห็นมีอะไรเลย”

“อืม” เอกภูมิพยักหน้า หากท่าทางยังไม่หายหวาดระแวง “ถ้างั้น ผมคงคิดไปเอง…เอาเถอะ มาดูนี่ดีกว่าครับ”

เขาชี้มือไปที่จอคอมพิวเตอร์ ขณะที่ลดานิดาค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ ตอนแรกนึกไปว่าเขามองเห็นหล่อนเสียอีก

“ที่พิมพ์ประวัติคนไข้คนใหม่ออกมาไม่ได้ เพราะพี่นาถยังไม่ได้ออกจากหน้าประวัติของคนไข้คนก่อนหน้า”

เอกภูมิชี้ให้นงนาถดูรายละเอียดในโปรแกรมประวัติคนไข้ และเมื่อเห็นชัดว่าทั้งสองกำลังทำอะไรอยู่ ลดานิดาก็ถึงกับอ้าปากค้าง เพราะโปรแกรมบันทึกประวัติคนไข้ในคอมพิวเตอร์ที่นงนาถกำลังใช้งานอยู่นั้น เป็นโปรแกรมของคลินิก Wellness by Nida!

ลดานิดาออกแบบให้การทำงานในคลินิกของเธอมีการเชื่อมโยงกันทุกจุด เพื่อลดความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้น และเป็นการทำงานแบบ Paperless หรือไม่ต้องมีเอกสารกระดาษ  ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นจะต้องมีคอมพิวเตอร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ลดานิดาจ้างโปรแกรมเมอร์ให้เขียนโปรแกรมพิเศษขึ้นมาสำหรับใช้บันทึกประวัติคนไข้ รวมถึงให้หมอใช้สำหรับสั่งจ่ายยา มีคลินิกไม่กี่แห่งที่เป็นแบบนี้ เพราะนอกจากจะต้องมีวิสัยทัศน์ มุมมองที่ทันสมัยแล้ว ยังต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก

โปรแกรมจะเชื่อมโยงการทำงานของทุกแผนกเข้าด้วยกัน หลังจากหมอตรวจคนไข้เสร็จเรียบร้อย หมอจะต้องบันทึกรายละเอียดการตรวจร่างกาย รวมถึงพิมพ์สั่งยา ข้อมูลยาและรายละเอียดอื่นๆ จะไปปรากฏที่ห้องเภสัชกร คนไข้สามารถเดินไปจ่ายเงินและรอรับยาได้เลย ในเวลาเดียวกันพยาบาลหน้าห้องตรวจก็จะพิมพ์ใบนัดหมายออกมาให้กับคนไข้ เมื่อถึงเวลาโปรแกรมก็จะเตือนให้ทราบล่วงหน้าก่อนสองวัน เพื่อพยาบาลจะได้โทร.ไปยืนยันว่าคนไข้จะมาตามนัดหมายหรือไม่

ภารดีมีโปรแกรมนี้ใช้ในคลินิกได้อย่างไรกัน ในเมื่อโปรแกรมถูกเขียนขึ้นมาหลังจากที่ภารดีลาออกไปแล้ว ที่คลินิกของเธอเพิ่งลงระบบเสร็จเรียบร้อยและเปิดใช้งานได้ไม่ถึงสองเดือน!

จะว่าเป็นฝีมือของเอกภูมิยิ่งไม่น่าเป็นไปได้ใหญ่ เพราะเอกภูมิถูกให้ออกไปก่อนหน้าภารดีหลายเดือน

แต่นี่ไม่ใช่ความบังเอิญแน่ๆ เพราะโปรแกรมที่ปรากฏอยู่ในจอตรงหน้าไม่ใช่โปรแกรมสำเร็จรูปที่มีขาย แต่เป็นโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นมาโดยเฉพาะ

นี่หมายความว่า…จะต้องมีใครบางคนในคลินิกของเธอ ก๊อบปี้โปรแกรมนี้มาให้ภารดีใช้!

“โปรแกรมใหม่มาก พี่ยังใช้ไม่ค่อยเป็น” นงนาถบ่นพึมพำ

“ไม่เป็นไรครับ โปรแกรมใหม่แต่เป็นโปรแกรมที่มีประสิทธิภาพดีมาก ใช้บริการคนไข้ได้อย่างครบวงจร” เอกภูมิยิ้มหวานตามแบบฉบับของเขา “ค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวพี่นาถก็คล่องเองนั่นละ โปรแกรมนี้ดีมากนะครับ ช่วยประหยัดเวลาและลดความผิดพลาดได้เป็นอย่างดี”

“ขอบคุณมากนะคะ” นงนาถพยักหน้า “โปรแกรมดีจริงๆ มีรายละเอียดคนไข้บันทึกไว้ครบเลย พี่จะพยายามใช้ให้คล่อง”

“ใช้บ่อยๆ เดี๋ยวก็ชำนาญ เรียบร้อยแล้ว ผมไปก่อนนะพี่นาถ” เมื่อแก้ปัญหาให้เรียบร้อย เอกภูมิก็เดินอ้อมเคาน์เตอร์ เตรียมจะออกไปจากคลินิก “ถ้ามีปัญหาอะไร พี่โทรหาผมได้เลย ผมนั่งคุยงานกับคุณหมออยู่ที่ร้านกาแฟในห้างตรงนี้เอง”

คุยงานกับ ‘คุณหมอ’

ลดานิดาตาลุก

คุยงานอะไร กับคุณหมอคนไหน…

ห้างที่เอกภูมิเอ่ยชื่อนั้นคือห้างที่ลดานิดาจอดรถ หญิงสาวตัดสินใจในนาทีนั้น ตั้งใจจะเดินตามไปดูให้รู้ว่าเอกภูมินัดเจอกับใคร

แต่ยังไม่ทันจะได้ผละไปจากเคาน์เตอร์พยาบาล คนไข้รายใหม่ที่เพิ่งเดินสวนเอกภูมิเข้ามา ทำให้ลดานิดาถึงกับอ้าปากค้าง

“คุณขจีพรรณ”

ลดานิดาพึมพำชื่อของสตรีวัยกลางคนผู้นั้นด้วยความประหลาดใจ เธอเพิ่งเจอกับคนไข้รายนี้ไปเมื่อเดือนที่แล้ว ก่อนหน้าจะไปเวนิส นัดครั้งต่อไปอีกประมาณสามเดือน

หม่อมหลวงขจีพรรณเป็นคนไข้เก่าแก่ของลดานิดา เธอเป็นผู้ดีเก่าที่มีชื่อเสียงในวงสังคมมานาน เวลามีงานใหญ่ๆ ที่ไหนหม่อมหลวงขจีพรรณจะต้องได้รับเชิญเป็นแขกคนสำคัญเสมอ

หม่อมหลวงคนดังเป็นคนไข้ของลดานิดามาตั้งแต่วันแรกที่เปิดคลินิก ก่อนหน้านี้เธอเคยไปรักษามาแล้วหลายแห่ง แต่ไม่เจอที่ไหนที่ถูกใจ

ลดานิดาตั้งใจดูแลทุกอย่างด้วยตัวเอง ตั้งแต่เรื่องริ้วรอยบนดวงหน้า บำรุงผิวพรรณให้ขาวใส ฉีดโบท็อกซ์ นวดหน้า และรวมไปถึงเรื่องอื่นๆ อย่างเช่นการควบคุมน้ำหนัก ตลอดเวลาที่ผ่านมาหม่อมหลวงขจีพรรณดูพออกพอใจกับบริการของ Wellness by  Nida เป็นอย่างมาก

และเมื่อพออกพอใจ หม่อมหลวงขจีพรรณก็เป็นกระบอกเสียงที่ดี ที่ชวนเชิญให้คนดังในวงสังคมตามมาใช้บริการที่คลิกนิกของลดานิดาอีกหลายคน

การปรากฏตัวของหม่อมหลวงขจีพรรณที่คลินิกของภารดี จึงเป็นสิ่งสุดท้ายที่ลดานิดาจะนึกถึง

“คุณขจีพรรณ…สวัสดีค่ะ”

นงนาถวางทุกอย่างในมือลง แล้ววิ่งออกมาจากเคาน์เตอร์มาต้อนรับหม่อมหลวงขจีพรรณด้วยท่าทางนอบน้อม ลดานิดาคิดว่าถ้าก้มลงไปกราบกับพื้นได้ละก็…นงนาถก็คงจะทำไปแล้ว

“นาถเองค่ะ จำนาถได้ไหมคะ”

“ตายจริง คุณนาถ” หม่อมหลวงขจีพรรณ “พรรรณนึกว่าคุณนาถลาออกกลับไปดูแลคุณแม่ที่ต่างจังหวัดเสียอีก”

“กลับมาแล้วค่ะ” นงนาถไม่พูดความจริง “เลยมาสมัครทำงานกับคุณหมอภาที่นี่”

“ดีใจจัง ได้เจอคุณนาถอีก” หม่อมหลวงขจีพรรณยิ้ม “เด็กใหม่ๆ ที่คลินิกคุณหมอลดา ไม่มีใครถูกใจพรรณสักคน”

หม่อมหลวงขจีพรรณไม่ถูกใจเด็กของลดานิดา เด็กของลดานิดาก็ไม่มีใครชอบคนไข้รายนี้เช่นกัน

ที่ไม่ชอบเพราะหม่อมหลวงขจีพรรณรายละเอียดเยอะ แถมยังเจ้ายศเจ้าอย่าง จู้จี้จุกจิกกับทุกเรื่อง

แต่ลูกค้าก็คือลูกค้า อย่างไรก็ต้องพยายามดูแลให้ดีที่สุด ลดานิดาจึงย้ำกับเด็กทุกคนที่เข้ามาดูแลหม่อมหลวงขจีพรรณว่าจะต้องจดจำรายละเอียดของคนไข้ให้ได้ อย่างเช่น ระหว่างรอคิวพบแพทย์ จะต้องจัดห้องให้เธอนั่งรอโดยเฉพาะ หม่อมหลวงขจีพรรณจะไม่ยอมไปนั่งปะปน ไม่นั่งรอรวมกับคนไข้คนอื่น ระหว่างรอจะต้องเสิร์ฟน้ำส้มคั้นสดที่พยาบาลจะต้องคั้นเอง เธอไม่ดื่มน้ำส้มที่ซื้อมาจากร้านเครื่องดื่ม เพราะไม่แน่ใจว่าส้มสดจริงหรือเปล่า ยังจะความสะอาดของกระบวนการคั้นอีก น้ำส้มของเธอต้องไม่ใส่น้ำแข็ง ภายในห้องนั่งรอพบแพทย์ ต้องปรับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศไว้ที่ ๒๕ องศาเซลเซียสเท่านั้น ห้ามฉีดสเปรย์ปรับอากาศกลิ่นดอกไม้ เป็นต้น

ทั้งหมดนี้ทำให้ลดานิดาออกจะเห็นใจลูกน้องของเธออยู่ครามครัน…

“ว่าแต่…ลมอะไรหอบคุณพรรณมาถึงที่นี่ได้คะ” นงนาถทำเสียงอ่อนหวาน

“ลมหงุดหงิดน่ะสิคะ” หม่อมหลวงขจีพรรณกระแทกเสียง ถึงตรงนี้ นงนาถสังเกตเห็นคนไข้คนอื่นเริ่มหันจะมามอง จึงรีบเชิญให้หม่อมหลวงคนดังเดินเข้าไปยังห้องรับรองทางด้านใน

ลดานิดาไม่ปล่อยให้โอกาสผ่านไป เธอรีบเดินตามหลังสตรีทั้งสองเข้าไปโดยที่ทั้งนงนาถและหม่อมหลวงขจีพรรณไม่รู้ตัว

“นั่งพักให้ใจเย็นก่อนนะคะ”

นงนาถเชื้อเชิญให้แขกวีไอพีนั่งลงบนเก้าอี้บุกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม ก่อนจะหันไปกดอินเตอร์คอมเพื่อสื่อสารกับลูกน้อง

นงนาถสั่งให้เด็กคั้นน้ำส้มเอง และนำมาเสิร์ฟโดยไม่ใส่น้ำแข็ง เป็นน้ำส้มคั้นอย่างที่หม่อมหลวงขจีพรรณชอบ และนั่นทำให้หม่อมหลวงคนดังอารมณ์ดีขึ้นมานิดหนึ่ง

“ต๊าย…คุณนาถจำแม่นนะคะว่าพรรณชอบน้ำส้มคั้นสด ไม่ใส่น้ำแข็ง”

“รายละเอียดทุกอย่างของคนไข้คนสำคัญอย่างคุณขจีพรรณ นาถจำได้ไม่มีลืมอยู่แล้วค่ะ” นงนาถคุกเข่าลงกับพื้นพรม ชะโงกเขาไปถามหม่อมหลวงขจีพรรณใกล้ๆ “ว่าแต่…เล่าให้นาถฟังได้ไหมคะว่าคุณหงุดหงิดอะไร”

“ก็ที่คลินิกหมอนิดาน่ะสิคะ แหม ยิ่งพูดก็ยิ่งหงุดหงิด” หม่อมหลวงขจีพรรณแสดงอาการกระฟัดกระเฟียด “คือพรรณเพิ่งเจอคุณหมอไปเมื่อต้นเดือน มีนัดกันอีกก็อีกสามเดือนข้างหน้า แต่วันนี้พรรณตั้งใจแวะไปหาคุณหมอก่อนนัด เพราะรู้สึกว่าช่วงนี้ออกงานบ่อย กินเหล้ากินไวน์เกือบทุกวัน แถมยังนอนดึก เลยรู้สึกว่าหน้าออกจะเหี่ยวๆ นึกอยากจะไปเติมโบท็อกซ์สักหน่อย แต่พยาบาลไม่มีคิวให้เลย ตอนแรกก็บอกพรรณว่าวันนี้หมอไม่เข้า อันนี้ก็เป็นอะไรที่พอเข้าใจได้หรอกนะคะ เพราะแวะมากะทันหัน ไม่ได้โทรมาสอบถามก่อน จะให้ไปตรวจกับคุณหมอเพชร แต่พรรณไม่คุ้น เลยไม่เอา ยอมรอคิวหมอนิดาดีกว่า แต่พรุ่งนี้หมอก็ไม่มีคิวให้ มะรืนก็ไม่มีคิวให้ สัปดาห์หน้าก็ไม่มีคิว กว่าจะได้คิวที่เร็วที่สุดก็อีกสองเดือนโน่น…โอ้โห คิวทองฝังเพชรหรือยังไงก็ไม่รู้”

หม่อมหลวงขจีพรรณพรั่งพรูความรู้สึกคับแค้นใจ ไฮโซอย่างเธอรับไม่ได้กับการถูกปฏิเสธ กับการไม่ให้ความสำคัญ

“คุณนาถคะ พรรณถามหน่อยเถอะ…หน้าเหี่ยวแบบนี้ ให้รออีกสองเดือนไหวไหม พรรณไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงไม่ยอมแทรกคิวให้ พรรณน่ะไม่ใช่คนไข้ขาจรนะคะ รักษากันมาตั้งหลายปี จ่ายเงินไปไม่รู้ว่ากี่แสนแล้ว กับแค่แทรกคิวให้พรรณได้พบคุณหมอเร็วขึ้นหน่อยจะเป็นไรมากเลยหรือ”

“ตายจริง ทำไมลูกน้องคุณหมอนิดาถึงทำแบบนี้กับคนไข้วีไอพีแบบนี้ล่ะคะ” นงนาถจงใจเติมเชื้อไฟ “เป็นนาถ นาถก็ไม่พอใจเหมือนกันค่ะ”

“ใช่” พอมีคนเห็นด้วย หม่อมหลวงขจีพรรณก็เล่าออกมาอีกยืดยาว “ฟังแล้วพรรณก็ไม่พอใจนะคะ เกือบจะกรี๊ดอยู่แล้วเชียว แต่บอกตัวเองให้พยายามใจเย็นไว้ก่อน บอกพยาบาลให้ลองโทรหาคุณหมอดู เพราะถ้าคุณหมอนิดารู้ว่าเป็นพรรณ คุณหมอคงจะยอมให้แทรกคิวได้ แต่คุณนาถรู้ไหมคะว่าพรรณผิดหวังมาก หมอนิดาแย่มาก พยาบาลโทรหาให้เห็นตรงนั้นเลยนะคะ บอกคุณหมอว่าพรรณขอแทรกคิว แต่เธอก็ไม่สนใจเลยด้วยซ้ำว่าเป็นพรรณ ให้พยาบาลบอกว่ายังไงก็ต้องตามคิว กติกาก็ต้องเป็นกติกา รอได้ก็รอ รอไม่ได้ก็ช่วยไม่ได้…อ๋อ จะเอาแบบนั้นใช่ไหม ได้ค่ะ…ถ้าจะไม่เห็นความสำคัญของพรรณแบบนั้น ก็ไม่ต้องรักษากันอีกต่อไป…พอกันที”



Don`t copy text!