พรางพัสตรา บทที่ 17 : ความเปลี่ยนแปลง

พรางพัสตรา บทที่ 17 : ความเปลี่ยนแปลง

โดย : พงศกร

พรางพัสตรา นวนิยายออนไลน์เรื่องล่าสุดโดย พงศกร ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เมื่อผ้าคลุมผมเจ้าสาวไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งในชุดเจ้าสาว แต่คือสิ่งที่นำ ‘ลดานิดา’ ไปเห็นบางสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม ความรักของเขาคือความจริงหรือความลวง ผ้าคลุมผมเจ้าสาวนี้มีคำตอบ

*************************** 

แม้จะดีใจที่ได้พบกับบทจรโดยไม่ได้คาดหมาย หากลดานิดาก็ไม่อาจจะดีใจได้เต็มที่ เนื่องจากครั้งนี้ชายหนุ่มไม่ได้กลับมาคนเดียว หากมีใครอีกคนหนึ่งกลับมาด้วยกันกับเขา

ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเป็นความว่างโหวงในอก อย่างที่ลดานิดาก็อธิบายไม่ถูกว่ามันคือความรู้สึกอะไรกันแน่

เธอกับบทจรเห็นกันมาตั้งแต่จำความได้

เธอและเขารู้จักกันมานาน…นานเสียจนลดานิดาคิดว่าบทจรจะไม่จากไปไหน

ไม่ว่าจะเป็นช่วงใดของชีวิต สุขหรือทุกข์…ทุกครั้งที่ลดานิดาอยากได้กำลังใจจากใครสักคน หันกลับไปมองข้างหลังก็จะเห็นบทจรอยู่ตรงนั้นเสมอ และนั่นทำให้หญิงสาวอดนึกถึงเพลงโปรดของเธอไม่ได้

…Wind Beneath My Wings…

เบนคะ คุณรู้ตัวหรือเปล่าว่าคุณคือกระแสลมที่โอบพยุงใต้ปีกของฉัน ทำให้ฉันบินได้อย่างมั่นใจ บินไกล แม้จะมีพายุและความเหน็บหนาวขวางอยู่ข้างหน้า ฉันก็ไม่หวั่น หากปราศจากคุณ ฉันก็ไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร…

แต่ในวันนี้เขามีใครอีกคนหนึ่ง

แม้บทจรจะไม่ได้แนะนำแจนิสให้ชัดๆ ว่าเธอกับเขามีความสัมพันธ์กันเช่นไร หากไม่ใช่เรื่องยากที่จะเดา ลักษณะท่าทางและการพูดจาที่สนิทสนมขนาดนี้ จะเป็นอะไรไปได้นอกจากคนรัก

ท่าทางที่แจนิสเอียงคอพูดกับบทจรด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ช่างบาดความรู้สึกของหญิงสาวยิ่งนัก ยิ่งเมื่อเห็นบทจรส่งยิ้มให้แจนิส ลดานิดายิ่งหงุดหงิด ครั้นมามาย้อนถามตัวเองว่าหล่อนหงุดหงิดอะไร หงุดหงิดทำไม ลดานิดากลับตอบไม่ได้

นั่นสินะ หล่อนมีสิทธิ์อะไรไปหงุดหงิดบทจร เธอควรจะยินดีกับเพื่อนไม่ใช่หรือ หลังจากเขาใช้ชีวิตโดดเดี่ยวมานาน…ในที่สุดบทจรก็มีคนรักกับเขาเสียที

เธอเองก็กำลังจะแต่งงาน มีครอบครัวของตัวเอง

ถึงเวลาจะต้องบินเดี่ยวแล้วสินะ…ลดานิดาได้แต่กระซิบบอกตัวเองให้เข้มแข็ง

อาหารค่ำมื้อวันนั้น จึงออกจะกร่อยๆ ทั้งบรรยากาศและรสชาติ ลดานิดานิ่งเงียบเป็นส่วนใหญ่ เธอได้แต่นั่งฟังคนนั้นคนนี้พูดคุยกันด้วยความสนุกสนานร่าเริง หลังจากรับประทานเสร็จเรียบร้อยเธอจึงขอตัวกลับ

ก่อนจะขับรถออกจากบ้านสวน ลดานิดาไม่ลืมย้ำให้ปัทมาศแวะไปหาที่คอนโดฯ ในตอนเช้า

“อ้าว” ปัทมาศเลิกคิ้ว “ตกลงหนูไม่ต้องไปหาคุณพี่หมอที่คลินิกหรอกเหรอคะ”

“ไม่จ้ะ” ลดานิดาส่ายหน้า “พี่เปลี่ยนใจแล้ว อยากให้กระรอกแวะไปหาที่คอนโด จะได้คุยกันสะดวกกว่า”

แล้วหล่อนก็ลาทุกคนกลับบ้าน

ขับรถกลับมาถึงได้อย่างไรลดานิดาก็ไม่รู้ ในหัวของหล่อนเต็มไปด้วยความคิดวุ่นวายสับสน ทั้งเรื่องพีธันดรกับท่าทางลับๆ ล่อๆ ของเขา เรื่องคลินิกมีหนอนบ่อนไส้ และเรื่องบทจรมีคนรัก…เรื่องราวมากมายสับสนอลหม่านในห้วงคำนึง หญิงสาวรู้สึกเหนื่อยราวกับวิ่งมาราธอนมาทั้งวัน หลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย  เอนกายลงนอน หัวถึงหมอนเธอก็หลับไปในแทบจะทันที

ตอนที่นาฬิกาปลุก ลดานิดาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสึกงุนงง ร่างกายยังไม่หายง่วง ยังนอนไม่อิ่ม ราวกับว่าเพิ่งนอนหลับไปได้ไม่นาน ทั้งที่เมื่อคืนที่ผ่านมา เธอมีเวลานอนนานถึงแปดชั่วโมง

อาบน้ำเสร็จเรียบร้อย ถึงตอนแต่งตัว ลดานิดารู้สึกตกใจยิ่งกว่าเก่า

หญิงสาวที่นั่งอยู่หน้ากระจกเงา จ้องมองตอบมานั้น เหมือนกับหญิงสาวอายุสามสิบปลาย…ริ้วรอยรอบดวงตาและรอบมุมปากปรากฏชัด รวมถึงผมขาวที่มีเพิ่มมากขึ้นกว่าเมื่อวานที่ผ่านมา

อะไรกัน…

ลดานิดาขมวดคิ้ว

ภายในชั่วเวลาแค่คืนเดียว…ทำไมหล่อนแก่ลงไปได้ถึงขนาดนี้

เพราะโบท็อกซ์หมดฤทธิ์ เพราะความเครียด หรือเพราะพักผ่อนไม่พอ หรือทุกเหตุผลรวมกัน

ที่แน่ๆ เธอมีความกังวลอยู่ลึกๆ ในใจ จึงนอนหลับไม่ลึก พอนอนหลับไม่ลึก เซลล์ร่างกายก็ไม่ซ่อมแซมตัวเอง เมื่อตื่นมาจึงรู้สึกไม่สดชื่น…แต่นั่นไม่น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอดูแก่กว่าวัยยี่สิบแปด…เพราะการนอนดึกจนทำให้คนดูแก่กว่าวัย เป็นกระบวนการที่ค่อยๆ เกิดขึ้นทีละน้อย ไม่รวดเร็วแบบที่ปรากฏกับตัวเธอ

เอาเถิด

หล่อนถอนใจพร้อมกับบอกตัวเองว่า ยังมีเวลาจะคิดหาเหตุผลอีกมาก แต่ตอนนี้ใกล้ถึงเวลาที่เธอนัดปัทมาศให้มาหาแล้ว ยังไงก็ต้องจัดการธุระวันนี้ให้เสร็จไปเสียก่อน ลดานิดาสลัดความคิดวุ่นวายในหัวแล้วรีบลุกขึ้นแต่งหน้าแต่งตัวอย่างรวดเร็ว

ปัทมาศมาถึงตรงเวลาตามนัด

หล่อนนัดให้เด็กสาวมาพบที่ร้านกาแฟที่ชั้นหนึ่งของคอนโดฯ

ปัทมาศแต่งชุดนักศึกษาเรียบร้อย เธอไม่ได้มาคนเดียว หากมีบทจรยืนส่งยิ้มอยู่ทางด้านหลังด้วยอีกคน

“เบน” ลดานิดากะพริบตาถี่ๆ น้ำเสียงทั้งตื่นเต้นและสงสัยระคนกัน

“รถติด…ผมกลัวกระรอกมาไม่ทันเวลานัด เลยขอยืมรถพ่อขับมาส่งน่ะครับ” บทจรรีบบอกเมื่อเห็นสายตาแปลกใจของลดานิดา “มาสัมภาษณ์งาน ก็ไม่ควรมาสายไม่ใช่หรือครับ”

“ก็จริงนะคะ…แถวนี้รถติดมากเสียด้วย” ลดานิดาพึมพำ ใจนึกอยากถามถึงแจนิสว่าไม่ได้มาด้วยหรือ หากรู้สึกว่าจะเป็นการเสียมารยาทเลยเลือกที่จะนิ่งเสีย

“คุยกันตามสบายเลยนะครับ ผมขอตัวไปนั่งในสวนด้านนอกดีกว่า” เขาส่งยิ้มให้ลดานิดาอีกครั้ง ก่อนจะหันไปทางน้องบุญธรรม “สัมภาษณ์เสร็จแล้วกระรอกไปเรียกพี่นะ”

“จ้ะพี่เบน” ปัทมาศส่งยิ้มให้พี่ชาย ก่อนจะหันกลับมาทางลดานิดาด้วยท่าทางเป็นการเป็นงาน “หนูพร้อมแล้วค่ะ คุณพี่หมออยากสัมภาษณ์อะไร ก็ถามหนูมาได้เลย”

“พี่ลืมบอกว่ามาคุยวันนี้ คุยกันสบายๆ กระรอกแต่งตัวธรรมดามาก็ได้” ลดานิดาพึมพำ หากลึกลงไปนั้น รู้สึกพอใจที่เด็กสาวรู้กาลเทศะในการมาสัมภาษณ์งาน

“หนูเตรียมประกาศนียบัตรและใบเกรดมาด้วยนะจ๊ะ เผื่อคุณพี่หมอจะอยากดู” ปัทมาศทำท่าจะหยิบเอกสารออกมาจากกระเป๋าใบเก่าคร่ำคร่าที่ถือติดตัวมาด้วย

“ไม่เป็นไร พี่ไม่ดู” ลดานิดาบอกเสียงหนักแน่น “งานที่พี่จะให้กระรอกทำ ไม่ได้สำคัญที่เกรด แต่สำคัญที่การไว้เนื้อเชื่อใจ…พี่ต้องการคนที่พี่ไว้ใจได้”

“งั้นคุณพี่หมอเลือกไม่ผิดคนแล้วค่ะ หนูน่ะทำได้ทุกอย่างเลยนะคะ คุณพี่หมอจะใช้งานอะไรสั่งได้เลย” พูดถึงตรงนี้ปัทมาศก็ยกมือขึ้นเกาศีรษะ ถามกลับลดานิดาด้วยความสงสัย “ว่าแต่…พ่อบอกหนูว่า คุณพี่หมอจะจ้างหนูไปเป็นเทรนเนอร์ออกกำลังกายในโรงพยาบาลสุขภาพที่จะเปิดใหม่ใช่หรือจ๊ะ”

“ตอนแรกก็คิดไว้อย่างนั้น” ลดานิดาพยักหน้า “แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว…”

“แล้วงานใหม่ที่คุณพี่หมอจะให้หนูทำคืออะไรจ๊ะ” ปัทมาศถามแล้วรอฟังคำตอบด้วยใจจดจ่อ

“สืบความลับ” น้ำเสียงของลดานิดาแผ่วต่ำอยู่ในลำคอ

“สืบความลับ” ปัทมาศทำตาโต “ความลับอะไรหรือจ๊ะ”

“หลายเรื่องเลย” ลดานิดาถอนใจ “เอาไว้พี่จะค่อยๆ เล่าให้ฟัง เรื่องสำคัญอันดับแรก ตอนนี้กำลังมีคนไม่หวังดีกับพี่ แฝงตัวอยู่ในคลินิก…เรื่องนี้ถามใครก็คงไม่มีใครบอกความจริง ต้องใช้คนนอกอย่างกระรอกเท่านั้น ถึงจะสืบหาความจริงได้…”

“แล้วหนูจะทำได้หรือจ๊ะ” ปัทมาศกะพริบตาถี่ๆ ท่าทางเริ่มไม่มั่นใจ

“ได้สิ” ลดานิดาว่า “แค่กระรอกคอยทำตามที่พี่บอก…เท่านั้นก็พอ…”

 

หลังจากตกลงกันเรื่องค่าตอบแทนและเนื้องานกันเรียบร้อย ลดานิดาก็ให้ปัทมาศเริ่มทำงานในวันรุ่งขึ้น

เด็กสาวเดินกลับไปหาบทจร ขณะที่ลดานิดาเพียงแต่หันหน้าไป ส่งยิ้มให้เขา แล้วเดินออกไปจากร้านกาแฟโดยไม่แวะทักทายอย่างที่ควรจะเป็น

ขับรถออกจากคอนโดฯ ไปคลินิก เมื่อไปถึงก็พบกุหลาบแดงช่อใหญ่วางอยู่ในห้องทำงาน เพชรพธูชะโงกหน้ามาบอกเพื่อนว่าพีธันดรส่งมาให้ตั้งแต่เช้าแล้ว ลดานิดาอดนึกแปลกใจมิได้ว่าเขาส่งกุหลาบมาทำไม ช่วงนี้ไม่มีโอกาสพิเศษอะไรสักหน่อย

อ่านการ์ดแล้วอดอมยิ้มมิได้ พีธันดรเขียนว่า

 

ผมรู้ว่านิดาจะต้องแปลกใจว่าผมส่งกุหลาบมาทำไม

ก็เพราะผมอยากให้นิดาแปลกใจยังไงล่ะ

รักคุณนะ – พีท

 

สั้นๆ ง่ายๆ แค่นั้น หากก็ทำให้ลดานิดายิ้มได้ทั้งวัน แต่กระนั้นหล่อนก็ไม่ลืมเรื่องราวที่น่าสงสัยที่เกิดขึ้นเมื่อวันถ่ายพรีเวดดิ้งหรอกนะ

ตรวจคนไข้ตามนัดหมายจนเสร็จเรียบร้อย ลดานิดากดโทรศัพท์ไปหาเขาเพื่อขอบคุณ ไม่เช่นนั้นจะดูเสียมารยาทไปสักหน่อย พีธันดรเพิ่งตื่นและกำลังจะไปกองถ่าย วันนี้เป็นวันบวงสรวงเปิดกล้องละครใหม่

นี่เป็นละครพีเรียดเรื่องแรกของเขา ที่ผ่านมาพีธันดรเล่นแต่ละครปัจจุบันมาตลอด เนื้อเรื่องเกิดขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย ชายหนุ่มรับบทเป็นคุณหลวง ภาพของพีธันดรนุ่งโจงกระเบน เปลือยอก มือถือดาบ เผยให้เห็นกล้ามอกและกล้ามท้อง ที่ถูกเผยแพร่ออกไปสร้างความฮือฮาให้กับบรรดาแฟนคลับและแฟนละครเป็นอย่างมาก

“ขอให้โชคดีนะคะ” ลดานิดาอวยพร

“แค่นิดาอวยพร ผมมั่นใจเลยว่าละครเรื่องนี้จะต้องราบรื่น เรตติ้งสูงแน่นอน” เขาส่งเสียงตอบมาอย่างสดใส

วางสายเสร็จเรียบร้อย ลดานิดาก็เดินออกไปสังเกตการณ์ที่ล็อบบี ซึ่งเธอไม่เคยทำเช่นนี้มานานมากแล้ว

ที่คลินิกมีประตูหลังสำหรับคุณหมอและพยาบาลใช้เข้าออก โดยไม่ต้องเดินผ่านห้องโถงที่คนไข้นั่งรอ ปกติลดานิดาตรวจคนไข้เสร็จเรียบร้อยก็จะเดินออกทางด้านหลังเลย วันนี้ทุกคนที่ทำงานอยู่ด้านหน้าจึงหันไปมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ

“คุณหมอนิดา…คุณหมอต้องการอะไรหรือเปล่า” หัวหน้าพยาบาลที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์รีบเดินเข้ามาหาหญิงสาว สีหน้าของแสงจันทร์ดูตกใจ

“เอ๊ะ…” พยาบาลสาววัยกลางคนขมวดคิ้ว เธอทำงานอยู่แต่ด้านหน้า ขณะที่ลดานิดาเดินเข้าคลินิกทางประตูหลัง แสงจันทร์จึงเพิ่งเห็นลดานิดาชัดๆ ตอนนี้

“คุณหมอไม่สบายหรือเปล่าคะ…ทำไมวันนี้คุณหมอถึงได้ดู…” หล่อนเกือบหลุดปากคำว่าแก่ออกมาอยู่แล้ว หากยั้งปากเอาไว้ได้ทัน “ทำไมวันนี้คุณหมอถึงได้ดูเหนื่อยๆ”

“ก็เหนื่อยอยู่หรอกค่ะ” แม้จะตอบไปเช่นนั้น หากลดานิดาอดจะเผลอยกมือขึ้นแตะหางตามิได้ แสงจันทร์สังเกตเห็นริ้วรอยแห่งวัยที่ปรากฏบนดวงหน้าของเธอ หากมีมารยาทพอที่จะไม่เอ่ยทักออกมาตรงๆ “ช่วงนี้พักผ่อนน้อย มัวแต่เตรียมตัวเรื่องงานแต่งงาน”

“วันหลังกดออดเรียกก็ได้ จันทร์จะได้บอกเด็กๆ ให้เข้าไปดูแล คุณหมอจะได้ไม่ต้องออกมาเอง”

แสงจันทร์ว่า…เธอคือหัวหน้าพยาบาลคนปัจจุบันของคลินิก

เดิมทีแสงจันทร์เป็นลูกน้องของนงนาถ ครั้นพอนงนาถลาออกไปพร้อมกับพยาบาลอีกหลายคน ลดานิดาไม่มีตัวเลือกอื่นจึงจำเป็นต้องเลือกแสงจันทร์ให้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพยาบาลแทน เพราะแสงจันทร์อยู่ที่นี่มานานพอๆ กับนงนาถ รู้ระบบงานของคลินิกเป็นอย่างดี

ในตอนแรกเธอก็ออกจะลังเล เพราะทั้งอาณัฐและเพชรพธูไม่ค่อยชอบแสงจันทร์นัก เนื่องจากเป็นคนหน้าตาไม่ค่อยยิ้มแย้ม พูดจาห้วนๆ ไม่มีหางเสียง นอกจากคนไข้จะไม่ค่อยชอบแสงจันทร์แล้ว ลูกน้องก็ไม่ค่อยชอบ เพราะเป็นคนจู้จี้ จุกจิก แถมพูดจาไม่ถนอมน้ำใจคนอื่น แสงจันทร์เคยถูกร้องเรียนหลายครั้งเรื่องที่พูดจาไม่เพราะและไม่ใส่ใจคนไข้

เพชรพธูเคยโกรธหัวหน้าพยาบาลคนใหม่จนคิดจะไล่ออก แต่ลดานิดาเป็นคนห้ามเอาไว้เพราะเห็นว่าอย่างน้อยๆ แสงจันทร์ก็เป็นคนซื่อสัตย์ อาณัฐเองก็เข้าข้างลดานิดา สองเสียงเลยชนะหนึ่งเสียง เรื่องครั้งนั้นทำเอาเพชรพธูเคืองหล่อนและอาณัฐ ไม่พูดด้วยไปตั้งหลายวัน

“ไม่เป็นไรค่ะคุณจันทร์”

ลดานิดาตอบ น้ำเสียงราบเรียบเสียจนคนฟังไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ

“นิดาไม่เคยได้เดินออกมาดูทุกคนที่ด้านหน้านานแล้ว วันๆ เอาแต่นั่งอยู่ในห้องตรวจ ไม่รู้เลยว่าพวกเราอยู่กันข้างนอกเป็นอย่างไรกันบ้าง สุขทุกข์อย่างไร เลยออกมาเดินดูสักหน่อย”

แสงจันทร์หันไปมองหน้ากับณิชชา ก่อนจะนิ่งไปด้วยความประหลาดใจว่าวันนี้คุณหมอมาไม้ไหน

“คนไข้น้อยนะคะวันนี้” ลดานิดาเปรย

“น้อยมาหลายเดือนแล้วค่ะ” แสงจันทร์พูดตรงๆ ตามนิสัย “ช่วงนี้ใกล้เปิดเทอม คนไข้เลยต้องประหยัดเงินเอาไว้ให้ลูก อะไรรอได้ก็รอไปก่อน อย่างเรื่องความสวยความงามนี่ ยังไม่มาก็ไม่เป็นไรจริงไหมคะ”

ลดานิดาเห็นณิชชาสะกิดหัวหน้าของเธอให้หยุดพูด เพราะอาจจะเกิดระเบิดลง ลดานิดาอาจจะไม่พอใจที่ได้ฟังอะไรแบบนี้

ใช่…หากเป็นก่อนหน้านี้สักหนึ่งสัปดาห์ ลดานิดาคงหงุดหงิดและเผลอพูดจาแรงๆ กับลูกน้อง แต่วันนี้เธอกลับใจเย็นขึ้นมาก

“อืม…ก็จริงของคุณจันทร์นะคะ” ลดานิดาพยักหน้า ท่าทางครุ่นคิด

แสงจันทร์พูดถูก…ในวันที่เศรษฐกิจถดถอย ทุกคนก็ต้องออมเงินเอาไว้สำหรับใช้ในคราวจำเป็น อะไรที่เป็นเรื่องฟุ่มเฟือย อย่างเช่น เรื่องผิวหนัง ความสวยความงาม เป็นเรื่องที่ไม่เร่งด่วน สามารถรอได้ คนไข้จำนวนไม่น้อยจึงสมัครใจจะเลื่อนนัดออกไปก่อน

“ขอบคุณคุณจันทร์นะคะ” ลดานิดายิ้มกว้าง และนั่นยิ่งทำให้ทั้งแสงจันทร์และณิชชาประหลาดใจหนักกว่าเก่า

“คำพูดของคุณจันทร์เมื่อสักครู่…ทำให้นิดาคิดอะไรบางอย่างออก…คอยดูนะคะ อีกไม่นานคนไข้ของเราจะต้องกลับมาคึกคักเหมือนเดิมแน่นอน”



Don`t copy text!