พรางพัสตรา บทที่ 19 : โสมวาฬ

พรางพัสตรา บทที่ 19 : โสมวาฬ

โดย : พงศกร

พรางพัสตรา นวนิยายออนไลน์เรื่องล่าสุดโดย พงศกร ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เมื่อผ้าคลุมผมเจ้าสาวไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งในชุดเจ้าสาว แต่คือสิ่งที่นำ ‘ลดานิดา’ ไปเห็นบางสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม ความรักของเขาคือความจริงหรือความลวง ผ้าคลุมผมเจ้าสาวนี้มีคำตอบ

***************************

“ใจเย็นค่ะพีท” ลดานิดาดึงแขนของดาราหนุ่มเอาไว้ พอจะนึกออกว่าเขาคงไม่พอใจและกำลังจะไปต่อว่าผู้หญิงสองคนนั้น “นิดาโอเค…อย่าไปสนใจพวกเขาเลยค่ะ อย่ามีเรื่องกันดีกว่านะคะ เดี๋ยวคุณจะเสียชื่อ”

หากเป็นก่อนหน้านี้เธอคงหงุดหงิด ลดานิดาไม่ชอบนินทาคนและไม่ชอบให้คนมานินทาหล่อนเช่นกัน หากเมื่อมาคบกับคนดังเธอก็ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง โดยเฉพาะกับคำว่า ‘คนของประชาชน’

คนมีชื่อเสียงโด่งดังต้องแลกกับอะไรมากเกินกว่าใครจะนึกไปถึง ลดานิดาเองก็ไม่เคยคิดถึงสิ่งเหล่านี้ จนกระทั่งมาเป็นแฟนกับพีธันดรนั่นละ เธอจึงได้รู้ว่าจะต้องยอมแลกกับอะไรหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเสื้อผ้าหน้าผม ที่จะต้องดูดีตลอดเวลาเมื่อต้องปรากฏตัวในที่สาธารณะ ความคาดหวังของสังคมที่จะต้องประพฤติตัวดี ไม่มีเรื่องเสื่อมเสีย ไหนจะเรื่องความเป็นส่วนตัวและอื่นๆ อีกมากมาย

“ผมไม่ชอบเลย มานินทากันแบบเผาขน” เขาพึมพำ หากยอมนั่งลงแต่โดยดี

“ถือว่าเขาสนใจเราก็แล้วกันนะ” ลดานิดาปลอบ “ถ้าไม่สนใจคงไม่พูดถึง”

พีธันดรถอนใจ สีหน้ามีร่องรอยหงุดหงิดแฝงอยู่อย่างเห็นได้ชัด

ทุกๆ ครั้งเวลาปรากฏตัวต่อหน้าบรรดาแฟนคลับ พีท พีธันดรจะมีแต่รอยยิ้ม หากลดานิดารู้ดีว่าลึกลงไปแล้ว เขาเป็นคนใจร้อน หลายครั้งดาราหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดกับสังคมและบรรดาแฟนคลับที่คาดหวังในตัวของเขา

แม้จะเข้าวงการมานานหลายปี หากเอาเข้าจริงพีธันดรเป็นคนที่รับมือกับเรื่องแบบนี้ไม่ดีเท่าพี่เป้ ลดานิดายอมรับว่าผู้จัดการของพีธันดรเก่งจริง สามารถจัดการกับนักข่าว บรรดาแฟนคลับและตัวของพีธันดรเองได้สมกับเป็นมืออาชีพ

สองสาวโต๊ะนั้นหยุดนินทาไปเมื่อพนักงานนำอาหารมาเสิร์ฟ พวกเธอเปลี่ยนหัวข้อสนทนาเป็นเรื่องอื่น พร้อมๆ กับที่มณียามาถึงพอดี

“พีท คุณหมอนิดา”

หญิงสาวทักเสียงหวานมาแต่ไกล เรียกสายตาของคนทั้งร้านให้หันมามองอีกครั้ง

“รอนานไหมคะ มันนี่ขอโทษที หาที่จอดรถยากมาก ร้านเล็กๆ” ดาราสาวเหลือบมองไปรอบๆ “แต่คนแน่นมาก ท่าทางอาหารจะอร่อยนะคะ”

“อร่อยมากค่ะ” ลดานิดาส่งยิ้มให้อีกฝ่าย

“นั่งสิคุณ” พีธันดรพยักหน้าให้เพื่อนดาราที่แฟนคลับเชียร์อยากให้เป็นแฟนกัน “ผมสั่งอาหารไปบางส่วนแล้ว มันนี่อยากสั่งอะไรก็สั่งเพิ่มได้เลย”

“ไม่สั่งละค่ะ พีทสั่งอะไรมา มันนี่ก็กินได้หมดละ” ดาราสาวส่ายหน้า “ช่วงนี้น้ำหนักขึ้น เลยพยายามจะงดอาหารเย็นอยู่พอดี…เอ๊ะ คุณหมอ…ตายจริง นี่ไปทำอะไรมาคะ”

มณียาจ้องมองลดานิดา ก่อนจะเอ่ยเสียงแหลมว่า

“หน้าตาดูเนื้อยเหนื่อย ท่าทางเหมือนคนอดนอน สงสัยมัวแต่เตรียมตัวเป็นเจ้าสาวจนไม่ได้พักผ่อน ไม่ได้นะคะ คุณหมอกำลังจะเป็นเจ้าสาวที่ทุกคนในประเทศจับตามอง”

ประโยคหลังมณียาหันไปทางพีธันดร

“พีทจ๋า…เธอต้องดูแลคุณหมอให้ดีกว่านี้นะจ๊ะ ใกล้งานวิวาห์แล้ว จะปล่อยคุณหมอให้โทรมไม่ได้นะเธอ”

ลดานิดาได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักดังมาจากหญิงสาวสองคนเดิมที่นั่งถัดไป พวกนั้นเพิ่งหยุดนินทาไปไม่ถึงสิบนาที และตอนนี้คงเงี่ยหูฟังว่ามณียาจะพูดอะไร เป็นครั้งแรกที่ลดานิดานึกเสียใจที่เลือกมารับประทานอาหารร้านนี้ ไม่นึกว่าจะมาเจอคนแน่นเต็มร้าน แถมยังหูตาเป็นสับปะรด สอดรู้เรื่องชาวบ้านอย่างนี้

“ระหว่างรออาหาร มันนี่ขอปรึกษาคุณหมอเลยได้ไหมคะ จะได้ไม่เสียเวลา” มณียาเองก็คงจะรู้สึกตัว จึงรีบเปลี่ยนเรื่องและลดเสียงให้เบาลง

“ได้สิคะ” ลดานิดาพยักหน้า “มันนี่มีเรื่องอะไรหรือคะ เห็นพีทว่าเกี่ยวกับอาหารเสริม มันนี่อยากกินอาหารเสริมหรือคะ”

“ไม่ได้กิน แต่มันนี่วางแผนจะทำอาหารเสริมขายค่ะ” รอยยิ้มของมณียาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ขณะที่ลดานิดากวาดสายตาอ่านเอกสารอย่างรวดเร็ว

“รากโสมผสมกระดูกปลาวาฬ”

แพทย์หญิงกะพริบตาถี่ๆ ไม่รู้จะเริ่มต้นบทสนทนาต่อไปอย่างไร ด้วยไม่ได้เตรียมใจมาก่อนว่าจะเจอแบบนี้

“ใช่ค่ะ…โสมวาฬ” มณียาอธิบายอย่างเชี่ยวชาญ “เป็นอาหารเสริมที่เด็ดมากที่สุดตั้งแต่มันนี่เคยกินอาหารเสริมมา คือยังงี้ค่ะคุณหมอ…”

ดวงตาของนางเอกสาวเปล่งประกายด้วยความเชื่อมั่นในสิ่งที่กำลังจะเล่าออกมา

“เมื่อก่อนมันนี่ปวดหลังมาก ปวดแล้วก็ชาลงมาถึงขาเลยนะคะ หมอตรวจแล้วบอกว่ากระดูกทับเส้นจะให้ผ่าตัด แต่มันนี่ไม่เอาหรอกค่ะ ผ่าตัดนี่เรื่องใหญ่มากสำหรับดาราอย่างมันนี่ ถ้าเกิดผ่าแล้วเดินไม่ได้จะทำยังไง พอดีญาติของคุณวรพงษ์ที่อยู่ทางใต้เอายานี่มาให้มันนี่ลองกินดู บอกว่าคนที่เป็นกระดูกทับเส้นกินแล้วหาย เดินปร๋อมาหลายรายแล้ว”

คุณวรพงษ์ที่ดาราสาวเอ่ยถึงคือคนรักของเธอ และลดานิดาอดทนฟังเรื่องของมณียาอย่างใจเย็น เธอพยายามอย่างมากที่จะทำความเข้าใจกับชุดข้อมูลที่อีกฝ่ายเล่า

คำว่ากระดูกทับเส้นนั้น คนไข้ส่วนมากเข้าใจว่าเกิดจากกระดูกเคลื่อนมาทับเส้นประสาท ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง

ในทางการแพทย์หมายถึงการที่หมอนรองกระดูกสันหลังเกิดการเคลื่อนที่ออกจากตำแหน่งปกติ แล้วมากดทับเส้นประสาท ส่งผลทำให้เกิดอาการปวดหลังร้าวลงมาถึงขาได้ รวมถึงเกิดอาการชาเป็นพักๆ ทำให้คนป่วยเดินลำบาก เดินได้ไม่ไกลก็ปวดจนต้องหยุดพัก ถ้าอาการเป็นมากขึ้นอาจทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือกล้ามเนื้อลีบได้ในที่สุด

การรักษาหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทนั้นมีอยู่หลายวิธี หากเป็นไม่มากก็สามารถทำกายภาพบำบัดจนหายกลับมาเป็นปกติได้ แต่ถ้าเป็นมากอาจจำเป็นถึงขั้นต้องผ่าตัด และพอพูดถึงการผ่าตัด คนไข้ทุกคนย่อมมีความกังวล

“ตอนแรกมันนี่ก็ไม่เชื่อหรอกนะคะ แต่รู้สึกว่าไม่มีอะไรจะเสียก็เลยลองกินดูสักหน่อย โอ้โห…คุณหมอคะ ไม่น่าเชื่อเลยว่ากินไปได้แค่สัปดาห์เดียว มันนี่หายปวดเป็นปลิดทิ้ง เดินได้ปร๋อเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้น กลับไปหาหมออีกครั้ง หมอยังแปลกใจเลยค่ะว่าทำไมอาการถึงดีขึ้นได้ถึงขนาดนี้” มณียาเล่าอย่างใส่อารมณ์

“ถึงขนาดนี้ มันนี่ก็ไม่แน่ใจหรอกนะคะว่ายานี้มันดีจริงหรือเปล่า เลยลองเอาไปให้คุณป้าที่เป็นแม่บ้านกองถ่ายคนหนึ่งลองกินดู แกเป็นกระดูกทับเส้นเหมือนกัน แต่เป็นเยอะกว่ามันนี่ ถึงขนาดมาทำงานไม่ไหว ต้องนอนอยู่กับบ้านเฉยๆ เลยนะคะ แต่หลังจากกินโสมวาฬเข้าไปได้อาทิตย์เดียว ก็ลุกขึ้นเดินได้แล้ว เล่นเอาตะลึงกันไปทั้งกอง…”

“อันนี้เรื่องจริง” พีธันดรช่วยยืนยัน “ผมเห็นกับตาตัวเองเลยนะครับนิดา ตอนแรกป้าสมจิตรแกจะแย่แล้ว ได้ยาของมันนี่เข้าไป หายเป็นปลิดทิ้ง…โสมวาฬนี่ดีจริงๆ”

“คุณมันนี่ก็เลยคิดอยากทำออกมาขาย” ลดานิดาเริ่มเข้าใจวัตถุประสงค์ของดาราสาว “อย่างนั้นใช่ไหมคะ”

“ถูกต้องค่ะ” มณียาดีดนิ้ว “นี่ไงคะหมอ…โสมวาฬ”

มณียาส่งกระปุกยาพลาสติกสีขาว ไม่มีฉลากให้ลดานิดา ข้างในมีแคปซูลใส ภายในมีผงยาสีน้ำตาลเข้ม ลดานิดาลองยกขึ้นดมก็ได้กลิ่นสมุนไพรบางอย่าง

“นี่เป็นตัวอย่างค่ะ คุณหมออยากลองเอาไปกินดูเองก็ได้นะคะ ยาดีแบบนี้ต้องบอกต่อค่ะ” น้ำเสียงของมณียามั่นใจ “สรรพคุณดีขนาดนี้ เราควรทำขายนะคะคุณหมอ รับรองรายได้ดีแน่นอน”

“ถ้าสรรพคุณดีขนาดนี้ ต่อไปก็ไม่ต้องมีหมอแล้วละค่ะ” ลดานิดาเอ่ยเสียงเรียบ มณียาถึงกับหน้าเจื่อน ขณะที่พีธันดรเสหัวเราะ

“แหม ฟังนิดาว่าเข้า…ล้อกันเล่นใช่ไหม ล้อแรงจังนะครับ” เขาหยุดนิ่งไปชั่วขณะ รอจนพนักงานเสิร์ฟอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงคุยต่อ “ผมว่าธุรกิจนี้น่าสนใจออก ยิ่งถ้ารู้เรื่องราวความเป็นมาจะยิ่งน่าสนใจ โสมวาฬเป็นยาเก่าแก่ของอาณาจักรตามพรลิงค์เลยนะครับ”

ถึงแม้จะไม่ค่อยรู้เรื่องประวัติศาสตร์มากนัก หากลดานิดาพอจะรู้ว่าอาณาจักรตามพรลิงค์เป็นรัฐโบราณในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ปัจจุบันนี้คือจังหวัดนครศรีธรรมราช

“สูตรยาโสมวาฬตกทอดมาในตระกูล ปัจจุบันมีคนรู้น้อยมาก มันนี่กับคุณวรพงษ์ต้องแวะเวียนไปเยี่ยมพ่อหมอบุญเกื้อ เจ้าของสูตรยารุ่นปัจจุบัน เสียเงินค่าเดินทาง ค่าของฝากของกำนัลไปหลายหมื่นเลยนะครับ กว่าพ่อหมอจะยอมเปิดใจคุยด้วย”

“ใช่ค่ะ พ่อหมอบุญเกื้อเป็นคนใจบุญ ให้มันนี่สัญญาว่าจะทำยาขายในราคาถูก ห้ามค้ากำไรเกินควร” มณียาเล่าต่อ “และพ่อหมอจะเป็นคนจัดเตรียมวัตถุดิบในการผลิตยาให้ เพราะโสมจะต้องมาจากเทือกเขานครเท่านั้น ส่วนกระดูกวาฬก็ต้องจับมาจากอ่าวไทย แล้วเอามาบดผสมกันด้วยวิธีพิเศษ”

โสมบนเทือกเขานครศรีธรรมราช…หล่อนไม่เคยรู้เลยว่าที่นั่นมีโสมอยู่ด้วย

กระดูกวาฬในอ่าวไทย…จะต้องล่าวาฬมากแค่ไหน จึงจะพอกับการผลิตยาขาย

เวรกรรม…ยิ่งฟังยิ่งไม่เข้าท่า

“นิดา…เอ้อ” หล่อนเผลอถอนใจออกมายืดยาว กำลังคิดว่าจะพูดอย่างไรถึงจะเหมาะกับสถานการณ์ “นิดายังนึกไม่ออกว่าคุณมันนี่เอาเรื่องนี้มาปรึกษานิดาทำไม”

“นี่ละค่ะ ประเด็นหลักของวันนี้” มณียาดีดนิ้ว เหมือนกับรอให้ลดานิดาเอ่ยประโยคนี้มานานแล้ว “มันนี่อยากเชิญคุณหมอมาเป็นหุ้นส่วนค่ะ”

“หุ้นส่วน…” ลดานิดานิ่วหน้า

“ค่ะ” มณียาว่า “มันนี่ทำการตลาด คุณหมอเป็นพรีเซนเตอร์ผลิตภัณฑ์ รับรองไปได้สวยแน่ๆ ค่ะ คุณหมอเป็นไอดอลเรื่องสุขภาพ ถ้าคุณหมอออกมายืนยันว่าโสมวาฬดี รับรองว่าเราขายถล่มทลายแน่”

“ผมก็ตัดสินใจว่าจะลงทุนกับมันนี่ด้วยนะครับ” เมื่อเห็นลดานิดามีท่าทีลังเล พีธันดรเลยรีบสนับสนุน “อาชีพดาราไม่ยั่งยืน มีเด็กใหม่ๆ เข้าออกวงการตลอดเวลา อีกไม่กี่ปีผมกับมันนี่ก็ต้องไปเล่นบทพ่อบทแม่แล้ว หาอาชีพสำรองไว้ก่อนดีกว่า ถึงวันนั้นถ้าออกจากวงการจะได้มีอะไรรองรับ”

“ขอฉันคิดดูก่อนนะคะ” ลดานิดาตอบอย่างพยายามรักษามารยาท ทั้งที่ใจจริงอยากปฏิเสธไปตั้งแต่แรกที่ได้ยิน กล้าดียังไงมาเอาตัวเธอ เอาชื่อเสียงของเธอไปการันตียาผีบอกอะไรก็ไม่รู้

“ทำไมต้องคิดอีกล่ะครับนิดา มันนี่กับผมยืนยันแล้วว่าดีจริงๆ” พีธันดรรู้สึกเสียหน้า เขาคิดว่าลดานิดาจะต้องเห็นดีเห็นงามด้วย ธุรกิจอาหารเสริมกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น อีกทั้งโสมวาฬที่มณียากำลังจะผลิตขายก็เป็นยาที่มีคุณสมบัติดีจริงๆ “ของแบบนี้รอช้าไม่ได้นะครับ เกิดใครทำออกมาขายก่อน เราก็จะเสียโอกาสทางการค้า”

“ฉันต้องคิดค่ะ” เมื่อไรที่ลดานิดาแทนตัวเองว่า ‘ฉัน’ นั้นหมายถึงว่าเธอเริ่มรู้สึกไม่สบอารมณ์ “ฉันเป็นหมอนะคะพีท แถมยังเป็นหมอด้าน Wellness ดูแลสุขภาพอีกด้วย การที่ฉันออกมาพูดการันตีผลิตภัณฑ์อะไรสักอย่าง จะต้องแน่ใจแล้วว่าไม่ผิดระเบียบของแพทยสภา และฉันเองก็จะต้องแน่ใจว่าผลิตภัณฑ์นั้นดีจริง…ไม่ใช่พูดกันเองว่าดี แต่ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์มายืนยัน”

“หลักฐานทางการแพทย์” มณียาทำหน้างง “คืออะไรคะ จำเป็นด้วยหรือ แค่มันนี่รับประกันว่าตัวเองใช้เอง แล้วอาการป่วยดีขึ้น เท่านี้ไม่พอหรือคะ ไม่ใช่มันนี่คนเดียวนะคะ ยังมีคนไข้อื่นๆ อีกตั้งหลายคนที่ใช้โสมวาฬแล้วหาย เป็นหลักฐานไม่ได้หรือคะ”

“แต่การที่เราจะผลิตอาหารเสริมออกมาขาย ต้องการหลักฐานมากกว่าแค่คำบอกเล่าค่ะ” ลดานิดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เราต้องส่งยาไปตรวจที่องค์การวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อให้ทราบว่าส่วนประกอบไม่มีอันตรายกับผู้บริโภค จากนั้นก็ต้องไปขึ้นทะเบียนที่องค์การอาหารและยา ได้รับอนุญาตแล้วจึงจะผลิตออกขายได้”

“เพราะอย่างนี้ไง เราถึงต้องการนิดามาเป็นหุ้นส่วน” พีธันดรยิ้ม เพราะที่ว่าที่เจ้าสาวของเขาพูดเข้าทางที่ต้องการพอดี

“รอให้ส่งยาไปตรวจเรียบร้อยก่อนไหมคะ ผลเป็นอย่างไร เราค่อยมาคุยกันใหม่” ลดานิดาพยายามหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน

“มันนี่ตั้งใจจะจดทะเบียนบริษัทให้เสร็จก่อน แล้วค่อยส่งยาไปตรวจขึ้นทะเบียนเหมือนคุณหมอแนะนำ” มณียาเหลือบมองบรรยากาศพลุกพล่านในร้านอาหาร มีเสียงพูดคุยดังมาจากรอบบริเวณ “แต่เรื่องธุรกิจไม่ต้องรอนี่คะ มันนี่อยากชวนคุณหมอเป็นผู้ร่วมก่อตั้งจริงๆ นะคะ หมอ มันนี่ และพีท…สามหุ้นส่วน มันนี่มองเห็นแต่ความสำเร็จรอเราอยู่ข้างหน้า ถ้าคุณหมออยากคุยรายละเอียดเรื่องนี้ มันนี่นัดเข้าไปคุยกันอีกทีก็ได้นะคะ ที่นี่บรรยากาศอาจจะไม่เหมาะสม”

“ไม่ต้องคุยหรอกค่ะ ตอบตอนนี้เลยก็ได้ว่าฉันยังไม่สนใจจะร่วมลงทุนด้วย”

ถึงตรงนี้ ลดานิดาตัดสินใจแล้วว่าจะต้องปฏิเสธให้เด็ดขาด เพราะถ้าไม่พูดให้ชัดๆตอนนี้มณียาจะเข้าใจผิดว่าหล่อนเห็นด้วย

“สิ่งที่คุณมันนี่คิดเป็นเรื่องน่าสนใจ แต่อาหารเสริมเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ถ้าจะทำจริงๆ ก็ต้องรอบคอบ และระมัดระวังให้มาก อย่าเอาชื่อเสียงที่พวกคุณสร้างกันมาไปเสี่ยงกับอะไรแบบนี้”

“ผิดหวังจัง” เสียงของพีธันดรเหมือนกำลังรู้สึกเสียหน้ามากกว่าผิดหวัง “ผมนึกว่านิดาจะเห็นด้วยกับโสมวาฬ”

“ฉันไม่ค่อยชอบอะไรแบบนี้ค่ะ” ลดานิดายังยืนยันเสียงหนักแน่น “ขอโทษนะคะที่ต้องพูดตรงๆ แต่ฉันคิดว่าพูดกันเสียแต่ตอนนี้ดีกว่าปล่อยไปแล้วเราจะมาผิดใจกันภายหลัง”

“แต่ผมจะลงทุนกับมันนี่” พีธันดรตอบเสียงหนักแน่นเช่นกัน “ผมคิดว่าโสมวาฬจะต้องไปได้ดี”

“นั่นเป็นสิทธิ์ของคุณ เป็นเงินของคุณค่ะ พีท” ลดานิดายังคงตอบเสียงหนักแน่นดุจเดิม

“ไม่เห็นจะต้องกลัวอะไรเลย ดูอาหารเสริมวิตามินบางยี่ห้อสิครับ คนขายคนผลิตไม่ใช่หมอ ยังขายกันได้โครมๆ เกิดพวกผมทำโสมวาฬแล้วรวยขึ้นมา นิดาเปลี่ยนใจจะมาขอเข้าหุ้นด้วยทีหลัง…ผมไม่รับแล้วนะ” เขาแกล้งพูดให้ฟังดูตลก หากลดานิดารู้สึกว่าพีธันดรกำลังขู่มากกว่า

“ตอนแรกที่มันนี่พูดเรื่องนี้ มีหมออยากร่วมลงทุนด้วยตั้งหลายคน ใครมาได้ยินก็อยากร่วมธุรกิจกับเราทั้งนั้น…” มณียาเสริม “มันนี่ว่าคุณหมอนิดายังเปลี่ยนใจทัน อย่าคิดมากสิคะ ถ้าไม่อยากลงเงิน คุณหมอเป็นพรีเซนเตอร์ให้เราอย่างเดียวก็ได้ เรื่องอื่นๆ มันนี่กับพีทจะจัดการเอง”

“ธุรกิจนี้รอช้าไม่ได้” พีธันดรจ้องมองลดานิดาแน่วนิ่ง “ถ้านิดาไม่ร่วมกับเราจริงๆ ละก็…ผมกับมันนี่คงต้องหาหมอคนอื่นมาร่วมงานกับเรา…ถึงตอนนั้น นิดาจะมานั่งเสียดายเสียใจ ก็ไม่ทันแล้วนะครับ”



Don`t copy text!