พรางพัสตรา บทที่ 22 : จะต้องราบเป็นหน้ากลอง

พรางพัสตรา บทที่ 22 : จะต้องราบเป็นหน้ากลอง

โดย : พงศกร

พรางพัสตรา นวนิยายออนไลน์เรื่องล่าสุดโดย พงศกร ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เมื่อผ้าคลุมผมเจ้าสาวไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งในชุดเจ้าสาว แต่คือสิ่งที่นำ ‘ลดานิดา’ ไปเห็นบางสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม ความรักของเขาคือความจริงหรือความลวง ผ้าคลุมผมเจ้าสาวนี้มีคำตอบ

*************************** 

ภารดีไม่เคยคิดเลยว่าโปรโมชั่นล่าสุดของคลินิกพาดี จะได้รับความสนใจจากผู้คนมากมายเช่นนี้ คนไข้ที่สนใจซื้อแพ็กเกจตรวจสุขภาพ พากันเดินเข้าเดินออกตลอดทั้งวัน

แพ็กเกจนี้เริ่มต้นเมื่อวาน และต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ ลูกค้าจำนวนไม่น้อยรู้ข่าวจากโฆษณาวิทยุและแผ่นพับประชาสัมพันธ์ที่ภารดีจ้างคนไปเดินแจกตามที่ชุมนุมชน

หลายคนตั้งใจมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เกินกว่าครึ่งคือคนไข้ใหม่ที่ไม่เคยมาใช้บริการที่คลินิกพาดีมาก่อน บางคนมาเพื่อซื้อแพ็กเกจเก็บเอาไว้ก่อนและจะนัดมาตรวจวันหลัง หลายคนตั้งใจซื้อและขอตรวจสุขภาพในวันเดียวกันเลย ส่งผลทำให้คลินิกคับคั่งไปด้วยผู้คน

อาจจะเป็นจิตวิทยามวลชนก็เป็นได้ ที่พอเห็นว่าคลินิกมีคนมุงกันแน่น ก็ยิ่งมีผู้คนแวะเวียนเข้ามา เพราะอยากรู้ว่าเขาทำอะไรกัน ครั้นพอเห็นว่าวันนี้ที่คลินิกขายแพ็กเกจตรวจสุขภาพราคาถูกเหมือนได้เปล่า ผู้คนก็ไม่รีรอที่จะควักเงินซื้อ บางคนยังซื้อไปเผื่อเพื่อนฝูง ญาติพี่น้องอีกด้วย

ตั้งแต่เปิดขายแพ็กเกจจนถึงเที่ยง คลินิกพาดีขายไปได้หลายร้อยชุดแล้ว ทำให้แพทย์หญิงเจ้าของคลินิกรู้สึกพอใจ ถึงจะเหนื่อยแต่เธอก็ตรวจคนไข้ด้วยรอยยิ้ม

“พักทานข้าวหน่อยไหมคะคุณหมอ” นงนาถอาศัยจังหวะที่คนไข้คนล่าสุดเพิ่งออกไปจากห้อง รีบเดินเข้ามาหาแพทย์หญิงภารดี “จวนจะบ่ายสองแล้ว คุณหมอยังไม่ได้หยุดเลย”

“คนไข้หมดแล้วหรือคะพี่นาถ” ภารดีเอ่ยถาม

“ยังไม่หมด แต่เหลือไม่มากแล้วค่ะ พี่ว่าให้หมอวิษตรวจไปก่อน” นงนาถหมายถึงนายแพทย์ดาวิษ หุ้นส่วนคนสำคัญของคลินิกพาดี “คุณหมอทานข้าวเสร็จเรียบร้อย ค่อยมาเปลี่ยนกับคุณหมอวิษ…ดีไหมคะ พี่สั่งสปาเกตตีปลาเค็มอย่างที่คุณหมอชอบไว้ให้แล้ว เดี๋ยวพี่ไปอุ่นให้”

“แล้วพี่นาถทานหรือยังคะ” ภารดีหันไปทางหัวหน้าพยาบาล

“ยังค่ะ” นงนาถส่ายหน้า “พี่ซื้อของพี่เอาไว้แล้ว คุณหมอทานก่อนเถอะ พี่รอให้คนไข้หมดค่อยทานก็ได้”

“ทานพร้อมกันดีกว่า ภามีเรื่องอยากคุยกับพี่นาถพอดี” แพทย์หญิงเจ้าของคลินิกกล่าว ก่อนจะอ้อมหลังห้องตรวจไปยังห้องประชุมที่อยู่ติดกัน

ห้องนั้นเป็นห้องสี่เหลี่ยมกว้างขวาง ติดเครื่องปรับอากาศ ใช้เป็นทั้งห้องประชุม ห้องอาหาร และห้องนั่งพักของหมอที่มาออกตรวจ ตรงกลางมีโต๊ะสารพัดประโยชน์ กรุ่นหอมอุ่นๆในห้องมาจากดอกไม้ที่ปักอยู่ในแจกันแก้ว

“คุณหมอมีอะไรจะคุยกับพี่หรือคะ” นงนาถถามขณะถ่ายอาหารจากกล่องโฟมใส่จานกระเบื้อง แล้วนำไปอุ่นในเครื่องไมโครเวฟ

“ภาอยากให้พี่นาถช่วยหาพยาบาลเพิ่มให้หน่อยค่ะ” ภารดีพูดตรงประเด็นไม่อ้อมค้อม “ช่วงนี้คลินิกของเรากำลังขยายงานไปอีกหลายอย่าง พยาบาลเท่าที่มีอยู่ตอนนี้ทำงานกันไม่พอ แต่ละคนดูเหนื่อยมาก พอเหนื่อยก็เริ่มหน้าไม่ยิ้ม พูดจาไม่ไพเราะ คนไข้เราหลายคนเริ่มบ่นกันแล้วนะคะ”

“ได้ค่ะ พี่จัดการให้ เรื่องบริการต้องยอมรับว่าช่วงนี้น้องเราหน้าไม่ค่อยยิ้มกันจริงๆ ส่วนเรื่องหาคนเพิ่ม…” นงนาถพยักหน้า “คุณหมอจะให้พี่ไปประกาศรับสมัครในเว็บไซต์จัดหางาน หรือเว็บไซต์ของสภาการพยาบาลไหมคะ หรือว่าจะให้ติดประกาศหน้าคลินิกดี”

“ไม่ค่ะ” ภารดีส่ายหน้า “ไม่เอาวิธีพวกนั้น”

“อ้าว” นงนาถเลิกคิ้ว “แล้วคุณหมอจะหาพยาบาลมาจากไหนคะ”

“ชักชวนมาสิคะ” ภารดีหัวเราะเสียงแผ่วในลำคอ “ภาอยากให้พี่นาถชวนน้องพยาบาลของพี่ที่คลินิก Wellness by Nida มาทำกับเรา”

“คุณหมอ” นงนาถร้องเสียงแหลม “จะดีหรือคะ”

“ทำไมจะไม่ดี” ภารดีพูดด้วยน้ำเสียงราบเรื่อย ราวกับสิ่งที่กำลังพูดนั้นเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ “ได้น้องพยาบาลที่มีประสบการณ์ พี่นาถจะทำงานง่ายขึ้นเยอะเลยนะคะ ไม่ต้องเสียเวลามาเทรนกันใหม่ มาถึงก็เริ่มงานได้เลย”

“แต่…ทำแบบนี้เราจะถูกครหาได้นะคุณหมอ” นงนาถมีท่าทางหนักใจ “คราวที่แล้วเราก็เอาพยาบาลของหมอนิดามาตั้งหลายคน จนถึงตอนนี้พี่ยังไม่กล้าผ่านไปแถวนั้นเลยนะคะ กลัวว่าถ้าเจอคุณหมอนิดาเข้า จะทำหน้าไม่ถูก”

“ของแบบนี้เราไม่ได้บังคับนะคะ” ภารดีว่า “เป็นเรื่องของความสมัครใจ ถ้าพี่นิดาดูแลลูกน้องดีจริง คงไม่มีใครอยากลาออกมาอยู่กับเราหรอก ถ้าพี่นาถไม่สบายใจ ก็ไม่ต้องคุยเอง แค่ชวนให้เด็กพวกนั้นลองมาคุยกับภาก่อนก็ได้”

“พี่…เอ้อ…” นงนาถเม้มริมฝีปากแน่น

“ภาว่าไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย พี่ยังมีคนอยู่ในคลินิกพี่นิดาไม่ใช่หรือ” ภารดีหัวเราะเบาๆ นัยน์ตาที่จ้องมองอีกฝ่ายเหมือนรู้ทัน

“คุณหมอจะเอาแบบนี้จริงๆ ใช่ไหมคะ” นงนาถเสียงอ่อน

“พี่เคยเห็นภาพูดไม่จริงบ้างหรือเปล่าล่ะคะ” ภารดีย้อนเสียงเรียบ แล้วก่อนจะได้เอ่ยอะไรต่อ เธอก็ชะงักไปนิดหนึ่ง พร้อมกับเหลือบมองไปรอบๆ ห้อง

“มีอะไรหรือเปล่าคะ” นงนาถพลอยเหลือบมองตามไปด้วย หากไม่เห็นจะมีอะไร

“ไม่มีอะไรค่ะ” ภารดีนิ่วหน้า “ภาเพียงแต่รู้สึกเหมือนกับว่า…อืม…เหมือนกับกำลังถูกใครบางคนจ้องมอง พี่นาถไม่รู้สึกบ้างเลยหรือ”

“อืม…คุณหมอรู้สึกอย่างนั้นหรือคะ” คราวนี้นงนาถสูดลมหายใจลึก ตั้งสติ บอกกับภารดีว่า “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ในห้องนี้มีแค่เราสองคน”

“ค่ะ ภาคงคิดมากไปเอง” ภารดีพึมพำ เธอสลัดความกังวลออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรับจานสปาเกตตี้มาจากหัวหน้าพยาบาล แล้วเริ่มลงมือรับประทานอย่างรวดเร็ว ด้วยยังมีคนไข้รอตรวจอยู่อีกหลายคน

“เอาเป็นว่า คุณหมอไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” นงนาถบอกกับภารดีก่อนที่หญิงสาวจะลุกออกไปจากห้อง “ถ้าคุณหมอต้องการแบบนั้นจริงๆ…เดี๋ยวพี่จัดให้ค่ะ”

“ดีค่ะ ถ้างั้นภาฝากด้วยนะคะ และตามหลักการของ Head Hunter เงินเดือนเดือนแรก จำนวนสามสิบเปอร์เซ็นต์ของเด็กพวกนั้น ก็คือค่าตอบแทนของพี่นาถ” ภารดีใช้หลักการของบริษัทจัดหางานมาเป็นตัวล่อ “เป็นไงคะ แบบนี้ยุติธรรมดีไหม ภาเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่เคยใช้ใครฟรีๆ ทุกคนที่ทำงานร่วมกับภา จะต้องได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถ และความเหนื่อย”

มีรอยยิ้มในดวงหน้าของแพทย์หญิงภารดี จะว่าไปรุ่นน้องของลดานิดาคนนี้ไม่ใช่คนสวย แต่เพราะมีเงินซื้อของแบรนด์เนม รู้จักเลือกเสื้อผ้าเครื่องแต่งตัวให้ดูแพง รวมถึงมีการทำศัลยกรรมช่วงจมูก ดวงตาและช่วงคาง ทั้งหมดจึงทำให้หน้าตาของภารดีชวนมองกว่าสมัยที่ยังเป็นนักศึกษาแพทย์

“ตกลงค่ะ” นงนาถยิ้มออกมาได้ในที่สุด ต่อให้มีหลักการอย่างไร หากทุกวันนี้สิ่งจำเป็นในชีวิตก็คือเงิน

“จริงสิคะหมอ” ก่อนเดินออกจากห้องไป นงนาถนึกอะไรขึ้นมาได้ “ตกลงเย็นนี้หมอคอนเฟิร์มนัดนะคะ คุณเขาโทรมาถาม ถ้าคอนเฟิร์ม พี่จะโทรกลับไปบอกคุณเขา”

นงนาถไม่ได้เอ่ยชื่อว่า ‘คุณ’ คนที่ว่าคือใคร หากภารดีพยักหน้าอย่างรู้กัน

“คอนเฟิร์มค่ะ พี่นาถโทรกลับไปได้เลย…สี่โมงเย็นใช่ไหมคะ ถึงตอนนั้น คนไข้ของภาน่าจะหมดแล้วละ” เธอหัวเราะเสียงแหลมเล็ก กวนใจกวนอารมณ์คนที่ได้ยินได้ฟัง “ตอนนี้คลินิกเริ่มอยู่ตัว รายได้ของเราดีขึ้นเรื่อยๆ นั่นหมายความว่า…ได้เวลาเริ่มแผนการใหม่ ที่จะถล่มพี่นิดาให้ราบคาบเป็นหน้ากลองแล้วสินะ…”

 

ถล่มฉัน…ให้ราบเป็นหน้ากลอง…หล่อนเป็นเจ้ากรรมนายเวรของฉันมาแต่ชาติปางไหน…ภารดี

หนึ่ง…สอง…สาม…สิบ…ยี่สิบ…ห้าสิบ…หนึ่งร้อย

ไม่เคยมีครั้งใดที่ลดานิดาจำเป็นต้องพยายามสะกดกลั้นอารมณ์โกรธที่คุกรุ่นอยู่ภายในใจ ด้วยความยากเย็นเท่าครั้งนี้

นับหนึ่งถึงสิบไม่พอ แม้จะนับต่อจนถึงร้อย ใจก็ยังไม่นิ่ง

ถ้าไม่บอกตัวเองซ้ำๆ ว่าพวกเขาไม่เห็นหล่อน ลดานิดาคงจะอาละวาดไปแล้ว

ไม่ได้…ทำแบบนั้นไม่ได้ ยังอาละวาดไม่ได้…ลดานิดาตั้งสติบอกตนเอง…ตอนนี้ฉันกำลังล่องหนอยู่ และพวกเขาไม่มีใครรู้ว่าภายในห้องมีฉันอยู่ด้วยอีกคน

อดทนเฝ้ามองภารดีรับประทานสปาเกตตีจนอิ่มแล้วเดินออกไปอย่างอดทน บอกเลยว่าในชีวิตลดานิดาไม่เคยอดทนได้มากเท่านี้

จนแล้วจนรอด ภารดีก็ยังไม่เลิกราวีหล่อน

ทำไมถึงได้จงเกลียดจงชังฉันถึงเพียงนี้

ลดานิดาพยายามนึกทบทวน นึกกลับไปกลับมาอยู่หลายรอบ หากจนแล้วจนรอดก็นึกไม่ออกว่าตัวเองเคยทำอะไรไว้กับรุ่นน้อง ภารดีจึงได้เกลียดหล่อนมากมายจนถึงขั้นต้องทำลายกันให้ตายไปข้างหนึ่งแบบนี้

เด็กคนนั้นต้องการอะไรกันแน่ จะต้องให้เธอพ่ายแพ้ทุกสิ่งทุกอย่างเลยหรือไง ภารดีถึงจะพอใจ

ลดานิดาอุตส่าห์ทำใจแล้วว่าจะไม่ยุ่ง ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างทำงาน แต่ในเมื่อฝ่ายนั้นไม่ยอมอยู่ในเส้นทางของตัวเอง แต่ยังพยายามหาโอกาสแทงข้างหลัง ล้ำเส้นกันอยู่ตลอดเวลาเช่นนี้ เห็นทีจะต้องเปิดศึกกับภารดีอย่างเป็นทางการแล้วละมัง

เรื่องราวทั้งหมดของวันนี้ เริ่มต้นจากการที่ลดานิดาขับรถมาจอดที่ห้างสรรพสินค้า แล้วสวมผ้าคลุมหน้าโบราณผืนนั้น

…ล่องหน…

เงาร่างของเธอค่อยๆ เลือนหายไปจากกระจก ราวกับสายหมอกที่ต้องแสงตะวัน…เริ่มคุ้นชินกับปรากฏการณ์ประหลาดนี่มากขึ้น

หลังจากล่องหนเป็นอากาศธาตุไปอย่างสมบูรณ์ ลดานิดาเดินมาสังเกตการณ์ที่คลินิกของภารดี จากนั้นก็แอบเดินตามคนไข้คนหนึ่งเข้ามาข้างใน ค่อยๆ ย่องไปสำรวจดูตามเคาน์เตอร์และห้องตรวจต่างๆ โดยไม่กระโตกกระตากให้มีใครรู้สึกผิดสังเกต

ยิ่งสังเกตการณ์นานเท่าไร ลดานิดาก็ยิ่งเห็นความร้ายกาจของอีกฝ่ายเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากเลียนแบบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบคลินิก กลิ่นหอมของดอกไม้ เครื่องแบบพนักงาน เครื่องไม้เครื่องมือการตรวจรักษา ระบบคอมพิวเตอร์แล้ว ภารดียังใช้วิธีลดแลกแจกแถม ยอมเอากำไรน้อยๆ เพื่อจะให้คนไข้ติดอกติดใจ และกลับมาใช้บริการจนกลายเป็นลูกค้าประจำไปในที่สุด

วิธีนี้ยังไม่น่าเกลียดเท่ากับการพยายามใส่ชุดความคิด ใส่ข้อมูลผิดพลาดคลาดเคลื่อนให้กับคนไข้ของเธอ โดยเฉพาะกลุ่มที่เคยเป็นคนไข้เก่าของ Wellness by Nida และถูกดึงให้เปลี่ยนมารักษาที่คลินิกพาดี เมื่อมีโอกาส ทั้งตัวภารดีเองและลูกน้องของเธอ จะให้ข้อมูลเชิงลบกับคนไข้เหล่านั้น จงใจสร้างความเข้าใจผิดและเกลียดชังให้เกิดขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่คลินิกของลดานิดาเอากำไรมากจนเกินควร ใช้ยาคุณภาพต่ำเอามาหลอกขายว่าเป็นยาราคาแพง เอาข้อมูลคนไข้ไปขายบริษัทยา และอื่นๆ อีกมากมาย ยิ่งฟังลดานิดาก็ยิ่งหงุดหงิด เพราะข้อมูลเหล่านั้นไม่เป็นความจริง นี่ถ้าสามารถอัดเสียงได้ละก็ หล่อนจะหาทนายความมาเล่นงานภารดีและลูกน้อง ฐานหมิ่นประมาทให้เข็ดหลาบ

ยิ่งพรางตัวเองอยู่ในคลินิกนานเท่าไร ลดานิดาก็ยิ่งได้ข้อมูลเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เธอกำลังจะกลับออกไปอยู่แล้ว ถ้าไม่บังเอิญชะโงกเข้าไปในห้องตรวจของภารดีเสียก่อน เธอเห็นหญิงสาวเรียกนงนาถให้ไปคุยในห้องประชุมเล็กด้วยกัน ความอยากรู้ทำให้ลดานิดาย่องตามเข้าไป และนั่งฟังหญิงสาวทั้งสองคุยกันถึงแผนการแย่งดึงพยาบาลมาจากคลินิกของตัวเอง

ฟังจนรู้สึกเหนื่อยและเวียนหัว

แรกที่ได้ฟังก็รู้สึกโมโห ฟังจนหายโมโห และเริ่มโมโหขึ้นมาอีกรอบ สลับกันไปมาเช่นนี้

รู้ละว่าภารดีร้าย แต่ไม่เคยเห็นกับตา ได้ยินกับหูเหมือนอย่างคราวนี้ เหนืออื่นใด ลดานิดาบอกตัวเองว่าจะต้องรู้ให้ได้ว่าทำไมอีกฝ่ายจึงทำแบบนี้ การที่คนเราจะลุกขึ้นมาเกลียดกัน จนถึงขั้นลงมือทำลายกันนั้น จะต้องมีเหตุผลมากเพียงพอ…

และหล่อนจะต้องหาคำตอบให้จงได้

หูได้ยินเสียงวิ้งๆ อาการเวียนหัวเริ่มเป็นมากขึ้นจนต้องขยับไปนั่งที่โซฟายาว และลดานิดาก็เพิ่งรู้ตัวในตอนนั้นว่า…เธอพรางตัวด้วยผ้าคลุมหน้ามานานกว่าสามชั่วโมงแล้ว…

นับว่าครั้งนี้ใช้เวลานานกว่าสองครั้งแรก

ความกังวลเริ่มโถมทวีขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยไม่รู้เลยว่าจะยังหายตัวอยู่แบบนี้ได้นานแค่ไหน คงไม่ดีแน่ถ้าหากร่างของเธอจะปรากฏอยู่กลางคลินิกของภารดี…

ลดานิดาอยากจะย้อนกลับไปที่รถ ถอดผ้าคลุมหน้าออกแล้วกลับบ้าน…

แต่จนแล้วจนรอดหล่อนก็ยังนั่งอยู่อย่างนั้น เพราะประโยคสุดท้ายของภารดียังคงค้างคาใจเป็นอย่างมาก

แพทย์หญิงรุ่นน้องกำลังนัดพบกับใครสักคน เพื่อวางแผนบางอย่างมาทำลายเธอให้ราบคาบ

หากภารดีพูดแบบนั้น นั่นหมายความว่าสิ่งที่เธอกำลังจะทำ…ต้องไม่ใช่การแย่งคนไข้ แย่งพยาบาล แต่น่าจะมีอะไรมากกว่านั้น

เหลือบมองดูเวลา อีกราวสองชั่วโมงเท่านั้นก็จะถึงเวลานัดหมาย…

ถ้ากลับไป แล้วย้อนกลับมาใหม่ อาจจะเสียเวลา

ไหนๆ ก็นั่งอยู่ในห้องนี้แล้ว…รออีกสักหน่อยน่าจะดี ระหว่างที่ยังไม่ถึงเวลานัดก็อ่านเอกสารต่างๆ และหาข้อมูลเพิ่มไปพลางๆ

มีคอมพิวเตอร์อยู่ที่มุมห้องและเปิดหน้าจอทิ้งเอาไว้ ลดานิดาลองเปิดไฟล์ต่างๆ ดูอย่างใจเย็น

เคราะห์ดีที่การหายตัวเป็นเพียงแต่การอันตรธานไปจากสายตาของผู้อื่น หากเธอยังสามารถสัมผัสข้าวของต่างๆ ได้เหมือนยามปกติ ลดานิดาเหลียวมองไปรอบๆ กาย ก่อนจะค่อยๆลงมือสำรวจข้อมูลจากคอมพิวเตอร์

ไม่แปลกใจเลยว่ามีคนก๊อบปี้เอาโปรแกรมมาให้ภารดีใช้แน่นอน เพราะหน้าจอและองค์ประกอบของโปรแกรมเหมือนกับที่ลดานิดาใช้ทุกอย่าง…แต่ใครกันที่ทำแบบนั้น…

น่าเสียดายที่เธอไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางคอมพิวเตอร์ ไม่เช่นนั้นอาจจะสามารถสืบค้นได้ถึงต้นตอ แต่เท่าที่เปิดดูลดานิดาอดตกใจไม่ได้ว่าไม่ใช่แค่โปรแกรมเท่านั้นที่ถูกก๊อบปี้มา หากข้อมูลคนไข้ทั้งหมดของ Wellness by Nida…อายุ เพศ น้ำหนัก ส่วนสูง เลขบัตรประชาชน ชื่อที่อยู่…ทุกอย่างล้วนถูกก๊อบปีออกมาจากฐานข้อมูลของคลินิกเธอ

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเล่ห์เหลี่ยมทางธุรกิจธรรมดาๆ แล้ว หากภารดีกำลังทำผิดกฎหมาย

ภารดีโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคลมาโดยไม่ได้รับอนุญาต หากคนไข้รู้และจะเอาเรื่องจริงๆ คลินิกของลดานิดาก็จะมีความผิดไปด้วย โทษฐานที่ไม่รักษาข้อมูลของคนไข้ให้ดี ปล่อยให้มีคนหยิบเอาออกมาได้

เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องใหญ่ ที่ทำให้ลดานิดาถึงกับแข้งขาอ่อนแรง

ปัญหา ปัญหา…ปัญหาเยอะไปหมด

และขณะที่ลดานิดายังนึกไม่ออกว่าจะเริ่มต้นจัดการกับปัญหาไหนก่อนดี ก็ถึงเวลาที่ภารดีนัดพบกับ ‘แขก’ คนสำคัญ

สิบหกนาฬิกา…สี่โมงเย็นตรงเผงเมื่อใครบางคนเปิดประตูห้องประชุม พร้อมกับก้าวเข้ามาด้วยท่าทางคุ้นเคย

และเมื่อลดานิดาหันกลับไปมอง เธอก็ต้องอ้าปากค้าง แทบไม่เชื่อสายตาว่าแขกของภารดีจะเป็นใครคนนั้น!



Don`t copy text!