พรางพัสตรา บทที่ 24 : หรือจะเป็นเพราะว่า…

พรางพัสตรา บทที่ 24 : หรือจะเป็นเพราะว่า…

โดย : พงศกร

พรางพัสตรา นวนิยายออนไลน์เรื่องล่าสุดโดย พงศกร ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เมื่อผ้าคลุมผมเจ้าสาวไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งในชุดเจ้าสาว แต่คือสิ่งที่นำ ‘ลดานิดา’ ไปเห็นบางสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม ความรักของเขาคือความจริงหรือความลวง ผ้าคลุมผมเจ้าสาวนี้มีคำตอบ

*************************** 

ลดานิดายังคงนั่งช็อกอยู่หน้ากระจกเงาเป็นนาน…นานจนกระทั่งได้ยินเสียงกริ่งหน้าห้อง จึงเพิ่งจะได้สติ…

…ใครมาหาแต่เช้า…

ไม่พร้อมรับแขก ไม่พร้อมจะพบใครทั้งนั้น หากเสียงกริ่งครั้งที่สอง ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูเป็นจังหวะ

…ก๊อกก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อกก๊อกก๊อก…

สัญญาณนั้นทำให้เธอรู้ว่าใคร…

จะไม่เปิดรับก็คงไม่ได้เสียแล้ว ด้วยรู้จักนิสัยเพื่อนเก่าคนนี้ดี บทจรไม่มีทางยอมกลับไปแน่ๆ ถ้าตั้งใจมาหาและรู้ว่าเธออยู่ในห้อง จะอย่างไรเขาจะต้องทำทุกวิถีทางที่จะบุกเข้ามาหาเธอจนได้ แม้ว่าจะต้องพังประตู บทจรก็จะทำถ้าจำเป็น

ลดานิดาถอนใจยาว เอื้อมมือไปหยิบเอาผ้าพันคอไหมผืนบางมาคลุมศีรษะ ทิ้งชายข้างหนึ่ง ปล่อยลงมาคลุมเสี้ยวหน้า ก่อนจะเดินไปเปิดประตูให้บทจร

“ผมตั้งใจว่า ถ้าเคาะประตูอีกสามรอบแล้วนิดาไม่มาเปิดประตูให้ละก็…ผมกะว่าจะพังเข้าไปหาแล้วนะครับ…แม่ทำต้มกะทิสายบัวกับปลาทูของโปรดของคุณ แม่สั่งให้ผมแวะเอามาให้ นี่ผมแวะที่ตลาดซื้อโป๊งเหน่งมาฝากคุณด้วยนะ”

เขาเดินเข้ามาพร้อมกับปิ่นโตเถาใหญ่ในมือ ก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นเจ้าของห้องได้ถนัด

“เอ๊ะ…นิดา เป็นอะไรหรือเปล่า ไม่สบายเหรอ”

“เปล่า” ลดานิดาก้มหน้างุด เธอเอื้อมมือไปคว้าเอาปิ่นโตมาจากมือของอีกฝ่าย แล้วรีบบอกว่า “นิดาไม่เป็นไร…เบนกลับไปได้แล้ว”

“พูดแบบนี้ แสดงว่าเป็นไร” บทจรรู้จักหญิงสาวดีกว่าใครๆ “ไหนให้ผมดูหน่อย…ทำไมต้องเอาผ้าคลุมหน้าคลุมตาแบบนี้ด้วย”

เขาพยายามเอื้อมมือไปดึงผ้าพันคอด้วยท่าทางสุภาพ และลดานิดาก็พยายามปัดป้อง

“อย่ายุ่งกับนิดา”

“ไหน…ผมดูหน่อย”

“ไม่…กลับไปได้แล้วเบน…ปล่อยนะ”

“ไม่ปล่อย”

ทั้งสองยื้อยุดกันไปมา จนผ้าพันคอก็เลื่อนหลุดลงไปคล้องคอของลดานิดาโดยบังเอิญ เผยให้เห็นดวงหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยย่น กับเส้นผมบนศีรษะที่มีเส้นสีขาวแทรกอยู่เกินกว่าครึ่ง

“อ๊ะ…”

บทจรหลุดปากออกมาด้วยความตกใจ ครั้นพอตั้งสติได้เขาก็รีบหยิบผ้าพันคอขึ้นคลุมศีรษะให้ลดานิดาเหมือนเดิม

“ผมขอโทษ…นิดา…ผมไม่ได้ตั้งใจ”

“ไม่เป็นไรเบน” ลดานิดาถอนใจ…เธอดึงผ้าพันคอออกจากศีรษะ…ไหนๆ บทจรก็เห็นแล้ว

“กะ…เกิดอะไรขึ้น” บทจรพยายามเรียบเรียงคำพูด นัยน์ตาคู่คมของเขามองดูดวงหน้าของลดานิดาแน่วนิ่ง

สวย…แน่ละ เธอยังสวยเหมือนที่เคยเป็น

หากทว่าริ้วรอยที่ปรากฏบนดวงหน้า…ฝ้าบนโหนกแก้ม กระสีน้ำตาลอ่อนจางบนแขน และผมขาวที่แทรกอยู่กับเส้นผมปกติ ทั้งหมดทำให้ลดานิดาดูแก่กว่าอายุยี่สิบแปดไปมาก

และที่ชายหนุ่มรู้สึกประหลาดใจที่สุดก็คือ ดูเหมือนว่า…ความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้เพิ่งจะเกิดขึ้น ครั้งสุดท้ายที่ได้พบกัน ลดานิดายังไม่ดูแก่ขนาดนี้!

“นิดาก็ไม่รู้…” ลดานิดาส่ายหน้า “หลังกลับมาจากเวนิส นิดารู้สึกว่าตัวเองแก่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาแค่ไม่กี่สัปดาห์…”

“เครียด…นิดาเครียดใช่ไหม…ใช่ นิดาเครียด ผมรู้” บทจรถามเองตอบเอง เขารู้ว่าความเครียดทำให้คนแก่เร็ว

“นิดาเครียด” ลดานิดาพยักหน้า “แต่…มันไม่น่าทำให้ร่างกายของนิดาเปลี่ยนแปลงเร็วแบบนี้”

“นอนดึก” เขาดีดนิ้ว “ผมดูสารคดี…นอนดึกทำให้แก่เร็ว”

“ใช่…นิดานอนดึก แต่มันก็ไม่ควรทำให้นิดาแก่แบบนี้ไหม” หญิงสาวถอนใจยาว

“อาหาร…นิดาทานอาหารไม่ครบหมู่” บทจรพยายามหาเหตุผลมาอธิบายสิ่งที่ปรากฏให้เห็นตรงหน้า เขาถือวิสาสะเดินผ่านหญิงสาวเข้าไปในครัว แล้วเปิดตู้เย็นสำรวจดูของในนั้น

“มา…เดี๋ยวผมปั่นน้ำผักผลไม้ให้…กินอะไรที่เป็นอาหารในกลุ่มสารแอนตี้ออกซิแดนท์ (1) หน่อย น่าจะช่วยได้”

“ช่วยไม่ได้หรอก” ลดานิดานิ่วหน้า

“ได้ไม่ได้ก็ต้องลองดู” บทจรดื้อ “ลองดูสักหน่อย ไม่เห็นมีอะไรเสียหาย แอนตี้ออกซิแดนท์จะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอริ้วรอยเหี่ยวย่นและตีนกาทั้งหลาย เจอน้ำปั่นสูตรของผมเข้าไปรับรองต้องยอมแพ้”

เขาพยายามพูดให้ลดานิดารู้สึกผ่อนคลาย

“อื้อหือ” ลดานิดาทำตาโต ลืมเรื่องเครียดของตัวเองไปได้ชั่วขณะ “นี่เบนรู้จักแอนตี้ออกซิแดนท์กับเขาด้วยหรือ”

“อ้ะ…อย่าลืมสิครับว่าผมเป็นเชฟ กว่าจะเป็นเชฟระดับนี้ได้ ไม่ได้ไก่กานะคุณ ต้องผ่านทั้งการสอบข้อเขียน สอบสัมภาษณ์ สอบทำอาหาร สอบบริหารจัดการร้าน…โอย…สารพัดบททดสอบ”

บทจรหัวเราะชอบใจ มือเอื้อมหยิบบรอกโคลีที่ลดานิดาหั่นเป็นท่อนๆ เอาไว้ออกมาวางไว้บนโต๊ะเตรียมอาหาร

“แล้วผมก็สนใจเรื่องสุขภาพมาก…ไม่เพียงแต่ผมเท่านั้นนะครับ คนยุโรปเองก็ใส่ใจในเรื่องพวกนี้ เจ้านายส่งผมไปเข้าเวิร์กชอปเรื่องอาหารกับอนุมูลอิสระมาหลายคอร์สเลยละ ถึงไม่ใช่หมออย่างนิดา แต่รับรองว่าเรื่องโภชนาการ เรื่องสารอาหารนี่ผมรู้มากกว่านิดาแน่ๆ ดังนั้น เรื่องอาหารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระน่ะ…นิดาไว้ใจผมได้”

แอนตี้ออกซิแดนท์หรือสารต้านอนุมูลอิสระที่ทั้งสองพูดถึงนั้น เป็นเรื่องที่ผู้คนที่ใส่ใจสุขภาพกำลังให้ความสนใจเป็นอย่างมาก รวมถึงเป็นสารที่ทางการแพทย์ให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะนี่อาจเป็นกุญแจไขปริศนาว่าเหตุใดมนุษย์จึงแก่ตัวลง…

หลายปีมาแล้วที่นักวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ทุ่มเทศึกษาอย่างจริงจัง จนค้นพบว่าสารอนุมูลอิสระหรือออกซิแดนท์นั้น มีส่วนสำคัญทำให้คนแก่ตัวลง

อนุมูลอิสระ เกิดจากการเผาผลาญอาหารในร่างกาย รวมถึงเกิดจากมลพิษรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นละอองที่ลอยอยู่ในอากาศ ควันบุหรี่ ควันรถยนต์ สารเคมีและยาฆ่าแมลงที่ใช้ทางการเกษตร และอีกมากมาย

อนุมูลอิสระเหล่านี้ เป็นตัวการร้ายที่เข้ามาทำลายโครงสร้างของเซลล์ ทำให้เซลล์ผิดปกติ เสื่อมสภาพได้เร็ว ส่งผลทำให้คนแก่ชราลง

ถ้าคนเราได้รับอนุมูลอิสระมากๆ ก็จะทำให้แลดูแก่ก่อนวัย อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการจะเกิดโรคต่างๆ ได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นหัวใจขาดเลือด และโรคที่เกิดจากความเสื่อมของระบบต่างๆ ในร่างกาย

ได้บรอกโคลีแล้ว บทจรเหลือบไปเห็นนมสด กล้วยและแอปเปิล เลยหยิบออกมาวางไว้ด้วยกัน

“ยังไม่หมดอายุ” เขามองดูวันที่บนฝากล่องนมสด “แต่ก็ใกล้แล้ว กักตุนอะไรมากมายขนาดนี้ กลัวสงครามโลกหรือไง”

“ก็นิดาไม่ค่อยมีเวลานี่นา” หญิงสาวพึมพำ “บางทีก็กลับบ้านดึก ไม่อยากแวะกินอะไรที่ไหนแล้ว เลยต้องซื้อตุนไว้แบบนี้ไง”

ตู้เย็นของลดานิดาเป็นตู้แบบสองประตู ภายในบรรจุอาหารทั้งสดและแช่แข็งมากมาย ทั้งนี้เป็นเพราะลดานิดาไม่ค่อยมีเวลาไปเดินจ่ายของในซูเปอร์มาร์เก็ต เมื่อมีโอกาสไปชอปปิงเมื่อไร ก็จะขนซื้ออาหารกลับมาใส่ตู้เย็นจนล้น หลายครั้งอาหารก็หมดอายุไปเสียก่อนจะได้หยิบออกมากิน

“นี่ใจคอจะรื้อตู้เย็นฉันจนหมดเลยไหม คุณเบนจี้”

“เบนเฉยๆ” ชายหนุ่มหันมายิ้มยิงฟัง เขาหยิบบลูเบอร์รีแช่แข็งออกมาจากช่องฟรีซ “เบนจี้นั่นมันหมา”

ลดานิดาหัวเราะ และบทจรก็รู้ว่าเธอยังไม่ลืมวันนั้น

เบนจี้จอมแก่นหรือ Benji the Hunted เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่บทจรมีโอกาสได้ดู

เขาอยากดู เพราะเป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับสุนัข ตอนนั้นเขาเก็บลูกสุนัขข้างถนนมาเลี้ยงตัวหนึ่งและรักมันมาก พอมีหนังเรื่องเบนจี้ บทจรจึงอยากดู หากพ่อของเขาไม่อนุญาตเพราะค่าตั๋วแพงเกินไป ไหนจะค่ารถเมล์และค่าขนมอีก ถึงแม้ว่าพ่อจะรับราชการมีอาชีพที่มั่นคง หากเงินเดือนของข้าราชการชั้นผู้น้อยไม่ใช่ว่าจะใช้ฟุ่มเฟือยได้ตามใจ โดยเฉพาะตอนนั้นพ่อกำลังรวบรวมเงินเพื่อซื้อที่ดินสำหรับปลูกบ้าน ทุกบาททุกสตางค์จึงมีความหมาย

ลดานิดาเองก็รู้ว่าเขาอยากดูหนังเรื่องนี้มาก บทจรไม่รู้ว่าเด็กหญิงไปพูดกับพ่ออย่างไร หากวันต่อมาลดานิดามาหาเขาพร้อมตั๋วภาพยนตร์สองใบ บอกว่าพ่อซื้อให้เธอเป็นของขวัญที่สอบได้ที่หนึ่ง และลดานิดาก็อยากชวนให้เขาไปดูเป็นเพื่อน

ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่บทจรมีโอกาสได้ดูหนังในโรงภาพยนตร์ พ่อของเขาขับรถไปส่งและนัดเวลามารับเมื่อภาพยนตร์เลิก

ลดานิดาผู้ไปดูภาพยนตร์กับบิดามารดาแทบจะทุกสัปดาห์ ก็ทำตัวเป็นผู้นำ ด้วยการจูงมือเขาไปซื้อป๊อปคอร์นกับน้ำอัดลม ก่อนจะเดินเข้าโรงหนังไปด้วยกัน

แม้เวลาจะผ่านมานานนับสิบปีแล้ว หากจนถึงวันนี้ บทจรก็ไม่เคยลืมความสุขในวันนั้น

ทุกครั้งที่เขาลำบาก หรือท้อแท้…เสียงหัวเราะ และรอยยิ้มของลดานิดาในวันนั้น จะเป็นกำลังใจให้เขาเสมอ

“อ้ะ…ลองสักหน่อย”

เขาส่งน้ำผลไม้ปั่นสีม่วงให้หญิงสาว

“อะไรน่ะ” ลดานิดามองด้วยสายตาลังเล

“บรอกโคลี บลูเบอร์รี สมูทตี้” บทจรอธิบายและลดานิดาก็รับมาลองดื่ม

เริ่มจากจิบน้อยๆ

ดื่มเข้าไปอึกแรก…ตามมาด้วยอึกที่สอง จนหมดแก้ว

“ไง” บทจรรอฟัง

“ก็ดี” ลดานิดาแกล้งยักไหล่ ทั้งที่จริงแล้วรสชาติของมันอร่อยมาก

“แค่นั้นเองเหรอ” บทจรนิ่วหน้า “เอ…สงสัยผมต้องใส่อะไรลงไปไม่ครบแน่เลย…ไม่นะ ผมว่าเป็นเพราะวัตถุดิบของนิดาไม่สดมากกว่า”

“โทษทุกอย่าง ยกเว้นโทษตัวเอง” ลดานิดาหัวเราะออกมาได้

“หรือไม่จริง” บทจรยังขมวดคิ้ว

“ไม่ต้องกลุ้มใจ” ยังคงมีรอยยิ้มบนดวงหน้าที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นของลดานิดา “อร่อยค่ะ ฉันแกล้งแหย่คุณเท่านั้น…ไหน บอกสูตรฉันมาเลย เอาไว้ฉันจะได้ทำบ้าง”

“ไม่ยาก…ใช้บรอกโคลีครึ่งถ้วย แอปเปิลหนึ่งลูก กล้วยสองลูก บลูเบอร์รีแช่แข็งครึ่งถ้วย นมหนึ่งถ้วย…ถ้าเป็นนมอัลมอนด์จะดีมาก  ถ้าไม่มีใช้นมสดแทนได้ เติมน้ำอีกครึ่งถ้วย จากนั้นก็ปั่นทุกอย่างเข้าด้วยกัน”

บทจรอธิบายคล่องแคล่ว และลดานิดาก็หยิบดินสอกับปากกามาจดสูตรอย่างตั้งอกตั้งใจ

“อร่อยมากจริงๆ นะเบน” หญิงสาวเอ่ยชม “ส่วนประกอบก็มีประโยชน์ทั้งนั้น…บรอกโคลีมีสารต้านอนุมูลอิสระ บลูเบอร์รีก็มีสารต้านอนุมูลอิสระแถมยังมีวิตามินซีสูง ช่วยลดความเครียดและเสริมภูมิต้านทาน ไหนจะกล้วยและแอปเปิลอีก…นี่ถ้านิดาเปิดโรงพยาบาลสุขภาพเมื่อไร จะต้องขอสูตรจากเบนไปเสิร์ฟคนไข้แน่ๆ”

“หายใจเข้า หายใจออกเป็นแต่งาน” บทจรว่า “ถ้าไม่นับที่ไปเที่ยวเวนิสแค่สองสามวัน…นิดาได้ไปเที่ยว ไปพักร้อนครั้งสุดท้ายเมื่อไร”

“โอย…นานมาก” ลดานิดาส่ายหน้า “นานจนนิดาจำไม่ได้แล้ว…น่าจะสักสี่ปีก่อนละมัง ไปประชุมที่อเมริกาแล้วแวะเที่ยวที่ซานฟรานซิสโกต่ออีกสองวัน…แต่ก็ว่าไม่ได้นะเบน พอกลับมานิดาก็เริ่มเปิดคลินิก หลังจากเปิดคลินิกก็มีอะไรให้ต้องทำเยอะแยะมากมาย แต่นิดาก็ไม่ได้เครียดหรือเบื่อนะ นิดารู้สึกว่าสนุกดีออก วันไหนไม่ได้ไปทำงานสิ…นิดาเหงา รู้สึกว่าชีวิตเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง”

“ไม่ได้หรอกนะนิดา” บทจรไม่เห็นด้วย “คนเราจะทำแต่งานไม่ได้…Work Life Balance สมดุลของชีวิตกับการทำงานน่ะ นิดาเคยได้ยินไหม”

“เคย” ลดานิดาพยักหน้า “แต่ยังทำไม่ได้”

“อย่ามาอ้าง” บทจรแกล้งเอ็ด “ถ้าจัดเวลาให้ดี นิดาทำได้อยู่แล้ว”

“เรื่องเที่ยว หลังแต่งงานนิดาก็ได้ไปเที่ยวแล้วละ” ลดานิดายิ้มหวาน “พีทเขาเตรียมพานิดาไปฮันนีมูนที่แอฟริกาใต้ เรากะจะไปนอนกระโจมในป่า เที่ยวแบบซาฟารีกันประมาณหนึ่งสัปดาห์”

บทจรฟังแล้วนิ่งไป รอยยิ้มบนดวงหน้าคมสันค่อยๆ จางลงไป โดยที่ลดานิดาไม่ทันสังเกต

“ส่งปิ่นโตให้นิดาเรียบร้อยแล้ว…ผมกลับก่อนละนะ”

เขาพึมพำออกมาในที่สุด

“เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งกลับ” อะไรบางอย่างทำให้ลดานิดาเรียกเขาไว้

“เบน…” หญิงสาวถอนใจ เงาสะท้อนจากกระจกบนโต๊ะอาหารยังเป็นเงาของสตรีวัยสี่สิบคนเดิม “เบนไปเป็นเพื่อนนิดาหน่อยได้ไหม”

“ไปไหน” บทจรชะงัก

“นิดาอยากทดสอบอะไรบางอย่าง” หญิงสาวยังไม่บอกเขาว่าจะชวนไปไหน “ความแก่ที่เกิดขึ้นกับนิดา มันผิดปกติเกินไป…นิดามั่นใจว่าไม่ใช่เพราะความเครียด อดนอนหรืออนุมูลอิสระทำให้นิดาแก่แน่ๆ…ปัจจัยพวกนั้นต้องใช้เวลานานเป็นปี แต่อาการที่เกิดกับนิดา…มันเกิดขึ้นภายไม่กี่สัปดาห์เองนะเบน…มันเร็วเกินไป และอาการที่เกิดกับนิดา ไม่ใช่แค่นิดามีผมขาว มีรอยเหี่ยวย่น มีกระ มีฝ้า แต่นิดารู้สึกว่ากำลังวังชาก็ถดถอยลงไปมาก”

“นิดากำลังสงสัยอะไร” ชายหนุ่มนิ่วหน้า “นิดาเป็นอะไรกันแน่”

“นิดาก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร” หญิงสาวพึมพำเสียงแผ่ว พร้อมกับถอนใจออกมายาวนาน “เป็นไปได้ว่า นิดาอาจจะกำลังป่วยด้วยโรคบางอย่าง…”

 

เชิงอรรถ :

(1) Anti-oxidant หมายถึงสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีในอาหารหลายอย่าง



Don`t copy text!