พรางพัสตรา บทที่ 25 : ชีวินวิวัฒน์

พรางพัสตรา บทที่ 25 : ชีวินวิวัฒน์

โดย : พงศกร

พรางพัสตรา นวนิยายออนไลน์เรื่องล่าสุดโดย พงศกร ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เมื่อผ้าคลุมผมเจ้าสาวไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งในชุดเจ้าสาว แต่คือสิ่งที่นำ ‘ลดานิดา’ ไปเห็นบางสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม ความรักของเขาคือความจริงหรือความลวง ผ้าคลุมผมเจ้าสาวนี้มีคำตอบ

*************************** 

“มีโรคอะไรแบบนั้นด้วยหรือ” เพราะไม่ใช่หมอ บทจรจึงได้แต่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความประหลาดใจ

“Werner syndrome…กลุ่มอาการเวอร์เนอร์” ลดานิดาพึมพำเสียงสั่น…

ไม่ใช่แค่เสียงเท่านั้นที่สั่น หากทว่าหล่อนรู้สึกสั่นไปทั้งตัว…

นอกจากความสั่นของร่างกาย ลดานิดายังรู้สึกงงๆ เบลอๆ อีกด้วย หรือนี่คือสัญญาณของความชราภาพที่มาเยือนโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว

“ถึงผมจะรู้จักแอนตี้ออกซิแดนท์…แต่ไม่รู้จักโรคเวอร์เนอร์อะไรที่นิดาว่า โรงเรียนเชฟไม่เคยสอน” เขาพยายามพูดให้ตลก หากบทจรรู้สึกว่าลดานิดาไม่ได้ตลกไปด้วย

“กลุ่มอาการเวอร์เนอร์ ไม่ได้พบบ่อยๆ จากผลการสำรวจล่าสุด ทั่วโลกมีคนป่วยแค่หนึ่งร้อยถึงสามร้อยคนเท่านั้น…เพราะฉะนั้น ทางการแพทย์จึงรู้จักโรคนี้ไม่มากนัก กลุ่มอาการเวอร์เนอร์เป็นโรคที่เกิดความผิดปกติกับยีนและโครโมโซมของร่างกาย ทำให้แก่เร็วกว่าปกติ ถ้าเกิดขึ้นในเด็ก เราเรียกว่าโรค Progeria หรือโรคแก่ก่อนวัย”

“เด็กก็เป็นได้หรือ” บทจรเลิกคิ้ว

“ได้สิ” ลดานิดาอธิบาย “โรคนี้เกิดได้ตั้งแต่เด็กอายุหนึ่งหรือสองปี เด็กจะแก่เร็วมาก ผิวหนังเหี่ยวย่น ตาเป็นต้อกระจก หัวใจ ตับ ไต อวัยวะทุกอย่างเสื่อมเหมือนเป็นคนแก่ ส่วนมากเด็กที่เป็นโรคนี้…จะมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึงสิบปี เป็นในเด็กเรียกว่า Progeria แต่ถ้ามาเกิดในผู้ใหญ่ จะเรียกว่า Werner syndrome”

ลดานิดาควบคุมสติให้เสียงหายสั่นก่อนจะเริ่มอธิบาย หากเมื่อเห็นหัวคิ้วที่ขมวดมุ่นของอีกฝ่าย เธอจึงอธิบายให้ละเอียดขึ้น

“โรคเกิดขึ้นเนื่องจากยีนบางตำแหน่งของร่างกายเกิดผิดปกติไป…ที่จริงมีชื่อเลยนะว่ายีนที่ผิดปกติคือตำแหน่งไหน แต่นิดาไม่เล่าดีกว่า ลงรายละเอียดขนาดนั้น เดี๋ยวเบนยิ่งงง”

ดวงตาของหญิงสาวจ้องมองเงาสะท้อนของตนเองในกระจกที่อยู่บนผนัง อาการภาพเบลอๆ มองไม่ชัดที่เกิดขึ้นน่าจะเกิดจากสายตาที่เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน

“เอาเป็นว่าโรคนี้ ส่งผลทำให้ร่างกายทุกส่วนเสื่อมเร็วกว่าวัย ทั้งใบหน้า แขน ขา…ทำให้ผมหงอก คนป่วยเป็นโรคนี้จะแก่เร็วกว่าคนปกติได้ตั้งแต่ 8 เท่าไปจนถึง 10 เท่า…ทำให้คนไข้ที่แม้ว่าจะมีอายุน้อย แต่ร่างกายทุกส่วนจะเปลี่ยนไปเหมือนกับคนสูงวัย…นาฬิกาชีวิตของคนไข้กลุ่มนี้หมุนเร็วกว่าคนปกติ อวัยวะทุกอย่าง หัวใจ ตับ ไต เส้นเลือด มีสภาพเหมือนกับของผู้สูงอายุ นั่นรวมถึงสมองด้วยนะเบน…สมองของคนไข้ก็จะเสื่อมลงไปเรื่อยๆ เหมือนกับสมองของผู้สูงอายุ คนที่เป็นโรคนี้อายุจะสั้นกว่าคนทั่วไป”

“ถ้ารู้รายละเอียดถึงขนาดนี้ แปลว่าต้องรักษาได้สิ” บทจรพึมพำ ความกังวลเริ่มทวีมากขึ้นเรื่อยๆ

“ยังไม่มีวิธีการรักษากลุ่มอาการเวอร์เนอร์” คำตอบของลดานิดาสร้างความสั่นไหวให้กับบทจรอย่างมิอาจห้าม “นาฬิกาชีวิตหมุนไปแล้ว ไม่มีทางย้อนกลับคืน”

“เราจะกังวลไปทำไมกันขนาดนั้น” บทจรแสร้งหัวเราะ เขายื่นมือไปแตะบ่าหญิงสาวและตบเบาๆ “ไม่เอา ไม่เอา…นิดายังไม่ได้เป็นโรคนี้สักหน่อย ถ้านิดาป่วยเป็นเวอร์เนอร์…อย่างน้อยๆ ก็น่าจะมีอาการเตือนมาก่อนใช่ไหม ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ ตื่นขึ้นมาก็เป็นเลย”

“ใช่” ลดานิดาพยักหน้าพร้อมกับถอนใจยาว “มันควรจะมีอาการเตือนมาก่อน ไม่ใช่อยู่ๆ ก็เป็นภายในเวลาไม่กี่วัน…แต่ก็นั่นละ อย่างที่นิดาว่า…เรายังรู้จักโรคนี้ไม่ถ่องแท้ ถ้าจะบอกว่านิดาเป็นเวอร์เนอร์หรือไม่…เราต้องไปตรวจ”

“ที่นิดาชวนผมไปเป็นเพื่อนใช่ไหม” บทจรจ้องมองร่างโปร่งระหงของอีกฝ่าย

ลดานิดายังเป็นลดานิดาคนเดิม เพียงแต่มีวัยวุฒิเพิ่มขึ้นจากครั้งสุดท้ายที่ได้พบกัน เขาไม่อยากบอกเลยว่าลดานิดาในวัยสี่สิบกว่าๆ เช่นนี้ ดูสุขุม ดูสง่างาม และสำหรับเขาลดานิดายังคงงดงามอยู่เสมอ

“ค่ะ” ลดานิดาพยักหน้า “พร้อมไหมเบน”

“ถ้านิดาพร้อม ผมก็พร้อม” เขาตอบซื่อๆ ง่ายๆ ตามความรู้สึก

“รอนิดาประเดี๋ยวนะเบน” หญิงสาวพึมพำ “ขอเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน แล้วเราจะไปพบกับความจริงด้วยกัน”

 

ตึกนั้นอยู่นอกเมืองออกไปไกลจนเกือบถึงปทุมธานี ชีวินวิวัฒน์ เป็นสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งหนึ่งตั้งขึ้นโดยมหาเศรษฐีเจ้าของสายการบินเอกชนชื่อดังชื่อแทนไท

ชื่อของสถาบันแห่งนี้ไม่ค่อยคุ้นหูผู้คนในสังคมมากเท่ากับพิพิธภัณฑ์ผ้าโบราณของผู้เป็นภรรยา แทนไทตั้งชีวินวิวัฒน์ขึ้นมาเงียบๆ ไม่เคยป่าวประกาศ ไม่เคยให้สัมภาษณ์สื่อใดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้

จึงมีแต่เพียงคนใกล้ชิดเท่านั้นที่รู้เรื่องสถาบันชีวินวิวัฒน์ และรู้ว่านอกจากความสนใจด้านจิตวิญญาณแล้ว แทนไทยังสนใจเกี่ยวกับเรื่องชีวิตกับอายุวัฒนะ และนี่คือเหตุผลที่ทำให้เขาตั้งสถาบันแห่งนี้ขึ้นมา

เปล่า…ไม่ใช่เพราะเขาอยากเป็นอมตะ ไม่ใช่เพราะไม่อยากตาย

แทนไทรู้ดีว่าการเกิดแก่เจ็บตาย เป็นวัฏจักรปกติของทุกชีวิต

เขาเพียงแต่อยากค้นหาความลับของชีวิต

ความลับที่อยู่ในเซลล์ของมนุษย์ และหากสามารถไขปริศนานี้ได้ละก็ จะทำให้สามารถป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ ช่วยเหลือผู้คนได้อีกมากมาย

เรื่องเซลล์ของมนุษย์และสิ่งที่อยู่ข้างในเซลล์ ก่อเกิดเป็นคนแต่ละคนนั้น…ไม่ใช่สิ่งใหม่ หากมีคนพูดถึงเรื่องนี้ เมื่อสองพันกว่าปีก่อน

บุคคลผู้นั้นก็คือ พระสมณโคดม หรือพระพุทธเจ้าผู้เป็นศาสดาของศาสนาพุทธนั่นเอง

เมื่อแทนไทมาศึกษาพุทธศาสนาอย่างจริงจัง เขาได้พบว่าพระพุทธเจ้าเคยตรัสอธิบายเรื่องเซลล์ของมนุษย์มาแล้ว หากแต่ศัพท์ที่พระองค์ใช้ในช่วงพุทธกาล กับศัพท์ที่นักวิทยาศาตร์ใช้ในปัจจุบัน มีความแตกต่างกัน

ในพระไตรปิฎกกล่าวไว้ว่า มนุษย์ถือกำเนิดขึ้นจากปัจจัยสามประการ ได้แก่ การที่บิดามารดาอยู่ร่วมกัน มารดามีระดู และมีคันธัพพะหรือมีการปฏิสนธิของดวงวิญญาณ

เมื่อองค์ประกอบทั้งสามมารวมตัวกันอย่างครบถ้วน ก็จะเกิดการปฏิสนธิชีวิตใหม่ขึ้น เรียกว่ากลลรูป ซึ่งถ้าเทียบกับทางวิทยาศาสตร์แล้ว กลลรูปที่พระพุทธเจ้าตรัสถึง ก็คือ Zygote หรือเซลล์ตัวอ่อนนั่นเอง

องค์พระศาสดายังทรงตรัสลึกซึ้งลงไปถึงระดับโมเลกุล

เพราะพระองค์ตรัสด้วยว่าภายในกลลรูปมีโครงสร้างอยู่ด้วยกันสามอย่าง คือ กายทสกะ  ซึ่งทําหน้าที่เก็บข้อมูลเพื่อบ่งชี้และพัฒนาลักษณะทางกายภาพของร่างกาย, ภาวทสกะ ทําหน้าที่กําหนดเพศมนุษย์ตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิและพัฒนาลักษณะทางกายภาพที่เกี่ยวกับเพศ และหทัยทสกะ อันเป็นที่ตั้งของจิตและความรู้สึกนึกคิดต่างๆ

เมื่อเทียบกับวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันแล้ว กายทสกะก็คือยีนและสารพันธุกรรม ภาวทสกะก็คือโครโมโซมเอกซ์และโครโมโซมวายที่กำหนดเพศของมนุษย์ และหทัยทสกะก็คือนิวเคลียสหรือใจกลางของเซลล์ ที่ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการของเซลล์นั่นเอง

“ชีวินวิวัฒน์”

บทจรมองดูป้ายหน้าอาคาร ก่อนจะหันมาทางหญิงสาว

“สถาบันอะไร นิดารู้จักได้อย่างไร ผมไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน”

“สถาบันวิจัยเกี่ยวกับเซลล์และความแก่เฒ่าของมนุษย์” ลดานิดาพยายามจะอธิบาย “คุณแทนไทเป็นผู้ก่อตั้ง เขาสนใจเรื่องนี้มานานแล้ว เคยเสนอไปทางรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข แต่ไม่มีใครสนใจ หาว่าเขาเพ้อเจ้อ”

“ก็เลยมาตั้งสถาบันเสียเอง” บทจรพยักหน้า เขารู้จักมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเมืองไทย “คนมีเงินอย่างเขา จะทำอะไรก็ได้”

“แต่คุณแทนไทเลือกที่จะไม่ทำก็ได้ เพราะสถาบันแห่งนี้ต้องใช้เงินทุนเยอะมาก” ลดานิดาว่า “อีกทั้งยังมองไม่เห็นเลยด้วยซ้ำว่า ชีวินวิวัฒน์จะทำกำไรหรือทำเงินให้เขาได้อย่างไร”

“ทำเพื่อวิชาการ…ว่างั้น” บทจรไม่อยากเชื่อ เขาไม่เคยเห็นคนที่จะลงทุนทำอะไรโดยไม่หวังผลตอบแทน แทนไทเป็นนักธุรกิจ จะทำอะไรสักอย่างต้องคิดคำนวณแล้วว่าคุ้มค่า

“นิดาอยากให้เบนเข้าไปเห็นข้างในสถาบันก่อน อย่าเพิ่งตัดสิน” ลดานิดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ประสบการณ์และความลำบากในชีวิตของบทจรทำให้ชายหนุ่มไม่เชื่อใจใครง่ายๆ

“แล้วนิดารู้จักได้อย่างไร” เขายังอยากได้คำตอบ

“ดอกเตอร์บาร์บาร่า แมคคลินท็อค…อาจารย์ที่สอนวิชาเวชศาสตร์ชะลอวัยของนิดาค่ะ เธอรู้จักและสนิทสนมเป็นอย่างดีกับคุณแทนไท”

หญิงสาวเล่าขณะเลี้ยวรถไปจอดในลานกว้าง เธอผ่านยามรักษาความปลอดภัยเข้ามาได้เพราะมีสติกเกอร์พิเศษติดบนกระจกหน้า

“ดอกเตอร์บาร์บาร่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องเซลล์วิทยา เธอสนใจทำงานวิจัยเพื่อหาคำตอบว่าเหตุใดคนเราจึงแก่ลง เหตุใดแต่ละคนจึงแก่ไม่เท่ากัน บางคนแก่เร็ว บางคนแก่ช้า ผลงานวิจัยของดอกเตอร์บาร์บาร่าได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๖ เธอค้นพบว่าการที่เซลล์ของเราแก่ตัวลงเพราะมีชิ้นส่วนบางอย่างที่หุ้มอยู่ตรงปลายของโครโมโซมค่อยๆ หลุดล่อนไป…พอคุณแทนไทตั้งสถาบันแห่งนี้ ก็เลยเชิญดอกเตอร์บาร์บาร่ามาเป็นที่ปรึกษา”

“อืม…” บทจรครางเสียงแผ่วต่ำในลำคอ

“คุณแทนไทสนใจเรื่องสมุนไพรของไทยบางตัว เขาพบว่าคนที่บริโภคสมุนไพรกลุ่มนั้นเป็นประจำจะมีสุขภาพแข็งแรงกว่าคนกลุ่มอื่น เลยพยายามจะทำวิจัยเพื่อหาคำตอบว่าสมุนไพรที่ว่าสามารถชะลอความแก่ของเซลล์ได้จริงหรือไม่ พอเล่าให้ดอกเตอร์บาร์บาร่าฟัง เธอก็สนใจเช่นกัน…สมุนไพรพวกนี้ ถูกนำไปประกอบในตำรายาอายุวัฒนะสมัยโบราณกันอย่างแพร่หลาย…หากพิสูจน์ได้ว่าช่วยชะลอวัยได้จริง ก็จะมีประโยชน์กับผู้คนมากมาย”

“สมุนไพร…อะไรครับ” บทจรอยากรู้

“นิดายังบอกไม่ได้” ลดานิดาถอนใจ “เป็นความลับของทางสถาบัน”

“งั้นผมไม่ถามละ” บทจรยักไหล่ “ว่าแต่…ดอกเตอร์อาจารย์ของนิดา เธอยังทำงานอยู่ที่สถาบันนี้หรือครับ”

“เธอมาอยู่ที่นี่ตอนเริ่มต้นค่ะ มาช่วยวางระบบและสอนคนให้มีความรู้เรื่องเครื่องมือต่างๆ ส่วนฉัน…ในฐานะลูกศิษย์คนไทยคนเดียวของเธอ เข้ามาช่วยดูแลเทกแคร์ดอกเตอร์บาร์บาร่า ทำให้รู้จักทั้งคุณแทนไท และกลายเป็นแขกพิเศษของสถาบันแห่งนี้ยังไงคุณ”

ลดานิดาเอื้อมมือไปหยิบบัตรแข็งจากกระเป๋าสองใบ ส่งให้บทจรหนึ่งใบ เขารับไปและเห็นโลโก้ของสถาบันชีวินวิวัฒน์ปรากฏอยู่นั้น

“บัตรผ่านค่ะ ถึงดอกเตอร์บาร์บาร่าจะไม่อยู่แล้ว แต่ฉันได้รับอนุญาตให้เข้าออกที่นี่ได้เสมอ”

ลดานิดาหันไปยิ้มให้ยามที่ยืนอยู่หน้าอาคาร เธอแสดงบัตรใบหนึ่งให้เขาเห็นและผ่านเข้าไปข้างในได้โดยสะดวก

“ดอกเตอร์ทำงานอยู่ที่สถาบันแห่งนี้ราวสองถึงสามปี” ลดานิดาหันมาเล่าต่อ “จนทุกอย่างเริ่มเข้าที่ก็กลับไปสอนหนังสือที่อเมริกาเหมือนเดิม ปล่อยให้ลูกศิษย์ของเธอสองสามคนอยู่ที่นี่และทำวิจัยให้คุณแทนไทต่อ…และวันนี้ ฉันจะมาพบกับหนึ่งในนั้น…”

“เฮ้…”

เสียง ‘หนึ่งในลูกศิษย์’ ของดอกเตอร์บาร์บาร่าเอ่ยทักทายทันทีที่เห็นลดานิดาเดินเข้าไปในห้องทำงานที่กรุด้วยกระจกใส

“นิดา…ลมอะไรหอบคุณมาได้ นี่เราไม่ได้เจอกันนานแค่ไหนแล้วนะ”

“แฟรงค์…นี่เพื่อนของฉัน…เบน…” ลดานิดาแนะนำบทจร “เบน…นี่คุณหมอแฟรงค์ เพื่อนของนิดาเองค่ะ”

“สวัสดีครับเบน ยินดีที่ได้รู้จัก” แฟรงค์เป็นชายหนุ่มผมสีทอง ตาสีฟ้า ท่าทางเปิดเผย เขาเอ่ยทักทายบทจรเสียงดังฟังชัด ก่อนจะหันไปหาลดานิดา สายตาจ้องมองหญิงสาวด้วยความประหลาดใจ

“เดี๋ยวก่อนนิดา…” บทจรเห็นร่องรอยประหวั่นปรากฏขึ้นในดวงตาสีฟ้าสวย ก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว “เกิดอะไรขึ้นกับคุณ…คุณแก่ลงไปราวกับผู้หญิงอายุสี่สิบ…”

“นี่ละ…ฉันถึงต้องมาหาคุณในวันนี้”

“มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร” แฟรงค์วางแก้วกาแฟในมือลง นัยน์ตายังมองไล่เรื่อยไปบนเรือนร่างของลดานิดาราวจะเก็บรายละเอียดทั้งหมด น้ำเสียงที่นายแพทย์ชาวอเมริกันถามหญิงสาว เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด

“ฉันเพิ่งสังเกตเห็นชัดๆ หลังกลับจากเวนิส…ระยะเวลาไม่เกินหนึ่งเดือน” ลดานิดานิ่งนึก “ตอนแรกมันเกิดขึ้นแค่ริ้วรอย…ฉันคิดว่าเพราะตัวเองอดนอน หรือความเครียด แต่หลังจากนั้น ผมก็เริ่มขาว ริ้วรอยเริ่มมากขึ้น…ฉันรู้สึกตัวว่าเหนื่อยมากขึ้น แถมตอนนี้เริ่มปรากฏมีกระ มีฝ้า…ฉันกำลังแก่ตัวลงไปเรื่อยๆ ในอัตราที่รวดเร็วกว่าคนปกติหลายเท่า”

“ต้องตรวจเทโลเมียร์ก่อน” นายแพทย์แฟรงค์เอ่ยศัพท์แปลกๆ ที่ไม่คุ้นหู “เห็นค่าความยาวของเทโลเมียร์แล้วถึงจะพยากรณ์ได้ว่าเกิดอะไรกับคุณแน่”

“นี่ละ…ฉันถึงมาหาคุณ” ลดานิดาว่า

“ไป…เข้าไปในแล็บด้วยกันตอนนี้เลย เราจะเจาะเลือดคุณในนั้น” เขาหมายถึงห้องปฏิบัติการที่อยู่ทางด้านหลัง “ส่วนคุณเบน…คุณเข้าไปไม่ได้ นั่งรออยู่ที่นี่ประเดี๋ยว”

ประโยคท้าย นายแพทย์หนุ่มหันมาบอกกับบทจร และลดานิดาก็ส่งยิ้มพร้อมกับบอกเขาว่า

“ไม่ต้องห่วงนะเบน…ไม่นานหรอกค่ะ แค่เจาะเลือด…เสร็จแล้วนิดาจะออกมาอธิบายให้คุณเข้าใจว่าเทโลเมียร์คืออะไร แล้วทำไมเราต้องดั้นด้นมาถึงสถาบันแห่งนี้…”



Don`t copy text!