พรางพัสตรา บทที่ 26 : เทโลเมียร์

พรางพัสตรา บทที่ 26 : เทโลเมียร์

โดย : พงศกร

พรางพัสตรา นวนิยายออนไลน์เรื่องล่าสุดโดย พงศกร ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เมื่อผ้าคลุมผมเจ้าสาวไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งในชุดเจ้าสาว แต่คือสิ่งที่นำ ‘ลดานิดา’ ไปเห็นบางสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม ความรักของเขาคือความจริงหรือความลวง ผ้าคลุมผมเจ้าสาวนี้มีคำตอบ

*************************** 

“เอาละ นิดาจะเล่าให้ผมฟังได้หรือยังว่าเทโลเมียร์คืออะไร” บทจรถามหญิงสาว ขณะเดินทางกลับจากสถาบันชีวินวิวัฒน์เข้าเมือง

ระหว่างที่รอลดานิดาเจาะเลือด เขาลองใช้โทรศัพท์มือถือสืบค้นข้อมูลเรื่องเทโลเมียร์ หากพบรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้น้อยมาก ที่มีให้อ่าน ศัพท์แสงที่ใช้ในบทความก็ยากและอ่านไม่เข้าใจ

“ได้สิเบน” ลดานิดาพยักหน้า ดวงตายังไม่ละไปจากถนน

ตอนแรกบทจรเห็นหญิงสาวดูเหนื่อยๆ เลยอาสาจะขับให้ หากลดานิดาไม่ยอม เพราะชายหนุ่มจากเมืองไทยไปนาน ไม่คุ้นชินกับท้องถนนและเส้นทางที่ตัดใหม่

“นิดาต้องเริ่มเล่าจากเรื่องเซลล์ของมนุษย์ก่อน…เบนคงเคยเรียนมาว่าภายในเซลล์ของคนเรามีโครโมโซมอยู่เป็นจำนวนมาก โครโมโซมมีหน้าที่ควบคุมการทำงานของเซลล์ การแบ่งเซลล์ โครโมโซมอยู่กันเป็นคู่ๆ หน้าตาของมันคล้ายกับปาท่องโก๋นั่นเลย”

ลดานิดาเปรียบเทียบให้บทจรเห็นภาพ หล่อนพยายามเล่าให้ง่ายที่สุด เนื่องจากชุดข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลเชิงลึก หากเล่าด้วยศัพท์แสงทางการแพทย์ คนฟังย่อมจะไม่เข้าใจและพานเบื่อได้ง่ายๆ

“แบบนี้พอนึกออกละ…ผมเคยเห็นรูปโครโมโซม” บทจรพยักหน้า “เหมือนปาท่องโก๋จริงๆ อย่างที่นิดาว่านั่นละ”

“เอาละ” ลดานิดาเล่าต่อ “ทีนี้ถ้าเบนมีกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน แล้วเอามาส่องดูโครโมโซม จะเห็นที่ปลายของปาท่องโก๋มีอะไรหุ้มอยู่ คล้ายๆ กับคนสวมถุงเท้า…เทโลเมียร์คือส่วนปลายของโครโมโซมนั่นเอง ที่เราให้ความสำคัญก็เพราะว่าเทโลเมียร์มีหน้าที่ปกป้องโครโมโซมเอาไว้ และทุกครั้งที่โครโมโซมมีการแบ่งตัว เทโลเมียร์ก็จะขาดหายไป จะสั้นลงไปเรื่อยๆ…นี่คือกระบวนการปกติของร่างกาย…เมื่อโครโมโซมแบ่งตัวไปจนถึงจุดหนึ่ง เทโลเมียร์ก็จะสั้นจนถึงที่สุดและโครโมโซมก็ไม่สามารถแบ่งตัวได้อีกต่อไป”

“อ้าว…แล้วแบบนี้จะเกิดอะไรขึ้นต่อล่ะนิดา” บทจรนิ่วหน้า วิทยาศาสตร์กับเขาไม่ถูกกันเอาเสียเลย

“เมื่อโครโมโซมแบ่งตัวไม่ได้ เซลล์ก็จะเกิดความเสื่อม หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Aging Process…กระบวนการแก่ตัวลงของมนุษย์ ซึ่งก็ต้องบอกว่านี่คือกระบวนการปกติของสิ่งมีชีวิตอีกนั่นละ”

“อา…” บทจรส่งเสียงคราง เขาพยักหน้าและว่า “ผมพอเข้าใจแล้ว…นี่ถ้าเราหาวิธีหยุดยั้งไม่ให้เทโลเมียร์สั้นลงได้ โครโมโซมก็จะไม่เสื่อมโทรมลง นั่นก็เท่ากับสามารถหยุดยั้งความแก่ของมนุษย์ได้”

“ถูกต้อง หัวไวนี่เรา….” ลดานิดาส่งยิ้มให้นักเรียนของเธอ

“ถึงเรียนไม่เก่ง แต่ไม่โง่นะ” ชายหนุ่มหัวเราะชอบใจ อดนึกไปถึงวัยเด็กที่ลดานิดาชอบชวนเล่นครูกับนักเรียนไม่ได้

แน่นอน เด็กหญิงจะเล่นเป็นครูและเขาต้องเล่นเป็นนักเรียนเสมอ

หลายครั้งบทจรรู้สึกเบื่อ อยากเปลี่ยนไปเล่นเป็นครูบ้าง แต่ลดานิดาไม่ยอม บอกว่าเขาเรียนหนังสือไม่เก่ง จะมาสอนคนอื่นได้อย่างไร ทำให้บทจรต้องยอมรับบทนักเรียนต่อไป

“แต่โชคไม่ดีที่ทุกวันนี้ เรายังไม่มียาอะไรมาหยุดยั้งกระบวนการนี้ได้” ลดานิดาพูดต่อ องค์ความรู้เรื่องนี้ถูกหยิบยกมาพูดกันมากในกลุ่มหมอเวชศาสตร์ชะลอวัย เพราะเป็นกุญแจดอกสำคัญในการดูแลสุขภาพของผู้คน

“ถ้ามียาอะไรสักอย่างที่ทำได้…ยานั้นต้องเป็นยาอายุวัฒนะแน่นอน” ชายหนุ่มพึมพำ

“ใช่เลย” ลดานิดาว่า “ถ้าลองดูประวัติศาสตร์ เบนจะเห็นว่าเป็นเวลาหลายร้อยหลายพันปีมาแล้ว ที่มนุษย์พยายามค้นหายามายืดอายุของคน ทำให้คนเป็นอมตะ ไม่แก่ ไม่เฒ่า ยาอายุวัฒนะที่จิ๋นซีฮ่องเต้ลงทุนส่งกองเรือออกไปทั่วโลกเพื่อค้นหา ยาอายุวัฒนะตำรับที่ฟาโรห์ จักรพรรดิ และกษัตริย์มากมายต้องการไว้ในครอบครอง…คนเรามีความพยายามค้นหาเรื่องนี้มาตั้งแต่โบราณกาลแล้ว แต่ยังไม่มีใครเคยค้นพบ…”

“นี่คือเหตุผลที่นิดามาตรวจเทโลเมียร์” เขาเริ่มเข้าใจทุกอย่าง

“ใช่…นิดาต้องการตอบคำถามว่า ขณะนี้…นิดาอายุเท่าไรกันแน่” ลดานิดากล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น “นิดากำลังป่วยเป็นโรคแก่ก่อนวัยจริงๆ หรือเปล่า”

“ก็ดี” บทจรถอนใจหนักหน่วง “เป็นผม ผมก็อยากรู้เหมือนนิดานั่นละ ว่าอะไรเกิดขึ้นกับตัวเองกันแน่”

“ใช่” ลดานิดาพยักหน้า “การวัดความยาวของเทโลเมียร์ นอกจากจะทำให้เรารู้ว่าเซลล์กำลังเสื่อมลง ยังจะทำให้เรารู้อายุชีวภาพหรือ Biological Age ที่แท้จริงของร่างกายอีกด้วย”

“คราวนี้ผมโง่แล้วละนิดา” บทจรยกมือเกาศีรษะแกรก คำศัพท์ประหลาดโผล่มาอีกแล้ว “ช่วยอธิบายหน่อย”

“เป็นแบบนี้ยังไงเบน…อายุของคนเราน่ะ ถ้านับตามเวลาปฏิทิน จะเรียกว่า Chronological Age ส่วนอายุที่แท้จริง…นิดาหมายถึงอายุ ที่วัดตามความอ่อนความแก่ของเซลล์ เราจะเรียกว่าอายุชีวภาพ…อย่างที่นิดาพูดถึงเมื่อตะกี้…อายุชีวภาพ ไม่ใช่อาวุธชีวภาพ อย่าสับสนนะ คนละอย่างกัน”

หญิงสาวหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหักพวงมาลัย เลี้ยวรถขึ้นสู่ถนนใหญ่ สายที่อ้อมกรุงเทพฯ ไปยังชานเมืองด้านทิศใต้

“อ้าว…นิดาไม่ต้องไปคลินิกหรือ” บทจรสงสัย เพราะลดานิดากำลังขับรถไปทางบ้านสวนของเขา

“ไม่ค่ะ” ลดานิดาส่ายหน้า “นิดาโทรไปบอกให้พยาบาลเลื่อนนัดคนไข้แล้ว…สภาพหน้าตาแบบนี้ นิดาไม่พร้อมจริงๆ”

“แล้ว…ทำไม” เขาบุ้ยใบ้ไปทางถนนตรงหน้า “ไปทางนี้”

“นิดาก็จะพาเบนไปส่งบ้านยังไง…ป่านนี้คงมีคนรออยู่แล้ว” อดจะประชดมิได้

“พ่อกับแม่ผมสิครับที่รอ” บทจรว่า “ถ้าหมายถึงแจน…เขาไม่รอผมหรอก”

“ทำไม…” เกือบหลุดปากถามไปแล้วว่าทำไม เขาและแจนิซมีปัญหากันอย่างนั้นหรือ หากยั้งไว้ทัน เรื่องอะไรจะถาม…ไม่ได้สำคัญสำหรับหล่อนสักหน่อย

“นิดาหมายถึงว่า ทำไมเราไม่คุยเรื่องเทโลเมียร์กันต่อล่ะ นิดายังเล่าไม่จบเลย”

“อ้ะ…เล่ามา” เขาจ้องมองหญิงสาวอย่างรู้ทัน

“ที่นิดาพูดถึงอายุปฏิทินกับอายุทางชีวภาพ ก็เพราะว่าคนบางคน…อายุทั้งสองแบบนี้ไม่สอดคล้องกัน”

ครั้นพอเหลือบไปเห็นบทจรอ้าปากหวอ ลดานิดาเลยเล่าต่อ

“คนบางคนอายุสี่สิบ แต่ดูแก่กว่าวัย พอตรวจอายุชีวภาพปรากฏว่าอายุเลยปีปฏิทินไปเป็นเจ็ดสิบปีแล้วก็มี บางคนอายุหกสิบ แต่ดูเด็กมาก ตรวจอายุชีวภาพพบว่าเพิ่งจะอายุแค่สี่สิบห้าเท่านั้น…แบบนี้ก็มีให้เห็นบ่อยๆ…เด็กๆ ที่เป็นโรคแก่ก่อนวัย ผู้ใหญ่ที่ป่วยเป็นกลุ่มโรคเวอร์เนอร์ก็เป็นแบบนี้…เทโลเมียร์ของพวกเขาสั้นลงไปอย่างรวดเร็ว ไม่สัมพันธ์กับอายุปฏิทิน”

“ดังนั้น การจะรู้ว่าอายุชีวภาพของคนเราเป็นเท่าไรกันแน่…ก็เลยต้องตรวจเทโลเมียร์” บทจรเข้าใจสิ่งที่ลดานิดาพยายามอธิบาย…เข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่งในตอนนั้น

“ใช่” ลดานิดาพยักหน้า “เราตรวจเทโลเมียร์ได้จากเลือด แต่การตรวจเทโลเมียร์ในปีนี้…ถือว่ายังอยู่ในขั้นตอนการทดลอง เฉพาะห้องปฏิบัติการใหญ่ๆ ในอเมริกาและยุโรปเท่านั้นที่สามารถตรวจได้…และอีกที่ก็คือ…ชีวินวิวัฒน์ของคุณแทนไท”

“ผลตรวจจะออกเมื่อไรครับ” บทจรอยากรู้

“อีกประมาณสองสัปดาห์จ้ะเบน” ลดานิดาพึมพำ “ถึงตอนนั้น เราจะได้รู้กันเสียทีว่า…อายุชีวภาพของนิดาเป็นเท่าไรกันแน่”

“สมมุติ” บทจรกลืนน้ำลาย

ดวงตาคู่คมจ้องมองหญิงสาวด้วยความห่วงใย เรือนผมของลดานิดามีสีขาวแซมจนเห็นได้ชัด ยิ่งเมื่ออยู่ในแสงแดดบ่ายที่ส่องผ่านหน้าต่างรถเข้ามาตกต้อง บทจรยิ่งเห็นความเปลี่ยนแปลงในร่างกายของลดานิดา

“สมมุติว่าอายุชีวภาพของนิดา…เกินอายุจริงไปมาก…เรายังมีหนทางแก้ไขได้…ใช่ไหม”

“ไม่ได้” ลดานิดาเสียงแผ่ว “เราห้ามความแก่ไม่ได้หรอกเบน เกิด แก่ เจ็บ ตายเป็นวัฏจักรของชีวิต…แต่กระนั้นก็มีผู้คนมากมายพยายามหาวิธีการจะเป็นอมตะ ซึ่งถ้าใครทำได้แบบนั้นคงรวยไม่รู้เรื่อง และถ้าถึงเวลานั้นจริงๆ ประชากรก็คงจะล้นโลกจนทรัพยากรไม่เพียงพอ และเกิดความวุ่นวายกันยกใหญ่”

เมื่อเห็นดวงหน้าคมสันเผือดสีไป ลดานิดาก็เอ่ยเสริมขึ้นว่า

“อย่างน้อยก็ในเวลานี้นะเบน…แม้ว่าเรายังไม่สามารถรักษาโรคแก่ก่อนวัย กลุ่มอาการเวอร์เนอร์ โรคซึ่งเกิดเนื่องจากการที่เทโลเมียร์สั้นได้…แต่ใครจะรู้นะเบน…ต่อไปในอนาคตก็ไม่แน่ กำลังมีการวิจัยเอนไซม์ชนิดหนึ่งคือเทโลเมอเรส…ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่สามารถต่อเติมความยาวเทโลเมียร์และซ่อมเทโลเมียร์ที่สั้นให้ยาวขึ้น โดยใช้กระบวนการทางพันธุกรรม ดีเอ็นเอ และยีน”

“ผมเข้าใจแล้ว…” บทจรเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว “ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณแทนไทถึงตั้งสถาบันชีวินวิวัฒน์ขึ้นมา”

“คุณแทนไทสนใจเรื่องนี้มาก เพราะมองว่าจะมีประโยชน์กับมวลมนุษยชาติในอนาคต…การวิจัยเรื่องเทโลเมียร์เป็นเรื่องที่ต้องใช้กำลังกาย กำลังใจและกำลังเงินมาก และอาจจะไม่สำเร็จในชั่วชีวิตของเราด้วยซ้ำ คนที่ยอมลงทุนขนาดนี้ ต้องมีวิสัยทัศน์ที่ไกลเกินกว่าใครจะคาดคิด”

ลดานิดาเล่าที่มาที่ไปของโครงการของแทนไท

“และเพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหม่มาก ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์มากพอที่จะมาสนับสนุน ทำให้หน่วยงานรัฐบาล มหาวิทยาลัย และแพทย์บางกลุ่มไม่เห็นด้วย เพื่อตัดปัญหาเรื่องความขัดแย้ง คุณแทนไทเลยตัดสินใจตั้งสถาบันขึ้นมาเสียเอง โดยขอความช่วยเหลือจากดอกเตอร์บาร์บาร่าและสถาบันของเธอ”

“ถึงแม้ว่าในวันนี้ เรายังไม่สามารถยืดความยาวเทโลเมียร์ได้ แต่เรามีวิธีการ…เอ้อ…” เขาเหลือบมองเสี้ยวหน้าของลดานิดา “มีวิธีการที่จะชะลอความเสื่อมของเทโลเมียร์ ทำให้ช้าลงได้ไหมนิดา”

“มี” ลดานิดาพยักหน้า “มีวิธีการมากมายเลยเชียวละเบน เคล็ดลับในการดูแลรักษาเทโลเมียร์ ต้องเริ่มจากตัวเรา…ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตเสียใหม่ จากที่เคยนอนน้อย ก็ควรนอนหลับให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละแปดชั่วโมง ถ้าจะให้ดีควรเข้านอนก่อนสี่ทุ่ม”

“สี่ทุ่ม” บทจรกะพริบตาถี่ๆ “เวลาเข้านอนสำคัญด้วยหรือ”

“สำคัญมากเชียวละ” เมื่อได้อธิบายถึงเรื่องที่ชำนาญ สีหน้าของลดานิดาก็เต็มไปด้วยความสุข “ การนอนให้ได้วันละแปดชั่วโมงเป็นเรื่องสำคัญ แต่เวลาเข้านอนก็สำคัญไม่แพ้กัน ที่ต้องนอนก่อนสี่ทุ่ม เพราะว่าร่างกายจะมีการหลั่งฮอร์โมนส์ชนิดหนึ่งชื่อเมลาโทนิน…ซึ่งมีผลกับการนอนและการซ่อมแซมเซลล์ของคนเรา เมลาโทนินจะหลั่งมากในช่วงห้าทุ่มถึงราวๆ ตีหนึ่ง หลังจากนั้นก็จะลดลง ถ้าเรานอนดึกมาก เมลาโทนินก็จะหลั่งน้อย ส่งผลเสียมากกว่าผลดี”

“โอ้โห…” บทจรพึมพำ “ผมไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้เลย…ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่ามันสำคัญมาก”

“สำคัญมากจริงๆ” ลดานิดายืนยัน “บางคนแค่ปรับเวลานอนให้ดี ให้เหมาะสมร่างกายก็กลับมาดีได้เองโดยที่ไม่ต้องทำอะไรมากเลยนะเบน…”

“แล้วนอกจากการนอน ยังมีอะไรอีกไหมครับ จะช่วยยืดอายุของเทโลเมียร์”

“น้ำดื่ม…ทุกคนควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละสองลิตร” ลดานิดาอธิบายคล่องแคล่ว “รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ”

“เรื่องนี้ผมรู้” บทจรหัวเราะชอบใจ “โรงเรียนเชฟสอนผมมาละเอียดมาก นิดาลองฟังดูว่าถูกต้องไหม…อาหารที่ดีต่อสุขภาพ เราจะต้องลดอาหารที่ใช้สารปรุงแต่ง เลี่ยงอาหารจานด่วน อาหารประเภทนม เนย ไขมันจากสัตว์ อาหารที่มีรสจัด ทั้งหวานจัดเค็มจัด หรือมันจนเกินไป พยายามกินผักและเส้นใยให้ได้สัดส่วน”

“ถูกเผงเลยเบน” ลดานิดาพลอยหัวเราะไปด้วย “นิดาจองตัวไว้เลยนะ เดี๋ยวโรงพยาบาลของนิดาเปิด เบนต้องมาช่วยนิดาด้วยนะ”

“ได้สิ” เขาพยักหน้า “แล้วยังมีอะไรอีกไหมที่เราควรทำ เพื่อช่วยชะลอความยาวของเทโลเมียร์”

“ยังมีอีกหลายอย่างเลย” ลดานิดาว่า “ออกกำลังกายให้หัวใจได้เต้นแรง แบบที่เรียกกันว่าคาร์ดิโอ”

“ผมรู้ครับครูนิดา” บทจรยกมือเหมือนตอนเล่นครูกับนักเรียน “ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ต่างจากการออกกำลังกายทั่วไป…ทำได้โดยการวิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ถ้าไม่มีเวลา ให้พยายามขยับตัวหรือเดินให้ได้วันละหนึ่งหมื่นก้าว”

“และเราต้องดูแลสุขภาพจิตของตัวเองให้มีความสดใสด้วยนะเบน” ลดานิดาอธิบายต่อ “ต้องไม่เครียด ไม่วิตกกังวลจนเกินไป พักการใช้สมอง ลดละเลิกการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์”

“ฟังดูดีมาก” บทจรวิเคราะห์ “แต่หลายอย่างที่นิดาบอกผม…นิดาทำไม่ได้สักอย่าง โดยเฉพาะเรื่องความเครียด เรื่องนอนดึก”

“ฉันก็พยายามอยู่” ลดานิดาไม่เถียง เพราะบทจรพูดเป็นเรื่องจริง

“ไม่ต้องห่วง เรื่องนี้สำคัญมาก…” บทจรยิ้มร่า “ต่อไปนี้ผมจะคอยควบคุมนิดาเอง ผมจะช่วยนิดาชะลอความเสื่อมของเทโลเมียร์ให้ได้”

“ควบคุมนิดา…” ลดานิดาทำตาโต เธอเลี้ยวรถเข้าไปตามถนนสายเล็กๆ ที่ทอดไปสู่บ้านสวนของร้อยเอกขจร “เบนจะทำยังไง”

“เอาเถอะน่ะ” บทจรทำเสียงมีเลศนัย “แล้วนิดาก็จะรู้เองละ ว่าผมจะทำยังไง”



Don`t copy text!