พรางพัสตรา บทที่ 28 : คนเราต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ…เข้าใจไหม

พรางพัสตรา บทที่ 28 : คนเราต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ…เข้าใจไหม

โดย : พงศกร

พรางพัสตรา นวนิยายออนไลน์เรื่องล่าสุดโดย พงศกร ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เมื่อผ้าคลุมผมเจ้าสาวไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งในชุดเจ้าสาว แต่คือสิ่งที่นำ ‘ลดานิดา’ ไปเห็นบางสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม ความรักของเขาคือความจริงหรือความลวง ผ้าคลุมผมเจ้าสาวนี้มีคำตอบ

*************************** 

ขับรถกลับพร้อมกับความคิดมากมายที่เกิดขึ้น ทั้งดีและร้าย จนถึงคอนโดฯ แล้วนั่นละ ลดานิดาจึงเพิ่งสังเกตว่าโทรศัพท์มือถือดับสนิท แบตเตอรี่หมดไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่ทันรู้ตัว

ทันทีที่เสียบสายชาร์จและโทรศัพท์กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง หน้าจอก็แสดงให้เห็นว่าพีธันดรโทร.หานับสิบสาย ลดานิดากำลังจะกดโทร.กลับไปหาเขา ก็พอดีกับดาราหนุ่มโทร.เข้ามาเสียก่อน

“หายไปไหนมาครับนิดา ทำไมปิดมือถือ ผมเป็นห่วงนะ” ว่าที่เจ้าบ่าวของเธอถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ฟังไม่รู้เลยว่าเขากำลังรู้สึกอย่างไร

“นิดา…เอ้อ…” เธอนิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะตอบตามตรง “ไปทานข้าวบ้านลุงขจรมาค่ะ ไม่ได้ปิดมือถือ แต่แบตหมด นิดาไม่ทันสังเกต”

“ไปไกลนี่ครับ” พีธันดรว่า “น่าจะชวนผมไปเป็นเพื่อนนะ”

“ลดาตั้งใจไม่ชวนค่ะ ก็พีทไม่ชอบลุงขจรไม่ใช่หรือ” ลดานิดาย้อนถามเสียงเรียบ “จะได้ไม่ลำบากใจ”

พีธันดรฟังแล้วถึงกับนิ่งไปพักใหญ่ เพราะไม่คิดว่าหญิงสาวจะพูดตรงแบบนี้

“แล้วนิดาเป็นยังไงบ้าง ไม่ได้คุยกันหลายวันแล้ว” เขาถามหลังจากตั้งหลักได้

“ก็ไม่เป็นยังไงค่ะ” เธอตอบเสียงแผ่ว ไม่เล่าเรื่องความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตนเอง เพราะเล่าไปพีธันดรก็คงไม่เข้าใจ หรือถ้าเขาจะเข้าใจ ก็คงช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี

“ผมก็นึกว่าไม่สบายไปหรือเปล่า วันนี้แวะไปหาที่คลินิก พยาบาลบอกว่านิดาไม่เข้า” เขาว่า

“พีทไปหานิดา…มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ” ถามสักหน่อย อยากรู้ว่าเขาจะพูดอะไร

“ไม่มีครับ” เขาเปลี่ยนมาทำเสียงอ้อน “ผมไปหานิดา ต้องมีธุระด้วยเหรอ”

ลดานิดานิ่ง ไม่รู้จะตอบอะไร หากเป็นก่อนหน้านี้สักหนึ่งเดือน เธอคงรู้สึกดีที่พีธันดรใส่ใจเธอถึงขนาดนี้

“ผมถ่ายละครเสร็จไว คิดถึงนิดาเลยแวะไปหา ตั้งใจว่าจะรับไปทานข้าวเย็นด้วยกัน” พีธันดรพูดเรื่อยเจื้อย “เห็นวันนี้คลินิกเปิดขายชุดตรวจสุขภาพราคาพิเศษด้วยนี่ครับ เพิ่งขายเป็นวันแรกใช่ไหมครับ มีคนสนใจกันเยอะมากๆ…หมอเพชรบอกว่าเป็นความคิดของนิดา ผมว่าโปรเจกต์นี้ดีมากๆ เลยนะ เหมือนคืนกำไรให้ลูกค้า ผมว่าอีกหน่อยคลินิกอื่นจะต้องเลียนแบบบ้างแน่นอน”

ฟังแล้วโทสะเหมือนจะพลุ่งพล่านขึ้นอีกครั้ง ภาพคนไข้ต่อคิวกันยาวเหยียดที่หน้าคลินิกพาดีเพื่อซื้อแพ็กเกจตรวจสุขภาพแบบเดียวกัน ทำให้ลดานิดาต้องเม้มริมฝีปากแน่น เธอหายใจเข้าออกลึกยาวเพื่อข่มความโกรธ

“หายโกรธนิดาแล้วหรือคะ”

เมื่อควบคุมสติได้ ลดานิดาก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนา เธอถามเขาตรงๆ และพีธันดรก็อึ้งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะตอบเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

“โกรธ…อะไรกัน…ผมไม่ได้โกรธนิดาสักหน่อย นี่นิดาคิดว่าผมโกรธคุณอย่างงั้นหรือ ไม่จริงเลย เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว ผมรักนิดามากนะครับ วันนั้นผมแค่รู้สึกเสียหน้านิดหน่อย ไม่คิดว่านิดาจะปฏิเสธผมต่อหน้ามันนี่…รู้ไหม นอกจากเสียหน้า ผมน่ะเสียความมั่นใจไปเลย แต่ก็ช่างมันเถอะนะครับ เรื่องมันผ่านไปแล้ว ไม่ว่านิดาจะตัดสินใจยังไง ผมก็เคารพการตัดสินใจของคุณ และยังรักนิดาเสมอ”

อีกแล้ว…ทำไมฟังถ้อยคำหวานๆ ของพระเอกหนุ่มแล้วไม่ได้รู้สึกดีใจเลยสักนิด นี่ความรู้สึกของฉันต้องตายด้านไปแล้วแน่ๆ ลดานิดานึกในใจ

“แล้วที่ผมเงียบหายไปหลายวันเพราะติดถ่ายละคร กลับถึงบ้านก็เหนื่อย นอนหลับไปเลย ทางกองเขาพยายามเร่งถ่ายคิวของผมให้เสร็จไวๆ เพราะใกล้จะถึงวันสำคัญของเรา ผมจะได้มีเวลาโฟกัสเรื่องงานแต่งงานเต็มที่ยังไงล่ะครับ”

“แล้วเรื่องบริษัทอาหารเสริม…” ลดานิดาอยากฟังว่าเขาจะตอบอย่างไร

“เรื่องบริษัท” หญิงสาวได้ยินเขาถอนหายใจ “พูดตามตรงนะครับ ผมตกลงเข้าหุ้นกับมันนี่ไปเรียบร้อยแล้ว จะให้ถอนตัวออกมาคงไม่ได้ ต้องขอโทษที่ไม่ได้บอกคุณก่อน ถ้านิดาไม่สะดวกใจจะลงทุนด้วยกันไม่เป็นไร ผมเคารพการตัดสินใจของคุณเสมอ”

ประโยคต่อมาเขาพูดคล่องราวกับเตรียมตัวมาแล้ว

“แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทของเราขายอาหารเสริม ยังไงก็ต้องมีหมอมาเป็นหุ้นส่วนด้วยจึงจะน่าเชื่อถือ และนิดาก็รู้ว่าหมอส่วนมากก็คิดเหมือนกับคุณ…โดยเฉพาะอาหารเสริมที่เป็นสมุนไพร แถมยังไม่มีวิจัยมายืนยัน…ชวนหมอคนไหนมาร่วมทุน เลยไม่ใช่เรื่องง่ายๆ บริษัทเราติดเรื่องเงื่อนเวลา เลยไม่มีทางเลือกเหลือให้มากนัก โสมวาฬกำลังจะเปิดตัวในอีกไม่นานนี้ เราต้องหาหมอให้เร็วที่สุด…มันนี่เลยคิดว่า เอ้อ…จะลองชวนคุณหมอภารดีดู…”

“ภารดี” ลดานิดาแกล้งทำเสียงประหลาดใจ พีธันดรไม่รู้ว่าเธอรู้หมดแล้ว ในเมื่อเขาเล่นละครมา เธอก็เล่นละครกลับไป “พวกคุณไปชวนภารดีหรือ…พีท คุณก็รู้ว่าภารดีมีปัญหากับนิดา”

“เราไม่มีทางเลือก นิดาไม่ตอบรับ และเราก็ต้องการหมอสักคนมาช่วย อีกอย่าง…มันนี่เป็นคนชวน ผมไม่ได้ชวน” พีธันดรโกหกด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย

“คุณมันนี่รู้จักกับภารดีด้วยหรือคะ” ลดานิดาแกล้งถาม

“เอ…ยังไงไม่รู้นะ ผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันนี่รู้จักกับภารดีตอนไหน” เขาพึมพำเสียงแผ่วต่ำ “แต่จะว่าไปก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเข้าหาหมอภาไม่ใช่หรือครับ ในแวดวงเวชศาสตร์ชะลอวัย หมอที่ดังที่สุดในตอนนี้มีแค่นิดา หมอเพชร หมอณัติ และหมอภาเท่านั้น…หมอเพชรและหมอณัติเป็นเพื่อนคุณ ทำคลินิกด้วยกัน ยังไงก็ไม่เอาด้วยแน่…เหลือแต่หมอภานี่ละที่พอเป็นความหวัง”

“แล้วผลเป็นยังไงคะ” ลดานิดาอดแปลกใจตัวเองไม่ได้ ที่ควบคุมน้ำเสียงตัวเองได้ดีกว่าที่คิด “ภารดีตกลงไหม…ถ้าให้เดา นิดาว่าคงจะตกลง เพราะภารดีหัวทันสมัย ชอบนัก…อะไรที่ท้าทายแบบนี้”

“ใช่ครับ หมอภารดีตอบตกลง เพิ่งตอบตกลงเมื่อบ่ายวันนี้เอง” พีธันดรว่า “และเพราะผมรู้ว่าพวกคุณมีปัญหาอยู่กันยังไง เลยต้องบอกนิดาให้รู้เรื่องนี้ไว้ก่อน…ให้รู้จากปากผม ดีกว่ารู้จากปากของคนอื่น”

“ฟังแบบนี้แล้ว…นิดาไม่รู้จะพูดยังไงต่อเลย” ลดานิดารู้สึกเช่นนั้นจริงๆ

“นิดา…คุณต้องแยกให้ออกระหว่างธุรกิจกับความรู้สึกส่วนตัว”

เขาสอนเหมือนลดานิดาเป็นเด็ก เธอไม่คิดว่าพีธันดรจะคิดคำพูดสวยหรูแบบนี้ได้เอง พี่เป้จะต้องอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ เขาจะต้องซักซ้อมกับพีธันดรมาล่วงหน้าแล้วว่าจะพูดกับลดานิดาอย่างไรบ้าง

“คุณไม่ชอบหมอภารดี ผมรู้…” ชายหนุ่มพูดต่อ “แต่ไม่ต้องห่วง งานคืองาน ส่วนตัวคือส่วนตัว ผมไม่มีทางเอามาปนกันแน่นอน เรื่องธุรกิจหลักๆ คนที่จะเกี่ยวข้องกับคุณหมอภารดีก็คือมันนี่ ไม่ใช่ผม หน้าที่หลักๆ ของผมคืองานด้านการตลาด ปั้นแบรนด์ให้เกิด ให้ดัง เวลาปวดหลัง อ่อนเพลีย ผมมีหน้าที่ทำให้คนนึกถึงในโสมวาฬเป็นอันดับแรกๆ”

“ค่ะ” ลดานิดาตอบรับสั้นๆ ครั้นพอคิดว่ามันเป็นคำตอบรับที่ออกจะสั้นเกินไป หล่อนก็เลยอวยพรเขาว่า “ขอให้โชคดีนะคะ ขอให้ธุรกิจประสบความสำเร็จตามที่พวกคุณตั้งใจไว้”

“ได้ฟังแบบนี้ผมค่อยโล่งใจ” พีธันดรถอนใจยาว “ดีใจนะครับที่นิดารู้จักแยกแยะ ธุรกิจก็คือธุรกิจ ส่วนเรื่องของเราก็คือเรื่องของเรา…ว่าแต่เสาร์อาทิตย์นี้ นิดาอยากไปไหน อยากทำอะไรหรือเปล่า”

“นิดาคงไป…” เกือบหลุดปากว่าจะไปเที่ยวสุโขทัยกับครอบครัวของบทจร หากเปลี่ยนใจไม่บอกเขา “คงจะพักผ่อนค่ะ เพราะหลังจากนี้เราคงยุ่งมากๆ”

ไม่ได้โกหกสักหน่อย การไปสุโขทัยคือการพักผ่อนจริงๆ

“ก็ดีครับ” ลดานิดาคิดว่าน้ำเสียงของดาราหนุ่มเหมือนโล่งอก “เสาร์อาทิตย์นี้ผมให้คิวถ่ายละครไว้เต็มทั้งสองวัน คงไม่ได้แวะไปหาคุณ แต่หลังจากนี้ ผมจะมีเวลาแล้วครับ ทีนี้นิดาอยากไปไหน อยากทำอะไร ผมจะขับรถพาไปเอง…ดีไหม”

“ค่ะ…ตามนั้น” หล่อนโล่งใจที่เขาไม่ซักไซ้ถามรายละเอียด “คุณเองก็อย่าหักโหมมากนะคะ งานแต่งงานใกล้เข้ามาแล้ว…สัปดาห์หน้าเรายังมีเรื่องที่ต้องทำอีกเยอะเลย…”

 

วางสายจากพีธันดรไป อาบน้ำเสร็จเรียบร้อย เตรียมตัวเข้านอน ยังไม่ทันจะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน บทจรก็โทรศัพท์เข้ามา

…สี่ทุ่มตรง…

“ว่าไงคุณ” ลดานิดาพึมพำถาม ส่งเสียงดังไม่ได้ เพราะครีมที่ใช้พอกหน้ากำลังแห้ง หน้าตึงได้ที่ อ้าปากไม่สะดวก

“เพื่อยืดความยาวของเทโลเมียร์ให้สมวัย…ผมเลยโทรมาเช็กว่าคุณนอนแล้วหรือยัง” เสียงบทจรเคร่งเครียด จริงจัง

“เดี๋ยวก่อน” ลดานิดากะพริบตาถี่ๆ “นี่เบนมาเป็นผู้ปกครองนิดาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

“ผมบอกคุณแล้วไง ว่าจะทำทุกวิถีทางที่จะช่วยให้คุณได้ความยาวของเทโลเมียร์กลับคืนมา” บทจรหัวเราะเบาๆ และลดานิดาจำได้ถึงคำสัญญาของฝ่ายนั้น บทจรพูดเหมือนพูดเล่น ลดานิดาไม่นึกว่าเขาจะจริงจังแบบนี้

“นิดาว่าจะอ่านหนังสือนิดหน่อย แล้วค่อยปิดไฟนอน”

“ไม่ได้” เขาเสียงเข้ม “เดี๋ยววางโทรศัพท์แล้ว ปิดไฟเดี๋ยวนี้เลย เมลาโทนินจะได้หลั่งเต็มที่ ตื่นเช้ามาหน้าตาจะได้สดชื่น”

“นิดา…” หล่อนกำลังจะอุทธรณ์ หากบทจรตัดบทเสียก่อน

“แค่นี้นะครับ…ราตรีสวัสดิ์”

แล้วชายหนุ่มก็วางสายไปเพียงเท่านั้น

ลดานิดาส่ายหน้า อดยิ้มกับตนเองมิได้ หากหล่อนไม่ได้ปิดไฟหัวเตียงตามที่เขาสั่ง แถมยังเอื้อมมือไปหยิบหนังสือนวนิยายที่อ่านค้างเอาไว้มาอ่านต่อ

หากเปิดอ่านได้ไม่กี่หน้า ใครบางคนก็มากดกริ่งที่หน้าประตูห้อง ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูเป็นจังหวะ

…ก๊อกก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อกก๊อกก๊อก…

“อะไรกัน”

ลดานิดาพึมพำขณะกระโดดลงจากเตียง สัญญาณของบทจร…

แต่เขาจะมาเคาะประตูห้องเธอในตอนนี้ได้อย่างไร

หล่อนแนบสายตาเข้ากับรูกลมบนประตู แล้วก็ต้องอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ เพราะคนตัวสูงที่ยืนอยู่หน้าห้องก็คือเขาจริงๆ

“เบน”

ลดานิดาเปิดประตูให้ชายหนุ่ม หล่อนนิ่วหน้าด้วยความประหลาดใจที่เห็นเขา

“มาได้ยังไง”

“ก็ขับรถมา” เขาตอบสั้นๆ

ไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจะขึ้นมาจนถึงหน้าห้องชุดของหญิงสาว เพราะสองวันก่อน ลดานิดาพาเขาและปัทมาศไปทำเรื่องขออนุญาตที่นิติบุคคลของคอนโดฯ ให้สามารถขึ้นมาหาที่ห้องได้เลย ไม่ต้องรออยู่ข้างล่างเหมือนคนอื่น

“นี่เอาโคลนอะไรมาพอกหน้า”

บทจรทำตาโตจ้องมองหญิงสาว แล้วหัวเราะเสียงดังลั่น

“โคลนจากเดดซี (1) ย่ะ” ลดานิดาส่งเสียงได้ไม่ถนัด เพราะครีมพอกหน้าทำให้หน้าตึงได้ที่

“ขนาดนั้นเลย” เขาเลิกคิ้วบ้าง

“ไม่รู้จักหรือไง เดดซีมีเกลือแร่หลายชนิด มีความเข้มข้นของเกลือสูงมากจนทำให้คนที่ลงไปเล่นน้ำลอยตัวได้สบายๆ” ลดานิดากำลังจะอธิบายต่อ หากบทจรยกมือห้ามเสียก่อน

“ผมเคยดูสารคดี” เขายิ้ม “คนจอร์แดนหัวใส เลยเอาโคลนจากทะเลสาบมาทำเครื่องสำอางขายเสียเลย”

“ใช้ดีนะเบน เคยฮิตมากอยู่ช่วงหนึ่ง แต่หลังจากนั้นเหมือนจะเงียบๆ ไป นิดาเคยใช้แล้วชอบ เลยสั่งมาใช้ตลอด” ลดานิดาหันหลังกลับเข้าไปในห้อง เดินเข้าห้องน้ำเพื่อไปล้างโคลนที่พอกหน้า “ใช้แล้วหน้าตึ๊งตึง”

“ตึงเหมือนมัมมี่เปล่า” เขาแกล้งแหย่ “แบบเอาร่างไปแช่ในอ่างเกลือ ก่อนจะเอาผ้าลินินมาพันไง”

“บ้าเหรอ ยังไม่ตายย่ะ ยังไม่ต้องเอานิดาไปดองขนาดนั้นก็ได้” ลดานิดาหัวเราะคิกออกมาเบาๆ พอล้างหน้าเสร็จก็เดินออกมาจากห้องน้ำ แล้วพึมพำขึ้นว่า

“เดี๋ยวก่อน”

หล่อนเพิ่งนึกได้

“เบนมาได้ยังไง…เมื่อกี้เพิ่งโทรหานิดานี่”

“ผมก็จะมาดูไง ว่านิดาเข้านอนแล้วหรือยัง” เขาทำเสียงเคร่งขรึม “เจ้าทฤษฎีนักว่าจะต้องเข้านอนแต่หัวค่ำ ก่อนสี่ทุ่ม จะต้องนอนให้ได้วันละอย่างน้อยแปดชั่วโมง ผมสัญญาว่าจะช่วยควบคุมให้นิดาทำให้ได้ เลยต้องมาดูเองนี่ละ…แล้วไง…วันแรกก็ล้มเหลวเสียแล้ว…”

“ก็นิดาอยากอ่านหนังสือนี่” ลดานิดาทำเสียงอุบอิบ “กำลังสนุกเลย”

“แล้วนิดาก็จะอ่านต่ออีกนิด…อ่านต่ออีกนิด…จนจบเล่ม เหมือนสมัยเป็นเด็ก” บทจรจำได้ว่าพ่อของเขาเคยขับรถพาเด็กหญิงลดานิดาไปหาหมอ เพราะปวดตาลืมไม่ขึ้น สุดท้ายหมอบอกว่าเด็กหญิงไม่ได้เป็นอะไรมาก นอกจากใช้สายตามากเกินไป เพราะอ่านหนังสือเพลินจนเกือบรุ่งสาง “พวกหมอเนี่ยนะ ชอบบอกให้คนไข้ปฏิบัติตัวอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ตัวเองทำตามที่สอนคนอื่นไม่ได้สักอย่าง”

“อันนี้รู้จริง” ลดานิดาหัวเราะชอบใจ “ว่าแต่อย่าบอกนะ…ว่าเบนขับรถตามนิดามาจากบ้านสวน”

“ใช่” บทจรพยักหน้ารับ “ผมขับตามนิดามา รออยู่ลานจอดรถข้างล่างจนสี่ทุ่มแล้วก็โทรหา…รออยู่อีกสักพัก เห็นว่านิดายังไม่ดับไฟ ก็เลยขึ้นมาเคาะประตูนี่ละ”

“ร้ายกาจมาก” ลดานิดาโวยวาย

“นิดาต่างหาก…ร้ายกาจกว่า บอกผมว่าจะนอนแล้วไม่ยอมนอน ผมกะแล้วเชียวว่าคุณต้องเจ้าเล่ห์” บทจรเถียง “เข้านอนได้แล้ว”

“ถ้านิดาไม่นอนล่ะ” ลดานิดาทำเสียงเหมือนสมัยยังเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ

“ผมก็จะบังคับให้นิดาหลับตา แล้วจะนั่งเฝ้าอยู่ตรงนี้ ไม่ไปไหน” เขายิ้มกว้างเหมือนย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กชายบทจร

“จะนั่งเฝ้า…จนกว่านิดาจะหลับ…ไม่เชื่อก็ลองดู…”

 

เชิงอรรถ :

(1) ทะเลสาบเดดซี เป็นทะเลสาบที่เค็มที่สุดในโลก อยู่ที่ประเทศจอร์แดน



Don`t copy text!