พรางพัสตรา บทที่ 29 : รุ่งอรุณแห่งความสุข

พรางพัสตรา บทที่ 29 : รุ่งอรุณแห่งความสุข

โดย : พงศกร

พรางพัสตรา นวนิยายออนไลน์เรื่องล่าสุดโดย พงศกร ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เมื่อผ้าคลุมผมเจ้าสาวไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งในชุดเจ้าสาว แต่คือสิ่งที่นำ ‘ลดานิดา’ ไปเห็นบางสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม ความรักของเขาคือความจริงหรือความลวง ผ้าคลุมผมเจ้าสาวนี้มีคำตอบ

*************************** 

ก่อนเดินทางไปสุโขทัยกับครอบครัวของบทจร ลดานิดาแวะเข้าไปเคลียร์งานที่คลินิก ให้แน่ใจว่าจะไม่มีคนไข้นัดในช่วงนั้น รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อดูเหตุการณ์ที่กระรอกเล่าให้ฟัง

ลดานิดารู้วิธีดูกล้องวงจรปิด เธอเข้าไปในห้องควบคุมเพียงคนเดียว ไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปนั่งดูด้วยกัน นั่นสร้างความกังวลให้กับเจ้าหน้าที่หลายคน เพราะไม่รู้ว่าลดานิดามาตรวจสอบดูภาพอะไรกันแน่

ขณะที่ลดานิดาตรวจสอบภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิด ภายนอกก็กำลังว้าวุ่น พยาบาลที่ว่างจากการดูแลคนไข้ก็มาจับกลุ่มพูดคุยกัน

“คุณหมอทำอะไรของเขาน่ะพี่ดาว ไม่เคยตรวจกล้องวงจรปิดด้วยตัวเองแบบนี้มาก่อนเลย หนูชักไม่สบายใจ” สีหน้าของนางพยาบาลชื่อคิตตี้ดูกังวล

“พี่ก็ไม่รู้ คุณหมอไม่ได้บอกว่าจะตรวจดูอะไร…แต่พี่ว่านะ…ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรที่ไม่เหมาะไม่ควร พวกเธอไม่เห็นต้องกังวลอะไรเลย” แสงดาวบอกลูกน้องพยาบาลที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ “ถ้าเราทำทุกอย่างถูกต้องตามหน้าที่ ก็ไม่มีอะไรน่ากลัว”

“หนูว่าช่วงนี้คุณหมอดูแปลกไปมาก…พี่ว่าไหม” ณิชชาเงยหน้าขึ้นมาจากจอคอมพิวเตอร์ เธอกำลังลงวันที่นัดคนไข้ซึ่งเพิ่งตรวจเสร็จ เดินออกมาจากห้องของหมอเพชรพธู

“เรื่องหน้าตาที่ดู…แก่ลง…น่ะหรือ” แสงดาวลดเสียงลงด้วยความระมัดระวัง

“ทั้งเรื่องหน้าตา ทั้งเรื่องงานเลยละ” ณิชชาตอบเสียงแผ่ว

“ไม่รู้คุณหมอไปทำอะไรมานะ หน้าตาถึงได้…ดู…เอ้อ…ดูโทรม เหมือนคนแก่เลย” คิตตี้เดินเข้ามารวมกลุ่มกระซิบกระซาบ “แบบนี้แย่แน่ คลินิกเวชศาสตร์ชะลอวัย แต่หมอหน้าแก่เสียเอง แบบนี้คนไข้ที่ไหนจะเชื่อถือ”

“อย่าพูดมากไป เกิดคุณหมอมาได้ยิน จะเป็นเรื่องหรอก” แสงดาวเอ็ด ทั้งที่รู้สึกเห็นด้วย

“แต่พี่ก็เห็นใช่ไหม” คิตตี้ยังจำได้ว่าตอนที่ลดานิดาก้าวเข้ามาในคลินิก เธอเห็นแล้วตกใจจนทำหนังสือในมือหล่นลงพื้น ลดานิดาที่สวยสง่า วันนี้กลับดูอ่อนแรง หน้าตามีริ้วรอยบ่งบอกถึงวัย และผมที่เคยดกดำ กลับมีเส้นขาวแซมจนทุกคนสังเกตได้

“เห็นสิ” แสงดาวพึมพำเสียงแผ่วต่ำในลำคอ “ช่วงนี้คุณหมอมีแต่เรื่องเครียดๆ เธออาจจะพักผ่อนไม่พอ”

“แค่พักผ่อนไม่พอ…ก็ไม่น่าเป็นไปได้ถึงขนาดนี้นะ” ณิชชาออกความเห็น “หนูว่าดูเหมือนคนป่วยมากกว่า”

“พอได้แล้ว” แสงดาวเอ็ด “เลิกพูดเรื่องนี้เสียที”

“ไม่พูดเรื่องหน้าตาคุณหมอ พูดเรื่องงานก็ได้…ช่วงนี้ดูคุณหมอนิ่งไปนะ พี่ว่าไหม” คิตตี้พูดต่อตามประสาคนช่างพูด “ปกติเวลาเจอคนไข้หนีจากคลินิกเรา ไปหาหมอภารดีจะต้องโกรธจัดไปแล้ว…นี่ดูเงียบสงบจนเดาไม่ถูกเลยว่าคุณหมอคิดอะไรอยู่”

“นั่นสิ” ณิชชาเห็นด้วย “ให้โวยวายยังจะดีเสียกว่า…นิ่งแบบนี้หนูกลัว”

“นิ่งแบบหมอเพชรกับหมอณัฐน่ะหรือ” แสงดาวย้อนถาม

“แบบนั้นก็ไม่เอานะ” ณิชชาส่ายหน้า พึมพำเสียงแหลม “สองหมอนั่นก็นิ่งเกิ๊น…นิ่งจนไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ โดนคลินิกคู่แข่งแทงข้างหลังตลอดเวลาอย่างนี้ ไม่รู้สึกรู้สาอะไรบ้างเลยหรือไง มีแต่หมอนิดาเต้นอยู่คนเดียว”

“บุคลิกของคนไม่เหมือนกัน” แสงดาวสรุป “หมอเพชรกับหมอณัฐเขาเป็นคนนิ่งมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เห็นเฉยๆ ไม่โวยวาย ลึกๆ เขาอาจจะเจ็บใจและหาวิธีแก้ไขอยู่ก็เป็นได้”

“พี่ดาว…พี่ดาวว่าคุณหมอจะรู้เรื่องโปรแกรมตรวจสุขภาพไหม…ที่คลินิกของหมอภารดีทำเลียนแบบ ลดราคาให้ถูกกว่า แถมยังออกแพ็กเกจตัดหน้าคลินิกของเราอีกต่างหาก พี่ดาวว่าคุณหมอจะรู้แล้วหรือยัง” คิตตี้เหลือบมองไปทางห้องทำงานของลดานิดาด้วยความหวาดหวั่น

“คงรู้แล้วละ” แสงดาวถอนใจยาว “คุณหมอเขาไม่ได้หูหนวกตาบอดนี่ยะ ป่านนี้คงมีใครบอกแล้วละ”

“แล้วจะยังไงกันต่อ” คิตตี้ถามอีก

“ก็ไม่ยังไง” แสงดาวเม้มริมฝีปากแน่น “อยู่เฉยๆ ดูไปก่อน”

“ดูไปอีกนานแค่ไหน” ณิชชาถอนใจ

ผลการประชุมคลินิกเมื่อตอนต้นสัปดาห์ไม่เพียงแต่ทำให้ณิชชาหนักใจ หากพนักงานฟังแล้วรู้สึกเครียดกันทุกคน

หมอเพชรพธูพูดให้พนักงานฟังเรื่องยอดคนไข้เดือนล่าสุด ที่ยังคงลดลงจากเดือนก่อนหน้า ลดลงอย่างต่อเนื่องหลายเดือนติดกันแล้ว

จำนวนคนไข้ที่ลดลง ส่งผลรายได้ของคลินิกพลอยลดลงไปด้วย รายได้รวมของคลินิกลดไปมากกว่ายี่สิบเปอร์เซ็นต์ เคราะห์ดีที่ก่อนหน้า คลินิกมีกำไรมาก เงินสดที่ใช้หมุนเวียนจึงยังไม่กระทบกระเทือนมากนัก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่วางใจได้ ถึงแม้ว่าตอนนี้การเงินของคลินิกยังคงอยู่ได้ แต่ถ้าปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ สภาพคล่องน่าจะเริ่มมีปัญหา ถึงตอนนั้นพนักงานทุกคนอาจถูกลดเงินเดือนลง เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย อีกทั้งโรงพยาบาลที่กำลังสร้างใหม่ก็อาจจะต้องชะลอออกไป

“แบบนี้…งานเราจะมั่นคงไหมพี่” ณิชชาถอนหายใจ “หนูถามตรงๆ นะพี่…คือหนูเองก็มีภาระเยอะ ทั้งผ่อนบ้าน ผ่อนรถ เงินเดือนทุกวันนี้ก็พอใช้เดือนต่อเดือน เห็นคนไข้ลดลงไปเรื่อยๆ แบบนี้แล้วหนูชักหวั่นๆ”

“อย่าคิดมากน่ะ ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด อย่าเพิ่งไปคิดเรื่องอื่น” แสงดาวปลอบใจ “ยังไงๆ คุณหมอเขาคงไม่ปล่อยให้สถานการณ์ย่ำแย่จนพนักงานเดือดร้อนหรอก คลินิกนี้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของคุณหมอนิดา…”

“หนูอดกังวลไม่ได้” คิตตี้พลอยไม่สบายใจไปด้วยอีกคน

“ถ้ากังวล เราก็ต้องช่วยกัน” แสงดาวว่า เธออาจไม่ใช่คนพูดจาอ่อนหวานเหมือนนงนาถ แต่เรื่องงานแล้ว แสงดาวมั่นใจว่าเธอสู้ไม่ถอย “คุณหมอเองก็พยายามทุกวิถีทาง เราเองก็ต้องพยายามทำให้คนไข้ประทับใจ”

“จะช่วยกันได้แค่ไหนก็ไม่รู้” คิตตี้ถอนใจ “คนไข้จะขอเจอแต่คุณหมอนิดา แต่ช่วงนี้คุณหมอก็ไม่ออกตรวจ…เลื่อนคนไข้จนไม่รู้จะเลื่อนยังไงแล้ว”

“สำหรับเรื่องนี้ พี่จะหาเวลาพูดกับคุณหมอเอง” แสงดาวพลอยถอนใจไปด้วยอีกคน

เรื่องคิวตรวจนี่ก็เป็นอีกเรื่องที่กำลังเป็นปัญหา

คนไข้ส่วนมากที่มาคลินิกแห่งนี้ เพราะต้องการตรวจกับลดานิดา เพราะคุณหมอเป็นคนดัง ครั้นพอมาแล้วไม่ได้ตรวจกับหมอที่พอใจ หลายคนก็เลือกจะไปที่อื่น มีบางคนยอมตรวจกับหมอเพชรพธูและหมออาณัฐ แต่เท่าที่แสงดาวสังเกตก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะประทับใจเหมือนได้ตรวจกับหมอลดานิดา

แสงดาวเคยเข้าไปช่วยคุณหมอทั้งสองในห้องตรวจ แล้วก็พอจะเข้าใจว่าทำไม

หมอเพชรพธูเป็นคนสวย พูดจาอ่อนหวาน แต่เธอเลือกจะ ‘หวาน’ กับคนไข้บางคน โดยเฉพาะที่มีฐานะดี คนไข้ที่ดูแล้วฐานะธรรมดาไปถึงปานกลาง เธอจะตรวจแบบผ่านๆ ไม่ค่อยเอาใจใส่จริงจังนัก แสงดาวสังเกตเห็นว่าคนไข้กลุ่มนี้หลายคนก็มาแค่ครั้งเดียวแล้วไม่กลับมาอีกเลย

ข้างหมออาณัฐนั้นเป็นคนเก่ง ดูแลเอาใจใส่คนไข้ดี แต่ชอบสั่งการรักษาแพงๆ ให้คนไข้ เช่น ทำเลเซอร์ ฉีดฟิลเลอร์ (1) ชักชวนให้คนไข้ทำหัตถการต่างๆ รวมถึงจ่ายยาที่มีราคาแพง คนไข้บางคนชอบ แต่คนไข้บางคนไม่ชอบ เพราะเมื่อเอาราคาไปเปรียบเทียบกับคลินิกอื่นๆ จะพบว่ามีราคาถูกกว่ากันมาก แน่นอน…คนไข้กลุ่มนี้ เมื่อถึงจุดหนึ่งก็เลือกที่จะไปรักษาที่คลินิกอื่นที่จ่ายน้อยกว่า แต่ได้รับยา ได้รับการรักษาคล้ายคลึงกัน

จะมีก็แต่หมอลดานิดาคนเดียวเท่านั้น ที่ดูแลคนไข้ทุกคนด้วยมาตรฐานเดียวกัน เธออาจจะพูดตรง ไม่ตามใจคนไข้ ทำให้หลายคนฟังแล้วไม่ชอบใจนัก แต่แสงดาวสังเกตว่าใครก็ตามที่ได้มารักษากับหมอลดานิดามักจะติดใจ ไม่ยอมเปลี่ยนไปหาหมออื่น ช่วงไหนที่มาหาแล้วหมอไม่อยู่ก็สมัครใจจะรอ นานแค่ไหนก็จะรอ

หากหมออีกสองคน ให้การดูแลคนไข้เหมือนกับหมอลดานิดาก็คงจะดี

“ใกล้เวลาลงเวรแล้ว หนูเตรียมกลับบ้านก่อนนะ” เสียงของณิชชาเรียกแสงดาว

เมื่อเหลือบมองดูนาฬิกาบนผนัง แสงดาวก็พบว่าเป็นเวลาเกือบหกโมงเย็นแล้ว

คลินิกเปิดให้บริการตั้งแต่สิบโมงถึงสามทุ่ม ลดานิดามีนโยบายให้พนักงานทำงานวันละแปดชั่วโมง พยาบาลจึงแบ่งเป็นเวรเช้าและเวรบ่าย

เวรเช้าขึ้นทำงานตั้งแต่สิบโมงเช้าจนถึงหกโมงเย็น ส่วนเวรบ่ายเริ่มงานตั้งแต่บ่ายโมงจนถึงสามทุ่ม วันนี้ณิชชาขึ้นเวรตั้งแต่เช้า ตอนนี้ถึงเวลาลงเวรแล้ว

จนป่านนี้ลดานิดาก็ยังไม่ออกมาจากห้องควบคุม หมอเพชรพธูกับหมออาณัฐยังมีคนไข้รอตรวจ ณัชชาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือด้วยความกังวล

“ไปเถอะ” แสงดาวพยักหน้า ขณะที่ณัชชาลอบถอนใจด้วยความโล่งอก

วันนี้เธอมีนัดกับหัวหน้าพยาบาลคนเก่า นงนาถโทร.มาชวนณิชชาไปนั่งคุยกัน เธอถามว่าเรื่องอะไร แต่นงนาถบอกเพียงแต่ว่าเป็นเรื่องสำคัญ พูดทางโทรศัพท์ไม่ได้ ณิชชารู้สึกเกรงใจจึงรับปากฝ่ายนั้นไป

นงนาถออกจากคลินิกไปแบบไม่ดีนัก เธอหลอกหมอลดานิดาว่าจะกลับไปอยู่บ้านต่างจังหวัด แต่แท้จริงแล้วนงนาถไปทำงานกับหมอภารดี รับเงินเดือนสูงกว่าที่เก่า มีสวัสดิการที่ดีกว่า

นงนาถจึงกำชับณิชชาว่า เรื่องที่นัดพบกันนี้ จะให้ใครรู้ไม่ได้เลย แม้แต่คิตตี้ที่เป็นเพื่อนสนิท…

 

เมื่อล้อเครื่องบินแตะพื้นรันเวย์ สิ่งแรกที่ลดานิดาเห็นก็คือยอดพระเจดีย์สีทองอร่าม

เป็นเจดีย์ทรงดอกบัวตูม สถาปัตยกรรมแบบสุโขทัย และหญิงสาวจ้องมองด้วยสายตาทึ่งแกมตื่นตะลึง ด้วยไม่เคยคาดคิดมาก่อนจะมีเจดีย์อยู่ในสนามบิน

“คุณหมอเจ้าของสายการบินท่านสร้างเอาไว้ สำหรับให้ผู้คนมากราบไหว้บูชา” บทจรเล่าคล่องแคล่วจนลดานิดาแปลกใจ “ในสนามบินยังมีพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวและสวนสัตว์ด้วย แต่ยังไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปได้เที่ยวชม”

“รู้ละเอียดจัง” หล่อนพึมพำ “เบนไม่ค่อยได้อยู่เมืองไทย ทำไมรู้ดีขนาดนี้”

“ผมเคยพาพ่อกับแม่มา ตอนกลับเมืองไทยครั้งที่แล้ว” ชายหนุ่มว่า เขานั่งคู่กับหล่อน ขณะที่ปัทมาศนั่งคู่กับแจนิส

ตอนแรกลดานิดาพยายามจะเปลี่ยนที่นั่งเพื่อให้หญิงสาวคนนั้นได้มานั่งคู่กับชายหนุ่ม หากแจนิสยืนยันจะนั่งคู่กับปัทมาศ

‘แจนเห็นหน้าเบนจนเบื่อแล้วค่ะ คุณหมอนั่งคุยกันไปดีแล้วค่ะ’ หญิงสาวให้เหตุผลเช่นนั้น ก่อนจะหันไปพยักพเยิดกับปัทมาศ ‘จริงไหมกระรอก’

‘จริงจ้ะ จริงจ้ะ’ ปัทมาศหัวเราะชอบใจ ก่อนจะดึงมือแจนิสเดินแยกไป

“กลับมาเมืองไทยครั้งที่แล้ว” ลดานิดานิ่วหน้า “หลายปีแล้วนี่”

“ใช่ครับ” บทจรพยักหน้า

“ไม่เห็นเบนชวนนิดาเลย” ลดานิดาทำหน้ามุ่ย

“ตอนที่ผมกลับมา เป็นช่วงที่นิดาไปอเมริกาพอดี รู้สึกจะเอางานวิจัยไปนำเสนอหรืออะไรนี่ละ” บทจรอธิบาย “แล้วผมเองก็กลับมาได้แค่สองสัปดาห์ เลยไม่ได้บอกใคร”

หลายปีก่อนลดานิดาเรียนต่อเวชศาสตร์ชะลอวัย เป็นโปรแกรมเรียนทางไกล เธอจะต้องบินไปเรียนเลกเชอร์ที่อเมริกาสองเดือน กลับมาทำงานที่ได้รับมอบหมายที่เมืองไทย ทำวิจัย แล้วนำงานกลับไปนำเสนอที่มหาวิทยาลัย ไปๆ มาๆ เช่นนี้อยู่ราวสองปี จนได้รับประกาศนียบัตรสาขาเวชศาสตร์ชะลอวัย

นับเป็นช่วงเวลาที่ลดานิดาเหนื่อยมาก ไหนจะงานประจำ ไหนจะแบ่งเวลาให้กับการเรียน บินไป บินมา ไม่มีเวลาพักผ่อน ไม่มีเวลาได้เป็นส่วนตัวมากนัก จึงไม่แปลกอะไรที่เธอจะไม่รู้ว่าบทจรบินกลับมาหาบิดามารดาของเขาช่วงไหน

“พ่ออยากมาเที่ยวสุโขทัย ผมเลยพาพ่อกับแม่บินมานอนที่โครงการเกษตรอินทรีย์ในสนามบินสามคืน” บทจรเล่าต่อ

“โครงการเกษตรอินทรีย์” ลดานิดากะพริบตาถี่ๆ เหมือนเคยได้ยินมาจากที่ไหนสักแห่ง แต่ก่อนหน้านี้ไม่ได้สนใจ

“เป็นเหมือนโครงการทดลองทำการเกษตรแบบปลอดสารพิษ” ชายหนุ่มเล่าต่อ “ทำเป็นศูนย์เรียนรู้ให้คนได้มาเห็นการทำนาแบบไม่ใช้สารเคมี ได้มาเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ นอนพักผ่อนในบรรยากาศธรรมชาติ”

“เป็นแบบนี้น่ะเอง” ลดานิดาชักตื่นเต้น “มีควายไหมเบน…นิดาอยากขี่ควาย”

“ทำนาก็ต้องมีควายสิ” บทจรหัวเราะท่าทางตื่นเต้นเหมือนเด็กๆ ของคุณหมอผู้กำลังจะเป็นเจ้าสาวในอีกไม่นานนี้ “แต่ที่นี่ไม่ได้ใช้ควายทำนาหรอกนะ ควายที่โครงการเกษตรอินทรีย์ เป็นควายที่เขาไถ่ชีวิตมาจากโรงฆ่าสัตว์น่ะ”

ดวงตาคู่คร้ามคมของชายหนุ่มจ้องมองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวราวจะสำรวจ แม้ริ้วรอยบนดวงหน้าสวยหวานจะไม่ได้เพิ่มมากขึ้น หากยังคงปรากฏให้เห็นชัด เช่นเดียวกับเส้นผมสีขาวที่แซมสลับกับเส้นผมสีดำ เขาได้แต่แอบถอนใจเบาๆ ด้วยความเป็นห่วง

อีกหนึ่งสัปดาห์ผลเลือดที่สถาบันชีวินวิวัฒน์ก็จะออกแล้ว ถึงตอนนั้นลดานิดาคงจะได้คำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเองกันแน่

“ดีๆ นิดาอยากขี่ควาย นิดาอยากทำนา นิดาอยากตื่นไปตักบาตรแล้วก็วิ่งตอนเช้า” ลดานิดาส่งเสียงร่าเริง ลืมอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตนเองไปชั่วขณะ

“นิดาจะได้ทำทุกอย่างที่อยากทำ…”

เขาบอกกับหญิงสาว ก่อนจะเดินไปช่วยพ่อและแม่หยิบกระเป๋าจากที่เก็บเหนือศีรษะ แล้วชวนทุกคนเดินลงจากเครื่องเพื่อไปขึ้นรถรางที่จะนำทุกคนไปยังอาคารผู้โดยสารขาเข้า

เมื่อทุกคนขึ้นนั่งบนรถเรียบร้อย บทจรก็ส่งยิ้มกว้างและบอกว่า

“ขอต้อนรับทุกท่านสู่สุโขทัย…รุ่งอรุณแห่งความสุขครับ”

 

เชิงอรรถ : 

(1) Filler คือสารที่มีส่วนประกอบคล้ายคอลลาเจน แพทย์มักนิยมนำมาใช้ฉีดเข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อเสริมความงาม และเติมผิวที่เหี่ยวย่นให้ตึงขึ้น



Don`t copy text!