พรางพัสตรา บทที่ 31 : ถาโถม

พรางพัสตรา บทที่ 31 : ถาโถม

โดย : พงศกร

พรางพัสตรา นวนิยายออนไลน์เรื่องล่าสุดโดย พงศกร ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เมื่อผ้าคลุมผมเจ้าสาวไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งในชุดเจ้าสาว แต่คือสิ่งที่นำ ‘ลดานิดา’ ไปเห็นบางสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม ความรักของเขาคือความจริงหรือความลวง ผ้าคลุมผมเจ้าสาวนี้มีคำตอบ

*************************** 

แม้จะพักอยู่ห้องเดียวกันตั้งแต่คืนแรกที่มาถึง หากเพิ่งจะมีโอกาสได้คุยกันแบบจริงๆ จังๆ เอาเมื่อคืนสุดท้ายก่อนเดินทางกลับ โดยแจนิสเป็นฝ่ายชวนเธอคุยขึ้นก่อน

ลดานิดาอาบน้ำเสร็จนานแล้วและนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ที่เตียงนอน แจนิสเพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำและนั่งลงบนเตียงซึ่งตั้งอยู่คู่กัน

“แจนดีใจนะคะ ที่ได้รู้จักคุณหมอจริงๆ เสียที”

“ยังไงคะ…เราก็รู้จักกันแล้วนี่นา” ลดานิดาเลิกคิ้ว ไม่เข้าใจความหมายของอีกฝ่าย

“แจนหมายความว่า รู้จักตัวจริง รู้จักแบบละเอียดขึ้นค่ะ รู้ไหมคะว่า…พอรู้จักกับคุณหมอ มีโอกาสได้คุยกันมากขึ้น คุณหมอไม่เหมือนที่แจนคิดเอาไว้เลยสักนิด” แจนิสว่า

“แล้วก่อนหน้านี้คุณแจนคิดว่านิดาเป็นคนยังไงคะ” ลดานิดาถาม แล้วก็รอฟังคำตอบของอีกฝ่าย

“เจอกันครั้งแรก แจนรู้สึกว่าคุณหมอดูหยิ่ง เชิด ไว้ตัว” แจนิสหัวเราะเสียงแผ่ว “พูดตามตรงนะคะ บุคลิกดูไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไร แต่แจนก็เข้าใจนะ บุคลิกของหมอส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้ละค่ะ”

“ตอนนิดาเห็นคุณแจนครั้งแรก ก็ไม่ค่อยถูกชะตาเหมือนกัน” ลดานิดาสารภาพ ยังจำวันแรกที่ได้พบหญิงสาวคนนี้ที่บ้านของบทจรได้แม่น นอกจากไม่ถูกชะตากับแจนิสแล้ว ลดานิดารู้สึกไม่ชอบหญิงสาวคนนี้ด้วยซ้ำ

“สงสัยเบนจะรู้ เลยจับเรามานอนด้วยกัน” แจนิสหัวเราะชอบใจ

“นั่นสิคะ” ลดานิดาพลอยหัวเราะไปด้วย “นับว่าเป็นแผนการที่ดีนะคะ เพราะพอเราได้คุยกัน ความรู้สึกของนิดาก็เปลี่ยนไป หวังว่าเราจะเป็นเพื่อนกันต่อไปในอนาคตได้นะคะ”

“ได้สิคะ” แจนิสหัวเราะ ท่าทางแลดูสดใส “คุณหมอน่ารักกว่าที่เบนเคยเล่าให้แจนฟังหลายเท่า”

“นี่นายเบนเอาฉันไปนินทาให้คุณฟังด้วยหรือ” ลดานิดาแกล้งทำเสียงเข้ม

“ไม่ได้นินทาค่ะ เล่าถึงในแง่ที่ดี ฟังแล้วคุณหมอเป็นคนน่ารัก น่ารักเสียจนแจนอดคิดไม่ได้ว่าเบนโม้หรือเปล่า ยังจะมีคนแบบนี้อยู่จริงๆ หรือ พอรู้จักคุณหมอ ก็เลยเห็นว่าที่เบนเล่า ไม่ผิดความจริงไปเลยสักนิด แจนไม่แปลกใจเลยที่เบนจะ…จะไม่เคยลืมคุณหมอ” แจนิสนิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะเล่าต่อ “เบนพูดถึงคุณหมอเยอะมาก เล่าถึงคุณหมอตลอดเวลา เล่าเสียจนแจนอยากเจอตัวจริง เล่าเสียจนแจนรู้สึกว่าตัวเองรู้จักคุณหมอดีมาก”

“ไหน เขาเล่ายังไงบ้างคะ” ลดานิดาซัก

“โอ้โห” แจนิสส่ายหน้าจนผมกระจาย “แจนคงเล่าไม่หมดหรอกค่ะ เพราะเบนพูดถึงคุณหมอในทุกๆ โมเมนต์ ไปเดินพิพิธภัณฑ์ด้วยกัน เห็นภาพเขียนสวยๆ เบนจะเล่าให้แจนฟังว่าคุณหมอชอบภาพเขียนแนวอิมเพรสชันนิสม์ ไม่ชอบแอบสแตร็กเพราะดูไม่รู้เรื่อง ไปดินเนอร์ด้วยกัน สั่งอาหารอร่อยๆ มากินก็บอกว่าคุณหมอชอบแบบนี้ ไม่ชอบแบบนี้ เวลาที่ชงกาแฟก็จะบอกว่าถ้าเป็นกาแฟของคุณหมอต้องเป็นอเมริกาโน่ กาแฟสามชอต ไม่ใส่น้ำตาล ยังมีอีกเยอะเลยนะคะ เขามีคุณหมออยู่ในความทรงจำตลอดละค่ะ”

“ขนาดนั้นเลยหรือ” ลดานิดาอึ้งไปนิดหนึ่ง ถ้าแจนิสไม่เล่าให้ฟังเธอก็คงไม่รู้ว่าบทจรจดจำรายละเอียดทุกอย่างของเธอได้แม่นยำขนาดนั้น

“ขนาดนั้นเลยสิคะ” แจนิสหัวเราะเบาๆ “จนแจนเองยังอดนึกไม่ได้ว่าเบนจะจำรายละเอียดของแจนได้มากเท่าที่จำรายละเอียดของคุณหมอหรือเปล่านะ”

“ก็…” ลดานิดานิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะพึมพำว่า “ก็เราเป็นเพื่อนกันมานานมาก”

“คุณหมอกำลังจะแต่งงาน…ตื่นเต้นไหมคะ”

แจนิสเปลี่ยนเรื่อง เธอนั่งเป่าผมอยู่หน้าพัดลม ค่ำวันนี้หญิงสาวผู้เป็นเพื่อนสนิทของบทจรสวมเสื้อกางเกงนอนลายการ์ตูนเรียบง่าย ดวงหน้าของแจนิสสวยแปลกตา ผิวของเธอขาวละเอียดชวนมอง ยามไม่ได้แต่งหน้า แจนิสดูอ่อนเยาว์ราวกับเด็กสาววัยแรกรุ่น

“ก็…มีอะไรให้เตรียมตัวหลายอย่างเลยค่ะ” ลดานิดาไม่ตอบตรงๆ เพราะไม่รู้แล้วว่าความรู้สึกในตอนนั้นเป็นเช่นไร

“คุณหมอกับคุณพีทคงรักกันมากๆ เลยสินะคะ…ใช่ไหมคะ” แจนิสถามต่อ

ประโยคนั้นของหญิงสาวสุ่มเสี่ยงกับการเข้าใจผิดได้มาก หากฟังไม่ดี คนฟังอาจคิดว่าคนถามกำลังประชด แต่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนของแจนิส นั่นทำให้ลดานิดารู้สึกว่าหญิงสาวคนนั้นถามด้วยความอยากรู้มากกว่ามีเจตนาอื่น

“ก็…” หากคนตอบกลับลังเล

ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงตอบชัดถ้อยชัดคำว่า ‘ใช่ค่ะ เรารักกันมาก สงสัยอะไรหรือ’

แต่มาถึงตอนนี้ ลดานิดาเริ่มไม่แน่ใจเสียแล้วว่าความรู้สึกที่เธอมีต่อพีธันดรเป็นอย่างไรกันแน่

รัก…ไม่รัก…ใช่…ไม่ใช่…

ภาพอนาคตที่เคยแจ่มชัด เหมือนจะพร่าเลือนไปทุกที…

“ก็ต้องรักสิคะ ถ้าไม่รัก เราจะแต่งงานกันหรือคะ” เธอฝืนตอบออกไปในที่สุด

“นั่นสินะคะ” แจนิสหัวเราะเสียงแปร่ง “ไม่รักก็คงไม่แต่งงานกัน แจนไม่น่าถามอะไรโง่ๆ เลย”

“ว่าแต่คุณแจนกับเบนเถอะ” หล่อนถามสิ่งที่อยากรู้ออกไปในที่สุด “เมื่อไรจะมีข่าวดีคะ”

“แหม” แจนิสหัวเราะกิ๊ก “คำถามนี้คุณหมอต้องไปถามเบนแล้วละค่ะ”

“เบนไปดูสถานที่เพื่อมาเปิดร้านอาหารที่เมืองไทย…เขากำลังจะย้ายกลับบ้าน…หมายความว่าคุณแจนก็จะย้ายมาเมืองไทยด้วยใช่ไหมคะ” ลดานิดาถามต่อ เพื่อไม่ให้ดูว่าอยากรู้จนเกินไป เธอเลยเสริมท้ายอีกนิดหน่อยว่า “ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีเลย…ต่อไปเราจะได้เจอกันบ่อยๆ”

“อืม…ย้ายกลับมาอยู่เมืองไทยหรือคะ แจนยังไม่รู้เลยคุณหมอ” ชั่วขณะที่แจนิสแอบถอนใจเบาๆ ไม่พ้นไปจากสายตาช่างสังเกตของลดานิดา

“ทั้งหมดเป็นเรื่องของอนาคต แจนอาจจะย้ายกลับมาหรือไม่ย้ายก็ยังไม่รู้ เพราะแจนเรียนพฤกษศาสตร์ สาขานี้หางานทำในเมืองไทยไม่ง่ายนักหรอกค่ะ อีกอย่าง แจนย้ายตามคุณพ่อคุณแม่ไปประเทศนั้นประเทศนี้ตลอด แทบไม่เคยได้ใช้ชีวิตอยู่เมืองไทยเลย เพื่อนสนิทส่วนมากก็อยู่ต่างประเทศทั้งนั้น แจนว่าแจนน่าจะปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่นี่ยากอยู่”

“อ้าว” ลดานิดาโคลงศีรษะ “แบบนี้ก็ต้องแยกกันอยู่กับเบนสิคะ”

“เรื่องอยู่ไกลกันไม่ใช่ปัญหาหรอกค่ะ เดี๋ยวนี้โลกแคบออกจะตายไป” แจนิสยักไหล่ เธอใช้ยางเส้นเล็กรวบผมเอาไว้หลวมๆ “บินไปไหนมาไหนง่ายแค่ชั่วลัดนิ้วมือ”

“อืม” ลดานิดาพยักหน้าน้อยๆ อยากจะพูดออกความเห็นอีก หากรีบห้ามปากตัวเองเอาไว้ได้ทัน

เป็นเรื่องของบทจรกับคนรักของเขา ไม่ใช่เรื่องของเธอสักหน่อย

ลดานิดาเคยเห็นมามาก…ความสัมพันธ์แบบทางไกลหรือ long distance relationship ไม่ใช่เรื่องง่าย มีน้อยคู่มากที่จะไปกันจนตลอดรอดฝั่ง

“ทุกอย่างอยู่ที่ใจคนมากกว่า อยู่ไกลกันแต่ถ้ารักกันก็ไม่มีวันลืม…” แจนิสทอดเสียงแผ่วต่ำ “ถ้าหมดใจเสียแล้ว ต่อให้อยู่ใกล้กันก็ไม่มีประโยชน์ จริงไหมคะคุณหมอ”

“จริงค่ะ” หล่อนพยักหน้า…ตอบได้เพียงเท่านั้นจริงๆ

“จะว่าไปก็น่าเสียดายนะคะ” แจนิสเล่าต่อ “งานของเบนที่โน่นกำลังก้าวหน้ามาก ผู้จัดการใหญ่กำลังจะโปรโมตให้เบนเป็นหัวหน้าเชฟของโรงแรมในเครืออยู่เชียว ยังไม่เคยมีคนเอเชียคนไหนได้เป็นหัวหน้าเชฟของโรงแรมในเครือนี้เลยนะคะ นี่แสดงว่าฝีมือเบนต้องสุดยอดจนทุกคนยอมรับ”

“อ้าว” ลดานิดานิ่วหน้า “เป็นแบบนี้แล้วเบนจะกลับมาทำไม น่าเสียดาย…ไปเอาใบลาออกคืน…จะทันไหมคะคุณแจน”

“ไม่ทันแล้วละค่ะ” แจนิสส่ายหน้า “ใบลาออกได้รับการอนุมัติไปแล้ว และผู้จัดการใหญ่ก็แต่งตั้งหัวหน้าเชฟคนใหม่ไปเรียบร้อยแล้วด้วย ตามสัญญาเบนจะทำงานจนถึงสิ้นปีแล้วจึงจะย้ายกลับมาอยู่เมืองไทยได้”

“นี่นิดาไม่รู้นะคะ เบนไม่เคยเล่าให้ฟังเลย ไม่อย่างนั้นจะบอกเขาว่าไม่ต้องกลับมาหรอก ถ้าเบนเป็นห่วงคุณพ่อคุณแม่ นิดาช่วยดูแลได้” ลดานิดาส่ายหน้า “คิดอะไรของเขานะ ทิ้งความฝันของตัวเองแท้ๆ เลย”

“แจนคิดว่า…เบนอยากพิสูจน์ตัวเอง และวันนี้เขาก็ทำได้แล้ว…แต่น่าเสียดาย คนที่เขาอยากให้เห็น ไม่ได้อยู่เห็นเสียแล้ว” แจนิสพึมพำเสียงแผ่ว ลดานิดามัวแต่หงุดหงิดกับการตัดสินใจของชายหนุ่ม จึงไม่ได้สังเกตท่าทางผิดปกติของอีกฝ่าย และไม่ได้ถามด้วยว่าคนที่แจนิสพูดว่า…ไม่ได้อยู่เห็นนั้น…คือใคร

สายลมยามราตรีแผ่วผ่านหน้าต่างเข้ามารวยริน

บ้านพักปลูกแบบบ้านไทยยุคต้นรัชกาลที่ ๙ คือเป็นบ้านไม้ฝาปะกน มีชานบ้านสำหรับทุกคนจะมานั่งทำกิจกรรมด้วยกัน ห้องพักทุกห้องติดเครื่องปรับอากาศ มีเครื่องทำน้ำอุ่นสะดวกสบายไม่ต่างจากโรงแรมห้าดาว

หากแจนิสและลดานิดาตกลงกันว่าจะไม่เปิดแอร์ อยู่ที่นี่พวกเธออยากจะได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์มากกว่า และสองสาวก็พบว่าอากาศที่สุโขทัยนอกจากจะสะอาดบริสุทธิ์แล้ว ยังเย็นสบายจริงๆ

“แจนชักจะง่วงแล้ว เข้านอนกันเสียทีดีไหมคะ” แจนิสอ้าปากหาว “พรุ่งนี้ต้องตื่นไปขึ้นเครื่องแต่เช้า”

“คุณแจนนอนก่อนเถอะค่ะ”

ลดานิดาส่งยิ้มให้อีกฝ่าย เธอทอดสายตามองดูท้องฟ้าที่ดารดาษไปด้วยดวงดาว และแสงวิบวับจากหิ่งห้อยที่ลอยไปมา เกิดเป็นภาพที่งดงามราวภาพฝัน

“นิดายังอยากนั่งเล่น นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอีกสักพัก…”

 

แม้จะเตรียมใจเอาไว้แล้วว่าระหว่างที่ไม่อยู่กรุงเทพฯ ที่คลินิกคงจะมีแต่เรื่องวุ่นวาย แล้วก็เป็นดังเช่นที่ลดานิดาคาดการณ์เอาไว้จริงๆ

เรื่องวุ่นวายเรื่องแรก คือแพ็กเกจตรวจสุขภาพราคาพิเศษ ที่มีคนไข้ซื้อกันไปมากมาย พอหลายคนรู้ว่ามีโปรแกรมตรวจสุขภาพแบบเดียวกันที่คลินิกพาดี แต่ราคาถูกกว่า ก็พากันมาขอคืนแพ็กเกจและขอเงินคืน

ระหว่างอยู่สุโขทัย ลดานิดาปิดโทรศัพท์ตามคำแนะนำของบทจร เพชรพธูและอาณัฐจึงติดต่อเธอไม่ได้

ทั้งสองจึงตัดสินใจอนุญาตให้คนไข้คืนแพ็กเกจได้ เพื่อจะได้ไม่เกิดเรื่องวุ่นวายไปมากกว่านี้ ส่งผลให้คนไข้ทยอยกันนำเอาแพ็กเกจมาขอคืนเงินอย่างต่อเนื่อง จำนวนแพ็กเกจที่ขายไปได้ทั้งหมด จึงต่ำกว่าเป้าหมายที่ประมาณการเอาไว้มาก

ความวุ่นวายต่อมาก็คือ จำนวนคนไข้ยกเลิกนัด ไม่มาตรวจตามนัดที่มีเพิ่มมากขึ้น และยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขยอดคนไข้ในชั่วเวลาแค่สัปดาห์เดียวลดลงอย่างน่าตกใจ จากที่เคยตรวจวันละห้าสิบเคสเป็นอย่างน้อย เหลือคนไข้วันละไม่ถึงยี่สิบเคส

เป็นสถิติที่น่าตกใจมาก หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ สภาพคล่องทางการเงินของคลินิกจะต้องมีปัญหาแน่นอน และนั่นจะกระทบไปถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชะลอวัยที่กำลังก่อสร้างอยู่ด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้

สองเรื่องนี้ ทำให้ลดานิดามัววุ่นวายกับการประชุมวางแผนรับมือสถานการณ์ความยุ่งเหยิง จนไม่มีเวลาสอบถามพยาบาลถึงเรื่องชายแปลกหน้าที่แฝงตัวเข้ามานั่งในคลินิก

ถึงไม่มีโอกาสได้ถามตรงๆ แต่ระหว่างวันนั้นทั้งวัน ลดานิดาคอยสังเกตดูก็ไม่พบว่าผู้ชายคนนั้นจะปรากฏกายมาให้เห็น

ความวุ่นวายต่อมาก็คือ แสงดาวแจ้งว่าณิชชาขอลาออก ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ลดานิดาพอจะเดาได้อยู่แล้ว เนื่องจากรู้มาว่าภารดีกำลังปฏิบัติการแย่งตัวคนของเธอไป

“น้องมาทำงานวันนี้วันสุดท้ายค่ะ”

แสงดาวรายงานในห้องประชุมที่มีแค่ตัวเธอ กับคุณหมอเจ้าของคลินิกทั้งสาม สีหน้าของหัวหน้าพยาบาลไม่ค่อยดีนัก

“พี่พยายามรั้งไว้ที่สุดแล้ว แต่ณิชชาไม่ยอมท่าเดียว”

“นิดาขอคุยกับณิชชาหน่อยได้ไหมคะพี่ดาว เลิกงานแล้วบอกน้องว่านิดาขอพบหน่อย” ลดานิดาถอนใจ รู้สึกถึงอาการปวดหัวที่แล่นขึ้นมาเป็นริ้ว

“นิดาจะคุยทำไม” เพชรพธูท้วง สีหน้าสวยหวานของเธอมีร่องรอยไม่พอใจแฝงอยู่ลึกเร้น

“เพชรกับณัฐคุยจนไม่รู้จะคุยยังไงแล้ว ณิชชาอ้างว่ารายได้ไม่พอ ตอนนี้ไปได้งานใหม่ที่รายได้ดีกว่า เพชรก็ไม่รู้จะรั้งไว้ทำไม เพราะเราเองก็คงเพิ่มค่าตอบแทนให้ไม่ได้มากกว่านี้แล้ว เพราะถ้าเพิ่มให้ณิชชาคนหนึ่งก็ต้องเพิ่มให้พนักงานคนอื่นๆ ด้วย อีกอย่าง สถานะการเงินของเราในเวลานี้ก็เริ่มจะไม่ค่อยดี การจะให้พยาบาลลาออกไปสักคนคงไม่มีอะไรเสียหายหรอก เพชรเลยตัดสินใจอนุมัติไป”

“แต่…” ลดานิดาอยากจะพูดอะไรบางอย่าง หากไม่มีโอกาส เพราะอาณัฐแทรกขึ้นเสียก่อน

“ผมเห็นด้วยกับเพชร” อาณัฐเสริม ท่าทางของเขาเหมือนไม่พอใจเช่นกันที่ลดานิดาทำอะไรแบบนี้ “เราสามคนเป็นเจ้าของคลินิกเท่าๆ กันนะนิดา ผมกับเพชรก็มีสิทธิ์ตัดสินใจเช่นกัน การที่นิดาเรียกเด็กมาคุยอีกรอบ ทำแบบนี้เหมือนไม่ให้เกียรติผมกับเพชรเลย”

“เอาละ…” ลดานิดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ยาวๆ บอกตัวเองให้ใจเย็น “นิดาสัญญาว่าจะไม่ยับยั้งณิชชา จะไม่หักหน้าเพชร ณิชชาอยากจะลาออกก็ออกไป…ตกลงไหม”

พูดประโยคนั้นจบลง ลดานิดาเห็นสีหน้าของเพื่อนทั้งสองคนดีขึ้นนิดหนึ่ง

“แต่นิดาจะขอคุยกับณิชชาสักหน่อย…อยากขอบคุณที่เธอช่วยงานคลินิกของเรามาตั้งแต่ต้น ถึงจะลาออกก็ไม่ว่ากัน…ขอให้ได้พูดคุยกันสักหน่อย จะได้จากกันด้วยดี…เท่านี้จริงๆ ที่นิดาจะพูดกับณิชชา…”

 



Don`t copy text!