พรางพัสตรา บทที่ 32 : ความจริงความลวง

พรางพัสตรา บทที่ 32 : ความจริงความลวง

โดย : พงศกร

พรางพัสตรา นวนิยายออนไลน์เรื่องล่าสุดโดย พงศกร ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เมื่อผ้าคลุมผมเจ้าสาวไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งในชุดเจ้าสาว แต่คือสิ่งที่นำ ‘ลดานิดา’ ไปเห็นบางสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม ความรักของเขาคือความจริงหรือความลวง ผ้าคลุมผมเจ้าสาวนี้มีคำตอบ

***************************  

จัดการเรื่องงานเสร็จก็มาถึงเรื่องวุ่นวายต่อมา นั่นก็คือถ่ายภาพพรีเวดดิ้งครั้งที่สอง ใกล้วันแต่งงานเข้ามาทุกขณะ และลดานิดาก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่ไป ด้วยนัดหมายทุกอย่างเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

รู้สึกไม่พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ นาฬิกาชีวิตของเธอดูจะเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมาส่องกระจก ลดานิดาจะรู้สึกตัวว่าแก่ลงไปกว่าเมื่อวานเสมอ

แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็นั่งลงเพื่อรอเวลานัดหมาย พีธันดรไม่มีคิวถ่ายละคร จึงเอาใจหล่อนด้วยการแวะมารับไปสตูดิโอด้วยกัน

ก่อนไปสุโขทัย ลดานิดาบอกพีธันดรตามตรงว่าเธอไปพักผ่อนกับครอบครัวของร้อยเอกขจร อันที่จริงก็ไม่อยากบอก แต่ถ้าไม่บอกก็คงจะไม่เหมาะ และพีธันดรก็คงจะหงุดหงิดที่เธอหายตัวไปโดยที่เขาไม่รู้

หากคำแรกที่พบหน้ากัน พีธันดรกลับไม่ได้ถามถึงสุโขทัยแม้แต่คำเดียว เขาเลิกคิ้ว จ้องหน้าหล่อนแล้วถามว่า

“นิดา นั่นคุณไม่สบายหรือเปล่า…ทำไม…”

แล้วคำพูดของชายหนุ่มก็ค้างอยู่ที่ริมฝีปาก

“ทำไม…แก่…ใช่ไหมคะ” ลดานิดาย้อนถาม

“ผมก็…ไม่ได้ว่าอย่างนั้นสักหน่อย” พีธันดรพึมพำเสียงอุบอิบในลำคอ “แค่รู้สึกว่านิดาดูเหนื่อยๆ เอ้อ…อาจจะเพราะไม่ค่อยได้พักผ่อน เลยดูโทรมๆ แต่เดี๋ยวได้พักผ่อนเต็มที่ก็คงกลับมาเป็นปกติดีละครับ”

“ความแก่นะคะพีท” ลดานิดาหัวเราะในลำคอ “ไม่ใช่หวัดนะ จะได้หายง่ายๆ”

“ทุกคนก็ต้องแก่ทั้งนั้นละ” เขาพูด พยายามให้รู้สึกตลกๆ “เพียงแต่นิดาล้ำหน้าผมไปหน่อยเท่านั้นเอง”

ภาษากายนั้นหลอกลวงกันไม่ได้ ลดานิดาเห็นร่องรอยปริวิตกปรากฏบนดวงหน้าคมสันแวบหนึ่ง ก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว

แน่ละ…

จะไม่วิตกได้อย่างไร ในเมื่อว่าที่เจ้าสาวของเขาดูแก่ลงไปมากอย่างเห็นได้ชัด

ภายในเวลาแค่ไม่กี่วัน ดูเหมือนความแก่ของลดานิดาจะเดินหน้าไปอีก เส้นผมที่เคยมีสีขาวแซมอยู่บ้าง บัดนี้ผมขาวปรากฏให้เห็นชัดเจนขึ้น ริ้วรอยบนดวงหน้าก็เริ่มปรากฏมากขึ้นจนเครื่องสำอางไม่อาจปิดบัง

“นิดาจริงจังนะคะ” ลดานิดาเสียงเข้ม “นิดากำลังแก่…ดูผมนิดาสิคะ…ผมขาวมาจากไหนไม่รู้ เต็มไปหมดเลย ยังจะรอยเหี่ยวย่นพวกนี้อีก…นิดาเหมือนคนอายุห้าสิบหกสิบเลย ว่าไหมคะพีท”

“ไม่เอาน่ะ” เขาดึงร่างโปร่งระหงมากอดหลวมๆ ขณะที่ลดานิดาได้แต่ทำตัวแข็ง ด้วยความรู้สึกบัดนี้แปรเปลี่ยนไปจากเดิม “จะเครียดไปทำไม ผมขาวก็ย้อมได้ ริ้วรอยก็โบท็อกซ์ได้ นิดาเป็นหมอเวชศาสตร์ชะลอวัย ยังไงก็แก้ไขได้ไม่ใช่หรือ กินวิตามินเยอะๆ กินอาหารเสริมเยอะๆ เดี๋ยวก็หาย…ผมว่าเราอย่ามัวแต่พูดเรื่องนี้เลยนะครับ รีบไปกันดีกว่า ป่านนี้พี่แตมกับทีมงานรอแล้วละ”

เขาตัดบท และลุกขึ้นเหมือนไม่ปรารถนาจะคุยเรื่องนี้ต่อ ลดานิดาถอนใจเบาๆ ก่อนจะเดินตามหลังเขาไป

แน่นอน…เธอไม่ลืมที่จะหยิบผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวโบราณผืนนั้นไปด้วย…

 

ทีมงานถ่ายภาพพรีเวดดิ้งวันนี้คือทีมเดิมของเฌอแตม และช่างแต่งหน้าก็เป็นถิงถิงเช่นกัน

ทันทีที่ลดานิดาเดินเข้ามาภายในสตูดิโอ เสียงพูดคุยจ้อกแจ้กทั้งหมดก็หยุดลง ทุกคนหันมามองหญิงสาวเป็นตาเดียวกัน และลดานิดาก็ได้เห็นปฏิกิริยาต่างๆ ภายในสีหน้าและแววตาของคนพวกนั้น

ตกใจ แปลกใจ สงสัย มีบางคนสะใจโดยไม่พยายามจะปิดบัง!

และใครคนนั้นก็คือปรมะ ผู้จัดการส่วนตัวของพีธันดร

“เอ้า” เฌอแตมตบมือให้สติ ส่งเสียงดังเป็นกังวาน “ทุกคนคะ เจ้าบ่าวเจ้าสาวมาถึงแล้ว ลงมือทำงานกันได้”

“ไปแต่งตัวห้องโน้นกันพีท” ปรมะดึงพีธันดรให้แยกไปอีกทาง ปล่อยให้ถิงถิงกับบรรดาช่างเสื้อเข้ามารุมล้อมลดานิดา “ประเดี๋ยวไปเจอกันที่ห้องกุหลาบนะจ๊ะคุณหมอ”

ประโยคหลังเขาหันมาทางหล่อน พร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก

เฌอแตมสรุปคอนเซปต์ของการถ่ายภาพวันนี้ให้ลดานิดาฟังคร่าวๆ และหญิงสาวก็ฟังไปอย่างนั้น ข้อมูลเข้าหูซ้ายออกหูขวา รู้แต่เพียงว่าชุดแรกของวันนี้จะถ่ายอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยดอกกุหลาบ และลดานิดาจะสวมกระโปรงยาวสีโอลด์โรส

หลังจากสรุปข้อมูลทุกอย่างเรียบร้อย หญิงสาวผู้เป็นเวดดิ้งแพลนเนอร์ก็แยกตัวไปสำรวจความเรียบร้อยของช่างกล้อง ส่วนถิงถิงก็เริ่มลงมือแต่งหน้าให้เข้ากับคอนเซปต์

“ผิวคุณหมอ…เอ้อ…” ถิงถิงลดเสียงเบาลงพอได้ยินกันแค่สองคน “ดูผิดปกติไปมากนะคะ”

“เหี่ยว…ย่น แก่” ลดานิดาพึมพำ “จะบอกว่ายังงั้นใช่ไหมคะ”

“ใช่ค่ะ…เกิดอะไรขึ้นกับคุณหมอคะ” ถิงถิงถาม น้ำเสียงเป็นห่วงมากกว่าถามเพราะอยากรู้เพื่อจะเอาไปพูดต่อ “ครั้งก่อนที่ถิงถิงแต่งหน้าให้คุณหมอ…มันไม่ใช่แบบนี้…ยังไม่ทันถึงเดือนเลยนะคะ ผิวคุณหมอเปลี่ยนแปลงเร็วมาก”

“นิดาก็ไม่รู้” ลดานิดาส่ายหน้า ไม่อยากอธิบายอะไรมาก “อยู่ๆ ก็เป็นแบบนี้”

“ไม่เป็นไรค่ะ” ถิงถิงจ้องมองลดานิดาด้วยท่าทางมุ่งมั่น “คุณหมอไม่ต้องกังวลนะคะ ถิงถิงจะแต่งหน้าให้สุดฝีมือ รับรองว่าคุณหมอจะต้องดูดีแน่ๆ”

เธอพยักหน้าให้ช่างผมชื่อดังที่เฌอแตมเรียกมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ สิงหามีโฟมปิดผมขาวติดมาด้วยพอดี จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะเนรมิตให้ผมของลดานิดากลับมาดกดำเหมือนเดิม ช่างผมและช่างแต่งหน้าทั้งสองใช้เวลากลุ้มรุมลดานิดาอยู่นานเกือบชั่วโมง

และเงาของลดานิดาในกระจกก็กลับมาสวยงาม เหมือนกับตอนถ่ายพรีเวดดิ้งครั้งที่แล้วไม่มีผิด

“ยอดเยี่ยมเลยค่ะ” ลดานิดาชมจากใจจริง

เธอเดินเข้าไปจ้องเงาตนเองในกระจกใกล้ๆ แล้วก็พบว่าริ้วรอยบนดวงหน้าเลือนหายไปด้วยฝีมือการแต่งของถิงถิง ไม่เสียแรงที่เป็นช่างแต่งหน้าคิวทองที่ดาราและบุคคลมีชื่อเสียงในวงสังคมเรียกหา

ติ๊ง…

เสียงสัญญาณดังจากโทรศัพท์มือถือของลดานิดา มีใครบางคนส่งข้อความอะไรบางอย่างมาให้

“นี่ค่ะ” สิงหาหยิบโทรศัพท์ของลดานิดาส่งให้

หญิงสาวรับมากดดูภาพถ่ายที่ใครบางคนส่งมา และทันทีที่เห็นภาพในโทรศัพท์สีหน้าของลดานิดาก็เปลี่ยนไป หัวคิ้วของหล่อนขมวดมุ่น ลมหายใจแรงเร็วขึ้นมาจนถิงถิงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ

“มีอะไรหรือเปล่าคะ” ช่างแต่งหน้าถาม

“เปล่าค่ะ” ลดานิดาพึมพำตอบ “ไม่มีอะไร”

“ไม่มีอะไรก็ดีค่ะ ถ้าพร้อมแล้ว เราออกไปถ่ายภาพกันเถอะค่ะ วันนี้มีตั้งสามชุด อลังการงานสร้างทั้งสามชุดเลยนะคะ” ถิงถิงชวน หากยังไม่ทันที่ทุกคนจะเดินออกไปที่ห้องกุหลาบ ป้อมก็โผล่หน้ามาเสียก่อน

“เดี๋ยวก่อนพี่ถิงถิง…เดี๋ยวก่อนค่ะคุณหมอ” เด็กสาวละล่ำละลัก

“มีอะไร” ถิงถิงนิ่วหน้า

“กุหลาบที่จะใช้ถ่ายภาพน่ะสิคะ” ป้อมอธิบาย “คุณพีทบอกว่าน้อยไปหน่อย อยากให้มีมากกว่านี้ พี่แตมเลยให้คนไปซื้อมาเพิ่ม คุณหมอรอในนี้สักพักก่อนนะคะ เดี๋ยวข้างนอกเรียบร้อยแล้วป้อมจะรีบมาบอก”

“อ้อ ได้สิจ๊ะ” ลดานิดายิ้ม ก่อนจะพึมพำอย่างหมายมั่นว่า “บอกคุณแตมว่าไม่ต้องรีบ…ยิ่งนานยิ่งดี…นิดาชอบ จะได้มีเวลามากสักหน่อย…”

 

“นี่ว่าที่เจ้าสาวของพีทไปทำอะไรมา ทำไมโทรมขนาดนั้น ไม่เจอหน้าแค่ไม่กี่วัน เหมือนแก่ลงไปเป็นสิบปี”

เมื่ออยู่กันตามลำพังสองคนในห้องแต่งตัวเจ้าบ่าว ปรมะก็ไม่รีรอที่จะถามดาราในสังกัดของเขา

“ผมก็ไม่รู้” พีธันดรส่ายหน้า “เมื่อเช้าตอนผมแวะไปรับ ก็ตกใจเหมือนกัน”

“นี่ละนะ แก่ง่าย ตายยาก…โบราณว่าไว้” ปรมะหัวเราะเสียงแหลม

“พี่เป้ก็ว่าเข้านั่น” พีธันดรพลอยหัวเราะไปด้วย “นิดาเขาไม่ได้เป็นแบบที่พี่ว่าสักหน่อย”

“ตอนนี้ไม่เป็น แต่งไปก็เป็น พนันกันไหม” ปรมะหมายมั่น

“ไม่” พีธันดรส่ายหน้า เขายกข้อมือขึ้นมองนาฬิกา บ่นพึมพำว่า “นี่พี่แตมยังไม่เสร็จอีกหรือ”

“พี่ว่ากุหลาบก็มากพอแล้วนะ ทำไมพีทต้องให้แตมไปซื้อมาอีก” ผู้จัดการของเขาส่ายหน้า

“ยังไม่พอ ที่มีนี่หร็อมแหร็มออกจะตาย” พีธันดรว่า “ผมอยากให้กุหลาบมากกว่านี้  ภาพจะได้ออกมาสวย”

“ตามใจ เรื่องชอบความสมบูรณ์แบบนี่ไม่มีใครเกินพีทได้สักคน” ปรมะเหมือนเพิ่งนึกได้ “ว่าแต่ที่หมอนิดาเป็นแบบนี้…ป่วยหรือเปล่านะ ดูครั้งที่แล้วยังไม่โทรม ไม่ผมขาวขนาดนี้เลย แค่ไม่กี่วันผ่านไป ทำไมเปลี่ยนแปลงไวจัง…แบบนี้ถ้าไม่ป่วย จะอธิบายว่าอย่างไร”

“มีโรคอะไรแบบนี้ด้วยหรือ” พีธันดรขมวดคิ้วมุ่น

“ก็ไม่รู้” ปรมะยักไหล่ “แต่ดูไม่ปกติแน่ คนอะไรจะแก่เร็วขนาดนี้”

“อย่าไปยุ่งเลยพี่เป้ นิดาเป็นหมอนะ เดี๋ยวเขาก็รักษาตัวเองได้เองละ” พีธันดรพูดง่ายๆ ตามแบบของเขา

“แล้วถ้ารักษาไม่ได้ล่ะ” ปรมะถามเสียงเครียด “พีทจะทำยังไง”

“พี่หมายความว่ายังไง” พีธันดรหันไปทางผู้จัดการของเขา

“หมายความถึงงานแต่งงาน” ปรมะพูดตรง “พีทยังจะแต่งอยู่หรือเปล่า พีมจะยอมมีเมียหน้าแก่ ให้คนเอาไปนินทากันทั้งเมืองหรือ”

“มาถึงจุดนี้ เราเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้วหรือเปล่าพี่เป้” พีธันดรถาม

“ตราบใดที่ยังไม่ถึงวันแต่ง อะไรก็เปลี่ยนแปลงได้ทั้งนั้นละ” ปรมะพูดเสียงเรียบ “แต่งแล้วก็เลิกได้ แต่ถ้าจะให้ดี ตัดไฟเสียแต่ต้นลม ไม่แต่งได้ก็อาจจะดีกว่า”

“ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกพี่เป้ ผู้หญิงเขาจะเสียหาย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมก็จะแต่งกับนิดา” พีธันดรส่ายหน้า และนั่นทำให้ลดานิดารู้สึกดีขึ้นนิดหนึ่ง

…นิดเดียวจริงๆ…

ใช่…

ลดานิดาอยู่ในห้องนั้นด้วย

ทั้งพีธันดรกับปรมะ ไม่มีใครรู้

เพราะถ้ารู้ ทั้งสองจะไม่มีวันหลุดบทสนทนาเช่นนี้ให้เธอได้ยินเด็ดขาด

ต้องขอบคุณผ้าคลุมโบราณที่พรางหล่อนจากสายตาของผู้คนทั้งหลาย ช่วยให้ลดานิดาเห็นความจริงและความลวง

หลังจากนั่งรอคนของเฌอแตมไปซื้อกุหลาบอยู่พักใหญ่ ถิงถิงและช่างผมก็ขอตัวออกไปหากาแฟดื่ม เปิดโอกาสให้ลดานิดาหยิบผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวขึ้นมาสวม

เช่นเดียวกับทุกครั้ง ลดานิดามองเงาของตัวเองในกระจกบานยาว ที่ค่อยๆ เลือนหายราวกลุ่มควัน จากนั้นเธอก็เปิดประตูเดินออกไป มุ่งหน้าไปยังห้องที่พีธันดรแต่งตัว อยากไปสังเกตการณ์ว่าเขากับผู้จัดการจะพูดคุยอะไรกัน

แล้วก็จริงอย่างที่นึกสงสัย…

ทั้งสองกำลังพูดถึงหล่อนอยู่พอดี

“แต่ว่า…” ปรมะเหมือนจะพูดอะไรออกมาอีก หากพีธันดรยกมือห้ามไว้

“พอเถอะพี่เป้ เรื่องนี้ขอผมเป็นคนตัดสินใจเอง”

“ตามใจ” ปรมะถอนใจ “ว่าแต่วันแต่งต้องให้พี่หาตำรวจมารักษาความปลอดภัยไหม อันนี้ถามจริงนะ…ซีเรียส”

ลดานิดาพอรู้อยู่ว่าพีธันดรเนื้อหอม ก่อนหน้าประกาศแต่งงานกับเธอ เขาเคยคบหากับผู้หญิงหลายคน ทั้งในและนอกวงการ บางคนคบอยู่นานเป็นปี บางคนคบอยู่ไม่กี่เดือน บางคนก็จบลงด้วยดี บางคนจบแบบไม่ค่อยสวย

“ไม่ต้องพี่…ผมเคลียร์หมดแล้ว” พีธันดรหัวเราะ

“แน่นะ” ปรมะคาดคั้น “พี่ไม่อยากมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเหมือนอย่างพรีเวดดิ้งครั้งก่อน หมอนิดาไม่ใช่คนโง่ คราวที่แล้วพี่เชื่อว่านางสงสัย นางฉลาดพอที่จะไม่ถามอะไรออกมา”

“ไม่มีแน่นอน” พีธันดรยืนยัน “ผมเคลียร์หมดแล้วจริงๆ กับภาก็พูดกันเข้าใจแล้ว”

…กับภา…

ลดานิดาเม้มริมฝีปากแน่น ภาพที่ ‘ผู้หวังดี’ ส่งมาให้ที่โทรศัพท์มือถือเมื่อสักครู่ยังติดตาติดใจหล่อน

ภาพที่พีธันดรนั่งดื่มเบียร์กับภารดีที่บาร์แห่งหนึ่ง ทั้งสองหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ท่าทางทั้งโอบกอดกัน บอกถึงความสนิทสนมเกินกว่าคนรู้จัก

และทั้งหมดนี้…ที่ผ่านมา พีธันดรไม่เคยมีพิรุธให้หล่อนจับได้เลย…

“สามสี่วันที่นิดาไปเที่ยวสุโขทัย ผมไปหาภาทุกวัน” คำพูดของพีธันดรเหมือนมีดกรีดใจหล่อนซ้ำๆ จนยับเยิน “ภารู้แล้วว่าถ้ายังอยากจะคบกับผมต่อ เธอจะต้องไม่แสดงอะไรออกมาให้นิดารู้ ไม่เช่นนั้นทุกอย่างจะต้องจบลงทันที เพราะถ้าให้ผมเลือก ยังไงผมก็เลือกนิดา”

“แน่ใจนะว่าจะควบคุมได้” ปรมะส่ายหน้า

“แน่ใจ” พีธันดรพยักหน้า

“แต่พี่ไม่แน่ใจ” ปรมะจ้องหน้าดาราในสังกัดของเขา

“ทำไมพี่พูดแบบนั้น” พีธันดรย้อนถาม

“หมอภาคือหุ้นส่วนคนสำคัญของบริษัทโสมวาฬ” ปรมะวิเคราะห์ “พีทเองก็ลงทุนไปไม่น้อย การที่บริษัทจะเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ ตอนนี้หมอภาก็คือตัวแปรสำคัญ…ถ้านางยกเอาเรื่องนี้ขึ้นมาต่อรอง…พี่ไม่คิดว่าพีทจะทำอะไรได้มาก ฉะนั้น ที่คิดว่าควบคุมหมอภารดีได้ เอาเข้าจริง หมอภารดีนั่นละ ที่เป็นคนควบคุมพีท…”



Don`t copy text!