พรางพัสตรา บทที่ 33 : To be or not to be

พรางพัสตรา บทที่ 33 : To be or not to be

โดย : พงศกร

พรางพัสตรา นวนิยายออนไลน์เรื่องล่าสุดโดย พงศกร ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เมื่อผ้าคลุมผมเจ้าสาวไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งในชุดเจ้าสาว แต่คือสิ่งที่นำ ‘ลดานิดา’ ไปเห็นบางสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม ความรักของเขาคือความจริงหรือความลวง ผ้าคลุมผมเจ้าสาวนี้มีคำตอบ

*************************** 

ถ่ายภาพพรีเวดดิ้งวันนั้นเสร็จเร็วเกินกว่าที่ทุกคนคาดเอาไว้ ลดานิดาให้ความร่วมมือกับช่างภาพอย่างเต็มที่ ไม่มีอิดออด เฌอแตมกำกับให้ทำอะไรก็ทำตามทุกอย่าง สร้างความประหลาดใจให้กับทีมงานไม่น้อย

ใช่แต่ทีมงานจะแปลกใจ พีธันดรเองก็แปลกใจไม่แพ้กัน

“วันนี้นิดาโปรเฟสชันนอลมากๆ นะครับ” ว่าที่เจ้าบ่าวของเธอเอ่ยชม

“นิดาคิดเสียว่ากำลังเล่นละครอยู่ไงคะ” แกล้งพูดให้ฟังดูตลก หากลดานิดาทำเช่นนั้นจริงๆ

ยอมฝืนความรู้สึกของตัวเองเพราะอยากถ่ายภาพให้เสร็จจบเร็วที่สุด ไม่อยากทนอยู่ใกล้พีธันดรและปรมะอีกต่อไป บทสนทนาระหว่างบุคคลทั้งสอง ปลุกให้หล่อนตื่นขึ้นมาจากความฝัน เพื่อเผชิญหน้ากับความจริง

เธอโทรศัพท์เรียกให้บทจรแวะมารับที่สตูดิโอ และนั่นสร้างความไม่พอใจให้กับพีธันดรเป็นอย่างมาก เขามองชายหนุ่มร่างสูงด้วยสายตาไม่เป็นมิตรนัก หากบทจรไม่สนใจ เขาเพียงแต่ยืนนิ่งๆ จ้องมองว่าพีธันดรกำลังจะทำอะไร

“ผมนึกว่าเราจะไปกินข้าวเย็นด้วยกันเสียอีก” ดวงหน้าคมสันแดงก่ำด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ภายใน เขาหันไปกล่าวกับลดานิดาเสียงเข้ม “นิดาโทรเรียกเพื่อนมารับ ทำไมไม่บอกล่วงหน้า ผมอุตส่าห์ยกเลิกนัดอื่นๆ ทั้งหมด”

“พอดีนิดาอยากไปบ้านสวนน่ะค่ะ อยู่ๆ ก็นึกอยากไปวันนี้ ไม่ได้วางแผนล่วงหน้า เลยไม่ได้บอกพีท”

ลดานิดาพูดเสียงเรียบ ถิงถิงล้างเครื่องสำอางออกหมดแล้ว และริ้วรอยที่ปรากฏทำให้ลดานิดาแลดูสูงวัยอย่างไม่น่าเชื่อ

“ถ้าพีทไม่พอใจ นิดาก็ขอโทษด้วยนะคะ”

“อยากไปบ้านสวนสับปะรังเคนั่น นิดาบอกผมก็ได้ ไม่เห็นต้องไปตามคนอื่น”

พีธันดรหลุดวาจาดูถูกออกมา ลดานิดาเห็นสีหน้าของบทจรเปลี่ยนไปนิดหนึ่ง ก่อนจะกลับมาสงบนิ่งตามเดิม หากหล่อนเป็นเขา ลดานิดาคงไม่ยอมให้ใครมาดูถูกแน่

“พีทไม่ชอบไปไม่ใช่หรือคะ” ลดานิดาพูดตรง “นิดาชวนทีไร พีทก็คอยแต่จะบ่ายเบี่ยง อ้างนั่นอ้างนี่ตลอดเวลา”

“ไม่เห็นน่าไปเลย สวนโทรมๆ” พีธันดรสบถ และบทจรก็เริ่มขยับกายด้วยความไม่พอใจ ลดานิดาคิดว่าหากพีธันดรยังคงพูดจาเชิงดูถูกบ้านสวนของบทจรต่อไปอีก สองหนุ่มจะต้องเกิดเรื่องวิวาทขึ้นแน่

“ระวังคำพูดของคุณไว้ด้วยนะพีท” ลดานิดาอดไม่ได้

“ผมพูดอะไรผิด” พีธันดรเริ่มพาล

“พอได้แล้ว พอเถอะ” ปรมะเห็นพีธันดรโกรธจนหน้าแดง เลยรีบเข้ามาช่วยแก้สถานการณ์ ก่อนที่เรื่องราวจะบานปลายไปมากกว่านี้ “หวงคุณหมอใช่ไหมล่ะพีท แหม…น่ารักจริงๆ เลย วันนี้คุณหมอเขามีธุระ ก็ปล่อยให้คุณหมอไปทำธุระให้เสร็จเถอะ พีทอยากกินข้าวเย็นอร่อยๆ เราก็ไปของเราเองก็แล้วกัน…เนอะ”

ปรมะเอ่ยเสียงหนัก เขาเอื้อมมือไปจับต้นแขนของดาราหนุ่ม บีบแน่นๆ เพื่อเตือนสติ ด้วยสายตาของคนทั้งสตูดิโอกำลังจ้องมอง หากพีธันดรออกอาการอาละวาดโวยวายคงไม่ดีแน่ ในสายตาของคนอื่นๆ พีธันดรมีภาพลักษณ์พระเอกหนุ่มผู้อ่อนโยน ปรมะไม่อยากให้ใครเห็นตัวตนที่แท้จริงของดาราในสังกัด

“เดี๋ยวแต่งงานกันแล้ว พีทกับคุณหมอก็ได้อยู่ด้วยกันทุกวันจนเบื่อ” ปรมะแค่นเสียง

“แต่…” พีธันดรมีท่าทางฮึดฮัด

“พีท” ปรมะเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงหนักๆ และนั่นทำให้พีธันดรได้สติ เขาเหลือบมองไปรอบๆ เห็นเฌอแตม ป้อม ถิงถิง สิงหา และทุกคนกำลังเงี่ยหูฟังอย่างสนใจ ดังนั้น ดาราหนุ่มจึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ หันหน้าไปหาลดานิดา ฝืนยิ้มแล้วบอกกับหญิงสาวว่า

“โอเค…อยากจะไปแบบนั้นก็ตามใจ…ยังไงก็ดูแลตัวเองด้วยแล้วกันนะนิดา”

 

ฟ้าครึ้มและลดานิดาแลเห็นฟ้าแลบแปลบปลาบจากที่ไกล รถราบนท้องถนนเริ่มติดหนัก ด้วยทุกคนอยากกลับให้ถึงบ้านก่อนฝนตก

“ทำไมนิดาไม่บอกผมก่อน ว่าจะต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้” บทจรพึมพำ ขณะขับรถมุ่งหน้าไปบ้านสวนของเขา

“ทำไมคะ ถ้านิดาบอก แล้วเบนจะไม่มารับนิดาหรือ” ลดานิดาพาล

“เปล่า” บทจรส่ายหน้า “ผมจะได้รอนิดาอยู่ข้างนอก ไม่เข้าไปในสตูดิโอ”

“ไม่เห็นเป็นไรเลย” ลดานิดายังหน้าบึ้ง

“ทำไมจะไม่เป็น” บทจรย้อนถาม “คุณไม่เห็นสายตาคนที่สตูดิโอหรือ พวกนั้นอยากรู้ทั้งนั้นละว่าผมคือใคร ทำแบบนี้นิดาจะเสียชื่อได้นะ”

“นิดาไม่แคร์ พวกนั้นชอบนินทาอยู่แล้ว จะเพิ่มอีกสักเรื่องสองเรื่องจะเป็นไรไป” หญิงสาวถอนใจเบาๆ เงาในกระจกสะท้อนให้เห็นหญิงวัยกลางคนที่ท่าทางเหนื่อยล้า

“แค่เห็นนิดาหน้าแก่ ผมขาว ป่านนี้ทุกคนก็คงเก็บเอาไปพูดต่อแล้วละ…นิดาแค่รู้สึกไม่ไหวแล้ว รอบตัวมีแต่ใครก็ไม่รู้ หาคนที่หวังดีกับนิดาจริงๆ ไม่ได้เลยสักคน…เบนคือ Safe Zone คือพื้นที่ปลอดภัยของนิดา…นิดานึกถึงใครไม่ออก เลยโทรหาเบน”

เขาละมือข้างหนึ่งจากพวงมาลัย มากุมมือที่เย็นเฉียบราวน้ำแข็งของลดานิดาเอาไว้แน่น

“ไม่เป็นไรแล้วนะ” บทจรว่า “ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น ผมอยู่นี่แล้ว”

ลดานิดาถอนสะอื้น เธอเอียงศีรษะไปพิงบ่าแข็งแกร่งของเขา ภายนอกสายฝนกำลังโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย สายลมแรงพัดอึงอล ไม่ต่างอันใดกับความสับสนที่เกิดขึ้นในใจของเธอยามนี้

“เกิดอะไรขึ้นที่สตูดิโอ”

เขารอจนร่างโปร่งบางสงบลง จึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ถ้าไม่สบายใจ นิดาไม่ต้องเล่าให้ผมฟังก็ได้นะ”

“พี่เป้เสนอให้พีทยกเลิกงานแต่งงาน” ลดานิดาหลุดสิ่งที่ค้างคาใจของเธอออกมาในที่สุด และเมื่อหลุดประโยคแรกออกมาได้ ทุกอย่างก็พรั่งพรูออกมาราวสายน้ำ เธอเล่าทุกอย่างที่ได้ยินมา เล่าเลยไปถึงความสัมพันธ์ซ่อนเร้นของภารดีและพีธันดร

“นิดารู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง” บทจรนิ่วหน้า หลายเรื่องที่หญิงสาวเล่า เธอไม่น่าจะรู้ได้ เพราะคนพวกนั้นคงไม่หลุดเล่าออกมาให้ลดานิดาได้ยินแน่ “อย่าบอกนะว่ามีคนมาเล่าให้ฟัง…ถ้าเป็นแบบนั้น เราจะเชื่อได้หรือเปล่า เขาอาจจะไม่หวังดีกับนิดาก็ได้”

“ไม่มีใครบอก แต่นิดาได้ยินกับหูตัวเอง” ลดานิดาแค่นเสียง ครั้นพอนึกได้ว่าบทจรอาจจะสงสัย เธอเลยจำเป็นต้องโกหก “นิดาแอบอยู่ในห้องแต่งตัว พีทกับพี่เป้เข้ามาพอดี พวกนั้นไม่เห็นนิดา เลยคุยเรื่องนี้สนุกปาก ไม่มีใครรู้ว่าที่จริงแล้ว นิดาได้ยินทุกอย่าง…ส่วนรูปที่ภารดีกับพีทไปเที่ยวผับด้วยกัน…มีผู้หวังดีส่งมาให้นิดาที่มือถือเมื่อเช้านี้ ตอนกำลังแต่งหน้าเตรียมถ่ายพรีเวดดิ้ง”

“หวังดีประสงค์ร้าย” บทจรถอนใจ เขารับโทรศัพท์จากมือของลดานิดา เหลือบมองดูภาพถ่ายที่ ‘ผู้หวังดี’ ส่งมาให้

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้” ลดานิดาพลอยถอนใจไปด้วยอีกคน “แต่ถ้าไม่ส่งมา นิดาก็ไม่มีหลักฐานในมือ”

“แต่นิดายังไม่ได้พูดอะไรออกไปใช่ไหม” บทจรถาม

“ยังค่ะ” ลดานิดาส่ายหน้า “นิดาจะรอให้มีหลักฐานมากกว่านี้ก่อน”

“เขาคือใครกันนะ” บทจรครุ่นคิด

“นิดาก็อยากรู้” ลดานิดาพึมพำ “เท่าที่ลองเช็กเบื้องต้น หมายเลขที่ส่งรูปมาให้นิดา เป็นหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่หาตัวเจ้าของไม่ได้ เพราะบัตรที่นำมาใช้ลงทะเบียนเป็นบัตรที่สวมรอยมา ไม่สามารถระบุตัวตนเจ้าของได้ นิดาลองโทรกลับไปก็ปรากฏว่าปิดเครื่องไปแล้ว”

“น่าจะวงในพอสมควร” บทจรวิเคราะห์ “ภาพถ่ายกันแค่สองคน น่าจะใช้ให้คนอื่นถ่ายให้…ไม่รู้ว่าถ่ายจากโทรศัพท์ของพีทหรือหมอภารดี แล้วมันหลุดไปถึงมือผู้หวังดีได้อย่างไรกัน แถมผู้หวังดีคนนั้นก็ยังรู้เบอร์โทรศัพท์ของนิดา จนส่งรูปมาให้ดูได้แบบนี้…ไม่ธรรมดา”

“นิดาก็คิดเหมือนเบนนั่นละ” หญิงสาวทอดสายตามองถนนเบื้องหน้า ฝนยังคงโปรยละอองลงมาไม่ขาดสาย ฟ้ามืดครึ้มจนมองแทบไม่เห็นสิ่งใด เสียงที่ปัดน้ำฝนดังเป็นจังหวะ อากาศรอบกายเย็นลงจนลดานิดารู้สึกยะเยือก “ถึงตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่นิดาเชื่อว่าอีกไม่นานเราต้องรู้แน่นอน…เพราะถ้านิดากับพีทยังไม่เลิกกัน ผู้หวังดีคงไม่หยุดเท่านี้แน่”

“แล้วเรื่องงานแต่งงาน…” บทจรถอนใจ “นิดาว่ายังไง”

“นิดาไม่อยากแต่งแล้ว” หญิงสาวพูดออกมาตามที่ใจคิด อยู่กับบทจร ลดานิดาสามารถเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ เพราะเธอรู้ว่าชายหนุ่มคนที่นั่งอยู่ข้างๆ จะรับฟังทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอพูดออกมา โดยไม่ตัดสิน

“ไม่ได้หรอก” คำพูดของบทจรทำให้ลดานิดาถึงกับนิ่วหน้า หล่อนนึกว่าเขาจะยุให้ยกเลิกงานแต่งงานเสียอีก

“เรื่องแต่งงานเรื่องใหญ่นะนิดา ทำเล่นๆ ได้ยังไง”

“นิดาไม่ได้เล่นเป็นเด็ก” ลดานิดาเม้มริมฝีปาก “นิดากำลังคิดว่าถ้าดึงดันแต่งงานกันไป มันจะยิ่งเลวร้ายกว่านี้ไหม สู้ล้มเลิกตอนนี้เลยอาจจะดีกว่า”

“ไม่ได้นะ” บทจรยังยืนยันคำเดิม “นิดาแจกการ์ดไปหมดแล้วไม่ใช่หรือ ผู้ใหญ่ก็รับรู้กันทั่ว และถึงแม้ว่าพีทอาจทำตัวไม่ดี แต่ผมมองว่าเป็นสิ่งที่แก้ไขได้…ถ้าหากนิดาจะเปิดใจพูดกับเขาตรงๆ”

“แปลว่าเบนอยากให้นิดาแต่ง” ลดานิดาย้อนเขาเสียงเรียบ

“แปลว่าผมอยากให้นิดาลองนึกย้อนไปถึงวันที่คุณกับเขา…รักกัน” บทจรนิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ “คุณกับเขารักกันจนถึงขั้นตัดสินใจว่าจะใช้ชีวิตร่วมกัน แล้วทำไมถึงจะเลิกล้มการแต่งงานเสียล่ะ”

“นอกจากเป็นเชฟแล้ว เบนเป็นนักจิตวิทยาด้วยหรือ” ลดานิดาฝืนหัวเราะออกมาเบาๆ ท่าทางของบทจรดูเคร่งเครียดกับเรื่องที่เธอจะแต่งหรือไม่แต่งงานมากกว่าเจ้าตัวเองเสียอีก

“ผมแค่พูดไปตามหลักการที่ควรจะเป็น” เสียงของบทจรเคร่งขรึม “คนเราถ้าไม่ได้รักกัน จะแต่งงานกันทำไม”

“ผลประโยชน์มั้ง” ลดานิดาว่า

“นิดาไม่ใช่คนแบบนั้น” เขามั่นใจ

“นิดาตัดสินใจเร็วเกินไป” ลดานิดาถอนใจยาว

ใช่…เธอคบกับเขาไม่นาน ก็ตัดสินใจรับปากแต่งงานกับเขา

ยอมรับว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะความตื่นเต้น

ผู้หญิงคนไหนบ้างจะไม่ตื่นเต้น ที่มีดาราดังระดับประเทศมาจีบ แถมเขายังทำให้เธอรู้สึกราวกับเป็นเจ้าหญิง

ลดานิดายังจำเหตุการณ์ที่พีธันดรขอเธอแต่งงานบนเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยาได้ไม่ลืม ทุกอย่างรวดเร็ว…รวบรัด เหมือนกับบทละครที่ถูกเขียนมาไว้ล่วงหน้า ทุกคนที่อยู่รอบตัวของเธอล้วนสนับสนุนให้เธอรับปากเขา ทุกคนพูดถึงแต่ความเหมาะสม ลดานิดารู้สึกว่าทุกคนมองเธอเหมือนกับเป็นตัวละครในเทพนิยาย ที่ได้พบกับเจ้าชายในฝัน แล้วทั้งสองก็แต่งงานกัน ครองรักกันจนชั่วนิรันดร์

ไม่มีใครมองเห็นปีศาจร้ายในคราบเจ้าชายเลยสักนิด!

 

ตอนที่บทจรเลี้ยวรถเข้ามาในบ้านสวน ฝนขาดเม็ดไปนานแล้ว และทุกคนก็รับประทานอาหารเย็นเป็นที่เรียบร้อย

ปัทมาศช่วยนางบัวลาล้างจานอยู่ในครัว ร้อยเอกขจรนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่เก้าอี้โยกตัวโปรด ส่วนแจนิสนั่งพิมพ์รายงานของเธออยู่ในห้องพัก

‘บ้านสวนสับปะรังเค’ ของพีธันดร กลับเป็นโลกสงบงามของลดานิดา

หลังจากวิ่งไขว่คว้าหาสิ่งที่ต้องการ ฝ่าฟัน ต่อสู้อย่างหนักเพื่อให้ได้มา บางครั้งคนเราก็ต้องการแค่โลกใบเล็กๆ ที่เรียบง่ายเช่นนี้

“เบนไม่โทรบอกแม่ จะได้เก็บกับข้าวไว้รอ” นางบัวลาบ่นเบาๆ สายตาที่เธอมองมายังลดานิดาเต็มไปด้วยความห่วงใย ด้วยรู้สึกว่าไม่เจอกันแค่ไม่กี่วัน คุณหมอคนสวยแก่ตัวลงไปอีกแล้ว “นี่ไม่มีอะไรเหลือเลย นังกระรอกกินหมดเกลี้ยงหม้อเกลี้ยงไห”

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมทำอะไรง่ายๆ สักอย่างสองอย่าง” บทจรยิ้มกว้าง

“ไข่เจียวก็ได้เบน” ลดานิดาบอก “นิดาไม่ได้กินไข่เจียวฝีมือเบนนานเป็นสิบปีแล้วนะ”

“ไข่เจียวดอกโสนสิ” ผู้เป็นมารดาบอกลูกชาย “วันนี้พ่อไปเก็บโสนจากบึงท้ายสวนมาตั้งเยอะ”

“ได้เลยครับ” บทจรดีดนิ้ว เขาหันไปทางน้องสาวบุญธรรม “กระรอกจะกินอีกรอบไหม พี่จะได้เจียวไข่เผื่อ”

“ไม่ไหวแล้วพี่เบน” ปัทมาศส่ายหน้า

“ขืนกินเข้าไปอีก ได้ท้องแตกตาย” นางบัวลาส่ายหน้า “เมื่อเย็นนี่กินกระหน่ำยังกับพายุบุแคม”

“แหม ก็หนูเหนื่อยนี่จ๊ะ กับข้าวแม่ก็อร๊อย อร่อย กินแล้วก็ต้องเติมข้าวเยอะๆ” ปัทมาศหันมาเถียง “อีกอย่าง วันนี้ไปทำงานให้คุณพี่หมอมาด้วย”

“ได้ความอะไรไหม” ลดานิดาทำตาโต วันนี้ปัทมาศไปตรวจสุขภาพที่คลินิกพาดี มีนามบัตรที่ชายแปลกหน้าคนนั้นให้ถือไปด้วย

“ได้สิคะ” ปัทมาศพยักหน้า “น่าสนใจทีเดียวละ”

“เล่ามา” ลดานิดาว่า

“ได้จ้ะ…” ปัทมาศหัวเราะอย่างมีเลศนัย “คุณพี่หมอฟังแล้ว…เตรียมตัวช็อก เรียกรถพยาบาลมารอไว้ได้เลย”

 



Don`t copy text!