พรางพัสตรา บทที่ 39 : เผชิญหน้า

พรางพัสตรา บทที่ 39 : เผชิญหน้า

โดย : พงศกร

พรางพัสตรา นวนิยายออนไลน์เรื่องล่าสุดโดย พงศกร ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เมื่อผ้าคลุมผมเจ้าสาวไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งในชุดเจ้าสาว แต่คือสิ่งที่นำ ‘ลดานิดา’ ไปเห็นบางสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม ความรักของเขาคือความจริงหรือความลวง ผ้าคลุมผมเจ้าสาวนี้มีคำตอบ

*************************** 

ลดานิดาไม่เคยเห็นแจนิสในแง่มุมของนักวิชาการมาก่อน ดังนั้นเมื่อหญิงสาวคนนั้นเดินกลับเข้ามาในห้อง พร้อมกับกล่องอุปกรณ์เครื่องมือเก็บตัวอย่างทางพฤกษศาสตร์ ลดานิดาถึงกับอ้าปากค้าง ด้วยอุปกรณ์ภายในนั้นมีมากมาย ไม่แพ้อุปกรณ์เครื่องมือแพทย์เลยทีเดียว

ทั้งแว่นขยาย เข็ม กล้องถ่ายภาพ กล่องสำหรับเก็บตัวอย่างพืช เลยไปถึงน้ำยาที่มีสีสันแปลกๆ อีกหลายขวด

เพื่อนหญิงของบทจรหยิบกล้องถ่ายภาพชนิดพิเศษขึ้นมาถ่ายภาพเส้นไหมบนผ้าโบราณในหลายๆ มุม เมื่อเธอยื่นให้ลดานิดาดูภาพในจอ หญิงสาวก็พบว่าภาพที่ถ่ายขยายให้เห็นรายละเอียดได้หลายสิบเท่า ราวกับส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์

“แจนขอตัดเอาตัวอย่างเส้นไหมไปสักหน่อยได้ไหมคะ”

แจนิสชี้ให้ลดานิดาดูปลายของผ้าคลุมหน้าที่ชายมีเส้นไหมรุ่ยออกมา

“ตามสบายเลยค่ะ อยากได้ไปมากเท่าไรก็เอาเลย” ลดานิดาเอ่ยปากอนุญาต ในเมื่อหาร้านเจ้าสาวต้องสาปไม่เจอ นี่อาจจะเป็นหนทางเดียวก็ได้ ที่จะไขปริศนาของผ้าคลุมผืนนี้

…หวังว่าการตัดบางส่วนของผืนผ้าไป จะไม่ทำให้คุณสมบัติพิเศษพลอยหายไปด้วย…ลดานิดานึกในใจ

“เอาไปไม่มากหรอกค่ะ” แจนิสหัวเราะเบาๆ “แค่ปลายไหมที่รุ่ยออกมา ไม่กี่เส้นก็พอแล้ว แจนจะเอาไปเทียบกับตัวอย่างต่างๆ ที่เก็บอยู่ที่มหาวิทยาลัย…หวังว่าจะมีตัวอย่างที่ใกล้เคียงกัน”

ทั้งสามเช็กเอาต์ออกจากโรงแรมตั้งแต่เช้าตรู่ และแยกกันที่สนามบิน แจนิสบินต่อไปอังกฤษ ส่วนลดานิดาและบทจรบินกลับไทยด้วยกัน

ทันทีที่ล้อเครื่องบินแตะรันเวย์ และกัปตันอนุญาตให้ผู้โดยสารใช้โทรศัพท์ได้ สายเรียกเข้าสายแรกของลดานิดาก็คือพีธันดร

“นิดา” เสียงของฝ่ายนั้นราบเรียบจนลดานิดาเดาไม่ออกว่าพีธันดรอยู่ในอารมณ์ไหน “ทำไมไม่เปิดมือถือ แล้วคุณหายไปไหนมา มีธุระอะไรสำคัญถึงขนาดนั้นด้วยครับ”

“ถามทีละข้อได้ไหมพีท นิดาไม่รู้จะตอบอะไรก่อนแล้ว” ลดานิดาตอบเสียงเบา เพราะยังนั่งอยู่ในเครื่อง

“ไปไหนมา” เขาถามคำถามที่อยากรู้ที่สุด

“นิดาไปอิตาลีมาค่ะ” หล่อนตอบตามตรง เพราะไม่รู้จะปิดไปทำไม

“อิตาลี” คราวนี้พีธันดรร้องเสียงหลง ก่อนจะนิ่งอึ้งไปพักใหญ่

“ไม่ใช่ใกล้ๆ เลยนะนิดา” เขาพึมพำออกมาได้ในที่สุด “คุณไปทำอะไรที่นั่น”

“ทำธุระค่ะ” ลดานิดาตอบไปแบบนั้น เพราะไม่รู้จะอธิบายให้พีธันดรเข้าใจได้อย่างไร “ธุระสำคัญ”

“ธุระอะไรสำคัญขนาดนั้น อีกไม่กี่วันก็ถึงงานแต่งงานแล้วนะ ถ้านิดากลับมาไม่ทันงานจะว่ายังไง” พีธันดรเริ่มหงุดหงิด

“มาไม่ทันก็ไม่ต้องแต่งไง…ไม่ดีหรือคะ” ลดานิดาแกล้งว่า

“นิดา ทำไมพูดแบบนั้น คุณไม่อยากแต่งงานกับผมแล้วหรือ” คราวนี้พีธันดรอึ้งไปนานกว่าเก่า

“แค่นี้ก่อนนะคะ” ลดานิดารีบตัดบท เพราะรู้สึกว่าเสียงสนทนาของเธอชักจะรบกวนผู้โดยสารคนอื่นมากเกินไปเสียแล้ว “นิดากำลังจะลงเครื่อง มีอะไรค่อยคุยกันอีกที”

ช่วยกันเข็นกระเป๋าเดินออกจากอาคารผู้โดยสารขาเข้า ก็พบว่าปัทมาศมารออยู่แล้วตามนัด หล่อนขับรถคันเก่าของบทจรมา เด็กสาวรีบทวงของฝากจากพี่ชายบุญธรรมเสียงดัง

“ไหนของฝากหนู”

“ไม่มี” บทจรว่า “ไปทำงาน ไม่ได้ไปเที่ยว”

“ว้า” ปัทมาศแกล้งทำเสียงผิดหวัง “งั้นหนูกลับละนะ พี่เบนกลับเองก็แล้วกัน”

“งกจริงเชียว” บทจรเอื้อมมือไปขยี้ศีรษะอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู

“จริงสิคะ”  ปัทมาศหันมาบอกลดานิดาขณะเดินตามกันไปยังอาคารจอดรถ “ระหว่างคุณพี่หมอไม่อยู่ หนูไปทำงานให้ต่อนะคะ”

“ได้ความอะไรบ้าง” ลดานิดาอ้าปากหอบเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสนใจ

ปัทมาศอ้อมไปนั่งเบาะหลัง ปล่อยให้ลดานิดานั่งคู่กับทจรทางด้านหน้า ชายหนุ่มค่อยๆ ถอยรถออกจากที่จอด ขณะที่เด็กสาวชะโงกหน้ามาเล่าด้วยท่าทางตื่นเต้น

“อย่างแรกเลย หนูกลับไปทำเลเซอร์หน้าตามคำแนะนำของคุณหมอดาวิษ…ดี๊ ดีนะคะ หนูรู้สึกว่าหน้าหนูสวยใสขึ้นกว่าเดิมตั้งหลายเท่า…ความสำคัญอยู่ที่ตอนกำลังจะกลับค่ะ คุณหมอชวนหนูเข้าหุ้นทำธุรกิจด้วยค่ะ”

“หา…อะไรนะ”

“เข้าหุ้นทำธุรกิจ”

ลดานิดาและบทจรอุทานออกมาพร้อมๆ กัน

“ขายอาหารเสริมยี่ห้อโสมวาฬค่ะ” ปัทมาศเล่า พร้อมกับยื่นแผ่นพับที่เตรียมไว้ให้ลดานิดารับไปดู

ในโฆษณาแผ่นนั้น มีขวดยาวางอยู่ตรงกลางภาพ พรีเซนเตอร์คือพีธันดรและมณียาในชุดลำลอง หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส บ่งบอกถึงความมีสุขภาพดี ลดานิดาเห็นแล้วได้แต่อ้าปากค้าง ด้วยไม่รู้ว่าพีธันดรแอบไปถ่ายโฆษณาชุดนี้มาตั้งแต่เมื่อไร

นอกจากพรีเซนเตอร์ทั้งสอง มีการตัดต่อภาพของ พญ.ภารดีเข้าไปที่มุมด้านล่างของโฆษณา พร้อมกับคำพูดทำนองการันตีว่าผลิตภัณฑ์นี้ดีจริงๆ โดยคุณหมอชื่อดัง

จากลักษณะของงานที่ประณีต สวยงามและดูน่าเชื่อถือ ลดานิดาคิดว่าต้องมีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี  ไม่ได้เพิ่งถ่ายเร็วๆ นี้แน่นอน อาจจะก่อนที่พีธันดรจะมาชวนหล่อนร่วมหุ้นด้วยซ้ำ

“ถ้าคุณสมบัติของโสมวาฬเป็นแบบที่โฆษณาจริงๆ ละก็ หนูว่าดีมากเลยนะคะคุณพี่หมอ รักษาได้ทุกโรค มะเร็ง ปวดหลัง กระดูกเสื่อม หมอนรองกระดูกสันหลังอักเสบ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง เกาต์ เบาหวาน ความดัน แถมยังทำให้ผิวขาวอีกด้วย…โห…ครอบจักรวาลมากๆ กินเม็ดเดียว รักษาได้ทุกโรค คุณหมอน่าจะเบางานไปเยอะเลย พี่เบนน่าซื้อไปให้พ่อกินบ้างนะจ๊ะ”

“จะบ้าเหรอ” บทจรว่า “ยาแบบนี้ แค่ฟังก็รู้แล้วว่าอันตราย ให้พ่อกินเข้าไปได้อย่างไร”

“ในโลกไม่มียาแบบนี้หรอกนะกระรอก” ลดานิดายังยืนยันความคิดของเธอ “โฆษณาเกินจริง”

“ถ้าเป็นการโฆษณาชวนเชื่อ หลอกลวงประชาชนแบบนี้ คุณหมอภารดีเห็นด้วยหรือคะ” ปัทมาศนิ่วหน้า “ไม่กลัวเสียชื่อเสียงหรือไง…ถ้าโดนฟ้องละก็ มีสิทธิ์ติดคุก หมดอาชีพได้เลยนะคะ”

“นั่นสิ…พี่ก็ไม่รู้ ยัยภารดีคิดอะไรของเขานะ…ทำแบบนี้ เท่ากับระเบิดพลีชีพชัดๆ”

ลดานิดาไม่รู้จริงๆ ว่าภารดีกำลังเล่นเกมอะไร แค่เห็นข้อมูลเหล่านี้ คนเป็นหมอก็ต้องรู้แล้วว่าไม่ใช่เรื่องจริง ยาสมุนไพรอาจจะมีประโยชน์มากมายก็จริง แต่ไม่มียาไหนที่สามารถรักษาคนป่วยได้ทุกโรคแบบในแผ่นพับโฆษณา

“ถึงขนาดคุณหมอออกมาการันตีเองแบบนี้ ผู้คนเห็นแล้วต้องเชื่อแน่ แล้วยา…เอ๊ย…อาหารเสริมก็จะต้องขายดี” ปัทมาศพึมพำ

“แล้วไหน ลงทุนธุรกิจอะไร” บทจรรอฟัง

“แบบขายตรงอะพี่เบน” ปัทมาศเฉลย “คุณหมอดาวิษชวนหนู ให้สมัครสมาชิกรุ่นก่อตั้ง แรกเข้าเสียเงินแค่ห้าหมื่น จากนั้นถ้าไม่ทำอะไรเลยจะได้เงินปันผลทุกเดือน ไม่ต่ำกว่าเดือนละหนึ่งหมื่น…ทำแบบนี้แค่ห้าเดือนก็คุ้มค่าที่เราลงทุนไปแล้ว”

“โอ้โห…ธุรกิจอะไร ดีจัง” ลดานิดาแกล้งว่า “พี่ถอนเงินไปลงทุนด้วยดีกว่า อยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไร ก็ได้กำไรมาแบบสบายๆ”

“คุณเชื่อด้วยเหรอ” บทจรทำเสียงขัดใจ

“ล้อเล่นย่ะ” ลดานิดาหัวเราะออกมาเบาๆ “นิดาไม่โง่ขนาดนั้นหรอกน่ะเบน”

“ง่ายๆ แค่นี้เองเหรอ…เอาเงินไปลงทุน แล้วรอกินเงินปันผล” บทจรถามต่อ

ในใจของชายหนุ่มแอบคิดว่าโครงการฟังดูดีมาก เหมาะกับคนที่อยากสบายแต่ไม่อยากเหนื่อยแรง เพราะลงแค่เงินแล้วนั่งรอเฉยๆ ก็ได้ค่าตอบแทนสูงกลับคืนมาทุกเดือน…รับรองเลยว่าต้องมีคนหลงเชื่อไม่น้อย

“อันนั้นแบบคนไม่ทำอะไรเลยนะพี่…แค่นั่งรอเงินปันผลทุกเดือน” ปัทมาศเล่าต่อ “แต่ถ้าขยัน เราสามารถเป็นตัวแทนขายโสมวาฬได้ด้วย ราคาขายขวดละห้าร้อยเก้าสิบเก้าบาท ถ้าสมัครสมาชิก สามารถซื้อได้ในราคาแค่สามร้อยเก้าสิบเก้าบาท ส่วนตัวคนขายก็จะได้ส่วนแบ่งขวดละสองร้อยบาทแน่ะ”

“ฟังแล้วกระรอกคิดว่ายังไง” ลดานิดาถาม

“ไม่เอาด้วยหรอก” ปัทมาศส่ายหน้า “ฟังก็รู้แล้วว่าไม่จริง แชร์ลูกโซ่ชัดๆ”

“นั่นสิ” ลดานิดาเห็นด้วย “แต่ถ้าไปเจอคนโลภ อาจไม่ทันได้ฉุกคิด”

“ใช่” ปัทมาศพยักหน้า “แต่ก็มีคนสมัครกันเยอะเลยนะคุณพี่หมอ หนูนั่งรอจ่ายเงินที่แผนกการเงิน ได้ยินคนไข้คุยกันว่าจะกลับไปถอนเงินมาสมัครตั้งหลายคน…คุณหมอยังบอกหนูด้วยนะว่ารับสมาชิกก่อตั้งจำนวนไม่มาก ตอนนี้ใกล้เต็มแล้ว ถ้าอยากสมัครหลังจากนี้ ค่าสมัครจะขึ้นเป็นหนึ่งแสนบาท แล้วยังจะได้ปันผลน้อยกว่าสมาชิกก่อตั้งอีกด้วย”

“โอ้โห” บทจรฟังแล้วได้แต่กะพริบตาปริบๆ “หิวเงินขนาดนี้เลยหรือ”

“นั่นสิคะ” ลดานิดาพึมพำ คิดการใหญ่ขนาดนี้ นอกจากเสี่ยงมากๆ แล้ว ยังเป็นภัยต่อสังคมอีกด้วย

“ผมว่าไม่นานต้องมีคนออกมาโวยวายแน่ ถึงตอนนั้นก็ให้กรรม เป็นผู้ตัดสินก็แล้วกัน” บทจรถอนใจยาว ก่อนจะเลี้ยวรถไปยังคอนโดฯ ของลดานิดา

เขาจอดรถทางด้านหน้า จากนั้นก็ช่วยลดานิดายกกระเป๋าเดินเข้าไปในล็อบบี หากทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ใครบางคนก็พุ่งเข้ามาหา พร้อมกับเหวี่ยงหมัดเข้าที่ใบหน้าของเขาอย่างเต็มแรง

“โอ๊ย”

บทจรเซไปทางด้านหลังด้วยไม่ทันได้ตั้งตัว ครั้นพอเห็นว่าเป็นใครเขาก็พุ่งเข้าใส่ฝ่ายตรงข้ามด้วยความไม่พอใจ เรื่องอะไรจะให้พีธันดรชกเขาอยู่ฝ่ายเดียว

“ไอ้ชั่ว”

พีธันดรแค่นเสียงด้วยความไม่พอใจ

“มึงพานิดาไปไหนมา”

“พอได้แล้วพีท” ลดานิดารีบวิ่งเข้าไปยื้อยึดแขนของพีธันดรไว้จนสุดความสามารถ “กระรอก…ช่วยหน่อย”

ปัทมาศกระโดดเข้าไปดึงบทจรให้ถอยออกมาทางด้านหลัง พีธันดรยังไม่ยอมแพ้ เขาพุ่งตัวติดตามไป หมายจะชกอีกฝ่ายให้ล้มคว่ำ หากที่ล้มลงไปกองกับพื้นกลับเป็นลดานิดาเสียก่อน

เสียงทะเลาะดังลั่นทำให้เจ้าหน้าที่นิติบุคคลของคอนโดฯ วิ่งออกมาดูเหตุการณ์ พร้อมกับยามรักษาความปลอดภัย เมื่อเห็นผู้คนเริ่มมามุงดูว่าเกิดอะไรขึ้น พีธันดรก็เพิ่งได้สติ เขารีบหยิบแว่นกันแดดและหมวกมาสวมปิดบังใบหน้า หากสายไปเสียแล้ว หลายคนในคอนโดฯ จำได้ว่าเขาเป็นดาราดัง

“มองอะไร เสือกกันจริงเชียว” พีธันดรตวาด “เรื่องของผัวเมียเขาจะคุยกัน มาทางไหนไปทางนั้นเลยนะ เรื่องตัวเองไม่สนใจหรอก เสือกแต่เรื่องชาวบ้าน”

โดนตวาดด้วยถ้อยคำหยาบคายแบบนั้น สมาชิกคอนโดฯ หรูก็เลยพากันเลี่ยงไปทางอื่น เหลือแค่คู่กรณีทั้งหมดยืนจ้องหน้ากัน

“พอได้แล้วพีท” ลดานิดายันกายลุกขึ้นจากพื้น ขยับไปนั่งที่โซฟายาวตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด รู้สึกเคล็ดขัดยอกไปทั่วทั้งสรรพางค์ “ถ้าจะโกรธใคร มาโกรธนิดานี่…อย่าไปเหวี่ยงใส่คนอื่น เบนไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย…นิดาเป็นคนชวนเบนไปเป็นเพื่อนเอง”

“อ้อ…เป็นแบบนั้นน่ะเอง”

น้ำเสียงของพีธันดรยังเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เขาหงุดหงิดมานานหลายวันแล้ว ลดานิดาทิ้งข้อความว่าไปธุระ จะรีบกลับมาให้ทันวันลองชุดแต่งงาน หลังจากนั้นเขาก็ติดต่อว่าที่เจ้าสาวของเขาไม่ได้อีกเลย

ด้วยความช่วยเหลือของแฟนคลับบางคน ดาราหนุ่มจึงสามารถตรวจสอบข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือ จนรู้ว่าลดานิดาส่งข้อความมาหาเขาจากเวนิส แต่พักอยู่ที่โรงแรมไหน พักอยู่กับใคร และเธอไปทำอะไรที่นั้น เขาไม่รู้เลย และนั่นทำให้ความหงุดหงิดของพีธันดรทวีมากขึ้นเรื่อยๆ

พอรู้ว่าเธอลงเครื่องแล้ว เขาจึงมานั่งรอที่คอนโดฯ และเห็นลดานิดาเดินเข้ามากับบทจร…

และนั่นคือฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ความอดทนของเขาขาดผึง พีธันดรลืมไปแล้วว่ากำลังอยู่ในที่สาธารณะ เขากระโจนเข้าใส่ชายหนุ่มคนนั้นด้วยความโมโห

แม้ลดานิดาและเด็กสาวที่มาด้วยกัน ช่วยกันแยกเขาและบทจรออกจากกัน แต่ความโมโหไม่ใช่จะดับลงง่ายๆ

“จะไปเวนิส ทำไมไม่บอกผม ผมไปเป็นเพื่อนนิดาก็ได้ ทำไมต้องเอาไอ้นี่ไปกับคุณ” มือของเขาที่ชี้ไปยังบทจรสั่นระริก

“ขอโทษนะพีท…ไอ้นี่ที่คุณพูดถึง คือเบน…เพื่อนของนิดานะคะ”

“แล้วจะทำไม ผมจะเรียกมันว่ายังไงก็เรื่องของผม” พีธันดรยังคงตวาดเสียงดังลั่น สะท้อนก้องไปทั่วทั้งล็อบบี

เจ้าหน้าที่นิติบุคคลและยามรักษาความปลอดภัยของคอนโดมิเนียมไม่กล้าออกความเห็นหรือทำอะไรโดยพลการ จึงได้แต่ยืนระแวดระวังอยู่ห่างๆ

“ถ้าพูดไม่รู้เรื่องก็กลับไปก่อน รอไว้ให้ใจเย็นแล้วค่อยคุยกันใหม่” ลดานิดาพยายามควบคุมสติ ทั้งที่ใจสั่นมือสั่นไปแล้วในตอนนั้น

“ไม่” พีธันดรสะบัดเสียง “ต้องพูดให้รู้เรื่องกันวันนี้ละ…คุณกับมันไปเวนิสด้วยกันทำไม ไปบอกรักบอกลากันใช่ไหม ดูเอาเถอะ…คงจะเที่ยวกันหนักหน่วงสินะ หน้าตาของนิดาเลยโทรมเป็นยายแก่อย่างนี้”

เขากวาดสายตามองดูสภาพร่างกายของลดานิดาที่เปลี่ยนไปจากครั้งสุดท้ายที่ได้พบกัน หากยังมีสติอยู่ พีธันดรคงจะเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับลดานิดาไม่ใช่ความโทรมที่จากการเที่ยว หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ หากเป็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพต่างหาก

“คุณรู้จักกับมันมานานแล้วนี่นะ…” พีธันดรนอตหลุดแล้วในตอนนั้น “เคยรักกันมานานแค่ไหน เคยนอนด้วยกันมากี่ครั้งแล้วล่ะ…”

เพียะ!

เสียงฝ่ามือของลดานิดาฟาดลงบนดวงหน้าคมสันของพีธันดรดังก้องไปทั้งล็อบบี ดาราหนุ่มอ้าปากค้าง ยกมือขึ้นแตะแก้มตัวเอง จ้องมองลดานิดาราวไม่เชื่อสายตาตัวเอง

“คุณตบผม…เพราะมันอย่างงั้นหรือ” เขาร้องคราง “คุณกล้าหรือนิดา…”

“ฉันกล้า เพราะคุณหยาบคาย และที่ฉันตบคุณ ฉันไม่ได้ตบคุณเพราะเบน แต่ตบเพราะคุณดูถูกศักดิ์ศรีของฉัน” ลดานิดาเสียงสั่น “นิดากำลังจะแต่งงานกับคุณนะคะ ทำไมไม่ให้เกียรติกันบ้าง”

“พอได้แล้ว” บทจรทนไม่ไหว เขาตะคอกพีธันดรเสียงกร้าว “อย่าดูถูกว่าที่เจ้าสาวของคุณไปมากกว่านี้เลย”

“มึงอย่าเสือก” พีธันดรตวาด

“ถ้าคุณยังไม่มีสติ ผมคิดว่าเราคงคุยกันไม่รู้เรื่อง และถ้าคุณยังไม่มีสติ ผมจะไม่ให้นิดาคุยกับคุณ เพราะคุยไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร”

บทจรได้สติแล้วในตอนนั้น เขาเดินตรงไปหาลดานิดา แล้วดึงให้เธอเดินตามเขาออกไปจากล็อบบี โดยมีปัทมาศลากกระเป๋าเดินทางของหญิงสาวตามไปติดๆ

“มึงจะพานิดาไปไหน” พีธันดรยังจับต้นชนปลายไม่ถูก

“คุณก็รู้นี่นะพีธันดร…ว่าถ้าอยากตามหาลดานิดา” บทจรเอ่ยชื่อดาราหนุ่มชัดถ้อยชัดคำ เขาจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมลดละ “คุณจะไปตามเธอได้ที่ไหน…”

 



Don`t copy text!