เร้นในรอยจำ บทที่ 5 : เจ้าสาวของปีศาจ

เร้นในรอยจำ บทที่ 5 : เจ้าสาวของปีศาจ

โดย : นาคเหรา

เร้นในรอยจำ โดย นาคเหรา เรื่องราวความรักของคนสองคนและหนึ่งดวงวิญญาณ กับความผูกพันเมื่อครั้งยังเยาว์ก่อเกิดเป็นความรัก เขาตั้งใจจะบอกรักเธอ แต่ทว่าความตายก็มาพรากเวลาทั้งหมดไป ณ วันนี้เขากลับมา เพื่อรื้อฟื้นความทรงจำที่หายไปของเธอ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

——————————–

– 5 –

 

“กรี๊ด!”

“ใจปลาซิว บาดจะของฮ้องด่ากำนันจ้อนเสียงดังแฮงกว่าฟ้าผ่าอีก”

ชายหนุ่มแกล้งดุ จนจันทร์เจ้าน้ำตาคลอดูท่าว่าเธอจะกลัวจริงๆ ถ้าหากเป็นผู้หญิงคนอื่น เขาคงไม่แปลกใจ แต่นี่ผู้หญิงที่ใส่กางเกงเตะบอล และยังเตะเก่งราวกับนักฟุตบอลมืออาชีพ แถมยังกระโดดฟันตะกร้อใส่หัวคนอื่นแม้กระทั่งจ้อน ถ้าเป็นคนมีจริตดังเช่นผู้หญิงคนอื่น เขาจะคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา

พอจันทร์เจ้ารู้สึกตัวว่าเธออยู่ใกล้เขามากไปแล้ว ว่าแล้วหญิงสาวถอยห่างจากร่างเขา แล้วจึงไปนั่งขดที่อีกมุมของห้อง พอฟ้าผ่ามาอีกเปรี้ยงเธอก็ได้ แต่เอามืออุดหูตัวเองไว้แน่น ร่างสั่นเทาเหมือนกับตอนเป็นเด็กไม่มีผิด วงศ์โมกข์เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจ ทำไมจันทร์ถึงเป็นคนที่ดื้อขนาดนี้นะ หรือจะใช้ไม้แข็งกับเธอไม่ได้ พอคิดได้เช่นนั้นชายหนุ่มก็ขยับมาใกล้ๆเพื่อเข้ามาปลอบ

“ไปกับอ้ายเนาะ ไปอยู่กับแม่ของอ้ายกะยังดีกว่า สิอยู่หม่องนี้ผู้เดียว ห้องของไมยังว่างอยู่ จันทร์สิไปอยู่จักมื้อกะได้”

“แต่จันทร์อยากอยู่นี่ อยู่นี่จันทร์ฝันเห็นพ่อทุกมื้อ ถ้าจันทร์ไปอยู่หม่องใหม่แล้ว จันทร์ย้านฝันบ่เห็นพ่อ”

เธอพูดเสียงสั่นๆ พอได้ฟังเช่นนั้นก็ทำให้วงศ์โมกข์รู้สึกสงสารเธอจับใจ สำหรับคนบางคนเพียงแค่ร่องรอยความทรงจำแห่งความสุข ก็ยังอยากเก็บมันไว้ ที่เธอมาอยู่ที่นี่ก็คงต้องการให้อยู่ใกล้บิดา แม้มันจะเป็นแค่ความฝันก็ตาม แต่ถึงอย่างไร เขาก็ปล่อยเธอให้อยู่ในบ้านพักครูที่ทรุดโทรมอย่างนี้ไม่ได้

“มื้ออื่นฝนเซาตกแล้ว อ้ายสิหาคนมาซ่อมหลังคาให้ ไปๆ อย่าเว้ายากปากเปียกหลาย ใหญ่แล้วบ่แม่นเด็กน้อยเด้นี่”

พูดไม่พูดเปล่าวงศ์โมกข์ดึงกึ่งลากหมายจะพาเธอมาขึ้นรถ พอจะออกจากบ้านเท่านั้น หมาหลายสิบตัวก็เห่ากันอีก คราวนี้โหยหวนมากกว่าครั้งก่อนๆ และแล้วกลิ่นหอมประหลาดของดอกแก้วแม้ในวันฝนตกก็ลอยเข้ามาในจมูก แม้จะหอมหวนแต่ก็เยือกเย็นและหดหู่ นั่นทำให้เขาประหลาดใจ เพราะธรรมดาฝนตกหนักขนาดนี้ กลิ่นดินกลิ่นฝนต้องกลบกลิ่นของดอกไม้หมด นี่แล้วทำไมยังมีกลิ่นหอมรุนแรงขนาดนี้!

และแล้ว…

ช่วงเวลาหนึ่ง..เหมือนกับว่าเขาเห็นเงาจางๆ ของใครบางคนที่ใต้ต้นมะม่วงไม่ไกลจากบ้านพักครูนัก แต่พอมองอีกทีก็ไม่เห็นอะไรเลย ชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก นอกจากพาหญิงสาวกลับมาที่บ้านของเขา แม้เธอจะไม่เต็มใจแต่วงศ์โมกข์ก็ไม่ได้สนใจอาการดังกล่าวของเธอเลย

แต่อีกด้าน…..

เด่นเหนือหล้ามองวงศ์โมกข์ ชายหนุ่มคนนี้มีพลังอำนาจบางอย่าง ที่ทำให้เขาไม่อาจจะเข้าใกล้คนทั้งสองได้ เด่นเหนือหล้าได้แต่มองมือใหญ่ที่กุมมือน้อยของหญิงสาวที่เขารักไปอย่างเคียดแค้น

ทำไมเล่า..ทั้งๆ ที่ตลอดเวลาได้แต่เฝ้ารอ….เขาเฝ้ารอเวลานี้มานานแสนนาน ทั้งๆ ที่วิญญาณของครูสุนทรถึงวาระที่ต้องเดินทางไปตามกระแสของกรรม แต่ยังมิวายมีมืออีกข้าง มาเหนี่ยวรั้งทำให้จันทร์เจ้ายิ่งอยู่ห่างไกลเขาไปทุกที

เหมือนกับวันนั้นไม่มีผิด! 

วันที่เด็กสาวถูกบิดาดึงกึ่งลากให้ห่างไกลจากมือทั้งสองข้างของเขา ดวงตากลมโตมีน้ำเอ่อล้น เธอตะโกนเรียกชื่อเขาในขณะที่รถของบิดาเธอก็วิ่งออกไปท่ามกลางสายฝน เขาได้แต่บิดคันเร่งตามไปหวังให้ทัน จากนั้นสัมผัสทุกอย่างก็ดับวูบ เมื่อเขาได้ลิ้มรสความตาย ทุกๆ ส่วนของร่างกายหาใช่เป็นเด็กหนุ่มที่แสนอ่อนแอไม่ เขาไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรมากไปกว่าการที่จันทร์เจ้าไม่เหลือความทรงจำใดๆ เกี่ยวกับเขาเลย แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอต้องเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น!

“บ่มีไผเข้าใกล้ผู้ชายคนนั้นได้”

เสียงของวิญญาณอีกดวงที่ดวงตาถลนออกมานอกเบ้า มองไปที่วงศ์โมกข์อย่างหวาดกลัว แปลกมาก…ปกติถ้าได้เจอผู้คน ผีอย่างพวกเขามักอยากทำอะไรก็ได้ ถ้าคิดจะหลอกให้ตกใจกลัวก็ไม่น่าที่จะมีปัญหา แต่ทว่าพอเฉียดใกล้ร่างวงศ์โมกข์ แสงสว่างวาบกลับทำให้ผีที่มีพลังอำนาจอย่างพวกเขาต้องรีบหลับตาลงทันที

“มันมีของดีรึ…ปู่ยง!!!

“บ่แม่นแค่นั้น ของดีน่ะ..ส่วนหนึ่งแต่อีกส่วนหนึ่งคือบุญกรรมที่ได้เฮ็ดมาต่างหาก คนบางคนบ่มีแสงรอบๆตัว เพราะมีกรรมดีกรรมชั่วเสมอกัน แต่คนที่มีกรรมดีนั้น ขนาดผียังหลับตาให้บ่กล้าสบตานำดอก ทางที่ดีอย่าไปยุ่งกับเขาเลยดีกว่า”

“ย้านหลายเนาะ ประสาคน…ตายมาพอแฮงแล้ว เจ้ายังย้านตายซ้ำซ้อนอีกอยู่รึ!

เด่นเหนือหล้าเอ่ยอย่างเยาะเย้ย เป็นความจริงอย่างปู่ยงเป็นผีนักเลงเมื่อหกสิบปีก่อนเอ่ย รอบๆกายของวงศ์โมกข์มีแสงจางๆลอยวนอยู่รอบๆ นอกจากพระว่านจำปาศักดิ์ที่ห้อยคอเขาอยู่จะเป็นเกราะป้องกันเขาอีกชั้นแล้วแสงสีขาวนวลนั่นคืออะไรกันแน่

“อย่าไปยุ่งเลย คนส่วนคนผีส่วนผี”

“แต่นั่นเป็นคนฮักของผม!!

“คนน่ะ…พอตายไปก็ถือว่า สิ้นวาสนาต่อกันแล้ว ผีกับคนอยู่ร่วมกันบ่ได้ แต่ผีเป็นอากาศเป็นธาตุเป็นลมพัดอยู่รอบๆตัวคนได้ แต่ถ้าจะให้ผีเป็นผัวของคนมันเป็นไปบ่ได้ดอก”

“เพิ่งรู้ว่าการที่เจ้าถูกเผาอยู่ในเขตโรงเรียน สิเฮ็ดให้วิญญาณเจ้าสอบผ่านวิชาสามัญขั้นพื้นฐานของผี ทั้งๆ บ่เคยได้เรียนเลย แล้วเจ้าใกล้ได้ไปใช้กรรมรึยัง ถึงสิได้เฮ็ดตัวดีแบบนี้”

คำนั้นเหมือนกับจะสบประมาท ปู่ยงระงับโทสะไม่ได้โบกมือไปทีเดียวเสียงลมก็พัดอู้จนสังกะสีปลิวไปตามแรงลมแต่ เด่นเหนือหล้ากลับยิ้มกว้าง มือของเขาโบกจังหวะเดียวกันฝนก็ตกลงมาจากท้องฟ้าห่าใหญ่ ฟ้าผ่าลงมาดูน่ากลัว

“ว๊าย..อ้ายโมกข์!!

“บ่ต้องย้านอ้ายอยู่นี่…”

วงศ์โมกข์กอดเธอไว้แน่น ภาพนั้นบาดตาบาดใจเด่นเหนือหล้ามากนัก คนที่เขารักกำลังอยู่ในอ้อมกอดคนอื่น แล้วเขาล่ะทำอะไรได้ จะโอบกอดเธอก็ต้องรอให้เธอฝันก่อน อย่างที่ปู่ยงผีนักเลงบอกเอาไว้ คนกับผีอยู่ร่วมกันไม่ได้ บุญกรรมได้ขีดวาสนาไว้แล้ว

แต่ถ้าจะทำให้คนกลายเป็นผีล่ะ!!!

ความคิดนั้นแล่นเข้ามาในสมอง ยิ้มแสนเยือกเย็นเผยออก เขาวิ่งอย่างรวดเร็วจนร่างกายเป็นส่วนหนึ่งของสายลม พุ่งตรงไปยังร่างของวงศ์โมกข์ที่กำลังโอบกอดคนที่เขารักอยู่

แต่ทว่า…

“มึงออกไป อย่ามายุ่งของลูกหลานของกู”

บ่แม่นเรื่องของพวกเจ้า

เด่นเหนือหล้าเอ่ยเถียงเจ้าของร่างที่มีแสงนั้นในร่างของวงศ์โมกข์

“ออกไป หนีไปเกิดซะ ลูกหลานกูต้องบ่ตายง่ายๆ ย้อนผีชั้นต่ำคือมึง!!

“เจ้าเป็นไผ”

เด่นเหนือหล้าถามเจ้าผู้มีไอสีนวลอบอุ่นลอยวนรอบกาย ที่จริงวงศ์โมกข์ก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา แม้ไม่ตื่นกลัวแต่ก็ไม่มีอำนาจใดที่ภูติผีมี แล้ววิญญาณที่คุ้มครองวงศ์โมกข์อยู่ตอนนี่ คือใครกันแน่

“คนที่สร้างหนองส่องแมว กูคุ้มครองทุกคนที่เฮ็ดกรรมดีในบ้านนี้ตำบลนี้ แต่สัมภเวสีอย่างมึง!! บ่มีลมหายใจแต่ขยันสร้างกรรมให้ดวงจิตที่ไปเกิดบ่ได้ บักบาปหนา”

“บ่แม่นเรื่องของเจ้า”

เด่นเหนือหล้าเถียง เจ้าผู้ครองหนองส่องแมวคนแรก ปู่ยงก้มลงไม่กล้ามองท้าวพันคม เพราะรู้ดีว่าท้าวพันคมเป็นเทวดาที่ปกปักรักษาดินแดนนี้ นอกจากจะเป็นเจ้าผู้ครองหนองส่องแมวคนแรกแล้ว ท้าวพันคมยังถูกยกย่องให้ผีปู่ตาผู้คุ้มครองตำบลแห่งนี้ด้วย

ตระกูลวงศ์พันคมแม้ไม่ใช่คนพื้นถิ่นแต่ก็รักแผ่นดินนี้มาก ลูกหลานของตระกูลนี้ประกอบแต่กรรมดี ท้าวพันคมเป็นต้นตระกูลผู้เสียสละ ถึงลูกหลานหลายรุ่นจะไปเกิดใหม่จนหมุนเวียนกันมา แต่ท้าวพันคมก็ยังอยู่ที่นี่เพื่อดูแลแผ่นดินและสายเลือดตราบจนถึงบัดนี้

วงศ์โมกข์ เป็นลูกหลานสายตรงของตระกูลผู้ที่ได้ครอบครองพระว่านจำปาสัก ในอดีตชาติวงศ์โมกข์เป็นลูกชายคนแรกที่ตามท้าวพันคมมาจากลาว แต่เขาก็ต้องตายตอนที่พระยาแล (1) ถูกเจ้าราชบุตรเขยของเวียงจันทร์จับประหารโดยที่ไม่ได้กลับมาหนองส่องแมวอีกเลย

นั่นเป็นเรื่องที่ท้าวพันคมไม่อาจให้อภัยตัวเองได้ ที่ช่วยลูกไม่ได้แม้ยามคับขัน จึงได้แต่แฝงกายเพื่อรอคอยและช่วยเหลือลูกหลาน และเฝ้ารอว่าท้าวคำโมกข์ในอดีตจะมาเกิดใหม่อีกครั้ง

จนกระทั่งวงศ์โมกข์เกิดมาความเป็นพ่อในอดีตชาติก็ไม่หายไป ท้าวพันคมจึงอยู่ใกล้ๆคอยช่วยเหลือวงศ์โมกข์ตลอดมา ยิ่งมาเห็นว่าสิ่งที่ติดตามวงศ์โมกข์มีบริวารมีกระแสแรงกรรมอาฆาตรุนแรง ในความเป็นพ่อจึงปล่อยให้ลูกอยู่ในอันตรายไม่ได้

เด่นเหนือหล้าไม่ได้สนใจฟังเสียงของท้าวพันคมเลย ไม่ใช่เขาไม่เกรงกลัว แต่เขาไม่อยากให้จันทร์ต้องไปกับผู้ชายคนอื่น ผู้ชายที่ชื่อวงศ์โมกข์คนนั้นมีลมหายใจที่เหนือกว่าเขา และตอนนี้สิ่งที่คิดว่าง่ายกลับยากเป็นเท่าตัว

เพราะวงศ์โมกข์มีพระว่านจำปาสักแถมยังมีท้าวพันคมคุ้มครองอีกต่างหาก แล้วอย่างนี้จะมีวิธีการใดที่เขาจะสามารถพาจันทร์ไปอยู่ด้วยได้ ดวงตาของเด่นเหนือหล้าที่จ้องมองไปยังวงศ์โมกข์ มีแต่ความเคียดแค้น เขาพยายามจะเข้าไปจับแยกร่างของวงศ์โมกข์และจันทร์เจ้าให้ห่างกัน แต่ท้าวพันคมก็ดึงร่างของเด่นหล้าให้ออกไปก่อนที่ถึงวงศ์โมกข์เสียก่อน

“กูบอกให้มึงออกไป อย่ามาทำร้ายลูกกู”

“เจ้าห้ามผมบ่ได้ดอก ผมจะพาผู้สาวของผมไปอยู่นำ เจ้าบ่มีสิทธิ์”

เสียงดังขึ้นบันดาลให้ฝนห่าใหญ่เทลงมาจากท้องฟ้า ปู่ยงได้แต่จ้องมองเด่นเหนือหล้าและท้าวพันคม แน่นอนสู้กันแบบนี้เด่นเหนือหล้าไม่มีทางจะชนะท้าวพันคมไปได้ ปู่ยงรู้ดีว่าท้าวพันคมยังมีวิญญาณของผู้ติดตามอีกหลายร้อยตนอยู่ด้วย เป็นการยากมากที่เด่นเหนือหล้าจะทำอะไรผีทั้งสองตนได้

“ออกไป!!

เสียงนั้นดังราวกับฟ้าผ่า จันทร์เจ้ารู้สึกกลัวจนแทบจะเผลอร้องไห้ออกมาแล้ว วงศ์โมกข์ได้แต่มองท้องฟ้าที่มืดดำเพราะห่าฝน เขากอดร่างของเธอไว้แนบอกลมเย็นยะเยือกที่พัดผ่านหลังคอไปทำให้เขารู้สึกราวกับว่า นอกจากเขาและจันทร์เจ้าแล้ว ยังมีสิ่งที่มองไม่เห็นแต่รู้สึกได้อยู่รอบๆตัวเขา ในเวลานั้นชายหนุ่มได้แต่หลับตานิ่งแขนก็กอดจันทร์ไว้ พลางอธิษฐานในใจว่า

“ขอให้จันทร์ไปกับผม ผมไม่อยากให้จันทร์อยู่หม่องนี้ มันอันตราย”

“กูบ่ให้ไป จันทร์เป็นเจ้าสาวของกู!!

จู่ๆ เสียงเกรี้ยวโกรธนั้นก็ดังแว่วเข้ามาในหู เสียงของผู้ชายที่ไม่คุ้นหูแต่กลับชัดเจนนัก อาการรุกรานดังกล่าวทำให้ท้าวพันคมตัดสินใจทำอะไรบางอย่างออกไป

“มึงนั่นแหละ…ออกไป”

สิ้นเสียงนั้นร่างของเด่นเหนือหล้าก็ถูกสายลมวูบหนึ่งพัดพาและหายไปกับสายฝนห่าใหญ่ วงศ์โมกข์ลืมตาขึ้นเขากลับเห็นดวงตาของคนสองคนที่จ้องมองมาที่เขาในความรู้สึกที่แตกต่างกัน

“ดวงตาคู่หนึ่ง มีแต่ความรักละอาลัย…แต่ดวงตาอีกคู่มีแต่ความเจ็บปวดและเคียดแค้น”

เขาได้แต่เอามือแตะพระว่านจำปาสักแน่น แม้จะไม่ได้กลัวเพราะชีวิตของเขาอยู่ระหว่างความเป็นและความตายมาก็มาก แต่ตอนนี้เขามีคนที่เขาห่วงอยู่ที่นี่อีกทั้งคน

“อ้ายอยู่นี่จันทร์ บ่ต้องกลัวนะ อ้ายอยู่นี่”

และแล้วฝนก็ซาลงอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มมองไปยังท้องฟ้าที่มืดดำ ละอองฝนเกาะพราวที่ใบหน้าของหญิงสาวเธอช้อนตาขึ้นมามองเขา ในตอนนั้นความรู้สึกบางอย่างกลับโลดแล่นในหัวใจ ดวงกลมโตมีแววตื่นกลัว เขาได้แต่ยิ้มปลอบเธอ ก่อนพูดว่า

“ไปกับอ้าย อย่าอยู่คนเดียวในมื้อที่บ่มีไผเลย อ้ายบ่อยากทิ่มให้จันทร์อยู่ในสภาพนี้”

แทนคำนั้นหญิงสาวพยักหน้า จับน้อยจับมือเขาไว้แน่นราวกับจะหาใครสักคนเพื่อเป็นหลักพักพิง ชีวิตที่ขาดบิดาไปพร้อมกับความทรงจำที่ขาดหาย ทำให้หัวใจเธอต้องพยายามต่อสู้กับความอ้างว้างตลอดมาตลอด และวันนี้เมื่อมีมืออบอุ่นของพี่ชายใจดี หัวใจของเธอจึงเปิดออกเพื่อเขาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

“แล้วอ้ายเด่นล่ะ”

จันทร์เจ้าได้ถามตัวเอง ใบหน้าซีดเซียวของพี่เด่นกลับทำให้เธอรู้สึกเป็นกังวลใจ วงศ์โมกข์ก็ได้แต่เอ่ยเสียงเบาๆเพื่อปลอบขวัญเธอ

“ต่อไปนี้ อ้ายสิบ่ยอมให้จันทร์อยู่แบบบ่มีไผอีกแล้ว ขอให้คิดว่าอ้ายกับครอบครัวของอ้าย เป็นครอบครัวของจันทร์นำ เชื่ออ้าย อย่าอยู่แบบบ่มีไผ เชื่อใจอ้ายสิได้บ่”

“จันทร์ อย่าไปกับมัน”

เสียงที่โหยหวนมากับสายลม ทำให้วงศ์โมกข์จูงเธอขึ้นมานั่งบนรถและขับรถออกไปจากบริเวณโรงเรียนอย่างรวดเร็ว เสียงของเด่นเหนือหล้าก็ดังมาตามสายลมเรื่อยๆ จนกระทั่งหายไปในที่สุด

“เอาผู้สาวกูคืนมา!!

เด่นเหนือหล้ามองตามคนทั้งสองอย่างเคียดแค้น เขาได้แต่ตะโกนอย่างเจ็บปวด ทั้งๆที่หัวใจได้หยุดเต้นแล้ว การที่เห็นจันทร์ถูกผู้ชายคนอื่นพาไปให้ไกลห่างเขา ทำให้เรื่องราวในอดีตผุดขึ้นมาในหัวและหลอกหลอนทำให้ดวงจิตของเขามีแต่ความเคียดแค้น วิญญาณที่ล่องลอยมาในสายลมร่ำไห้แข่งกับสายฝน เขารอคอยจันทร์มาเกือบทั้งชีวิต รอเพื่อจะเอาหญิงสาวไปอยู่ด้วย แต่ตอนนี้มีผู้ชายคนหนึ่งกำลังจะพรากเอาเธอไปไกลจากเขา

“บ่มีวัน ผู้สาวของกู ของกูเท่านั้น กูสิเอาจันทร์มาอยู่กับกูให้ได้” เขาตะโกนสุดเสียงแต่ทว่าไม่มีใครได้ยิน พลังอำนาจของท้าวพันคมลอบวนรอบๆ วงศ์โมกข์ไม่ห่างไปไหน นั่นยิ่งทำให้เด่นเหนือหล้ายิ่งเคียดแค้นไปอีกเท่าตัว แต่ต่อให้มีใครมาขัดขวาง เขาก็จะไม่มีวันเลิกล้มความตั้งใจไปแน่ๆ ดวงวิญญาณของเด่นเหนือหล้าลอยผ่านมายังบ้านหลังหนึ่ง ร่างของเด็กชายที่นอนซมเพราะพิษทำให้เขาเผยรอยยิ้มที่แสนน่ากลัวออกมา

วิญญาณหนุ่มมองเด็กชายร่างผอมเกร็งที่นอนหลับใหลไม่ได้สติ อยู่ในบ้านหลังเก่าสุดมุมของถนนนั้น ถ้าหากเขาเป็นตัวเองไม่ได้ เด็กคนที่ใกล้เคียงเขาที่สุดจะทำให้ เด่นเหนือหล้าจะกลับมาเป็นตะวันที่สามารถส่องแสงในทิวากาลได้ดังเดิม!!

“กูสิเอาของฮักของกูกลับคืนมา”

 รอยยิ้มนั้นเยียบเย็นแต่ก็เจือร่องรอยความเจ็บปวดอ้างว้าง…

 

เชิงอรรถ : 

(1) เจ้าพ่อพญาแล

Don`t copy text!