รสอมฤต บทที่ 36 : ห้องนอน…อุโมงค์…ช่องลับ

รสอมฤต บทที่ 36 : ห้องนอน…อุโมงค์…ช่องลับ

โดย : กฤษณา อโศกสิน

รสอมฤต นวนิยายเรื่องล่าสุดที่ร้อยเรียงเรื่องราวและทุกตัวอักษร โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2531 นักเขียนอาชีพผู้สร้างคุณูปการมากมายให้กับวงการวรรณกรรมและประเทศไทยมานานกว่า 50 ปี นวนิยายออนไลน์ทรงคุณค่าที่ อ่านเอา อยากให้ผู้รักการอ่าน ได้อ่านออนไลน์

*******************************

ใกล้เที่ยงคืนทีเดียวที่ทั้งสามพร้อมใจกันปิดโทรทัศน์แล้วเอนตัวลงนอน หัวหน้ายึดสองที่บนเตียง ลูกน้องนอนบนฟูกที่พื้น ครั้นแล้วจึงได้ยินเสียงกรนดังตามมาเกือบจะทันทีทันใด จนผู้กองพึมพำ

“แล้วนี่กูจะหลับได้หรือวะ”

“งั้นนายไปนอนในห้องคุณโจมดีกว่า บนเตียงเขาเลยนั่นละน่า…เด็กเขาปูที่นอนไว้ดีแล้ว”

“ไม่ต้องก็ได้” อีกฝ่ายตวัดนัยน์ตาไปยังบันไดที่พาไปชั้นบน ที่ยิ้มเปิดไฟโคมระย้าจากช่องโล่งลึกเพดานสูงไว้ให้อาคันตุกะไปห้องน้ำข้างบันไดที่มีทั้งห้องอาบน้ำและสุขา “พี่อยากแยกเตียงก็เชิญเลยนะ ผมจะพยายามทนเสียงไอ้สันขวานนี่จนกว่าจะหลับ”

ผู้กองคงเดือดเสียงกรนของหมู่แสนสุขพอใช้ แต่จะทำอย่างไรได้

“มันคงเหนื่อยน่ะนุ”

อีกฝ่ายก็เลยพลิกตัวหันหลังให้เมื่อบอกกล่าว

“แต่ถ้าพี่จะขึ้นไปนอนที่ห้องนายโจมก็ไปได้เลยนะ ผมนอนนี่ได้ หลับๆ ตื่นๆ ก็ช่างมัน พรุ่งนี้เช้าเตะมันสักป้าบ”

ปูนปั้นก็เลยหัวเราะ ขณะลุกจากเตียง

“ถ้างั้นพี่ไปเลยนะ”

“ไปเลยพี่”

ชายหนุ่มจึงก้าวไปยังบันได ขณะที่ใจเริ่มแกว่งอย่างไรชอบกล รวมทั้งหวิววาบสลับเข้ามาเป็นระยะ

นี่เขากลัวอะไรหรือกลัวใครจะแฝงบังอยู่ข้างบนกระนั้นหรือ

แต่ยังไม่ทันจะตอบตนเองว่ากระไร ก็พอดีเสียงไลน์ดัง

เมื่อเปิดดูก็พบข้อความ

“ทุกท่านเป็นยังไงมั่งคะ…นี่ฉันกำลังจะนอนเลยส่งกำลังใจมามอบให้…ขอคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์จงช่วยให้เราพิชิตทุกอย่างเร็วๆนี้นะคะ”

เขาก็เลยตอบหล่อนไปว่า

“ผมก็ยังไม่หลับนะครับ…อาจจะหมกมุ่นอยู่กับของสามชิ้นมากจนตาค้างก็ได้…แต่แสนสุขหลับก่อนใคร ผู้กองก็ทำท่าเหนื่อยไม่ใช่เล่น”

ครั้นแล้ว เขาจึงค่อยๆ ก้าวขึ้นบันไดจนถึงชั้นบนที่มืดมิด แลเห็นสวิทช์อยู่ใกล้ๆจึงเปิดไฟจนสว่าง

มีประตูห้องสองฟากของแม่และลูกปรากฏอยู่ตรงหน้า

ชวนให้ใจเขาเต้นขึ้นมาอีกโดยมิทันรู้ตัว…เต้น…เต้น…จนตนเองต้องทาบฝ่ามือขวาลงบนทรวงอก

แปลกแฮะ

มันเกิดอะไรขึ้นมาล่ะเนี่ย…ชายหนุ่มนึกในใจ ขณะหมุนก้านเหล็กเปิดประตู พลางควานหาสวิทช์ที่อยู่ด้านข้าง ไฟจึงสว่างพรึ่บขึ้น

แลเห็นที่นอนที่มีผ้าคลุมเตียงซึ่งยิ้มมาปูไว้ตามเดิมอย่างเรียบร้อยด้วยผ้าคลุมผืนใหม่ ไม่ใช่ผืนเดิมที่เขาเห็นตอนเข้ามา ตอนที่ห้องถูกรื้อค้นจนข้าวของกระจัดกระจาย หากบัดนี้แม่บ้านขึ้นมาจัดไว้แล้วจนเนี้ยบ เรียบกริบ ตู้เซฟก็ปิดสนิทไร้ร่องรอยที่ผู้ร้ายมาแผลงฤทธิ์ทิ้งไว้

ผู้ร้าย

ก็คงมิใช่กลุ่มใดอื่นนอกจากลุ่มมิสเตอร์พี

ที่เชื่อเช่นนี้ก็ด้วยพฤติกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของพวกเขา

นั่นก็คือ

เหล่าวายร้ายกลุ่มนี้ไม่ตามก่อกวนเขากับร้อยรัดอีกเลย…นับแต่นาทีที่รู้ว่า เขาเองก็มาตามของสามชิ้นแต่ยังไม่พบเช่นกัน

พวกมันไม่เคยเสียเวลาย้ำคิดย้ำทำเหมือนพวกมิสเตอร์เอ

ถ้าเป็นคนกลุ่มนั้นละก็…ป่านนี้…ถนนหน้าบ้านคงมีคนของมันแอบซุ่มเตรียมเข้ามาตะลุมบอนตอนตำรวจถอนตัวกลับไปอีกเป็นแน่

ปูนปั้นเปิดประตูพลางล็อคเสียด้วย ช่วยให้มั่นใจขึ้นมาก

ขณะเหลียวไปมาเพื่อสำรวจห้องชุดขนาดไม่กว้างใหญ่แต่ไม่คับแคบอันเรียงกันอยู่ตรงหน้า ได้แก่ห้องนอน ห้องไว้เสื้อผ้าของใช้ และห้องชั้นในคือห้องน้ำที่มีทั้งอ่างยาวสำหรับนอนแช่ได้ และห้องกระจกแยกเป็นส่วนสัดเฉพาะการใช้แค่ฝักบัว มีตู้ลอยติดผนังเป็นที่เก็บของใช้ประจำวัน ทั้งแปรง หวี ที่โกนหนวด แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ถาดโคโลญจน์สารพัดแบรนด์วางเรียงอยู่บนชั้นหินอ่อนรอบห้อง

จึงมิว่าจะจ้องมองตรวจสอบไปตามขอบหรือกรอบใดๆ ซึ่งคิดว่าจะซ่อนตัวอยู่ภายในผนังที่แลเห็นกลางดวงไฟก็ไม่พบเจอร่องรอยว่าตรงไหนแตกหรือแยกพอจะกลายเป็นที่ซ่อนของศักดิ์สิทธิ์สูงส่งทั้งสามชิ้นนั้นได้

ใจเขาคงเต้นระทึกไปเอง…

อาจเกรงความลี้ลับบางประการโดยสัญชาตญาณประจำตนที่มักจะสื่อสารกับสิ่งที่พิสูจน์มิได้อยู่เสมอ

 

เมื่อกลับมายังเตียงนอน…ชายหนุ่มเพียงแต่ดึงผ้าคลุมออกแล้วนั่งลงตรงขอบฟูก…แต่จะอยากนอนก็หาไม่ ไพล่ไปนึกถึงอีกห้องหนึ่งซึ่งเป็นห้องแม่ของชายนั้น ที่ชวนผู้การธนูกับพลและผู้กองเข้าไปตอนที่ทั้งคู่เพิ่งมาถึง เข้าไปตรวจตราเชิงหาจุดที่คนร้ายรื้อค้น ว่าพวกมันสงสัยที่ใด ตรงไหน

ขณะที่ลากร่างโจมติดมือมันไป

อาจจะบังคับขู่เข็ญให้เขาบอกที่ซ่อนก็เป็นได้

‘แต่โจมคงไม่บอก ถ้าบอก มันคงไม่เอาตัวไป’

ปูนปั้นตั้งคำถามเองตอบเอง ขณะไปถึงหน้าห้องเจียมจิต พลางขยับที่บิดประตูให้เปิดออก

ครั้นแล้วจึงค่อยๆก้าวเข้าไป เปิดไฟสว่างจ้า

แลเห็นห้องนั่งเล่นอยู่ตรงหน้า ผิดกันกับชุดของลูกชาย

ดังนั้น จึงไล่เปิดไฟทีละห้อง จากห้องนั่งเล่นที่มีโซฟา เก้าอี้ โทรทัศน์ โต๊ะหนังสือมีลิ้นชักที่ถูกค้นจนไม่เหลือเนื้อที่ใดใดให้ต้องสงสัยต่อ รวมทั้งไม่มีสิ่งมีค่า ไม่ว่าสมุดเช็คหรือบันทึกที่ควรมี

หากมี พวกนั้นก็คงเก็บไปเพื่อสืบค้นจนถึงเซฟธนาคารก็เป็นได้

เซฟธนาคาร

ชายหนุ่มนิ่งนึกตรึกตรา…ขณะไล่ดูทีละส่วนเพื่อผูกโยงเรื่องทั้งหมดเข้าด้วยกัน…ว่า…ตรงไหนเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้

จากห้องนั่งเล่นเข้าสู่ห้องนอนที่บัดนี้ฟูกอันใหญ่ถูกวางไว้เรียบร้อยแล้วในที่ทางพร้อมผ้าปูและผ้าคลุมงดงามผืนใหม่ แต่ผู้กองยังสั่งให้ทุกอย่างที่ถูกรื้อมิว่าตู้เซฟหรืออื่นใด ยังคงอยู่ในสภาพเก่าเพราะยังจดบันทึกไม่สมบูรณ์

ดังนั้น ปูนปั้นจึงมีโอกาสเข้ามายืนนิ่ง…อย่างใกล้ชิด เพื่อพิจารณาห้องนอนกะทัดรัดที่มีกระดาษปิดผนังวินเทจ เป็นรูปกิ่งก้านดอกใบสีเขียวเข้มตัดกับพื้นสีนวลขณะคิดต่อไป

เขาและร้อยรัดช่วยกันตั้งคำถามเพื่อหาคำตอบจนกระทั่งกอบเอาทั้งคนและของเข้ามาถึงหัวมุมอันเพียบพร้อมด้วยเหตุและผลก่อนหน้านี้แล้วมิใช่หรือ…ว่า…

ผู้รับของมีค่าสามชิ้นมาจากมือคนในบ้านเศรษฐีพลัง เมื่อได้ประจักษ์แล้วว่ามิใช่มิสเตอร์พี แต่คือโจมหรือมิฉะนั้นก็เจียมจิต แม่ของเขา เห็นได้จากการตามล่า ก็คงเหลือเพียงคำตอบสั้นๆที่ว่า

ถ้าเช่นนั้น เจียมจิตหรือโจมซ่อนของสามชิ้นไว้ที่ใด ในเมื่อมิได้ส่งออกหรือขายต่อให้พ่อค้าวัตถุโบราณคนไหนทั้งสิ้น

อยากรู้ยิ่งนักว่า หญิงกลางคนกับลูกชายยังจะมี ‘อุโมงค์’ หรือ ‘ช่องลับ’ ซุกซ่อนไว้ที่ใด ตรงไหน…ในบ้านนี้หรือที่ร้านเจนไน

ขณะที่ขาพาเขาก้าวลึกเข้าไปถึงห้องน้ำที่อยู่ท้ายสุด

ภายในหรูหราด้วยกระดาษปิดผนังลวดลายวินเทจ อันงดงามเป็นพิเศษด้วยเถาไม้พรายพริ้ง ช่วยให้เนื้อที่ที่มีทั้งอ่างกระเบื้องยาว ประกอบด้วยเครื่องเคราเซาน่าและห้องอาบน้ำแยกจากกันน่าเข้ามาใช้ พรั่งพร้อมด้วยตู้ไม้สูงชิดประตูเลื่อนที่กั้นระหว่างห้อง จัดวางผ้าเช็ดตัวและผ้าเช็ดมือขนาดต่างๆทั้งเล็กและใหญ่ซ้อนๆกันอยู่ภายใน ถัดจากโถชักโครกไปหน่อยหนึ่ง ดูอบอุ่นละมุนนัยน์ตา เหมาะจะอาบน้ำหรือนั่งอ่านหนังสืออย่างนานอย่างเพลินเป็นยิ่งนัก

แม้แต่จะคุยโทรศัพท์นานๆ ก็สบาย ชวนให้เขานึกถึงภาพหญิงสูงวัยผู้ยังสาวยังสวยยังรวยปฏิภาณในห้องนี้



Don`t copy text!