รสอมฤต บทที่ 41 : ถ้ารู้ที่ซ่อนก็บอกไปแล้ว

รสอมฤต บทที่ 41 : ถ้ารู้ที่ซ่อนก็บอกไปแล้ว

โดย : กฤษณา อโศกสิน

รสอมฤต นวนิยายเรื่องล่าสุดที่ร้อยเรียงเรื่องราวและทุกตัวอักษร โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2531 นักเขียนอาชีพผู้สร้างคุณูปการมากมายให้กับวงการวรรณกรรมและประเทศไทยมานานกว่า 50 ปี นวนิยายออนไลน์ทรงคุณค่าที่ อ่านเอา อยากให้ผู้รักการอ่าน ได้อ่านออนไลน์

*******************************

ออกจากร้านเจนไนแล้ว เขาก็เลยพาหล่อนไปหาร้านอร่อยรับประทานอาหารกลางวัน เพื่อขอให้หญิงสาวช่วยสืบสานต่อยอดความรู้ที่เพิ่งได้รับมาจากป้าและลุง

“คุณร้อยว่า ผมควรผูกเรื่องแบบไหนให้มันเข้าได้กับความจริงมากที่สุดฮะ” ชายหนุ่มเริ่มสอบถามขณะกำลังรอข้าวหน้าไก่และปอเปี๊ยะสด ส่วนหล่อนรอเส้นใหญ่ราดหน้าปลากระพง

ร้านที่เขาพาหล่อนมาจอดจักรยานยนต์เป็นร้านมีชื่อเสียงเก่าแก่แต่ยังคงความโอชาในรสชาติจนเลื่องลือผ่านยุคสมัยจากรุ่นสู่รุ่น หากก็เป็นร้านที่ชายหนุ่มเลือกสรรสำหรับการสนทนาเรื่องสำคัญ ทั้งๆรู้ดี แม้จะคัดเฟ้นสถานที่เพียงไร ก็อาจไม่สำเร็จดังใจหมาย ด้วยว่ากลุ่มคนที่รู้จักนักสืบแห่งสำนักงานดำดินบัดนี้…มีอยู่มิใช่น้อย

ดังนั้น เขาจึงต้องคอยหันไปดูข้างหลังยามเมื่อเสียบจักรยานยนต์ ณ ที่จอดว่าจะมีผู้ใดผู้หนึ่งลอดมาสู่สายตาหรือหาไม่

แต่เมื่อมองกวาดไปจนถ้วนทั่ว แลไม่เห็นตัวตนคนในเป้าหมาย เขาจึงขอนั่งหันหน้าออกสู่ทางเดินเพื่อจะได้ไม่พลาดหน้าร้าน

“แต่เราก็ได้คำถามหลายข้อแล้วนี่คะ” หญิงสาวตอบกลับ “เพียงแต่รอคำตอบที่ต้องการเท่านั้น”

เขาก็เลยยกย่องให้กำลังใจในปฏิภาณของหล่อน…ทั้งๆที่ไม่ได้เรียนวิชาสืบสวนสอบสวน แต่กลับตามกระบวนการตั้งคำถามถามตนเองและถามผู้ที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้องตรงประเด็น

“เชื่อไหม เท่าที่คุยกับคุณมาครู่เดียว…ผมก็ได้อะไรๆที่เกี่ยวกับเรื่องนี้เยอะมาก” ปูนปั้นบอกกล่าวด้วยใจที่ทวีความศรัทธา

โดยมิพักต้องเอ่ยถึงนามธรรมบางอย่างที่กำลังเอ่อขึ้นมาเต็มทรวงใน

“อะไรน่ะอะไรเหรอคะ” อีกฝ่ายถามพร้อมดวงตากลมใสวาววามเป็นประกาย ส่งความในใจอันเริ่มผลิบานเป็นช่อชั้นมาย้อมความหรรษาถึงใจเขา

“นั่นก็คือ รู้ว่า คุณเป็นผู้หญิงฉลาดที่หนึ่ง”

“จริงน่ะ” อีกฝ่ายถามเสียงเขินขณะตาสบตา

“คุณร้อย”

“คะ”

“ผมเริ่มขาดคุณไม่ได้…” ปูนปั้นพึมพำ แสงจากความในใจเปล่งประกายพอๆกับหญิงสาว “นี่พูดจริงๆนะฮะ…ยิ่งเมื่อวานคุณเข้ามาช่วยทุกอย่าง ช่วยตั้งคำถาม ช่วยหาคำตอบ”

“ฉันก็ตั้งไปงั้นเอง…ตั้งไปตามสามัญสำนึกธรรมดาของการตามหาคนขโมยของไปเท่านั้นหรอกค่ะ ไม่ได้วิจิตรพิศดารอะไรเลย”

“แต่มันตรงเป๊ะกับหลักการของเราไงฮะ”

“บังเอิญ”

“ไม่มีละมังคำนี้…”

“คือ…อาจจะเป็นไปได้อีกอย่างก็คือ ที่บ้านล้วนมีแต่คนช่างสังเกตน่ะค่ะ…ไม่ว่าพ่อแม่ น้องชาย…ไม่ทราบเหมือนกันว่า ทำไมพ่อถึงถ่ายทอดคุณสมบัติหรือโทษสมบัติพวกนี้มาให้แม่กับลูกได้มากขนาดนี้”

“ทำไมถึงจะว่าเป็นโทษสมบัติ” อีกฝ่ายถามยิ้มๆ

ขณะที่อาหารทยอยมาพอดี จึงต่างก็ลงมือรับประทาน

เสียงเซ็งแซ่ในร้านก็เป็นเรื่องดีอีกอย่างที่ช่วยให้เขากับหล่อนไม่ต้องระวังการพูดจา เพราะแน่ใจว่าไม่มีใครฟังใคร ไม่มีใครเหลียวมองใคร ต่างคนต่างก็กินไปพูดคุยกันไป สนใจแค่จานอาหารตรงหน้า

“ก็เป็นนะคะ” ร้อยรัดก็เลยยืนยัน “ถ้าเราช่างสังเกตมากๆ ก็อาจพบความไม่ชอบมาพากลในแต่ละคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องโดยเฉพาะกับการเลือกสินค้าหรือส่งของที่ล้วนแต่มีราคาก็ได้…ไม่เชื่อลองถามคนมีลูกค้าอย่างคุณพ่อแม่คุณดู”

ปูนปั้นจึงพยักหน้าเห็นด้วยว่าจริง

“ว่าแต่ว่า…แล้วคุณสังเกตผมด้วยหรือเปล่า”

“จะให้บอกว่าสังเกตไหมล่ะคะ” หล่อนก็เลยย้อนถาม

“ก็บอกมาซีคร้าบบบ…” เขาจึงลากเสียงแจ่มใสหยอกเอิน

“ต้องสังเกตอยู่แล้วไงคะ…ในเมื่อ…”

“จำวันที่เราพบกันนาทีแรกที่ฝรั่งเศสได้ไหมล่ะฮะ”

“จำไม่ได้” อีกฝ่ายทำเสียง พร้อมแวววับในหน่วยตา

“ฝากไว้ก่อนละกัน” ชายหนุ่มกัดริมฝีปากคล้ายมันเขี้ยว หากก็เอ็นดู

“เอาคืนเมื่อไหร่บอกล่วงหน้าได้ก็จะขอบคุณนะคะ” หญิงสาวทิ้งปลายเสียงเพียงเล่นๆ

ขณะที่ปูนปั้นรู้ดี

อารมณ์เขาสุนทรีย์ได้เต็มเปี่ยม ทั้งๆน่าจะเคร่งเครียดขุ่นมัว ก็เพราะตัวงานผ่านความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมไปแล้วตั้งแต่เมื่อคืน

เช้านี้ จึงตื่นขึ้นด้วยความเอมอิ่ม

“จะเอาคืนนับแต่นี้เป็นต้นไป” เขาก็เลยส่งความหมายให้หล่อนรู้ “ว่าแต่ว่า คุณจะสมัครเป็นผู้ช่วยผมตลอดชีวิตไหมฮะ ถ้าเป็น จะได้เตรียมจัดที่ไว้ให้”

ร้อยรัดก็เลยได้แต่มองหน้าเขาพร้อมยิ้มด้วยประกายนัยน์ตา ขณะที่ผิวหน้าระเรื่อขึ้น

 

แต่ยังไม่ทันจะชำระเงินหลังจากกินเสร็จ ปูนปั้นก็ได้ยินเสียงพิศวาทสั่นเครือดังมาตามสาย

“คุณคะ…คุณปั้นใช่ไหม…เอ้อ…เมื่อ…เมื่อกี้หลังจากคุณไปแล้ว…มี…เอ้อ…มีคนมา…ที่นี่ค่ะ…มา…” แต่ยังไม่ทันสิ้นคำ เขาก็ได้ยินเสียงคล้ายสะอื้นนิดๆตามติดมาด้วย

“คุณป้าครับ” เขาก็เลยปลอบโยน “ถ้างั้นเดี๋ยวผมกลับไปหาคุณป้าดีกว่า จะได้พูดจากันรู้เรื่อง…นี่ผมกับคุณร้อยมาแวะทานกลางวันน่ะครับ…กำลังหารือกันเรื่องคุณโจม เรากำลังตามคุณโจมครับคุณป้า…แค่นั้นก่อนนะครับ เดี๋ยวเจอกัน”

ครั้นปิดเสียงแล้ว จึงบอกหญิงสาว

“มีคนไปรังควานร้านเจนไน มันคงนึกว่าของอยู่ที่นั่นหรือไงก็ไม่ทราบ” ชายหนุ่มเกือบเผลอยิ้มนิดๆออกมา

หญิงสาวก็เลยออกความเห็น

“คงเค้นเอาความจริงจากโจมไม่ได้”

“ใช่…แต่…” หากท้ายที่สุดก็ต้องค้างไว้เมื่อชำระเงินแล้วเดินตามกันออกมายังจักรยานยนต์ สักครู่รถก็พามาถึงร้านวัตถุโบราณ แลเห็นคุณป้ากับคุณลุงของเพื่อนผู้หายไปตั้งแต่วันวานนั่งจับเจ่าเศร้าหมองอยู่ด้วยกัน

โดยพลันที่เขาก้าวเข้าไป ทั้งคู่ต่างก็กุลีกุจอลุกขึ้นยืนต้อนรับอย่างดีใจ

พิศวาทละล่ำละลัก

“ฉันจะให้คุณดูอะไรอย่างนึง แล้วคุณจะยิ่งตกตะลึงเลยละค่ะ”

“อะไรหรือฮะ” ชายหนุ่มถามเมื่อนั่งลงที่เก้าอี้รับแขก

พิศวาทจึงส่งมือถือที่มีภาพโจมนอนเหยียดยาวอยู่บนพื้นกระดานโทรมๆให้เขาดู

หากนี่คือวีดิโอ ภาพจึงเคลื่อนไหวได้ สามารถแลเห็นพื้นที่ที่เครื่องพาเคลื่อนไปทีละเมตรทีละวา ช่วยให้ปรากฏสภาพห้องที่ราวกับใช้เก็บของ แต่ของนั้นวางไว้อย่างไร้ระเบียบ ด้วยว่าเกลื่อนไปทั่ว จนเกือบคล้ายขยะกองใหญ่ แม้จะไม่ใช่เศษอาหารหรือเศษของเน่าเสีย แต่ก็ใกล้เข้าไป

เมื่อมีชายคนหนึ่งนอนแผ่อยู่ ดูเผินๆก็หารู้ไม่ว่าตายแล้วหรือยังมีชีวิต ร้อยรัดก็แทบจะร้องวี๊ดออกมา

ปูนปั้นนั้นถึงแก่ตกใจเอาทีเดียว

ฝ่ายคุณป้าของชายในมือถือกำลังเช็ดน้ำตา

“มันบอก…บอก…ว่า…ถ้าไม่บอกที่ซ่อนของสามชิ้น มันก็จะเอาให้ตาย”

คราวนี้ ชายหนุ่มก็เลยต้องยกมือไหว้

“คุณป้าครับ ส่งวีดิโอนี่ให้ผมด้วยดีกว่าจะได้ช่วยตามให้…เรามีกำลังพร้อมอยู่แล้ว” พลางเขาก็ขยักความจริงที่เพิ่งรู้จากผู้กำลังตาม

“มา…ผมทำให้” คุณลุงจึงขอมือถือจากภรรยาไปกดส่งให้ชายหนุ่ม “ว่าแต่ว่านี่มันที่ไหน”

“ผมเองก็ยังไม่ทราบเหมือนกันครับ…แต่จะลองตามดู…ท่าทางตึกที่มันเอาคุณโจมไปพักไว้นี่ก็ดีกว่ากองขยะนิดเดียว” ชายหนุ่มยังคงมองตามความเคลื่อนไหวจากภาพในวีดิโอซึ่งพาไปสู่ประตูหน้าต่างที่ปิดอยู่ พไปสู่ระเบียงแคบมีบันไดลงราวสิบขั้น ช่วยให้รู้ว่าคงเป็นตึกแถวที่ไหนสักแห่ง บนระเบียงมีแค่ม้ายาวเก่าโทรมวางอยู่ ขณะที่ยื่นให้หญิงสาวได้ดูด้วยกัน แต่ต่างก็ไม่อาจเดาได้ว่าห้องที่แลเห็นตรงหน้าคือห้องในกรุงหรือต่างจังหวัด

“โธ่เอ๊ย…สงสารโจม…ฉันก็เลยบอกมัน…ว่า…ถ้าฉันรู้ที่ซ่อน ฉันคงบอกคุณแล้วละ ไม่ปล่อยให้เทียวไล้เทียวขื่อมาขู่เช้าขู่เย็นอยู่ยังงี้” พิศวาทบรรยายพลางเช็ดน้ำตา



Don`t copy text!