รสอมฤต บทที่ 10 : ช่องลับ

รสอมฤต บทที่ 10 : ช่องลับ

โดย : กฤษณา อโศกสิน

รสอมฤต นวนิยายเรื่องล่าสุดที่ร้อยเรียงเรื่องราวและทุกตัวอักษร โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2531 นักเขียนอาชีพผู้สร้างคุณูปการมากมายให้กับวงการวรรณกรรมและประเทศไทยมานานกว่า 50 ปี นวนิยายออนไลน์ทรงคุณค่าที่ อ่านเอา อยากให้ผู้รักการอ่าน ได้อ่านออนไลน์

*******************************

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

ครั้นแล้ว เช้าวันนี้ หลังจากรับประทานอาหาร ณ ที่พักจนเสร็จสิ้น ปูนปั้นจึงพาทั้งสามกลับมารอหมอนวดวัยกลางคนที่สำนักงานของโรงหล่อซึ่งแม่ครูอารีจัดเตรียมปูฟูกไว้ให้วันทานอนนวดพร้อมพรัก ต่อจากนั้นจึงพาอาคันตุกะข้ามฟากไปยังอาคารและโรงใหญ่ที่อยู่ตรงกันเพื่อชวนชมพระพุทธรูปหล่อขนาดต่างๆ ทั้งที่หล่อเสร็จแล้วและยังเพิ่ง ‘ขึ้นรูป’ ด้วย ‘ดินแก่’ โดยใช้ดินเหนียวผสมทรายตามส่วน อันมีทรายสามส่วน ดินสองส่วน ซึ่งในสมัยโบราณมักใช้แกลบผสมเข้าด้วยกันกับทรายละเอียดและดินที่ต้องบดหรือย่ำจนเป็นเนื้อเดียวก่อนปั้น

“ดินที่นิยมใช้คือดินเหนียวสีเหลืองที่เรียกว่าดินขี้งูเหลือมครับ” พ่อครูเปรียงเอ่ยขณะพาชายหนุ่มและหญิงสาวทั้งคู่เดินดูหมู่พระพุทธรูปที่ช่างกำลังขึ้นรูป พลางหยุดอยู่ตรงนั้น…ท่ามกลางห้องโถงอันกว้างใหญ่ในอาคารมุงสังกะสีที่เป็นอาคารสำหรับขึ้นรูปและ ‘โกลนแกนทราย’ โดยเฉพาะ

โจมจึงใช้เวลาอันมีอยู่เพ่งพิศดูการทำงานของช่างอย่างจดจ่อ

จนร้อยรัดเอ่ยขึ้นพร้อมยิ้มนิดๆ

“คุณโจมท่าทางเอางานเอาการจัง สงสัยกลับไปนี่คงไปกล่อมเพื่อนจนเตรียมการส่งออกได้สำเร็จแน่เลย”

“เห็นโรงหล่อของคุณพ่อแล้ว…ไม่สนใจคงไม่ไหว…อื้อฮือ…ท่าทางช่างตะละคนสุดยอดทั้งนั้น ดูซีฮะ”

ช่างทั้งชายและหญิงภายใต้โรงงานมุงกะสีต่างก็กำลังมุ่งมั่นอยู่กับพระพุทธรูปที่ขึ้นรูปจนเป็นรูปร่างแล้ว ทั้งพระยืนพระนั่งและพระไสยาสน์ ทุกขนาดรวมกันไปทั้งใหญ่ กลางและเล็ก บนพื้นแลเห็นแต่เศษดินทรายที่ถูกโกลนออกเกลื่อนนัยน์ตา

ปลายโรงงานตั้งเตาต้มขี้ผึ้งสำหรับปั้น มีทั้งถังและกระป๋องใหญ่น้อยระเกะระกะ

“ผมดีใจมากจริงๆเลยนะฮะที่คุณปั้นพามาคราวนี้ ถือเป็นโชคดีจริงๆ”

“โชคกี่ชั้นล่ะคะ” วันทาก็เลยแกล้งแหย่แต่มีนัย…พร้อมยิ้มๆมุมปาก

ก็พอดีคนในบ้านเดินมาตาม

“ป้าหมอนวดมาแล้วค่ะ”

นั่นเอง ปูนปั้นจึงขอตัวโจมพาทั้งคู่ข้ามฟากไปยังสำนักงาน พลางบอกพ่อแม่ผู้ยังคงเดินนำหน้า พาหนุ่มจากกรุงเทพฯเดินชมการปั้นพระตามขั้นตอน

“พ่อก็ช่วยเล่าให้คุณโจมฟังถึงแบบอย่างงานของเราว่ายึดหลักโบราณยังไงมั่งดีกว่า…อาจจะแปลกกว่าโรงหล่อแถวกรุงเทพฯ หรือจังหวัดอื่น แม้กระทั่งจังหวัดเดียวกันนี่ก็ตาม” ชายหนุ่มยังคงบอกกล่าวเรียบๆ “เดี๋ยวผมขอตัวไปส่งคุณสองคนแป๊บนะฮะ”

เพียงแต่ลับร่างชายหนุ่ม โจมก็รีบขอถ่ายรูปทันใด

“ถ้าแค่เอาเรื่องยากแบบนี้ไปเล่า…เดี๋ยวมันจะงงไปใหญ่…ไงๆก็ต้องให้มันแลเห็นขั้นตอนหล่อพระนะครับ…” ผู้มาจากกรุงเทพฯพูดพลางหันหน้าหันหลัง ยกมือถือขึ้นถ่ายดังกริ้กๆอย่างรวดเร็ว พลางเอ่ยล้อๆ “แล้วนี่คุณพ่อคุณแม่เคยนึกจะทำช่องลับไว้ตามฐานพระมั่งไหมฮะ”

“ช่องลับ” พ่อครูเปรียงผอมบางร่างไม่สูง ผิวสองสีทวนคำ “ช่องลับตรงไหนหรือคุณ”

“อ้าว…ก็อาจจะแถวฐานของท่านหรือสีข้างหรือ…เอ้อ…ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันฮะ…ลองนึกเอาเองแค่นั้น…”

“สงสัยคุณคงเห็นพระอจนะที่วัดศรีชุมสุโขทัยมีอุโมงค์เป็นทางขึ้นไปบนผนังที่ล้อมองค์พระได้ละมัง” อีกฝ่ายเท้าความ

“ไม่ใช่ครับคุณพ่อ นั่นมันอุโมงค์ครับ แต่นี่ผมหมายถึงฐานพระน่ะฮะ…ที่ฐาน…เอ้อ…ดูเหมือนผมจะเคย…อ่าน…แต่จากที่ไหนก็ลืมไปแล้วครับ…ว่า…ตามฐานพระ…บางทีคนสมัยก่อนเขาก็ทำช่องลับเก็บสมบัติแล้วเอาปูนโบกไว้ เอาทองปิดทับอีกที…”

“เอ…” พ่อครูเปรียงลากเสียงพร้อมยิ้มๆ “อาจจะมี…แต่ที่นี่…ที่โรงงานนี้ยังไม่เคยคิดเลยไปถึงขนาดนั้น…ใช่ไหมแม่รี…แกเคยนึกจะทำช่องลับให้ลูกค้าเก็บสมบัติมั่งไหม”

แม่ครูอารีได้แต่ผายริมฝีปากบางออกยิ้มไม่เอาเรื่อง นัยน์ตาเล็กมีแสงบ่งบอกว่าขำ

“แค่นี้ก็ว่าลำบากกันมากแล้วค่ะคุณ…ถ้าคุณเป็นช่าง ก็คงรู้หรอกว่า พระแต่ละองค์ที่ปั้นขึ้นมาจนเต็มองค์…จนใครต่อใครก็อยากได้เอาไปบูชา…มีชื่อเสียงเรื่องสีมือจนไม่ต้องโฆ…ษะ…ณานี่มันก็ยากลำบากกันเต็มที่แล้วละค่ะ…” เธอบรรยายให้ฟังด้วยหวังจะให้แจ่มแจ้งอย่างง่ายๆ “ไม่ใช่สักแต่ว่าปั้นพอให้เสร็จๆไป…รีบทำรีบขายนะคะ…ไม่ใช่…แล้วยังจะมามีช่องลับอีกนี่…”

โจมก็เลยพลอยหัวเราะขำไปด้วย

หากก็ช่วยให้ล่วงรู้

โรงหล่อนี้ไม่มีคำว่า ‘ช่องลับ’ แอบอยู่ มิว่าที่ส่วนใดของพระพุทธรูปหรือรูปปั้นบุคคลสำคัญ

พอดีปูนปั้นข้ามถนนซอยกลับมา

แต่โจมหย่อนมือถือลงกระเป๋าเสื้อด้านบนพลางหันไปยิ้มแย้ม

“เป็นไงหมอนวด”

“ป้าหนอมบอกว่า กระดูกก้นกบคุณวันทามันเคลื่อนนิดหนึ่ง…ก็เลยปวดมาก…แต่แกจะดึงให้”

อีกฝ่ายจึงได้แต่ทำหน้าตาซึ่งบ่งบอกว่าเสียวไส้

ขณะที่แม่ครูอารีหันมารายงานลูกชายโดยมิได้ตั้งใจฟ้อง

“คุณนี่อยากรู้ว่าตามฐานพระของเราทำช่องลับไว้เก็บสมบัติมั่งไหม”

สีหน้าโจมก็เลยจืดไปทันที ครั้นแล้วจึงกล่าวแก้

“สงสัยผมจะเคยอ่านหรือดูหนังก็ไม่ทราบ”

หากปูนปั้นก็เพียงแต่ยิ้มๆ…เป็นยิ้มหมดจดแทนคำตอบที่เขาไม่จำเป็นต้องบรรยาย

 

วันทานอนเหยียดยาวอยู่บนฟูกตรงหน้าซึ่งแท้จริงคือยกพื้นสี่เหลี่ยมผืนผ้าพอดีกับผนังห้องทั้งสองด้าน จึงใช้ได้เอนกประสงค์คือเป็นทั้งเตียงนอนจริงนอนเล่น ที่ล้อมวงรับประทานอาหารของคนในครอบครัว ที่นั่งพูดคุยรับแขก บนพื้นไม้มะค่าซึ่งเช็ดถูจนเป็นมัน

น้องสาวของปูนปั้นนำเก้าอี้มาให้ร้อยรัดนั่งรอวันทานวด แต่หล่อนยังไม่นั่ง ด้วยมีเรื่องต้องคุยกับบิดาจึงเดินเลยไปยังระเบียงที่ยื่นออกไปนิดหนึ่ง

“มีข่าวใหม่จากคุณพลังมั่งไหมคะพ่อ…พอจะรู้เบาะแสเส้นทางกับคนเอาไปเพิ่มเติมมั่งไหม เพราะของใครหาย…โดยเฉพาะของใหญ่คนใหญ่แบบนี้…มันก็พลอยให้คนเล็กๆอย่างเรากระเทือนไปด้วยเหมือนกัน” หญิงสาวหมายถึงกลุ่มผู้ค้าวัตถุโบราณทั้งกลุ่มย่อมต้องถูกเพ่งเล็งอย่างลับและเงียบจากตำรวจหน่วยสืบสวนสอบสวนและหน่วยปราบปรามอย่างแน่นอนอยู่แล้ว

“ได้ข่าวก็แต่ว่า มีพวกนอกเครื่องแบบเข้าออกบ้านนั้นตลอดเลย…แต่ก็ยังไม่มีอะไรแพลมออกมาเรื่องคนเอาไป…เพราะในบ้านก็มีคนเข้าออกมาก…คนสนิท…ตั้งแต่เลขาฯ คนขับรถ พี่ชาย ลูกของพี่ชาย ลูกสาวกับผัว…ลูกชายกับเมีย…เยอะมาก…”

“ท่าทางเหมือนพ่อเพิ่งรู้ ใครมารายงานล่ะคะ”

“ก็ต้องมี” บิดาตอบเบาๆแบบอมภูมิ ยั่วเย้าบุตรีสุดที่รักให้อยากตามข่าวคืบหน้า “ว่าแต่ว่า…ไอ้คนที่เป็นเจ้าของโรงหล่อที่ว่าทำงานกับบริษัทส่งออกน่ะบริษัทไหน…แล้วส่งออกอะไร…หวังว่าคงไม่ใช่วัตถุโบราณของอีตาพลังหรอกนะ…แค่นี้ก่อนละกัน…มีคนมา…”

หล่อนก็เลยทิ้งคำตอบไว้ให้อีกฝ่ายมั่นใจ

“คิดว่าไม่น่าใช่นะคะ…ไม่น่าใช่และไม่ควรจะใช่…แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ…ถึงไง ก็พอจะสืบเองได้…อยากรู้เหมือนกันว่าจะปลอมตัวไปได้นานขนาดไหน…” ว่าพลางหล่อนก็หัวเราะหัวใคร่เสียงใสแจ๋ว

บิดาจึงอดถามมิได้ว่า ใคร

“ก๊ออีตาสองคนที่มาด้วยกันนี่ไงคะ”

 

วันทาร้องเสียงหลง โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย อยู่หลายครั้ง กว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการดึงกระดูกก้นกบที่เคลื่อนให้เข้าที่จนเจ้าตัวลุกขึ้นนั่ง พลางหันมาบอกเพื่อนอย่างแช่มชื่นขึ้นมากหลังหนึ่งชั่วโมงผ่านไป

“อือ…ป้านวดเก่งแฮะร้อย…โล่งเยอะเลยป้า” เจ้าตัวชมเชยขณะเปิดกระเป๋าถือ หยิบธนบัตรใบละห้าร้อยออกมาส่งให้ “ขอบคุณป้านะคะที่ช่วยบันเทาอาการ…ไอ้เรื่องปวดหลังนี่ใครไม่เป็นคงไม่มีวันรู้…ว่าแต่ว่า…ป้าจะนวดต่อให้อีกสักครั้งสองครั้งก็ยังได้นะคะ ฉันจะลางานมา”

“เดี๋ยวค่ะ…ฉันก็ต้องดูวันว่างของฉันก่อนเหมือนกันคุณ…ถ้ายังไม่ว่างก็นัดไม่ได้…คือยังงี้ค่ะ มีคนจองไว้ทั้งนวดทั้งดูหมอ…”

“อ้าว…” สองสาวร้องขึ้นเกือบพร้อมกัน “ป้าเป็นหมอดูด้วยงั้นหรือคะ”

“ค่ะ”

“ไม่เห็นมีใครบอกเลย คุณลุงคุณป้าก็ไม่เห็นปริปาก”

“คงไม่คิดว่าคุณอยากดูละมัง” ป้าขนอมร่างท้วม ตัดผมทรงดอกกระทุ่มแย้มยิ้ม

“แล้วนี่ป้ายังว่างอยู่ไหมล่ะคะ…ถ้ายังว่างก็ดูเลย…”

“วันนี้ไม่ว่างแล้วละค่ะ กว่าจะว่างก็ค่ำๆ…แต่ฉันก็ไม่อยากดู…เพราะออกจากนี่ก็มีนัดนวดคนที่ตลาดค่ะ”

“เอ…แล้วทำไงดี” วันทาครางอย่างไม่ได้ดังใจ “คือ ฉันอยากลาออกจากงานเก่า หางานใหม่น่ะค่ะป้า”

“ถ้างั้นก็จดวันเดือนปีเวลาตกฟากมาให้ก่อนก็ได้ค่ะ แล้วฉันจะดูให้…ดูคนเดียวหรือสองคนล่ะคะ”

Don`t copy text!