รสอมฤต บทที่ 11 : ความลับ…ความไม่ลับ

รสอมฤต บทที่ 11 : ความลับ…ความไม่ลับ

โดย : กฤษณา อโศกสิน

รสอมฤต นวนิยายเรื่องล่าสุดที่ร้อยเรียงเรื่องราวและทุกตัวอักษร โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2531 นักเขียนอาชีพผู้สร้างคุณูปการมากมายให้กับวงการวรรณกรรมและประเทศไทยมานานกว่า 50 ปี นวนิยายออนไลน์ทรงคุณค่าที่ อ่านเอา อยากให้ผู้รักการอ่าน ได้อ่านออนไลน์

*******************************

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

ครั้นแล้วเช้าวันนี้ หลังจากเสร็จสิ้นการรับประทานที่ห้องอาหารเรียบร้อยแล้ว สองสาวก็ได้พบนางขนอมหมอนวดและหมอดูที่เมื่อครู่ปูนปั้นเพิ่งบอกกล่าวเพิ่มเติมว่า หญิงวัยกลางคนผู้นี้

“ก็เป็นที่นับถือของชาวบ้านเหมือนกันครับ…ในวิชาที่แกมี” ชายหนุ่มผู้ซึ่งร้อยรัดรู้สึกตลอดมานับตั้งแต่รู้จักกันว่าเขาเป็นคน ‘คมในฝัก’ ที่ยังดูคมสืบไปแนะนำ

โดยเฉพาะเช้าวันนี้มีบางสิ่งแล่นไหลอยู่ภายในดวงตาคมคายทั้งคู่ที่มองเท่าไรไม่มีจืด พอๆกันกับอีกหนึ่งชายผู้แพรวพรายร้ายลับ…ใช่…หล่อนคิดว่า…ร้ายที่ลับนั้นแอบลึกอยู่ในที แม้จะกลบด้วยละอองยิ้มเพียงผิวๆเสมือนปลิวอยู่ไกลๆ หากหล่อนก็มิวายได้สัมผัส

ร้อยรัดจึงคิดว่า มาศรีสัชนาลัยในคราวนี้แล้วคิดจะเลยเข้าสุโขทัยด้วยนั้น คนสามคนอันได้แก่หล่อน เขาและเจ้าของโรงหล่อน่าจะมีปลายทางที่คล้ายกัน

“มาเที่ยวนี้ วันก็เลยโชคดีที่ซู้ด” หล่อนรีบละลายบรรยากาศแปลกๆที่ล้อมสีหน้าชายทั้งคู่ด้วยเสียงที่ดูเบิกบาน…ทั้งๆภายในยังคงเคร่งเครียดมิหายได้จากเรื่องราวของเศรษฐีพลังผู้ที่พ่อแม่หล่อนคุ้นเคยเป็นอันดี ด้วยว่ามาอุดหนุนเครื่องแก้วชิ้นเยี่ยมราคางามสม่ำเสมอ…อันได้แก่แชนเดอเลียร์ขนาดใหญ่…โต๊ะเก้าอี้ชุดหลุยส์ที่ไม่ถึงกับ ‘เว่อร์วัง’ เพื่อนำไปเป็นกำนัลใครสักคนหรือหลายคน ผืนพรมทอเป็นลวดลายสำหรับประดับผนังหรือที่เรียกทับศัพท์ว่า แทพพิสทรี (Tapestry) ซึ่งถ้าเป็นอย่างเลิศก็แพงมาก กับอีกหลากหลายอันเป็นเครื่องตกแต่งแห่งอดีตสมัยที่ผู้คนยังนิยมชมชื่นมิเสื่อมคลาย…คล้ายๆกับยิ่งนับวันยิ่งมีทั้งคุณค่าและราคา

“จริง…โชคดีมาก…โชคดีอะไรไม่เท่ากับหายปวดแทบจะปลิดทิ้งเลยนะเนี่ย” วันทาตอบพลางเอนตัวไปข้างหลัง เอี้ยวอีกนิดพร้อมเหยียดแขนซ้าย

ก็พอดีป้าขนอมเดินขึ้นบันไดมายังล็อบบี้ที่ทุกคนกำลังนั่งรอ

“ป้ามาเร็วดีจัง” ปูนปั้นยืนขึ้นพลางทักทายอย่างดีใจที่นัดแล้วไม่เลื่อนเวลา นั่นก็เนื่องด้วยเมื่อคืนแกโทรศัพท์มาบอกว่าแกจะเจียดเวลาสักคนละครึ่งชั่วโมงดูดวงให้ ‘เพราะป้าผูกดวงแล้ว คุณสองคนก็มีเรื่องใหญ่อยู่เหมือนกัน’ “ทานอะไรมาหรือยัง ถ้ายัง ทานที่นี่เลยก็ได้  ผมจ่ายแทน”

“อิ่มมาแล้วละจ้ะ” ป้ายิ้มเรื่อยๆ “ว่าแต่ว่าต้องรีบหน่อยแล้วละปั้น อีกชั่วโมงป้ามีนัดนะยะ”

ปลายเสียงลงน้ำหนักเป็นกันเอง

“เอาเลย…นั่งนี่เลยละกันป้า” โจมกุลีกุจอ “เราสองคนไปนั่งโน่นกันไหมครับ หรือจะเดินดูสวนของเขาไปพลาง”

“ก็ดีนะฮะ” ปูนปั้นรีบตอบรับอีกฝ่ายพลางเสริมคำอย่างชวนให้เห็นความงดงามของธรรมชาติรอบกายปลายเดือนพฤศจิกายนที่อากาศกำลังดีเป็นพิเศษ “โรงแรมเดี๋ยวนี้ไม่ว่าเล็กใหญ่ต้องอวดกันที่ต้นไม้ดอกไม้ทั้งนั้น มีแต่คอนกรีตก็ไม่น่าดูอะไร…”

ครั้นแล้วจึงลงบันไดคู่กันไปตามทางปูอิฐด้านข้างที่มีไม้พุ่มไม้กอขึ้นง่าย ทั้งอุณากรรณ ฤษีผสม แพรเซี่ยงไฮ้รายเป็นกลุ่มเป็นหมู่อยู่เคียงข้างไม้พุ่ม ดูเป็นสุมทุมดอกดวงพวงประจงที่ล้อมวงกันต้อนรับ เรียกแขกตั้งแต่แรกเดินเข้ามา

“ว่าแต่ว่า…คุณโจมดูงานโรงหล่อพอใจหรือยังล่ะฮะ” ชายหนุ่มจึงถามต่อ…อย่างขอรู้ใจผู้มาเข้าชมว่านิยมยินดีเพียงไหน “ถ้ายังไม่พอจะไปดูโรงหล่ออื่นอีกก็ได้ โรงที่เขาไม่ได้ทำพระโบราณแค่ทองเหลือง สำริด แต่ใช้เรซินแทนก็ผุดขึ้นเยอะแยะมากมายเหมือนกัน”

“มันต่างกันยังไงล่ะคุณ…ระหว่างทองเหลือง สำริด กับเรซินอะไรนั่น ผมยังไม่เคยรู้เลยจริงๆ” โจมถามอย่างสนใจ…และจริงจัง

เนื่องด้วยความรู้ที่ตนเองมี ที่คิดว่ารู้จริงรู้กว้าง ก็ด้วยมีมารดาคอยปลูกฝังให้ต้องรู้ นั่นก็เพราะเป็นเจ้าของร้านขายวัตถุโบราณที่มีโบราณวัตถุทั้งชิ้นใหญ่ชิ้นเล็ก ชิ้นสำคัญไม่สำคัญผ่านเข้ามาให้ต้องใช้ความรู้ความสามารถด้านประวัติศาสตร์โบราณคดีอย่างรอบคอบถี่ถ้วนเป็นอันมาก เพื่อกันมิให้ถูกพ่อค้าแม่ค้าหรือนักฉวยโอกาสที่มีอยู่หลากหลายทั้งในที่ลับและที่แจ้ง ปลอมแปลงตัวเข้ามาต้มตุ๋น

“ถ้าเวลาเหลือหรือไม่ก็…” ปูนปั้นหยุดนิดหนึ่งเพื่อนิ่งคิดถึงมิตรภาพอันจำเป็นและจอมปลอมในการล้อมวงหาของมีค่าที่อันตรธานไปจากห้องพระของเศรษฐีพลังให้ค้นพบจงได้ว่า…บัดนี้มันลอยละล่องข้ามน้ำข้ามฟ้าไปอยู่ที่ใด หรือว่า…จะยังอยู่ ณ ที่ไหนสักแห่งในกรุงเทพฯ “ถ้าคุณวันทานัดนวดอีกที…ซึ่งก็…ยังไม่รู้ว่าเธอเองจะมาได้เมื่อไหร่ เพราะกลับไปก็ต้องบินอีก…หรือจะยังไง…คงต้องรอถามเธอแล้วละฮะ…”

“ไม่เป็นไร” อีกฝ่ายเอ่ย หากก็ดูเหมือนใจจะลอยไปอยู่เหมือนกัน…ขณะปูนปั้นตวัดนัยน์ตาเหลือบมอง “ถ้าคุณวันทายังมาไม่ได้…ผมมาก่อนก็ได้…”

“ตามใจนะฮะ” ชายหนุ่มเพียงแต่รับรู้ เพื่อมิให้ดูว่ารุกไล่ เนื่องด้วยไม่แน่ว่าชายผู้เดินเคียงมากำลังสังเกตท่วงทีวาจาของเขาอยู่หรือไม่

เขาคงต้องระวังระไวทุกยิบตา…ในเมื่อเศรษฐีพลังบอกพันตำรวจตรีพล ด้วยปากคำของตนเองว่า

‘แต่ผมไม่เคยบอกใครเรื่องจ้างพวกคุณมาทำงานชิ้นนี้เลยนะ…ฉะนั้นก็ขอให้ปิดเป็นความลับชนิดดำมืด’

แม้กระนั้น ปูนปั้นก็ไม่เคยเชื่อเรื่อง ‘ความลับ’

แต่กลับเชื่อเรื่อง ‘ความไม่ลับ’ มากกว่า

“เดี๋ยว…รอให้คุณสองคนดูหมอเสร็จก่อน” ท้ายที่สุดโจมผู้บัดนี้สีหน้าเปลี่ยนไป ไม่เหลือรอยร่าเริงดังชายเจ้าชู้ผู้มีเลศเล่ห์เก๋กร่าง ก็เอ่ยต่อ “อยากรู้เหมือนกันว่าป้าแกจะดูคุณร้อยว่าไง…ว่า…”

“ว่า…ดวงกำลังจะได้คู่ละมังครับ” ปูนปั้นก็เลยตอบยิ้มๆเชิงทำลายความเคร่งขรึมที่กำลังเดินทางเข้ามาเยือน

เฉือนฉับกับภาพหนุ่มเจ้าสำราญเมื่อครู่ของผู้มาเป็นแขก

 

ป้าขนอมสามารถตอบวันทาได้ทุกคำถามเกี่ยวกับการงาน ที่ชัดเจนอย่างยิ่งก็คือ

“คุณลาออกจากงานนี้ก็ดีค่ะ…เพราะถึงยังไงต่อไปก็จะมีเหตุบางอย่างทำให้คุณต้องออกจนได้” หมอดูวัยกลางคนบอกกล่าวอย่างไม่อ้อมค้อม ไม่อ้อมแอ้มสองฝักสองฝ่าย แต่ตัดสินใจให้ทันทีขณะอ่านความหมายของตัวเลขบนกระดาษสองแผ่นที่แกถือติดมือมา มีรูปวงกลมและเลข 10 ตัวบรรจุอยู่ตามช่องบางช่องในวงกลมวงนั้น ครั้นแล้วสายตาของป้าก็ไล่ไปอย่างชำนิชำนาญ บอกกล่าวเต็มคำโดยผู้ฟังไม่สับสน “คืองี้นะคุณ…ปีนี้ปี 61 นี่ก็กำลังจะสิ้นปีอยู่รอมร่อ…พอถึงปี 62 ก็ยังดีอยู่ค่ะ…คุณจะยังทำต่อก็ได้…แต่ใจฉันคิดว่า คุณอยากออกก็ดีแล้ว แสดงว่าสังหรณ์ของคุณก็แม่นเหมือนกัน เพราะ ปี 63 นะคะ…โอ้โฮ…อย่าให้บอกดีกว่าว่าบ้านเมืองจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือขนาดไหน”

“จะเกิดอะไรขึ้นคะป้า”

“อืม” นางขนอมนิ่งนึก “จะให้บอกว่ายังไงดีคุณถึงจะนึกออก จะใช้ศัพท์โหราศาสตร์คุณก็จะยิ่งงงหนัก ดีไม่ดีจะไม่เข้าใจ” หญิงกลางคนยังคงเพ่งอยู่ที่เลขทุกตัว “เอางี้ คุณจดก็ได้ค่ะ เป็นข้อๆก่อน แล้วค่อยให้รายละเอียดทีหลัง เพราะฉันมีนัดก่อนเที่ยงน่ะค่ะ…เอาละนะคะ…หนึ่ง…ลาออกจากงานได้เลย วันนี้เดี๋ยวนี้แล้วหางานที่ไม่เป็นลูกจ้างใครให้ได้…ชอบอะไรทำไอ้นั่น…ทำๆไปอีกสักครู่ มันจะเป็นเงินเป็นทองขึ้นมา…ตอนแรกก็น้อยๆก่อน อย่าเพิ่งโลภ…”

วันทาก็เลยรีบจดลงสมุดบันทึกเล่มเล็กบางที่หล่อนมักมีติดกระเป๋าถือไว้เสมอ สำหรับเตือนความจำแต่ละวันที่ผ่านไปว่าพบเจอใครบ้าง ไปยังสถานที่ใด มีเหตุการณ์สำคัญประมาณไหน ร้ายหรือดี

“อือ…แหม…นี่ฉันชักจะตื่นเต้นแล้วซีคะป้า…พอนึกอยากออกจากงาน ป้าก็มาบอกว่าออกได้…แล้วที่สำคัญออกแล้วดีนี่ตอนนี้ยังนึกไม่ออกเลยว่าจะดีกว่าเก่าได้ไง…” วันทาพูดพลางจดพลาง “แต่ก็เอาเถอะค่ะ…ดีกว่าเก่าเป็นใช้ได้…แล้วสองล่ะคะ…”

“สอง…อย่ารับรักใครตอนนี้ มีแต่มาหลอกทั้งนั้นค่ะ”

“จริงง่ะป้า…อ้าว…” วันทาแสร้งทำเสียงพลางมองหน้าป้าตาละห้อยจนร้อยรัดหัวเราะกิ๊ก “แล้วเมื่อไหร่ถึงจะเจอคนจริงล่ะคะ…แหม…งั้นฉันก็แย่เลยซี…”

“อีกหน่อย คุณรวยแล้ว คนก็มาหาเอง แต่คุณอาจไม่เอาก็ได้”

“เป็นงั้นไป” อีกฝ่ายยิ้มแย้มแจ่มใสพร้อมกับก้มลงจด

“นี่พูดจริงเลยนะคะ…คือพอฉันเห็น 27 ในดวงคุณ เลยไม่อยากให้แต่งงาน…อยู่เป็นสาวให้หน้าขาวดีกว่า”

“ฮ่าๆๆๆ” วันทาก็เลยทำเสียง หากก็อดยั่วป้าไม่ได้ “ก็ถ้าฉันอยากแต่งแล้วทำไงดี”

“คุณก็แต่งไป จะเลิกทีหลังคงไม่เป็นไรใช่ไหม ถ้าไม่เป็นไรก็แต่งเลยค่ะ” ป้าก็เลยตอบอย่างใจถึงพอๆกับเจ้าของดวงชะตา

ครั้นแล้วจึงย้ายมาทางร้อยรัด

“ส่วนของคุณนี่ คู่ดีมากๆ เป็นคนดาวพุธ เลข 4 อื้อฮือ…4 นี่อยู่กะ 6 เป็นคู่ธาตุน้ำใหญ่เลยนะคะ…แล้วยังเป็นองค์เกณฑ์…เอ…คู่คุณนี่ใครกันน้าาา…ป้าอยากรู้จัง” ผู้ชำนาญการทายทักถึงแก่ยกนิ้ว ขณะที่อีกฝ่ายฟังไม่รู้เรื่อง… “แต่ก็ยังหรอกค่ะ…ยังไม่แต่งงาน…มีอะไรอีกมากที่คุณต้องแก้ปัญหา”

 

Don`t copy text!