รสอมฤต บทที่ 20 : อย่าคดโกงเท่านั้นพอ

รสอมฤต บทที่ 20 : อย่าคดโกงเท่านั้นพอ

โดย : กฤษณา อโศกสิน

รสอมฤต นวนิยายเรื่องล่าสุดที่ร้อยเรียงเรื่องราวและทุกตัวอักษร โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2531 นักเขียนอาชีพผู้สร้างคุณูปการมากมายให้กับวงการวรรณกรรมและประเทศไทยมานานกว่า 50 ปี นวนิยายออนไลน์ทรงคุณค่าที่ อ่านเอา อยากให้ผู้รักการอ่าน ได้อ่านออนไลน์

*******************************

“ถามจริงๆ…คุณมีคนของคุณแล้วยัง” หญิงสาวก็เลยยิงถ้อยคำเปรี้ยงออกไปโดยไม่รีรอ

เพราะเรื่องเป็นรองชายนั้น หล่อนจำเป็นต้องคิดหนัก เนื่องด้วยเข็ดหลาบยังไม่หายกับพฤติกรรมของมิติผู้ทำทีทำท่ามาติดพัน จนทั้งพ่อและแม่เอ็นดูเขา เห็นว่าทั้งสุภาพเรียบร้อยและเอาถ่าน เรียนดี มีงานใดในบ้านหล่อนมิว่าหนักหรือเบา จะต้องเข้ามาช่วยกุลีกุจอราวกับเป็นลูกของพ่อแม่อีกคนหนึ่ง นานต่อมาจึงต่างรู้ซึ้งเมื่อเขาหายไป หันไปควงคู่กับหญิงต่างมหาวิทยาลัย เรียนจบแล้วแยกย้ายไปรับตำแหน่งต่างจังหวัด ครั้นแล้วชื่อของเขาก็ราวสูญสลายไปจากความทรงจำ

ชายคนต่อมาและต่อมา หล่อนก็เลยคบเขาอย่างทิชชูกล่องหนึ่ง ที่จะดึงออกมาใช้ก็ได้ ไม่ใช้ก็ได้

จะว่านำเอากฏหมายโบราณสถาน โบราณวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมาเป็นต้นแบบแห่งการเลือกชาย ก็คงได้เช่นกัน

นั่นก็คือ

ตนเองต้องเป็น ‘ภัณฑารักษ์’ ด้วยตนเอง

จึงจำเป็นต้องรอบรู้ว่าของชิ้นใดแท้หรือเทียม

ชายที่จะมาเป็นคู่ของหล่อนจะต้องมิใช่ของเทียม

“ไม่มี” เสียงที่ผ่านออกมาให้ได้ยิน…จากริมฝีปากชายตรงหน้าชัดเจนแจ่มใส

“เคยมีนะฮะ…แต่ก็ไม่ยั่งยืน…ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล เพราะจะไม่มีทางหวนกลับมาทำเรื่องร้ายๆลือลั่นสนั่นสังคมเหมือนที่ใครต่อใครนิยมทำกันตอนนี้แล้วก็ตอนต่อไปได้อีก…รับรองว่าไม่มี”

“เชื่อค่ะว่าไม่มี” ร้อยรัดตอบตรงจากใจ พลางก็ย้อนถาม “ว่าแต่ว่า คุณจะให้ฉันเข้าไปตีสนิทกับคุณโจมเมื่อไหร่ ฉันกลัวเขาจะสงสัยนะคะ”

“กำลังจะบอกให้คุณรอไงครับ…คิดว่าเขาคงโทร.มาหรือไลน์มาเร็วๆนี้”

“แน่ใจมากจัง”

“ใช่ฮะ…ผมแน่ใจ…”

ยังไม่ทันขาดคำ มือถือของหล่อนก็ดังขึ้น

หญิงสาวได้แต่ทำนัยน์ตายิ้มกับเขา

“คุณร้อยหรือฮะ”

“ก็ต้องใช่ฉันอยู่แล้วนี่คะ นี่เบอร์ฉันใช่อ๊ะป่าว” หญิงสาวทอดเสียงล้อนิดๆ พลางมองหน้าผู้กำลังมองมาอย่างตื่นเต้น แลเห็นแสงวับจากประกายตาว่าดีใจ

“ก็ช่ายยน่ะซี้” ฟังอีกข้างก็รู้ว่าร่าเริงเหมือนเคยเป็น มิได้เสแสร้งแกล้งเล่นแต่อย่างใด “ว่าแต่ว่า นั่นคุณอยู่ไหนครับ เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า…เมื่อกี้ ผมไปแวะกดกริ่งบ้านคุณ เด็กบอกคุณไม่อยู่ อยู่แต่คุณพ่อ ไอ้ครั้นจะเข้าไปสู้หน้าก็…ก็ไม่แน่ใจว่า คุณพ่อดุหรือใจดีน่ะฮะ”

“ดีแล้วไงคะที่ไม่เข้าไป คุณพ่อฉันค่อนข้างดุ นี่ฉันกำลังทานกลางวันอยู่ค่ะ…”

“กับใครเอ่ย” โจมยังคงเซ้าซี้

“แล้วคุณล่ะไม่ทานหรอกหรือ” หล่อนก็เลยตอบไม่ตรงคำถาม

“เรียบร้อยแล้วละฮะ…” เสียงของอีกฝ่ายอ่อยลงไปเมื่อบอกกล่าว “ถ้างั้นเชิญนะครับ เชิญทานให้อิ่ม แล้วผมจะกวนมาใหม่”

หญิงสาวปิดมือถือแล้วจึงเอ่ย

“คุณก็โชคดีแล้วไงคะ ไม่ต้องรอนาน ทีนี้ก็ถึงปัญหาของคุณแล้วละว่าจะให้ฉันช่วยถึงระดับไหน” ร้อยรัดกินไปคุยไป ขณะที่เขารวบช้อน ดื่มน้ำ เตรียมสั่งกาแฟและไอศกรีม แต่ยังรอหล่อน

ขณะนั้น ต่างคนต่างก็มี ‘งาน’ ในสมองค่อนข้างมาก

เป็นงานที่ยากอย่างยิ่ง

นับเป็นหนึ่งในงานยากที่เคยรับมา

“คุณรู้จักคุณพลังไหมฮะ” ในที่สุดเขาก็เอ่ย

“โธ่เอ๊ย…คุณพลังน่ะหรือคะ คนทั้งโลกก็รู้จักเขา ถึงไม่ตั้งใจรู้จักก็ต้องรู้ต้องเคยผ่านตาชื่อเสียงของเขาอยู่แล้วละค่ะ”

“ผมหมายถึง รู้จักแบบเคยคุยกันตัวต่อตัว”

“เคยค่ะ” หญิงสาวตอบพลางบรรยายต่อ “เวลานี้เขากำลังเป็นทุกข์เรื่องของสามชิ้นหายไป…เขาคงถามทุกร้านที่เขารู้จักละมังคะ…ฉันว่า…คือของที่หายนี่ไม่ใช่ของเก่าธรรมดา แต่เป็นของเก่าศักดิ์สิทธิ์ เป็นของสูง”

“สงสัยคุณรู้ดีกว่าผมอีกนะนี่” ปูนปั้นอดดีใจมิได้ที่มาถูกทาง

เป็น 2 ทางที่ควรมา

หนึ่งนั้นก็คือ หญิงสาวผู้นั่งตรงหน้า ผู้เป็นเจ้าของร้านขายวัตถุโบราณ คุณสมบัติที่เขาแลเห็นก็ได้แก่เป็นผู้ช่างสังเกต จึงดูเหมือนจะรอบรู้เรื่องราวการนำเข้าส่งออกซึ่งตรงกับงานสืบสวนสอบสวนที่เขาจะต้องติดตามแบบกัดไม่ปล่อย ครั้นแล้ว หล่อนก็ลอยเข้ามาเองในวันใดวันหนึ่ง

สอง ก็คือ หล่อนกับเขาดูน่าจะเข้าคู่กันได้ นั่นหมายถึงสามารถเข้าใจกันและกันโดยมิยาก ไม่ต้องลำบากคบกันแล้ว เดี๋ยวโกรธเดี๋ยวดี

ชีวิตเขาไม่มีเวลาถึงเพียงนั้น

ที่สำคัญก็คือ หล่อนจะต้องเข้ามาเป้นหนึ่งในผู้คุมความลับของเขา

‘เมีย’ ของผู้ชาย หรือ ‘ผัว’ ของผู้หญิงนั้นสำคัญเพียงไร ทุกคนรู้ดี

“คุณวัดจากอะไรหรือคะ”

“วัดจากคุณก็สนิทกับเขาด้วยไง”

“เขาก็แค่คนเคยซื้อของเก่าที่ร้านฉันเท่านั้นค่ะ…ของที่ซื้อส่วนใหญ่ก็เป็นแค่เครื่องกระเบื้องเครื่องแก้ว โคมไฟ ไม่มีอะไรพิเศษกว่านั้น ไม่ใช่ของขโมยมา…เป็นของนำเข้าตัวจริง เสียภาษีถูกต้อง” ร้อยรัดจาระไนยิ้มๆขณะกินเสร็จพอดี “ร้านฉันไม่ขายเทวรูปขอม ศิลาจารึก ธรรมจักร เศียรพระพุทธรูป”

“น่าสรรเสริญที่คุณเข้าใจดี” ชายหนุ่มยิ้มล้อๆ

“แล้วนี่จะให้ฉันรับนัดคุณโจมเมื่อไหร่ดีคะ” หล่อนก็เลยส่งลูกกลับไป

แต่อีกฝ่ายก็ยังรีรอ

“เดี๋ยวครับ…ขอผมคิดดูก่อน ชักไม่แน่ใจ” หลังจากอ้ำอึ้งเป็นครู่ ก็เลยถาม “ว่าแต่ว่าคุณเคยเห็นของสามชิ้นนั่นไหม”

เมื่ออีกฝ่ายตอบว่า เคยค่ะ เขาก็เลยขอดู

 

ผู้เป็นนักเลงสะสมวัตถุโบราณหรือสมัครสมานในศิลปะชั้นเลิศทุกคน คราเมื่อได้สัมผัส มิว่าจะเพียงแค่มือ คือเนื้อกับเนื้อซึ่งเอื้ออารมณ์กันมากที่สุด หรือแค่แลเห็นเพียงสายตา ทั้งจากของจริงและรูปถ่ายรูปวาด ต่างก็มักจะเกิดผัสสะอันลึกซึ้งคล้ายกัน นั่นก็คือเสมือนกำลังเสพของทิพย์ที่เรียกความเอิบอาบให้ซาบซ่านด้วยปราโมทย์ จนถึงขั้นโลดแล่นขึ้นมาเกาะกุมจนถ้วนทั่วทุกความปรารถนา

ดังนั้น เมื่อต่างก็มีทั้งคชสีห์และแหวนทั้งสององค์ ทั้งวงเล็กและวงใหญ่ จึงผลัดกันดูผลัดกันชมโดยปูนปั้นเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ที่ได้จากบิดาให้หญิงสาวตรงหน้าฟัง

“แปลกนะคะที่คุณพลังไม่ยักบอกที่มาที่ไป บอกแค่สั้นๆว่า คชสีห์นี่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นของมีฤทธิ์ของหลวงปู่เฮงแค่นั้น” หล่อนจิบกาแฟพลางมองภาพคชสีห์ในมือถือที่พลังส่งให้ระวี พ่อของหล่อนจึงส่งต่อไว้ให้แม่กับลูกอีกทีหนึ่ง ‘จะได้เอาไว้ดู เผื่อหาทางตามให้เขาได้’ “ส่วนแหวน ก็บอกแค่แหวนของพระเจ้าแผ่นดินขอม อายุกว่าพันปี”

“ฟังแค่นี้ก็ยังขนลุกแล้วนี่ฮะ”

“ยังดีที่ไม่ใช่ทรัพย์แผ่นดินไทย”

“ถ้าเมื่อไหร่กรมศิลป์ของเรายังมีข้าราชการที่เคร่งครัด คอยควบคุมให้ระเบียบปฏิบัติกับการดูแลรักษา แก้ปัญหาการลักลอบซื้อขาย นำวัตถุโบราณไทยออกนอกประเทศเป็นไปอย่างถูกต้อง ไม่มีนอกมีในกับพวกลักลอบขนออกนอกละก็…คงพอจะสบายใจกันได้บ้างหรอกนะฮะ” ปูนปั้นเอ่ยขณะตักไอศกรีมเข้าปาก ครั้นแล้วจึงถาม “แล้วนี่ผมจะมีโอกาสได้ไปเยี่ยมร้านคุณมั่งไหมครับ”

“จากนี่ไปก็ได้เลยค่ะ”

“ต่างคนต่างขับรถไป” เขาเปรยๆอย่างเสียดาย “ผมก็เลยอดคุยกับคุณมากเท่าที่อยากคุยละซีเนี่ย”

“ยังมีอะไรอีกมากใช่ไหมคะ” หญิงสาวถามยิ้มๆอย่างล่วงรู้ว่า…หล่อนกับเขายังมีเรื่องราวอีกมากมายต้องติดตาม

“มากกก…” ปูนปั้นลากเสียงยาวเหยียด “ก็เราต้องเกี่ยวข้องกับการนำเข้าส่งออกโบราณวัตถุเหมือนกันนี่ฮะ”

“บริษัทคุณชอบส่งออกอะไรที่เสี่ยงๆหรือเปล่าล่ะคะ…ว่าแต่ว่า…คุณรู้จักร้านฉันแล้ว จะไม่พาฉันไปรู้จักร้านคุณมั่งหรือไง”

“บริษัทผมไม่มีหน้าร้านหรอกครับ” เขาก็เลยบอกปัดไปพลางๆ

หล่อนยังไม่ควรรู้จักอาชีพที่แท้จริงของเขาจนกว่า…จนกว่าอะไร…

จนกว่าจะถึงวันเวลาที่เขาแน่ใจและเชื่อมั่น

ก็ทุกวันนี้ มีใครคนไหนบ้างที่รู้ว่าเขาทำอะไร ไม่ว่าพ่อแม่ พี่น้อง คนรู้จักในศรีสัชนาลัย ต่างก็รู้แค่ที่ว่า เขาทำงานกับบริษัทส่งออกนำเข้าเล็กๆ สินค้าที่ส่งออกนำเข้าก็หลากหลาย มิได้จำกัดว่าประเภทไหน ต่างประเทศสั่งซื้อชนิดใด ก็เสาะหาชนิดนั้นที่เพียบด้วยคุณภาพส่งไป ขอเพียงให้ถูกกฎหมายเท่านั้น

ทุกคนล่วงรู้กันเพียงเท่านี้

เพราะพ่อแม่ ญาติพี่น้องของเขาเป็นกลุ่มคนผู้ยึดถือเรื่องซื่อสัตย์สุจริตเป็นสำคัญ

ซื้อขายอันใดไม่ว่า อย่าคดโกงเท่านั้นพอ

Don`t copy text!