รสอมฤต บทที่ 23 : สายสืบสมัครเล่น

รสอมฤต บทที่ 23 : สายสืบสมัครเล่น

โดย : กฤษณา อโศกสิน

รสอมฤต นวนิยายเรื่องล่าสุดที่ร้อยเรียงเรื่องราวและทุกตัวอักษร โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2531 นักเขียนอาชีพผู้สร้างคุณูปการมากมายให้กับวงการวรรณกรรมและประเทศไทยมานานกว่า 50 ปี นวนิยายออนไลน์ทรงคุณค่าที่ อ่านเอา อยากให้ผู้รักการอ่าน ได้อ่านออนไลน์

*******************************

ครั้นแล้ว เย็นวันนี้ โจมก็มาถึงร้านขายวัตถุโบราณที่ร้อยรัดตัดสินใจบอกทางให้เขามา…เพื่อทำคำขอของชายคนหนึ่ง ให้เดินทางไปถึงความลับที่ลึกกว่าหน้าตาท่าทางของหนุ่มโจมซึ่งดูราวกับคบง่าย

แนะนำให้รู้จักมารดา…ปิ่นทิพย์ และปัทมะ น้องชายผู้เพิ่งสอบผ่านมหาวิทยาลัย หากก็มาช่วยงานที่ร้านพ่อแม่ไปพลางๆระหว่างรอผลสอบเข้าทำงานประจำ กินเงินเดือน

“ร้านคุณแม่ใหญ่ดีจังนะฮะ…เสียดายมากที่ร้านผมอยู่คนละทิศ ไม่งั้นคงได้มาแวะทุกวัน” โจมจำนรรจาอย่างหรรษาคล้ายไม่มีปัญหาหมกมุ่น “ศูนย์การค้านี่ดีมากครับ น่าเดิน ผมเองเคยมาแค่หนสองหน แต่ก็นานแล้ว”

แม่ของร้อยรัดไม่เหมือนแม่ของเขา โจมนึกในใจ…แม่ของเขาดูเป็นแม่ค้ามากกว่า นั่นก็คือช่างเจรจาแพรวพราว หยอดอัธยาศัยไมตรีไว้ในทุกอาการเคลื่อนไหวทั้งถ้อยคำและการหยิบยื่นที่มีแต่ได้ไม่มีเสีย

แต่แม่ของร้อยรัดท่าทางเรียบๆ ต้อนรับขับสู้อยู่บ้าง หากก็ไม่ดูว่าแคล่วคล่องว่องไว มีเพียงสายตาที่มองมาแวบๆเชิงตรวจสอบเท่านั้น ที่ช่วยให้รู้ว่า น่าจะต้มไม่ง่าย

“คุณแม่ทำร้านนานแล้วหรือครับ” หนุ่มโก๋เก๋ยังคงเก๋ไก๋สืบไป ทำท่าแอร่มแจ่มใสเป็นกันเองในบรรยากาศยามเย็นที่ผู้คนเพิ่งเลิกงาน เริ่มเดินผ่านมาแวะนั่ง สั่งของกินเครื่องดื่มจากร้าน อาหารโปร่งโล่งที่จัดกันทันสมัย จนกระทั่งผ่านไปเพียงครู่ หมู่คนก็มานั่งกันเกือบเต็มทุกโต๊ะเก้าอี้ถัดร้านขายวัตถโบราณนามว่า ‘บุราณรมย์’

“ก็ตั้งแต่เขายังไม่ได้ปรับปรุงน่ะค่ะ”

“คือเมื่อก่อนก็โทรมกว่านี้มาก” ร้อยรัดเสริมคำขณะมองตามน้องชายปลีกตัวไปเนื่องด้วยมีนัดกินอาหารเย็น

ขณะที่หญิงสาวพาชายหนุ่มเดินดูเครื่องแก้วเครื่องกระเบื้องและอีกสารพัดสินค้าจากฝรั่งเศสในยุคสมัยที่ ล่วงเลย ส่วนใหญ่เป็นสินค้าระดับหรูราคาคู่ควรกับคฤหาสน์

โจมกวาดตามองของมีราคาที่ตั้งวาง ห้อย แขวน ดารดาษอัดแน่นจนเหลือเพียงทางเดินแคบๆระหว่างแถวเครื่องแก้ว เครื่องกระเบื้องอันสวยหยดงดงาม…ติดตามรายละเอียดทีละช่วงทีละชิ้นอย่างถ้วนถี่ซึ่งแท้จริงแล้วคือวิสัยของเขาแท้ๆที่ซ่อนอยู่

มันจะพรั่งพรูกันออกมาก็ต่อเมื่อเขาเริ่ม ‘ทำงาน’ อันเป็นภาระสำคัญ

นั่นก็คือ…เพื่อเข้ามาตรวจสอบให้ประจักษ์ด้วยตาของตนเองว่า ผู้หญิงที่พบใหม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับตัวหล่อนและอาชีพที่กำลังทำล้ำลึกระดับไหน…

ขายของเก่าประเภทใด…น่าจะเกินเลยไปถึงของเก่าประเภทโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่กฎหมายกำหนดด้วยหรือไม่ เพราะของเก่าประเภทเพชร พลอย ทอง นาก เงิน อัญมณีหรือประเภทคอมพิวเตอร์ กล้องถ่ายรูป เครื่องดนตรี แสตมป์ เหรียญ จักรเย็บผ้า พระเครื่อง และอื่นๆที่มักจะมีให้เห็นตามร้านขายของเก่าทั้งเล็กและใหญ่นั้น มิใช่เป้าหมายที่ใคร่รู้

แต่ผู้ที่กำลังโอภาปราศรัยกับเขาซึ่งส่วนใหญ่คือลูกสาวเจ้าของร้าน ผู้เพิ่งได้รับ ‘ใบสั่ง’ มาสดๆร้อนๆจนถึงแก่พูดกับแม่เมื่อกี้นี้ว่า

‘อีกประเดี๋ยวจะมีหนุ่มแสบมาประจ๋อประแจ๋นะแม่นะ…แม่ก็แค่จ๊ะจ๋ากะเขานิดหน่อย ปล่อยให้เป็นธุระของลูกเอง’ แต่ร้อยรัดก็ไม่ถึงกับทำให้แม่หวั่นเกรงจนเกินไป เลยหยอดไว้แค่นั้น

แม่กับพ่อไม่เหมือนกัน หากก็คล้ายกัน นั่นก็คือเข้าใจทุกวิถีทางการค้าวัตถุโบราณหรือเรียกง่ายๆว่า ‘ค้าของเก่า’

จึงชำนาญการ ทั้ง ‘ดูของ’ และ ‘ดูคน’ คู่กันไป

แม้พ่อจะพูดมากกว่า ตัดสินใจเร็วกว่า หากก็ใช่ว่าช้าอย่างของแม่จะแพ้เสียทีเดียว

แต่จะอย่างไรก็ตาม หากรวมกลุ่มกันเข้ามาถึงสาม คือ พ่อ แม่ และลูกสาว ก็อย่าหวังเลยว่าจะสามารถตบตาได้

“คุณร้อยใช้แต่วิธีสั่งจากเมืองนอกเท่านั้นหรือฮะ” โจมซักถามเรื่อยไป…นัยน์ตาก็กวาดถี่ๆไปตามรูปพรรณของเครื่องตกแต่งประดับบ้านอันละลานไปทั้งห้อง…แม้ไม่หวังว่าจะพบวัตถุโบราณที่อาจมิใช่ชิ้นสำคัญ หรือชิ้นที่ต้องห้ามตามกฎหมาย แต่ถ้าได้พบสักชิ้นสองชิ้นที่สามารถโยงไยไปสู่การสนทนาอย่างลึกกว่าทักทายเจรจาฉาบฉวย ก็จะช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและหล่อนกระชับแน่น

“ก็คุณโจมล่ะคะ ใช้วิธีไหน” หญิงสาวย้อนถามทันใดนั้น “ที่ไปคราวนี้สั่งอะไรกลับมา หรือจะส่งอะไรไปให้เขาล่ะคะ…มีไหม”

“คุณอยากให้ผมตอบว่าสั่งหรือไม่สั่งล่ะครับ” โจมส่งลูกกลับมาด้วยริมฝีปากขยายยิ้ม แววนัยน์ตาเปลี่ยนเป้าหมายเป็นกริ่มๆ คล้ายจะบอก… ‘ที่ผมมานี่ ไม่ได้มาเรื่องของนาคุณนา แต่มาเรื่องคน’

“อยากให้ตอบว่าสั่ง” ร้อยรัดทิ้งความหมายตายตัวและเด็ดขาด “ไม่คุณสั่งจากเขาก็เขาสั่งจากคุณ”

“เป๊ะเลย” อีกฝ่ายนัยน์ตารื่นพลางหันไปทางปิ่นทิพย์ผู้ยืนห่างออกไป ทั้งเฝ้ารอคนที่อาจแวะเข้ามา ทั้งคอยฟังวาจาชายหนุ่มผู้เพิ่งมาปรากฏตัวเป็นครั้งแรก โดยข่าวของเขาล่วงหน้ามาตั้งแต่วันที่ร้อยรัดอยู่ฝรั่งเศสโน่นแล้ว…จากปากคำของเจ้าของสมบัติ “คุณแม่มีบุญมากเลยนะฮะที่มีลูกเก่ง…คุณร้อยทั้งเก่งทั้งฉลาดมากครับ…ผมตามเท่าไหร่ก็ไม่มีวันทัน”

ปลายเสียง…ถึงอย่างไรผู้ฟังทั้งคู่ต่างก็รู้ดี ผู้พูดเสียดสีหน่อยๆ

แต่ร้อยรัด…ในฐานะผู้สืบข่าว…ทั้งลับและแจ้ง ก็ต้องแข็งใจ ‘จับ’ เขาไว้ให้ได้ จึงเอ่ยถาม

“ค่ำนี้ คุณโจมมีนัดแล้วยังคะ ถ้ายังไม่มีก็ขอเชิญทานอาหารค่ำที่บ้านฉัน จะรับเชิญไหมคะ”

“อูย…ผมก็เลยดีใจมากละซีเนี่ย” อีกฝ่ายทำเสียงปรีเปรมกระดี๊กระด๊า

 

ครั้นแล้ว โจมก็ได้มานั่งขนาบข้างซ้ายมือบิดาของหล่อนมีปิ่นทิพย์นั่งขวา ถัดไปคือธิดาของทั้งคู่

เป็นค่ำคืนที่ดูโอ่อ่าอัครฐานพอใช้ ด้วยว่า ห้องอาหารแม้ไม่กว้างนัก หากก็อลังการด้วยเครื่องแก้วเจียระไนและเครื่องกระเบื้องสมัยโบราณของยุโรปล้วนๆ นับตั้งแต่โคมทรงกลมเหนือศีรษะที่ส่องแสงชวนสบายกระจายความสว่างลงจากเพดาน ผ่านไปโดยรอบกรอบห้องที่ปูพรมเปอร์เซียแดงก่ำ กระทบภาชนะเครื่องกระเบื้องชุดใหญ่บนโต๊ะที่มีอาหารห้าหกอย่างวางเรียงราย ล้วนแล้วน่ากิน มีแม่บ้านหญิงยืนรับใช้อยู่ไม่ห่าง

“ต้องขอบพระคุณคุณอากับคุณร้อยอย่างยิ่งครับที่ให้เกียรติชวนผมมาถึงบ้าน” โจมเริ่มถ้อยคำที่สรรสร้างด้วยสีสัน ขณะเดียวกัน นัยน์ตาคมของเขาก็กราดถี่ๆ แต่มีจังหวะไปโดยรอบเพื่อกอบเอาความรู้และความไม่รู้ที่ควรรู้เข้ามาไว้ในความชำนาญ “ที่จริง เราก็ทำงานเหมือนกันเลยนะฮะ…คือนำเข้าส่งออกวัตถุโบราณ…ฉะนั้น พอมาเป็นเพื่อนกันได้ ก็เลยเท่ากับเราทุกคนได้ลาภก้อนใหญ่จากการไปฝรั่งเศสคราวนี้”

“ขอให้เป็นลาภจริงๆละกัน” ร้อยรัดก็เลยหยอดนิดๆไว้เหมือนเคย

“ก็ไม่ทราบว่าคุณปั้นแกจะนึกอย่างเราหรือเปล่านะฮะ” ชายผิวขาวหนวดเรียวจงใจดึงอีกหนึ่งชื่อเข้ามา

“แล้วคุณคิดว่ายังไงล่ะคะ” หญิงสาวถาม

ระวีก็เลยเชื้อเชิญอาคันตุกะรับประทาน

“คุยไปพลางๆเลยคุณ มีอะไรก็คุยได้นะ ผมอยากฟังชอบฟัง” บิดาของหญิงสาวผู้เป็นมันสมองของทั้งเมียและลูกๆเริ่มผูกเรื่องอย่างง่ายๆ จูงใจชายหน้าใหม่ให้เดินเข้ามา

มีพลังเป็นศูนย์กลางการค้นหา

“ใช่ครับคุณอา…ผมเองก็อยากฟังคุณอา…คือการค้าสมัยนี้มันไปเร็วไงฮะ…เพราะมันไปกับเทคโนโลยี…หลายหน เราก็เลยคว้าไม่ทัน”

“ที่น่ากลัวกว่านั้นก็คือ มันหลอกเรามากกว่า เรื่องที่ควรดีก็เลยกลายเป็นร้ายเพราะเราหลงเชื่อ” ชายสูงวัยแต่ไม่เกินหกสิบเอ่ยยิ้มๆ

ดูคล้ายพ่อของหล่อนน่าจะหัวโบราณ ร่างสันทัดผมรองทรงหวีเรียบ ผิวสองสีเกลี้ยงเกลา บุคลิกชัดเจน ไม่ดูเป็นเงารางๆเหมือนบางคน นั่นก็คือนัยน์ตาดำแวววาว วาวมากกว่าลูกสาวของเขา

โจมสบตาด้วยแล้ว อดนึกถึงมีดโกนบางเบาแต่คมกริบขึ้นมามิได้

แม้กระนั้น เขาก็ไม่รู้สึกกลัวเกรงแต่อย่างใด

ชอบด้วยซ้ำไปน่ะซี

“อาหารวันนี้จะถูกปากคุณโจมไหมคะ” ร้อยรัดก็เลยเปลี่ยนเรื่องเพื่อประเทืองการกิน

หล่อนกำลังช่วยพ่อสานลิ้นในปากให้เข้ากับลิ้นในสมอง ทั้งของเขาและของเราสามสี่คน

สมบัติที่สูญไปในคราวนี้ เมื่อมีที่มา ก็ควรจะมีที่ไป…

แต่จะอย่างไรก็ตาม หล่อนสมัครใจจะเรียกว่ามันถูกปล้น

จะปล้นโดยใครคนใดคนหนึ่งหรือหลายคน มันก็ได้ชื่อว่าถูกปล้น

จึงเมื่อถึงค่ำคืนนี้ ผู้อยู่ในข่ายสงสัยว่าเป็นผู้ปล้น หรือมิฉะนั้นก็เป็นหนึ่งในผู้ปล้นก็ถูกต้อนเข้ามาว่ายวนอยู่ที่โต๊ะอาหารในบ้านนี้

ถึงเวลาหรือยังที่เขาจะต้องถูกเค้นเอาความจริง

Don`t copy text!