รสอมฤต บทที่ 24 : สืบความให้ได้เรื่อง

รสอมฤต บทที่ 24 : สืบความให้ได้เรื่อง

โดย : กฤษณา อโศกสิน

รสอมฤต นวนิยายเรื่องล่าสุดที่ร้อยเรียงเรื่องราวและทุกตัวอักษร โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2531 นักเขียนอาชีพผู้สร้างคุณูปการมากมายให้กับวงการวรรณกรรมและประเทศไทยมานานกว่า 50 ปี นวนิยายออนไลน์ทรงคุณค่าที่ อ่านเอา อยากให้ผู้รักการอ่าน ได้อ่านออนไลน์

*******************************

โจมค่อนข้างเจริญอารมณ์กับอาหารแต่ละอย่างจากแม่ครัวประจำบ้านมีฝีมือ โดยอีกฝ่ายป้อนกับแกล้มคือการสนทนาด้วยเรื่องราวเบาสมอง เพื่อช่วยให้บรรยากาศรื่นเร้าเคล้าคลุกด้วยความสุขจากการกิน เก็บลิ้นชักน้อยใหญ่ที่ใส่คำถามยากเข็ญไว้พลางๆอย่างใจเย็น

“คุณโจมคงเพลินกับการเดินทางไปกลับกรุงเทพฯ-เมืองนอกปีละหลายหนละมังนะฮะ” ระวีกินพลางชวนอีกฝ่ายสนทนาอย่างมอบหมายไมตรีให้ทันทีทันใดโดยไม่เว้นระยะ…

ก็ใช่น่ะซี…ที่ว่า…เขาจำเป็นแต่ไม่จำใจต้องผูกชายตรงหน้าไว้โดยพลัน…เสมือนจับพลัดจับผลูตุหรัดตุเหร่มาผ่านด่านความสงสัยจนถึงที่ ก็ต้องจับมั่นคั้นตาย มิให้หลุดง่ามนิ้วไปได้

“ก็…ไม่ถึงกับมากหรอกครับคุณอา บางปีหนเดียวก็เคยมี” ชายหนุ่มชี้แจง “เพราะที่จริงยุโรปนี้ผมก็ไปมาจนปรุแล้ว พูดก็พูดเถอะนะฮะ…คุณอาเองก็เคยไป…คือถึงยังไง เราก็ยังต้องไปนั่นแหละครับ…กันไม่ให้พลาด เพราะพลาดนี่หมายถึงค่าปรับก้อนใหญ่ ซ้ำร้าย อาจถึงคุกด้วยก็ได้ เพราะเขาก็มีบทกำหนดโทษไว้เรียบร้อย”

ระวีก็เลยยิ้มๆ พยักหน้า

“ถ้างั้น เดี๋ยวเราค่อยคุยเรื่องที่ผมเองก็คาใจอยู่เหมือนกัน”

โจมแย้มริมฝีปากนิดหนึ่ง

“ถ้าให้ทาย…คงถูกเผ็งเลย”

“ต้องถูกอยู่แล้ว”

ร้อยรัดก็เลยผสมโรง กินพลางคุยพลาง

“จะว่าข่าวโจรกรรมโบราณวัตถุซาไปจนแทบจะไม่มีอีกแล้วในยุคนี้…ก็ยังไม่ใช่นะคะ”

“ครับ…ไม่ใช่…”

“โจร ปล้นของโบราณน่ะไม่มีวันหายไปจากโลกหรอกลูก…ไม่ว่าโลกสมัยเก่าหรือสมัยใหม่”

“ใช่ครับ” โจมตอบรับพร้อมรวบช้อนส้อมแล้วดื่มน้ำ “สมัยใหม่ก็ยังมีคนที่ชื่นชมของโบราณอยู่มาก…อาจจะมากยิ่งกว่าเก่า…ถ้าบังเอิญเขาเป็นคนสมัยใหม่ที่รู้ค่าของโบราณ…คิดดูก็ได้ฮะ คุณอา…บางประเภทมีชิ้นเดียวในโลกที่เป็นของแท้”

“แน่นอน ประเภทชิ้นเดียวนี่แหละที่เป็นตัวนำเหล่ามิจฉาชีพให้เกิดความคิดทำเทียม เพราะส่วนใหญ่ของที่มีชิ้นเดียวในโลกจะอยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่ยากจะไปปล้นเอามาได้” ระวีพูดเรียบๆเรื่อยๆ “ว่าแต่ว่า ทำไมอิ่มเร็ว”

“โอ้โฮ…คุณอาครับ…ผมทานสองจานเต็มๆแล้วนะฮะ…แกงเผ็ดน่องไก่นี่ ไก่เปื่อยมากๆ ไข่ผัดแหนมผมก็ชอบ ยำถั่วพูนี่ก็รสดีมากเลย…อาจจะเป็นเพราะอร่อยเลยทานเอาๆ อิ่มก่อนเจ้าของบ้าน”

“ของหวานเลยดีกว่านะคะ” ร้อยรัดคล้อยตามเขาไปพลางพยักหน้าบอกแม่บ้าน “ฟ้อนเอาขนมมาให้คุณได้เลยนะ…แต่กาแฟรอประเดี๋ยว”

แม่บ้านก็เลยหายเข้าไปยกถ้วยทับทิมกรอบออกมาวางตรงหน้าชายผู้มาใหม่

“ผมกับครอบครัวนี่ก็ไม่รู้ทำกุศลไว้แต่ชาติปางไหน ถึงได้ต้องมาเกี่ยวข้องกับวัตถุโบราณจนกลายเป็นชีวิตประจำวันไป” ระวียังคงคุยเรื่อยๆ ขณะที่ปิ่นทิพย์รวบช้อนตามชายหนุ่ม หากก็ยังคงเป็นฝ่ายตั้งใจฟัง “ยิ่งเดือนนี้ยิ่งดูจะเป็นเดือนที่คนสำคัญต้องเสียวัตถุโบราณ…ติดๆกันตั้งสองราย…ถึงไม่เกี่ยวกับเราโดยตรง ก็เกี่ยวโดยอ้อม…ใช่ไหม คุณโจม”

“ยังไงหรือฮะ” อีกฝ่ายถามขณะตักของหวานเข้าปาก

อย่างน้อยก็ขอให้ได้ถ่วงเวลาไว้สำหรับเตรียมคำตอบสักหน่อยหนึ่ง

“คุณก็น่าจะสนิทกับทั้งคุณพลังคุณไร่งามนี่นา” อีกฝ่ายดักคอ

“อ๋อ…ก็ไปมาหาสู่กันปกติเหมือนคุณอากับคุณพลังที่เป็นทั้งคนซื้อคนขายเท่านั้นครับ แต่กับคุณไร่งาม…จะบอกยังไงดี…ก็คงเรียนคุณอาเพียงแค่ที่ว่า เราต่างก็เป็นคนสนใจวัตถุโบราณด้วยกัน ได้อะไรดีๆมาก็เอามาอวดกัน ช่วยกันดูว่ามันของจริงหรือของปลอมแค่นั้นฮะ”

 

รับประทานเสร็จแล้ว จึงต่างก็ลุกจากโต๊ะอาหารออกไปจิบกาแฟด้วยกันที่ห้องรับแขกด้านหน้า

“บ้านคุณอาสบายมากเลยนะครับ” โจมยังคงชมเชยไม่ขาดปาก ขณะที่สายตากวาดขึ้นลงตามผนังตึกและเพดานที่ติดตั้งโคมแก้วเจียระไนพรายพร่าง

ขณะที่ระวีเอ่ยถามต่อไปด้วยน้ำเสียงเรียบรื่น

“คุณว่า ใครน่าจะขโมยของสามชิ้นของคุณพลังไป”

โจมรอคอยคำถามนี้อยู่แล้ว จึงตอบได้ทันควัน

“ใครจะไปกล้าเดาล่ะฮะคุณอา ของนั่นก็ของเล็กนิดเดียว ทั้งคชสีห์กับแหวนสองวง คุณอาคิดว่า ถ้ามันหายไปเมื่อไหร่ จะตามหาได้ง่ายๆละหรือครับ”

“แต่ควรต้องเดา” อีกฝ่ายลงเสียงหนักแน่น “ที่ต้องหาแบบโยนคำถามทีละคำถามก็เพราะเจ้าของไม่ติดซีซีทีวีไว้ที่ห้องพระไงคุณ”

“คุณโจมคงขึ้นลงห้องพระคุณพลังจนทะลุปรุโปร่งไปแล้วมั้ง” ร้อยรัดดักคอ

“ผมก็เพิ่งทราบเดี๋ยวนี้เองว่า ห้องพระคุณพลังที่นัยว่าวางของสำคัญรวมๆไว้กับพระพุทธรูป ซึ่งพระพุทธรูปแต่ละองค์ก็ล้วนเป็นพระพุทธรูปที่จะหาอีกไม่ได้ในกรุงรัตนโกสินทร์ขณะนี้” ในที่สุดโจมก็เลยปล่อยถ้อยคำที่เป็นต่อออกมา “ไม่มีกล้องวงจรปิด…ถ้าไม่มี…บ้านคนมากขนาดนั้น ก็ยากจะจับมือใครดมได้ครับคุณอา”

 

“แล้วคุณพลังขอให้คุณช่วยเป็นนักสืบตามหาของสามชิ้นนี่บ้างไหม” ระวีถามต่อไป

“ขอซีครับ…ผมได้ข่าวว่าท่านก็ขอทุกคนที่รู้จัก ทุกวันนี้ผมก็เลยมีกังวลกับเรื่องของสามชิ้นที่ท่านว่าศักดิ์สิทธิ์นักหนานี่แหละ”

“คุณเคยเห็นของนั่นไหมล่ะคะ” ร้อยรัดเอ่ยขึ้น

“แล้วคุณล่ะฮะ เคยเห็นไหม” อีกฝ่ายย้อนถาม

“ไม่เคยค่ะ”

“ผมก็ไม่เคย”

“ทำไมต้องรอให้ไม่เคยเหมือนกัน” หญิงสาวก็เลยทอดเสียงล้อยิ้มๆเพื่อให้บรรยากาศไม่ดูจริงจังจนเกินไป

“ไม่ได้รอ เพราะผมก็นึกอยู่แล้วละว่าคุณเองหรือใครต่อใครที่ว่าสนิทก็ไม่เคยเห็นของศักดิ์ศิทธิ์สามชิ้นนี่” โจมยังคงยืนยันเหมือนมั่นใจ “จะเห็นก็แค่ในไลน์เท่านั้นครับ”

ทุกคนเห็นของสามชิ้นจากมือถือเสมอหน้ากัน…

แม้กระทั่งปูนปั้นเอง…ร้อยรัดนึกในใจ แต่หล่อนก็ถามเขาสืบไป

“ว่าแต่ว่าคุณโจมคิดว่าคนกลุ่มไหนมาเอาไปคะ…”

“นั่นซี” ระวีพยักหน้า “พ่อก็กำลังจะถามคุณโจมอยู่เหมือนกันว่า น่าจะเป็นคนกลุ่มไหนที่มาฉกเอาของไป”

“เอ้อ…ผมไม่กล้าเดาหรอกครับ…” หนุ่มนัยน์ตาแพรวพราวตอบคำ “เพราะ…ก็…คนเคยเห็นๆกันทั้งนั้น…คนที่มีสิทธิ์เดาน่าจะต้องเป็นคุณพลังคนเดียวมังฮะ ถ้าเจ้าของเองยังไม่ยอมสงสัยใครในบ้าน คนข้างนอกก็ยิ่งไม่กล้าปริปาก”

“เราก็แค่พูดกับเรากันเองไงคะ” หญิงสาวถามไถ่ไม่ละลด

“อือ…แต่ถึงไงผมก็ไม่กล้าคิดหรอกฮะ…ว่าแต่ว่าคุณอาล่ะครับ…สนิทกับคุณพลังถึงขั้นรู้จักคนในบ้านทุกคนไหม ถ้าสนิท…ผมว่า…สายตาคมอย่างคุณอาสามารถกะเก็งได้” อีกฝ่ายแหนบนิดหนึ่ง

“คนที่ผมเจอหน้าบ่อยมีแค่สองคน” ระวีทำเหมือนไม่ระคาย “คือคุณดุรงค์ เลขา กับเหนียว คนรถ ซึ่งสองคนนี้ก็อยู่กับคุณพลังมานาน…ดูเหมือนดุรงค์จะอยู่มาสิบปี เหนียวอยู่มาสิบห้าปี”

“นั่นซีนะครับ” โจมตอบอย่างระวังระไว มิให้ตกหลุมชายตรงหน้า

“คุณโจมสงสัยสองคนนี่หรือเปล่าล่ะคะ”

อีกฝ่ายอึ้งไป ขณะที่นึกในใจว่า…สองพ่อลูกราวกับนัดกันมาต้อนเขา

เพียงแต่สีหน้าของเจ้าตัวทั้งคู่เท่านั้นที่ไม่ดูว่าต้อน…แต่ดูว่า…ก็ถามไปเรื่อยๆอย่างคนมีกังวลแทนเจ้าของทรัพย์อมตะมากกว่า

“แล้วยังมีอีกตั้งหลายคนในบ้าน…ก็เคยทักกันคุยกัน” โจมเล่าต่อ เพียงเพราะไม่ขอตอบคำถามให้เข้าเนื้อ “คนหนึ่งเป็นพี่ชาย อีกคนก็ลูกของพี่ชายคุณพลัง อีกคนก็ลูกชาย อีกคนก็ลูกเขย…”

เขาจาระไนพร้อมหัวเราะ

ฝ่ายระวีก็เอ่ยลอยๆ

“ข่าวที่ว่าจะมีของโบราณของไทยส่งไปฝรั่งเศสเร็วๆนี้ ไม่ทราบว่าจะใช่ของของคุณพลังสามชิ้นนี่ไหม”

“ข่าวว่ายังงั้นนะคะพ่อ แต่อาจไม่ใช่ก็ได้” หญิงสาวรับลูกที่รู้กัน “ส่วนใหญ่พวกเขามักจะพักของไว้อีกนานไม่ใช่หรือคะ”

Don`t copy text!