Run Away หัวใจไกลรัก 2 บทที่ 25 : ตกเป็นเครื่องมือ

Run Away หัวใจไกลรัก 2 บทที่ 25 : ตกเป็นเครื่องมือ

โดย : ภัสรสา

Run Away หัวใจไกลรัก 2 นิยายออนไลน์ โดย ภัสรสา ที่ อ่านเอา อยากให้คุณอ่านออนไลน์ เรื่องราวย้อนไปในสิบปีก่อนเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้อาศิรากับดารัณมีพันธะผูกพันต่อกันตามกฎหมาย ก่อนหญิงสาวจากไปอยู่ต่างแดนไม่เคยหวนกลับมา สิบปีผ่านไป ดารัณกลับมาอีกครั้งพร้อมความจริงอันน่าตกใจ และครั้งนี้ดารัณคนเดิมเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน

****************************

– 25 –

เป็นไปตามคาด พอได้รับการติดต่อจากทนายความแจ้งเรื่องดำเนินคดีคนที่เคยโจมตีอาศิราก็พร้อมใจกันขอโทษเขาตามช่องทางที่กำหนดให้ไม่เว้นกระทั่งสำนักข่าวนั้น ที่เหลือก็แค่รอติดตามว่าจะขอโทษครบตามจำนวนวันที่เขากำหนดไว้หรือไม่ ซึ่งอาศิรากำหนดไว้ที่สิบห้าวัน

อาศิราไม่ตามเรื่องต่อแม้ทนายความยืนยันว่ามีหลายคนอ้างชื่อปริยฉัตรเป็นเสียงเดียวกัน เขาอยากรอให้เอ็ดดี้กับศตายุไปจากเมืองไทยก่อน อันที่จริงเอ็ดดี้มาเมืองไทยตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ทว่าเอ็ดดี้ไม่ได้สักแต่ว่าจะมารับศตายุไปเฉยๆ แต่ตั้งใจลางาน ทิ้งทุกอย่างที่อเมริกานานถึงหนึ่งเดือนเพื่อมาอยู่กับศตายุ อยากให้เวลาศตายุทำความคุ้นเคยกับตนก่อน โดยอาศิรายกบ้านในสวนส่วนของรีสอร์ตให้หลังหนึ่ง วันนี้เริ่มเข้าสัปดาห์ที่สองที่เอ็ดดี้มาอยู่ เป็นจังหวะเหมาะที่จะพิสูจน์ว่าศตายุจะอยู่กับเอ็ดดี้โดยไม่มีอาศิราได้หรือไม่ เพราะอาศิรากับดารัณไม่อยู่ มีสอนที่กรุงเทพต้องเดินทางแต่เช้าตรู่ สัญญาณที่ดีคือศตายุไม่ร้องตามอาศิราอย่างทุกครั้งที่เห็นอาศิราขึ้นรถแล้วตนไม่ได้ไปด้วย ทั้งยังโบกมือบ๊ายบายตามที่เอ็ดดี้บอกด้วยหน้าตายิ้มแย้ม

หลังออกจากสนามบินและรับรถเช่าเรียบร้อย อาศิราไปส่งดารัณที่มหาวิทยาลัยก่อนค่อยขับรถไปสถาบันตน พอสอนเสร็จกำลังจะขับกลับไปรับดารัณ ก็ปรากฏว่าเจ้าหล่อนส่งข้อความมาบอกให้ไปรับที่สถานีรถไฟฟ้าซึ่งอยู่ใกล้ๆ แทน แม้รู้ดีว่านั่นจะทำให้เขาไม่ต้องผจญกับสภาพการจราจรอันน่าหวาดกลัวในช่วงเวลาเร่งด่วน แต่พอเจอก็อดบอกไม่ได้

“ทีหลังถ้าจะทำแบบนี้ เอารถไว้ไหม สอนเสร็จก็ขับมา”

ดารัณส่ายหน้าดิก “ไม่ เรื่องอะไรรัณจะประสาทเสียกับการขับรถในกรุงเทพฯ แค่นั่งอย่างเดียวก็จะบ้าตายแล้ว… ไปหาพี่อิ๊งหน่อย”

อาศิราไม่ว่าอะไร เดาได้ว่าคงนัดคุยงานกันจึงเบนรถไปทางบ้านเพื่อน เมื่อเลี้ยวเข้าด้านหน้าซึ่งเป็นส่วนของคอมมูนิตี้มอลล์ดารัณก็บอก

“แวะกินก๋วยเตี๋ยวเรือกัน ร้านนั้นอร่อยดี”

อาศิราจึงหมุนรถเข้าจุดจอด พลางถาม “ชวนอิ๊งมากินด้วยกันไหม”

“ส่งข้อความชวนแล้ว พี่อิ๊งว่าวันนี้วันเกิดลูก เดี๋ยวเขาจะไปกินข้าวนอกบ้านกันตอนทุ่ม เลยต้องเก็บท้องไว้ก่อน”

“นี่เพิ่งสี่โมงเย็นเองนะ” อาศิราท้วงอย่างงงๆ มากระจ่างก็ตอนดารัณบอก “ร้านนี้อร่อย วันนั้นที่มากินรัณกับพี่อิ๊งกินกันไปคนละสามสี่ชาม พี่อิ๊งคงกลัวว่าถ้ามาจะอดใจไม่ไหว”

อาศิราหัวเราะได้เบาๆ ลงจากรถเดินเคียงดารัณเข้าร้าน สั่งอาหารของตน นั่งกินนั่งคุยกันไปกระทั่งเรียกคิดเงิน พลันเกิดเรื่องไม่คาดฝันเมื่อจู่ๆ ดารัณก็รู้สึกเย็นวาบตลอดหัวจรดเท้า ขณะกำลังงงๆ ก็เห็นอาศิราลุกพรวดมาทำอะไรสักอย่างด้านข้างเธอตามด้วยเสียงแข็งกร้าวของเขา

“ทำอะไรน่ะฉัตร”

ดารัณหันขวับ… ปริยฉัตร เธอลืมไปได้อย่างไรนะว่าอาจจะเจอกัน พอเห็นสิ่งที่ร่วงอยู่ตรงหน้าตักก็แน่ใจว่าสิ่งที่ราดเธอมาไม่ใช่น้ำเปล่ากับน้ำแข็งป่น แต่เป็นน้ำแข็งไสราดน้ำแดงที่เจ็บแสบที่สุดคือเม็ดแมงลักซึ่งตอนนี้คงติดเต็มหัวเธอ

“หยุดนะ!”

ดารัณหันขวับไปมองปริยฉัตรอีกทีก็เห็นว่าโดนอาศิราจับไว้ ดูท่าเงื้อง่าในมือมีถ้วยน้ำแข็งนั่นแล้วเดาได้เลยว่าถ้าอาศิราไม่จับมันคงปาใส่เธอแน่ แต่โชคร้ายที่อาศิราจับไว้แค่ข้อมือ พริบตาเดียวถ้วยนั่นก็ปลิวมาทางเธออยู่ดี แต่โชคดีที่เธอหลบได้ ถ้วยนั้นตกพื้นแตกกระจายเสียงดังเปรื่องปร่าง

อาศิราหันมองดารัณด้วยความเป็นห่วง โล่งใจที่เห็นดารัณปลอดภัยดี แต่นั่นทำให้ปริยฉัตรสลัดมืออาศิราที่จับไว้ออกแล้วโผไปจะทำร้ายดารัณ ดารัณเตรียมตัวตั้งรับทว่าปริยฉัตรมาไม่ถึงเพราะโดนอาศิราดึงไว้ได้ แล้วตัวปริยฉัตรก็ปลิวถลาไปอีกทาง… ดารัณหันมองหน้าอาศิรา เห็นสีหน้าเขาแล้วเกือบหัวเราะ แน่ใจเลยว่าอาศิราไม่ได้เหวี่ยงปริยฉัตรแน่ ตอนนี้เขาดูงงเป็นไก่ตาแตกว่าปริยฉัตรไถลไปขนาดนั้นได้อย่างไร แหม มันน่าอัดคลิปส่งไปให้ศราวินดู

พอปริยฉัตรลุกขึ้นอาศิราก็ขยับมาบังดารัณอย่างจะปกป้อง ยกมือขึ้นคล้ายเตรียมจะผลักปริยฉัตรเมื่อรายนั้นโผมาอีก พูดเสียงเฉียบ

“พอได้แล้ว!”

ปริยฉัตรชะงักไป สายตาเหลือบไปอีกทางและนั่นทำให้ดารัณมองตาม… จริยา ซึ่งอีกฝ่ายก็รีบกุลีกุจอเข้ามากอดปริยฉัตรไว้เหมือนจะห้าม ร้องถาม

“ตายแล้ว เกิดอะไรขึ้นน่ะฉัตร” แล้วหันไปทางดารัณกับอาศิรา ทำหน้าตกใจ “อะไร ศิรากับรัณตั้งใจมาเย้ยฉัตรเหรอ รัณ เธอแย่งศิราไปจากฉัตรได้แล้ว เธอต้องการอะไรอีก จะมาเหยียบย่ำซ้ำเติมกันไปถึงไหน ละอายแก่ใจบ้างสิ เป็นชู้ชาวบ้านเขายังเลวไม่พอหรือไง”

“เชอรี่…” อาศิราคงได้พูดต่ออีกถ้าไม่เพราะดารัณยกมือแตะแขนไว้ พอหันไปมองก็เห็นหญิงสาวส่ายหน้า แล้วบอกมา “รัณจะเรียกตำรวจ”

ปริยฉัตรกับจริยาหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ตั้งท่าจะชิ่งออกจากร้าน ทว่าหน่วยรักษาความปลอดภัยของโครงการที่ทางร้านโทรไปตามมาถึงพอดี คนในร้านจึงบอก

“อย่าเพิ่งให้คุณผู้หญิงสองคนนั้นออกจากร้านนะ ผู้จัดการร้านกำลังมา”

ดารัณเดินไปหยิบกระเป๋าตนมาเปิดออกหันไปทางอาศิรา ตอนนี้มือเธอก็โชกชุ่มไปด้วยน้ำแข็งไสไม่อยากล้วงลงไปในกระเป๋าให้เสี่ยงทำอย่างอื่นเสียหาย อาศิราหยิบโทรศัพท์ของดารัณออกมา ปลดล็อกด้วยรหัสที่ดารัณบอกแล้วเตรียมกดเบอร์แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย ทว่า…

“เดี๋ยว!” ปริยฉัตรเรียกไว้ ท่าทางเริ่มอ่อนลง กระนั้นก็ยังใช้เสียงดังหวังให้คนในร้านได้ยินกันทุกคน “ฉันขอโทษ ฉันแค่โกรธที่เห็นผัวอยู่กับผู้หญิงคนอื่น”

ดารัณบอกทันที แน่นอนว่าใช้เสียงดังพอกัน “ฉันจะเรียกตำรวจมาเพราะเรื่องนี้แหละ พี่ศิราไม่ใช่สามีคุณ แล้วคุณก็ดูหมิ่นฉันซึ่งหน้าด้วยการกล่าวหาว่าเป็นชู้ อ้อ มีบุคคลที่สามอยู่ด้วยอาจถือเป็นการหมิ่นประมาทได้ เรื่องคุณทำร้ายร่างกายหรือทำให้ทรัพย์สินเสียหายเป็นเรื่องรองแต่ก็จะแจ้งความข้อหานี้ด้วยเหมือนกัน”

“รัณ…” จริยาเรียกดารัณเสียงเบาไม่เหมือนตอนป่าวประกาศต่อว่าเธอเรื่องชู้เมื่อครู่ “ฉันเป็นพี่เธอนะ”

ดารัณย้อนกลับทันที เสียงเบาพอกัน “ควรคิดได้ก่อนจะทำเรื่องนี้นะคะ”

“แจ้งเหตุทำร้ายร่างกายครับ”

ดารัณหันไปมองอาศิราถึงรู้ว่าเขาไม่ได้คิดจะชะลอการโทรหาตำรวจเลย ตอนนี้เขากำลังพูดคุยกับทางตำรวจและระบุจุดเกิดเหตุ แล้วยังหันไปถามพนักงานร้านที่ยืนรวมกันอยู่อีกทาง

“จะแจ้งเหตุทำลายทรัพย์สินด้วยไหมครับ”

“ศิรา!” นั่นปริยฉัตรแหวแว้ดมา ก่อนเงียบไปเมื่อเห็นแววตาที่เขามองมาซึ่งมันแสดงความโกรธเกลียดชัดเจน มันบอกเป็นนัยๆ ว่าจะไม่ยอมให้เรื่องนี้ผ่านไปง่ายๆ โดยเธอไม่ได้รับผลกระทบใด เพราะความไม่ยอมแพ้จึงบอกไป “เธออยากมีเรื่องกับฉัตรเหรอ”

“ผมเหรออยากมีเรื่องกับฉัตร ถามตัวเองว่าใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายหาเรื่อง ผมเตือนฉัตรตรงนี้เลยว่าอย่าบีบให้ผมต้องออกมาพูดบ้าง เพราะผมไม่-โก-หก ฉัตรก็รู้”

ทั้งน้ำเสียงทั้งการเน้นย้ำคำว่าไม่โกหกทำให้ปริยฉัตรหน้าร้อนผ่าว เธอไม่เคยคิดว่าอาศิราจะถือไพ่เหนือกว่าเพราะไม่เคยคิดว่าเขาจะออกมาต่อกรกับเธอ แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด ความเชื่อมั่นเธอไม่เหลือเลย เขาดูไม่เหมือนอาศิราจอมเฉื่อยชาคนเดิมที่ใครจะทำอะไรก็ปล่อยให้ทำ เธอจะด่าว่าอะไรก็นิ่งเงียบ เป็นอีกครั้งที่ปริยฉัตรสงสัย ทั้งหมดนี้เป็นเพราะดารัณอย่างนั้นหรือ มันมีดีตรงไหนถึงเปลี่ยนอาศิราได้ ถ้าเป็นเรื่องบนเตียงปริยฉัตรคิดว่าเธอไม่น้อยหน้าใคร อ้อ… อาจจะเป็นเพราะเงินก็ได้ ตอนนี้ดารัณกุมเงินกุมทรัพย์สินเกือบทุกอย่างของบ้านอาศิรา คงต้องเอาอกเอาใจมันทุกอย่างสินะ

อาศิราไม่สนใจปริยฉัตรอีกแล้ว หันไปขอผ้าสะอาดกับพนักงานซึ่งรีบไปหามายื่นส่งให้ดารัณ ดารัณเองก็รับมาทำความสะอาดตัวเองเท่าที่ทำได้ ยืนนิ่งตอนอาศิราเอาผ้าอีกผืนเช็ดผมเธอรู้ว่าพยายามเอาเม็ดแมงลักออกให้

แล้วพอเจ้าหน้าที่ตำรวจปรากฏตัวไล่เลี่ยกับผู้จัดการร้าน จริยาก็เขย่าแขนปริยฉัตรแรงๆ อย่างหวั่นใจ จนปริยฉัตรต้องกระชากแขนออกอย่างรำคาญ ยืนนิ่งฟังตอนดารัณกับพนักงานร้านช่วยกันเล่าเหตุการณ์ตามด้วยการเอาภาพจากกล้องวงจรปิดมาให้ตำรวจดู คิดว่าอย่างไรตำรวจก็ต้องไกล่เกลี่ยจบตรงนี้แหละ ไม่ไปถึงโรงถึงศาลหรอก ไม่ต้องไปสถานีตำรวจด้วยซ้ำ ที่เธอต้องทำก็แค่รอดูว่าอาศิรากับดารัณจะเอาอย่างไรแล้วก็ยอมๆ มันไป แล้วค่อยกลับไปหาทางเอาคืนอีกทียังไม่สาย

สรุปแล้วปริยฉัตรจ่ายให้ร้านสำหรับชดใช้ค่าเสียหายไปห้าพัน จ่ายให้ดารัณอีกห้าพันซึ่งดารัณก็วางเงินหนึ่งพันสำหรับเป็นค่าอาหารและทิป ที่เหลือหย่อนลงตู้รับบริจาคสำหรับสุนัขจรจัดที่ตั้งอยู่ในร้านทันทีที่รับมา พอจบเรื่องแล้วอาศิราก็จับแขนดารัณพาเดินออกไปจากร้านทันที อยากไปพร้อมตำรวจเพราะไม่แน่ใจเลยว่าถ้าไม่มีตำรวจแล้วปริยฉัตรจะหยุดไหม เขาไม่อยากทะเลาะและอยากให้ดารัณได้ทำความสะอาดตัวเองเร็วๆ ด้วย ทั้งน้ำหวานน้ำเชื่อมแล้วไหนจะเม็ดแมงลัก คงเหนียวเหนอะไปหมดทั้งตัวแน่ๆ

พอถึงบ้านอินทรา อาศิราก็รีบวนรถเข้าไปจอดตรงข้างสนามหญ้า พาดารัณไปที่ก๊อกน้ำ เอ่ยถาม “มีหวีมาไหม”

พออีกฝ่ายปฏิเสธอาศิราก็บอกเพียง “รอตรงนี้” แล้วเดินดิ่งเข้าไปในบ้าน ออกมาพร้อมอินทราที่หน้าตาตื่น พอเห็นสภาพดารัณชัดๆ ก็ได้แต่ร้อง “ตายแล้ว ศิรา ให้รัณเข้าไปใช้ห้องน้ำดีกว่า สระผมสระเผ้าด้วยเลย เข้าหลังบ้านได้ ถึงห้องน้ำเลย”

ถึงห้องน้ำแล้วอาศิราก็ไม่ลืมทวงหวีจากอินทรา พอได้มาก็ค่อยๆ สางเม็ดแมงลักออกให้พลางถอนใจเฮือกๆ ไปด้วย ดารัณที่เหมือนกำลังรองรับอารมณ์หงุดหงิดของเขาเต็มๆ ต้องเอ่ยแซว

“ถอนใจทำไมนักหนา จะเป่าผมรัณด้วยการถอนใจใส่เหรอ”

อาศิราก้มลงเบนหน้ามาสบตาดารัณ “แปลก ทำไมคราวนี้เราไม่โมโห”

“โมโหจะตาย แต่ให้ทำอะไรล่ะ ถอนหายใจแข่งกับพี่ศิราเหรอ”

อาศิราไม่ตอบ หันไปหยิบยาสระผมมาบีบลงไปตรงจุดที่เม็ดแมงลักยังเกาะแน่นอยู่ ขยี้เบาๆ แล้วใช้หวีสางออกอีกครั้ง ทำไปเรื่อยๆ กระทั่งแน่ใจว่าหมดแล้วจึงค่อยถอยออกจากห้องน้ำ บอกไป “เดี๋ยวไปเอากระเป๋าเสื้อผ้ามาให้”

อาศิราหมุนตัวเตรียมเดินออกจากบ้าน ทว่ามาชะงักกับสายตาของเพื่อนที่ยืนจ้องอยู่ ยืนจ้องไม่เท่าไร แต่การอมยิ้มนิดๆ นั่นมันทำให้อาศิราต้องส่ายหน้า พอออกมาที่รถอินทราก็เดินตามมา ถามใหญ่

“ยังไงๆๆ แกกับน้องรัณนี่ยังไง”

อาศิราหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าของดารัณมาถือ หันไปคุยกับเพื่อน “ยังต้องบอกอีกเหรอ ไม่ใช่แกกับนายแน่ใจกันไปตั้งแต่รอบที่มอมเหล้ารัณแล้วเหรอ”

เท่านั้นอินทราก็ตบมือเกรียวอย่างชอบอกชอบใจ แล้วถามอีกเรื่องที่คาใจอยู่ “แล้วไปทำอะไรมา ไหงน้องรัณมาสภาพนี้”

“เจอฉัตรที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ”

อินทราร้องฮ้า เดาได้ทันที “ฉัตรทำเหรอ”

“ใช่” อาศิราเดินถึงห้องน้ำพอดีจึงส่งกระเป๋าให้ดารัณ ดารัณยังไม่ทันรับกระเป๋าก็ต้องหันไปสนใจอินทรา

“น้องรัณได้เอาคืนยัยฉัตรหรือยัง ถ้ายังพี่จะพาไปถึงบ้านเลย พี่รู้แล้วว่าฉัตรอยู่หลังไหนซอยไหน”

ดารัณบอกไป “เอาคืนแล้วค่ะ รัณให้พี่ศิราโทรเรียกตำรวจมา พี่ฉัตรจ่ายร้านห้าพัน จ่ายรัณห้าพัน”

อินทราเบิกตากว้าง “เรียกตำรวจ… ยัยฉัตรไม่ซีดไปเลยเหรอ”

“ก็ดูไม่ค่อยกลัวหรอกค่ะ เหมือนแน่ใจว่าตำรวจคงไกล่เกลี่ยให้ แต่อย่างน้อยๆ ก็อยากให้คิดบ้างก่อนจะทำอะไร ไม่ใช่นึกอยากทำร้ายใครก็ทำ กะเอาสะใจอย่างเดียวเหมือนคนไม่มีหัวคิด นี่ถ้ารัณอยากเอาเรื่องจริงๆ ลากขึ้นศาลได้ยาวๆ เลยนะคะ พี่ฉัตรด่ารัณว่าเป็นชู้ต่อหน้าสาธารณชนด้วย ต่อให้รัณเป็นชู้จริงยังผิดเลยค่ะ”

อินทราหัวเราะหึ “ยัยฉัตรเหรอจะรู้กฎหมาย ถ้ารู้ก็คงไม่ใส่ร้ายศิราตั้งแต่แรกหรอก แล้วจริงๆ ไอ้ที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้พี่ก็ว่ามันแปลกๆ อยู่นะ”

อาศิราเป็นคนเอ่ยถาม “ทำอะไร”

“เขาทำใบปลิวหย่อนตามบ้าน ชวนลงทุน น่าจะหย่อนทุกบ้านเพราะฉันก็ได้ เห็นชื่อโชว์หราเลยรู้ แล้วตอนนี้เฟซบุ๊กฉัตรก็โพสต์แนวๆ ได้กำไรดีจัง ดีกว่าหุ้นอีก ถามจริ๊ง เคยเล่นหุ้นด้วยเหรอวะ”

อาศิราไม่มีความเห็น หันมองดารัณที่ฟังอินทราหูผึ่งแล้วจำต้องเตือน “อาบน้ำก่อนดีไหม”

ซึ่งดารัณตอบกลับทันที “ขอเผือกก่อน แล้วไงต่อคะพี่อิ๊ง”

“แล้วก็โพสต์รูปเงิน รูปมือถือแพงๆ สามสี่เครื่อง รูปคู่กับรถหรูของสามีเขา บอกรักสามีงั้นงี้ขอบคุณที่ทำให้ชีวิตดี แล้วก็บอกว่าใครอยากชีวิตดีติดต่อมาได้นะคะ อยากส่งต่อความสุขค่ะ อยากให้รวยไปด้วยกัน อ่านแล้วรู้สึกเหมือนอะไรรู้ไหม”

อาศิรากับดารัณหันมองหน้ากัน ก่อนเป็นอาศิราที่ตอบ “แชร์ลูกโซ่เหรอ”

“ใช่ แต่ก็นะ เราไม่รู้หรอก เขาอาจจะมีช่องทางลงทุนที่ได้ผลกำไรดีจริงๆ ก็ได้”

ดารัณถามอินทรา “พี่นายรู้ไหมคะ”

แค่อินทราสะบัดมือลงพร้อมเบ้ปากดารัณก็พอรู้คำตอบ เรื่องนี้ไม่รอดนิธานหรอก

“รายนั้นหนักกว่า เขาไม่สนหรอกว่าฉัตรทำอะไร เขาสืบประวัติสามีฉัตร เพราะจริงๆ พวกคนรวยๆ ไฮโซๆ แบบบ้านไอ้นาย วงมันแคบ มันเคยเห็นหน้ากันหมดแหละ ถึงไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวก็ยังรู้ว่าเป็นใครมาจากไหน แต่อยู่ๆ มีคนนี้เข้ามาโดยไม่รู้ว่าเป็นใครทำอะไรมาถึงรวย มันแปลก”

ดารัณพยักหน้าขึ้นลงช้าๆ หันไปทางอาศิรา “นัดพี่นายแล้วใช่ไหมรอบนี้”

อาศิราถอนใจเสียอีกเฮือก กำลังอ้าปากจะดุดารัณทว่าไม่ทันเพราะเจ้าหล่อนหลบแว้บเข้าห้องน้ำแล้วปิดประตูลงล็อกทันทีอย่างนกรู้ แล้วต้องหันมาทำหน้าอ่อนใจใส่อินทราที่บอกมา

“แกอย่านัดกันดึกมากสิ บ่ายๆ เย็นๆ ฉันจะได้ไปเม้าด้วยได้ คนมีลูกมีผัวแล้วมันออกจากบ้านมืดๆ ลำบากนะแก”

อาศิราพยักหน้าใส่อินทรา บอกเสียงเรียบ “อิ๊ง เป็นแม่คนแล้วนะ”

เท่านั้นอินทราก็ร้อง ‘อูววว’ แบบไม่อาจส่งเสียงออกมาได้ รู้สึกเหมือนเพื่อนด่าว่าเธอทำตัวไร้สาระเอาแต่สอดรู้เรื่องชาวบ้านไม่สมกับเป็นแม่คนอย่างบอกไม่ถูก ทว่าวินาทีต่อมาก็ขำแล้วเลี่ยงไป “ไปเตรียมงานให้รัณดีกว่า แกไปนั่งรอหน้าทีวีไป”

แล้วเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของตน ไม่ลืมบอกคนอื่นว่าถ้าจะเข้าห้องน้ำตอนนี้ให้ไปใช้ห้องน้ำที่ห้องแม่บ้าน เริ่มรวบรวมเอกสารให้ดารัณ ลูกค้าประจำของเธอเห็นผ้าที่เธอปักให้ดารัณแล้วเกิดชอบ พอรู้ว่าจะนำไปประกอบเป็นชุดเจ้าสาวจึงสนใจอยากให้ดารัณช่วยออกแบบให้เพราะลูกสาวจะแต่งงาน เท่าที่เธอรู้ราคาของดารัณนั้นสูงลิ่วถ้าเทียบกับห้องเสื้อในไทย แต่เพราะเห็นว่าลูกค้าคนนี้ก็สามารถจ่ายได้จึงขอสิ่งที่อยากได้คร่าวๆ เพื่อให้ดารัณตีราคาให้ก่อน ถ้าสู้ไหวค่อยนัดคุยกันอีกครั้ง ซึ่งถ้าตกลงกันได้แน่นอนว่าเธอเองก็ได้รับผลประโยชน์เพราะอย่างไรดารัณรวมถึงลูกค้าคนนั้นก็ต้องใช้ร้านเธอปักชุดให้อยู่ดี

พอดารัณออกมาจากห้องน้ำพร้อมคุยงาน อินทราก็ส่งเอกสารให้ ดารัณพิจารณาเนื้องานแล้วบอกราคาของตัวเองไปคร่าวๆ ไม่ลืมย้ำกับอินทราว่าราคานี้ยังไม่แน่นอน ต้องขึ้นอยู่กับรายละเอียดอีกที เรื่องนี้จบดารัณก็ขอดูงานปักที่สั่งทำไว้ พอเห็นว่าคืบหน้าไปมากและไม่มีจุดไหนต้องแก้ไขก็หน้าบานอย่างดีใจ รีบเดินไปหาอาศิราเพราะคิดว่าปล่อยให้เขารอนานเกินไปแล้ว แต่กลับต้องชะงักเมื่อเห็นว่าหน้าอาศิราเครียดเกินไป เขาจ้องนิ่งอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ใบหน้าเยียบเย็นนั้นเธอเคยเห็นมาแล้ววันที่แอบออกจากบ้านไปตามหามิรันตาตอนดึกดื่น หญิงสาวเดินเข้าไปใกล้ เอ่ยถาม “มีอะไรเหรอ”

อาศิราหันมองหน้าคนถาม แววตามีรอยของความรู้สึกผิด ตบมือลงบนโซฟาตรงตำแหน่งข้างๆ ตัวเองเบาๆ รอจนดารัณมานั่งแล้วจึงยื่นมือถือไปให้พร้อมบอก “ปิ๊งส่งมาให้”

แค่เห็นหัวข้อข่าวดารัณก็เดาได้ นี่มันเร็วมาก ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเพราะเว็บคลิกเบตพวกนี้อยากมีเนื้อหาลงตลอดเวลาโดยไม่สนใจว่าจะจริงเท็จแค่ไหน จะส่งผลกระทบดีร้ายกับชีวิตคนอื่นอย่างไรบ้าง

‘ดูคลิปกันจะๆ ชายชั่วทำร้ายเมียหลวงปกป้องชู้’

ดารัณอดบอกไม่ได้ “จะจะไม่ใช้ไม้มยก เป็นสื่อคุณภาพต่ำของแท้ ภาษาไทยยังเขียนไม่ถูกเลย”

ฟังดังนั้นแล้วอาศิราก็บอกไป “วันนี้เราดูใจเย็นจัง”

ดารัณเพียงยื่นปากล่างออกมา แล้วคลิกเข้าไปดูเนื้อหาซึ่งก็เป็นไปตามคาดคือเป็นคลิปเหตุการณ์ที่ร้านก๋วยเตี๋ยว เดาได้เลยว่าคงเป็นจริยาที่ถ่ายไว้ แต่ที่คาดไม่ถึงคือคลิปตัดมาแต่ตอนที่อาศิราผลักปริยฉัตร… ไม่ใช่สิ เธอแน่ใจว่าเขาไม่ได้ทำร้าย ดารัณหันไปทางอาศิรา “ทำร้ายผู้หญิงเหรอ ดูสิ พี่ฉัตรปลิวเลย”

เพียงเห็นสีหน้าอาศิรากับการสูดลมหายใจเข้าจนอกขยาย ดารัณก็หัวเราะ ยื่นมือหมุนไปมาตรงหน้าเขาพลางพูด “โอ๋เอ๋ๆ” แล้วบอกไป “ทีนี้พี่ศิราคิดย้อนไปนะ ถึงตอนไหนก็ตามที่พี่ศิราเคยเข้าใจว่าพี่วินทำร้ายพี่ฉัตร”

อาศิราส่ายหน้าทันที “ไม่ พี่ไม่เคยคิดว่าวินทำร้ายฉัตร วินไม่ทำร้ายใคร ยุงยังไม่ตบ”

“แต่พี่ศิราก็ไม่เคยบอกว่าพี่ฉัตรโกหก”

อาศิรากำลังจะอ้าปากพูด ทว่าไม่ทันดารัณ

“พี่ไม่ได้คิดว่าฉัตรโกหก พี่คิดว่าแค่เกิดเรื่องเข้าใจผิด” มองหน้ากันอยู่พักแน่ใจว่าอาศิราพูดไม่ออกแล้ว ดารัณค่อยบอกไปอีก “ก็เข้าใจผิดแบบที่พี่ศิราโดนวันนี้นั่นแหละ พี่วินเคยพูดว่าไงนะ… ถลาเก่งอย่างกับโกลฟุตบอล”

อาศิรากลอกตาไปมาอยู่ชั่วครู่ พอนึกภาพปริยฉัตรเป็นผู้รักษาประตูในเกมฟุตบอลแล้วอดหัวเราะไม่ได้ ก่อนบอก “ใช่ ตอนนั้นพี่งงมาก ไม่แน่ใจว่าเขาสะดุดเองหรือว่ายังไง”

“ถลาเองน่ะสิไม่ว่า” ดารัณพูดแล้วปิดลิงก์ข่าวนั้น ยื่นโทรศัพท์คืนไปให้เขา “ช่างมันเถอะ อย่าไปยุ่งเลย เสียเวลา… ไม่อยากให้เราลดตัวด้วย”

อาศิรามองหน้าดารัณที่เอาคำพูดเขามาย้อนใส่ เห็นรอยยิ้มน้อยๆ แต่กวนอารมณ์ได้มากแล้วอดใจไม่ได้ ขยับมือไปดันปลายจมูกเจ้าหล่อนขึ้นเบาๆ ก่อนลุกยืน “งั้นก็กลับที่พัก”

ดารัณลุกตามเขา เอาฝ่ามือถูจมูกตัวเองแล้วทำหน้ายู่ใส่เขาไปด้วย ก่อนทั้งสองจะต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงอินทรามาก่อนตัว

“แก๊ ไอ้ศิราาา ซวยแล้ววว”

เห็นอินทราวิ่งมาหาหน้าตาตื่นแล้วอาศิราพอเดาได้ จึงถามไป “เห็นคลิปเหรอ”

อินทราพยักหน้ารับ นั่นทำให้อาศิราแปลกใจ ถึงข่าวเพื่อนจะไวแค่ไหนก็ไม่น่าไวขนาดนี้ ที่เขารู้เร็วเพราะมีคนเอาลิงก์แปะหน้าแฟนเพจ ปณิธิที่ติดตามความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเลยเห็นเร็วและส่งให้เขาเร็ว “เดี๋ยว แกรู้ได้ไง”

“ฉัตรโพสต์ลงเฟซบุ๊กตัวเอง”

อาศิราหันมองหน้าดารัณ แล้วรีบเข้าไปหาเพื่อนที่ส่งมือถือให้อ่าน อาศิราถือมือถือในระดับที่ดารัณจะได้อ่านไปพร้อมกัน เป็นหน้าเฟซบุ๊กของปริยฉัตรแชร์ข่าวคลิปนั้น เขียนข้อความประกอบด้วย

‘ถามกันกล่องข้อความแทบแตกว่าผู้หญิงที่โดนผลักใช่ฉัตรหรือเปล่า ตอบชัดๆ ตรงนี้เลยว่าใช่ค่ะ จริงๆ แล้วไม่มีอะไรเลย เป็นเรื่องเข้าใจผิด ฉัตรประกาศตรงนี้ว่าฉัตรยุติความสัมพันธ์กับผู้ชายในภาพแล้ว ฉัตรแค่เข้าไปทักทายแล้วเกิดเรื่องเข้าใจผิดเลยเกิดเหตุการณ์ในคลิปขึ้น

ฉัตรเองกำลังจะแต่งงานเพื่อนๆ ในเฟซก็รู้ นี่ฉัตรก็ต้องเคลียร์กับโทนี่ว่าผู้ชายในคลิปเป็นอดีตไปแล้ว ฉัตรไม่มีทางกลับไปในเมื่อมีสิ่งที่ดีกว่าอยู่ตรงหน้า โทนี่สอนให้ฉัตรรู้ว่าความรักคืออะไร ความใส่ใจ ความอ่อนโยนคืออะไร สอนให้ฉัตรรู้ว่าผู้ชายที่เป็นสุภาพบุรุษ ไม่มีวันทำร้ายผู้หญิงเป็นยังไง สอนให้ฉัตรรู้ว่าถ้าผู้ชายรักผู้หญิงสักคนจริงๆ เขาจะทำทุกอย่างให้คนที่เขารักสุขสบายเหมือนที่โทนี่ทำให้ฉัตร

ฉัตรผ่านความเจ็บช้ำมามากค่ะ เจ็บทั้งกายเจ็บทั้งใจ เหตุการณ์รุนแรงยิ่งกว่าในคลิปก็เคยเจอมาแล้ว แต่ฉัตรโชคดีค่ะที่ต่างคนต่างเจอคนใหม่ที่เหมาะสมกับตัวเอง กับผู้หญิงคนนั้นฉัตรขอไม่พูดถึงนะคะ ฉัตรขอพูดเรื่องของตัวเองดีกว่า ฉัตรเคยโดนระรานมาแล้วรู้ว่ามันรู้สึกยังไงและฉัตรจะไม่ทำมันกับคนอื่นค่ะ

โทนี่ทำให้ฉัตรเริ่มต้นใหม่ได้อย่างสง่างาม จากที่เคยไร้ศักดิ์ศรีต้องรอเงินจากผู้ชายที่ไม่ยอมให้เราทำงานแต่ก็ให้เงินเราเดือนๆ หนึ่งไม่เคยพอใช้ แต่โทนี่สอนฉัตรทำงาน สอนให้ฉัตรยืนได้ด้วยลำแข้งตัวเอง สอนให้ฉัตรรู้ว่าฉัตรมีศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงที่จะไม่ยอมให้ใครเหยียบย่ำ ทำให้ฉัตรได้รู้ว่าการหาเงินได้เอง และหาได้มากพอจะปรนเปรอตัวเองโดยไม่ต้องง้อใครเป็นยังไง

ฉัตรขอเป็นกำลังใจให้ผู้หญิงทุกคนที่รู้สึกท้อแท้นะคะ ขอแค่คุณกล้าที่จะเปลี่ยน ฉัตรยินดีให้คำแนะนำในฐานะคนที่เคยอยู่จุดต่ำสุดในชีวิตมาแล้วและตอนนี้ฉัตรกล้าพูดว่าตัวเองอยู่สูงไม่น้อยหน้าใคร ใครอยากร่วมลงทุนกับฉัตรก็ส่งข้อความมาได้เลยนะคะ วันนี้ฉัตรระดมทุนได้อีกสามล้าน กำลังจะขยายงานไปต่างประเทศค่ะ ยิ่งทำเร็วก็ยิ่งเห็นผลเร็วนะคะ จำไว้ว่าชีวิตเป็นของคุณ คุณเลือกได้ค่ะ’

อาศิรารอดูปฏิกิริยาของดารัณ เจ้าหล่อนยังจ้องมือถือเขา แต่ดูระยะโฟกัสแล้วรู้ว่าสติไม่ได้อยู่ด้วยแล้ว จึงปิดหน้าจอ หันมองอินทราที่หน้าเสีย บอกความเห็นตัวเอง

“ฉันไม่เชื่อหรอกว่าแกทำร้ายฉัตร แต่คลิปมันส่อไปทางนั้นมาก”

อาศิรายืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองทันที “ฉันไม่ได้ทำอะไร… เดี๋ยวแกจะได้เห็นคลิปเต็ม”

ดารัณมองหน้าอาศิรา พอได้สบตากันแล้วรู้ว่าครั้งนี้เขาไม่ยอมแล้วและวางแผนว่าจะไปขอคลิปกล้องวงจรปิดจากร้าน ซึ่งดารัณไม่ค้าน สนับสนุนสุดตัวเลยด้วย

“แล้วยัยฉัตรนี่นะ ใช้แกเป็นเครื่องมือทำมาหากินมาก พูดจาเอาดีเข้าตัว… แต่เขาเก่งเรื่องนี้มาตลอดอยู่แล้ว แกรู้ดีที่สุดศิรา”

ใช่… เขารู้ดีที่สุด ทุกครั้งที่เกิดเรื่องอะไรขึ้น ไม่ว่าจะมีเรื่องกับเพื่อนเขา กับน้องชายเขา ปริยฉัตรจะมีมุมมองแบบนี้ให้เขา ฝ่ายนั้นกระทำเธอแต่ก็ไม่อยากเอาเรื่อง เธอเป็นฝ่ายโดนกระทำก็จริงแต่ก็ให้อภัยได้

“แหม มีการบอกกล่องข้อความแทบแตก ใครมันจะไปเห็นลิงก์นี้วะถ้าไม่เห็นจากเฟซบุ๊กฉัตร ดูวันเวลาที่ข่าวลงนั่นยังไม่ถึงชั่วโมงเลยนะ ไม่เนียนเลย”

แต่ก็คงมีไม่กี่คนที่สังเกตเรื่องพวกนี้ อาศิราแน่ใจ

“วิกทิมไมซ์ตัวเองเก่งมาก”

นั่นคือประโยคแรกจากดารัณที่เรียกสติให้ตัวเองได้แล้ว ซึ่งอาศิราก็เห็นด้วยอีกนั่นแหละ วิกทิมไมซ์ที่ดารัณว่าคือการทำให้ตัวเองดูเหมือนตกเป็นเหยื่อ เป็นผู้ถูกกระทำ เชื่อสิว่าร้อยทั้งร้อยถ้าอ่านข้อความนั้นของปริยฉัตรก็จะเข้าใจว่าเขาเป็นผู้ชายสารเลวที่ทำร้ายทุบตีภรรยา บังคับกดหัวไม่ให้ทำงานแถมให้เงินน้อยนิดจนภรรยาใช้ชีวิตยากลำบาก และดารัณก็เคยระรานปริยฉัตรมาก่อน…

“เอาไง” อาศิราเอ่ยถาม อยากรู้ว่าดารัณจะใจเย็นได้อีกไหม ก่อนรู้คำตอบทันทีที่อีกฝ่ายหันมองหน้าเขาแล้วบอกมา

“ตามพี่นายประชุมด่วนเลย!”

อาศิรา ดารัณ และนิธานจึงได้มานั่งพูดคุยกันที่ห้องส่วนตัวในร้านวิชชิ่งวินด์เฮ้าส์อีกครั้ง โดยมีอินทรากำชับมาว่าให้สรุปความคืบหน้าให้ฟังด้วย ตอนนี้นิธานกำลังดูคลิปในข่าว และไล่อ่านคอมเมนต์ในโพสต์ของปริยฉัตร สุดท้ายก็บอก

“พวกเพื่อนๆ เราที่ไปเมนต์ทำนองไม่เชื่อโดนฉัตรลบแล้วก็บล็อกเหี้ยนเลย เลยเหลือแต่คอมเมนต์ที่ด่ามึง กับคอมเมนต์ที่สนใจทำธุรกิจกับเขา อีพวกที่เข้ามาขอบคุณเดือนนี้ได้เงินคืนเยอะเลยนี่ กูว่าแอกเคาต์ผีชัวร์”

อาศิราหัวเราะหึ เขาไม่ได้อ่านคอมเมนต์พวกนั้น แต่เดาได้ว่าด่าเขาอย่างไรบ้างจากการที่ดารัณด่ากลับแทนเป็นระยะๆ ตอนนั่งมาในรถ ซึ่งไม่แปลก ผู้ชายทำร้ายผู้หญิงเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ยากอยู่แล้ว ยิ่งปริยฉัตรออกมาพูดว่าเคยโดนกระทำและตอนนี้เข้มแข็งแล้วมันยิ่งกลายเป็นเรื่องราวที่ดึงดูดเหล่าสตรีที่พร้อมเข้าข้างเพศเดียวกันโดยลืมไปว่าตนไม่ได้รู้ความจริงครบถ้วน และผู้หญิงก็ไม่ได้มีประเภทเดียว หรือแม้กระทั่งผู้ชายที่ต้องการแสดงความเป็นสุภาพบุรุษของตนกับสาวสวยด้วยการบอกว่าตนไม่มีนิสัยแบบนั้นแล้วร่วมผสมโรงด่าราวกับการทำอย่างนั้นจะทำให้ตัวเองเป็นคนดีขึ้น มองในแง่ดีอาศิราก็ยังรู้สึกว่านี่เป็นหลักฐานว่าในสังคมเรายังมีความเห็นอกเห็นใจกัน ถ้าปริยฉัตรเป็นเหยื่อจริงก็ได้รับกำลังใจท่วมท้น แต่มองอีกแง่คือหลายๆ คนกลายเป็นคนที่พร้อมจะเชื่อทุกอย่างที่คนอื่นบอกโดยไม่ไตร่ตรองและยังพร้อมใช้คำพูดทำร้ายคนที่ไม่รู้จักกันเลยด้วย

นิธานหันไปคุยกับดารัณด้วยท่าทางขบขัน “ไม่มีใครสังเกตสภาพรัณเลยนะ ที่อยู่บนหัวนั่นเม็ดแมงลักใช่ไหม”

ดารัณกลอกตา ขณะนิธานเองก็ถามไม่หยุดคล้ายอยากกวนอารมณ์

“แดงๆ ที่เสื้อนั่นลายเสื้อหรือน้ำหวาน”

คราวนี้ดารัณบอกไปทันที “เกือบได้เป็นเลือดหัวรัณด้วย พี่ฉัตรปาถ้วยใส่ดีว่าหลบทัน”

นิธานเลิกคิ้ว นิ่งไปแล้วพูดอย่างไม่อยากเชื่อ “เขารุนแรงขนาดนั้นเลยเหรอ”

อาศิราตอบให้เอง “ขนาดนั้นแหละ เดี๋ยวพรุ่งนี้สอนเสร็จกูจะกลับไปที่ร้าน อยากได้ภาพจากกล้องวงจรปิดแบบที่เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ”

“ได้แล้วส่งมาให้กู กูโพสต์เอง”

ซึ่งนั่นจะกระหึ่มกว่าเขาโพสต์แน่ แอ็กเคาต์เฟซบุ๊กเขามีเพื่อนไม่ถึงร้อยคน ขณะที่ของนิธานมีเต็มโควต้าแล้วไหนจะผู้ติดตามอีก ถ้าเป็นเมื่อก่อนอาศิราคงลังเลเพราะเกรงว่าจะทำให้ปริยฉัตรเสียหายเกินไป แต่ตอนนี้อาศิราพยักหน้า “โอเค จะส่งให้ แล้วที่สืบเรื่องแฟนฉัตร มีอะไรเพิ่มเติมบ้างไหม”

“มี”

“คิดว่าดีพอจะทำให้ฉัตรเลิกวุ่นวายกับชีวิตกูไหม”

“ดีพอ ดีกว่านั้นอีก กูว่าแม้แต่ชีวิตตัวเองฉัตรก็หมดสิทธิ์ยุ่ง”

ดารัณตาโตอย่างตกใจ “นี่รัณคิดแง่ร้ายสุดเลยนะ พี่นายพูดเหมือนพี่ฉัตรจะตาย”

นิธานหัวเราะ รีบโบกมือ “โอ๊ย ไม่ ไม่ใช่ตาย แต่พี่ว่าแบบนี้ยิ่งกว่าตายอีก”

พอเห็นว่าทั้งอาศิราและดารัณต่างเทความสนใจมาที่ตนอย่างตั้งใจฟัง นิธานก็ยิ้ม หันไปมองดารัณแล้วถาม “วันนี้กินตัวไหนดี”

อาศิราทำหน้าเหนื่อยใจกับการชอบมอมเหล้าคนของนิธาน กำลังจะอ้าปากด่าทว่าไม่ทันดารัณ

“เอาตัวที่แรงที่สุดมาเลย”

เลยต้องหันไปดุเจ้าหล่อนก่อน “เรานี่ยังไง น็อกไปคราวที่แล้วไม่เข็ดเหรอ”

“ก็คราวนี้พี่ศิราอยู่ด้วยแล้วไง”

“ไม่ใช่แล้ว จะมีใครอยู่ด้วยก็ต้องดูแลตัวเองก่อนทั้งนั้น”

ดารัณตั้งท่าจะเถียงอีก แต่นิธานเห็นว่าเรื่องมันจะยาวเกินไปเดี๋ยวตนจะอกแตกตายที่ไม่ได้เล่าเสียก่อน จึงเอ่ยสรุป “ไวน์แล้วกันนะ เพิ่งได้ตัวใหม่มาจากสเปนสองตัว” เพราะกลัวเพื่อนจะปฏิเสธ นิธานจึงบอกไปอีก “อยากให้มึงช่วยชิมด้วยว่าตัวไหนดีกว่ากัน”

อาศิรานิ่งไป รู้สึกมันกลายเป็นงานที่ต้องรับผิดชอบขึ้นมาทันทีในฐานะที่เขาได้ปันผลจากร้านนี้ทุกปีเป็นจำนวนเงินไม่น้อย ดังนั้นกว่าจะได้ฟังนิธานเล่าเรื่องทั้งหมดจริงๆ ก็หลังจากเขากับดารัณชิมไวน์ทั้งสองตัวเรียบร้อยแล้ว พอฟังเสร็จนิธานก็สรุปให้

“เชื่อกู พอเรื่องนี้แดงฉัตรก็ยุ่งกับมึงไม่ได้แล้ว แถมที่เคยพูดไว้จะหมดความน่าเชื่อถือทันที”

อาศิราพยักหน้า ครุ่นคิดอยู่ครู่ก็บอกไปเสียงเบา ทว่าเสียงเบาๆ กับถ้อยคำสั้นๆ นั้นถึงกับทำให้คนที่นั่งอยู่ด้วยนิ่งอึ้ง มองหน้ากันเลิ่กลั่ก…

“ไม่พอ”

นิธานเป็นฝ่ายถามได้ก่อน “ยังไงวะ”

แทนคำตอบ อาศิรากลับถามกลับไป “หลักฐานเรื่องแฟนฉัตร มึงส่งให้กูได้ไหม เอาแค่ส่วนที่ส่งต่อได้ก็ได้”

“กูส่งต่อได้ แต่มึงเผยแพร่ไม่ได้นะ จะเสียรูปคดี แต่รับรองไม่เกินอาทิตย์หน้าก็เป็นข่าวดังแล้ว”

อาศิราส่ายหน้า “เปล่า ไม่ได้จะเผยแพร่ จะเอาให้อีกคนดู”

“ใครวะ”

“คนที่กูต้องการความจริงจากเขา” อาศิราตอบแล้วหันไปทางดารัณ เอ่ยถาม “นัดเชอรี่ได้ไหม”

แค่ชื่อนั้นชื่อเดียวดารัณก็เข้าใจความคิดของอาศิราทะลุปรุโปร่ง… ใช่ ถ้าต้องการความจริงเรื่องปริยฉัตร ใครเล่าจะให้ได้ดีที่สุดถ้าไม่ใช่เพื่อนสนิทอย่างจริยา แต่… “เขาสนิทกันนะ”

อาศิรายิ้มนิดๆ มุมปากก่อนบอก “คนประเภทเดียวกันถึงคบกันได้ใช่ไหม คนแบบฉัตร แบบเชอรี่ เงินซื้อได้”

จริงสินะ… ฟังแล้วคิดตามดารัณก็ชักนึกสนุก รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นนั้นก็ทำให้นิธานถึงกับพูด

“นี่ รู้ตัวไหมเนี่ยว่ายิ้มเหมือนกันมาก น่ากลัวพอกันด้วย ศิรา มึงอยู่กับรัณมากไป”

ดารัณหันไปค้อนนิธานที่พูดเหมือนกับอาศิราร้ายติดเธอ หันไปมองหน้าอาศิราที่ยิ้มขำอยู่แล้วอดบอกไม่ได้ “เฟิร์มแวร์ใหม่เสถียรแล้วมั้ง”

เป็นนิธานที่บอกมาอีก “เฟิร์มแวร์หรือไวรัส เอาดีๆ”

แล้วพากันหัวเราะร่วนหมดทั้งสามคน!

Don`t copy text!