Run Away หัวใจไกลรัก 2 บทที่ 26 : ซื้อความจริง

Run Away หัวใจไกลรัก 2 บทที่ 26 : ซื้อความจริง

โดย : ภัสรสา

Run Away หัวใจไกลรัก 2 นิยายออนไลน์ โดย ภัสรสา ที่ อ่านเอา อยากให้คุณอ่านออนไลน์ เรื่องราวย้อนไปในสิบปีก่อนเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้อาศิรากับดารัณมีพันธะผูกพันต่อกันตามกฎหมาย ก่อนหญิงสาวจากไปอยู่ต่างแดนไม่เคยหวนกลับมา สิบปีผ่านไป ดารัณกลับมาอีกครั้งพร้อมความจริงอันน่าตกใจ และครั้งนี้ดารัณคนเดิมเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน

****************************

– 26 –

โทนี่เป็นพวกทำธุรกิจแนวแชร์ลูกโซ่ หาเงินจากการหลอกคนอื่นเรื่องการลงทุนแต่จริงๆ แล้วเป็นการหลอกให้มาจ่ายเงินค่าสมาชิก รายได้คือการหาค่าสมาชิกไปเรื่อยๆ ไม่ได้มีการลงทุนจริงแต่อย่างใด มีหมายจับในหลายประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เงินทองข้าวของที่เอาไว้อวดร่ำอวดรวยล้วนมาจากการต้มตุ๋นเอาเงินจากคนอื่น

จริงหรือนี่… ทั้งหมดนี้จริงหรือนี่

จริยาได้แต่คิดวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาหลังรับรู้สิ่งที่อาศิราส่งให้ดู เธอยังไม่อยากเชื่อว่าเรื่องนี้จะเป็นไปได้แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีมูล อันที่จริงเธอสงสัยมาตลอดอยู่แล้วว่าโทนี่ คนรักของปริยฉัตรนั้นดีเกินกว่าจะเป็นไปได้ แต่ไม่ได้ทักท้วงเพื่อนเพราะเดี๋ยวจะหาว่าอิจฉา ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ และที่… ยอมให้เงินปริยฉัตรไปลงทุนนั่นก็ไม่ใช่เห็นแก่เงิน แต่เพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนต่างหาก

“เงินทุนสามล้านที่พี่ฉัตรว่า เป็นของพี่เชอรี่หรือเปล่าคะ”

ถ้าเธอมีเยอะขนาดนั้นก็ดีสิ… จริยามองหน้าดารัณ ก่อนบอกไปด้วยท่าทีมั่นใจ “พี่ยังไม่ค่อยแน่ใจเพราะพี่ก็ว่ามันแปลกๆ ก็เลยให้ไปแค่สามแสน แต่เรื่องนี้มันจริงเหรอ”

“จะไม่เชื่อก็ได้ค่ะ แล้วมาลุ้นว่าสามแสนของพี่เชอรี่จะสูญไหม”

จริยาหน้านิ่ว เธอไม่ได้มีเงินเก็บมากมายเพราะได้มาก็ใช้ไป เงินหายสามแสนไม่ใช่เรื่องล้อเล่น แต่… “แล้วถ้าเกิดฉัตรไม่ได้หลอก พี่ไม่เสียกำไรที่พี่ควรได้ไปฟรีๆ เหรอ”

ดารัณส่งยิ้มให้ ดวงตาไม่ได้ยิ้มด้วย “ก็แล้วแต่ค่ะ”

ได้ยินดังนั้นเจ้าของเงินสามแสนก็ต้องครุ่นคิดอยู่อีกพัก สุดท้ายก็คิดได้ ถ้าธุรกิจที่ปริยฉัตรทำเป็นเรื่องจริง เธอค่อยลงทุนรอบหน้าก็ได้ คิดดังนั้นจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากำลังจะกดโทรหาปริยฉัตร ก่อนชะงักเมื่ออาศิราบอก

“จะโทรถามฉัตรเรื่องนี้หรือเปล่า ถ้าใช่ ผมขอให้รออาทิตย์หน้า คุณจะรู้แล้วว่าเรื่องนี้จริงหรือไม่จริง”

จริยาส่ายหน้า ก่อนนึกได้ ก็แปลกดีที่เธอไม่ได้คิดจะเตือนปริยฉัตรเรื่องนี้ ใจจริงก็… สมน้ำหน้า อวดอยู่ได้ “ฉันแค่จะโทรไปตามเงินคืนก่อน”

“ขอให้ได้คืนค่ะ”

จริยานิ่งไป ตัดสินใจกดโทรหาปริยฉัตรขณะคิดหาอุบาย ที่สุดก็นึกออก บอกเมื่อปริยฉัตรรับสาย “ฉัตร สามแสนที่ฉันให้ไป ฉันดึงคืนก่อนได้ไหม”

ปริยฉัตรโวยวายจนคนที่นั่งร่วมโต๊ะพลอยได้ยินเสียงที่ลอดออกมาไปด้วย

“นังนี่ ทำธุรกิจนะยะไม่ใช่เล่นขายของ จะมาดึงคงดึงคืนอะไร”

จริยาจึงใช้แผนตัวเองทันที “ก็… ฉันว่าจะเอาไปโปะบัญชีธนาคารก่อน ได้สามแสนนี้ไปฉันจะทำเรื่องกู้เงินได้เป็นล้านเลยนะ จะได้มีเงินไปลงทุนกับแกเยอะๆ”

“โอเค ได้ งั้นฉันจะโอนคืนให้แกเดี๋ยวนี้เลย แกจะได้เงินล้านมาเมื่อไร”

“ก็… ทำเรื่องกับธนาคาร น่าจะอาทิตย์สองอาทิตย์มั้ง”

“เร็วๆ ล่ะแก ไม่อยากให้แกชวดกำไรรอบนี้”

“รู้แล้วๆ ไม่อยากชวดเหมือนกัน” จริยาตอบไปแบบนั้นก่อนขอตัววางสาย นั่งจ้องมือถือกระทั่งมีข้อความเข้าบอกให้รู้ว่าปริยฉัตรโอนเงินคืนมาแล้วค่อยยิ้มได้ เงยหน้าสบตากับดารัณและอาศิราที่นั่งมองมานิ่งๆ ที่สุดก็ตัดสินใจหันไปถามดารัณ “แล้วนัดพี่มาวันนี้แค่อยากบอกพี่เรื่องนี้เหรอ”

“ไม่ใช่” เป็นอาศิราที่ตอบ พอจริยาหันมามองแล้วจึงบอกไป “ผมอยากได้ความจริงจากคุณเรื่องฉัตร”

จริยาหน้านิ่ว ตีสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ “ความจริงอะไร”

“ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับผมและรัณ”

จริยายังสวมบทบาทเดิม “ก็ไม่มีอะไรนี่ ฉันก็ไม่ค่อยรู้อะไรเยอะหรอก”

ดารัณจึงพูดบ้าง “เริ่มต้นจากคืนที่รัณไปอยู่ในห้องพี่ศิราเมื่อสิบปีก่อนดีไหมคะ”

จริยาถึงกับนิ่งอึ้งไป ท่าทางยังลำบากใจ ก่อนครุ่นคิดตามดารัณที่บอกมา

“พี่เชอรี่คิดดูนะ เดี๋ยวข่าวพี่ฉัตรถูกจับจะดังมาก คนเก่งเรื่องการดูกระแสอย่างพี่เชอรี่ต้องรู้สิ ถ้าพี่เชอรี่ไลฟ์แฉพี่ฉัตรจะเรตติ้งดีแค่ไหน รับรองงานเข้านับเงินไม่ทัน แล้วยังเป็นการบอกว่าพี่เชอรี่ไม่เกี่ยวข้องกับพี่ฉัตร ไม่โดนลากไปด้วยว่าเป็นพวกหลอกลวง”

ใช่… มันเป็นอย่างที่ดารัณบอกนั่นแหละ ปริยฉัตรถูกจับเป็นข่าวใหญ่ เธอไลฟ์แฉปริยฉัตรเกาะกระแส ไม่มีอะไรเด็ดไปกว่านี้อีกแล้ว งานรีวิวสินค้าที่เริ่มห่างหายไปต้องกลับมาแน่ แล้วไหนจะครีมที่เธอกำลังจะวางตลาดอีกล่ะ

“แล้วตอนนี้เรื่องของพี่ศิรากับพี่ฉัตรก็กำลังดังด้วย ถ้าพี่เชอรี่พูดความจริงออกสื่อ คิดดูสิว่าจะกลายเป็นนางฟ้าสำหรับทุกคนยังไง”

นั่นก็จริงอีก ทุกคนชอบฮีโร่ เธอออกมาพูดความจริงปกป้องคนถูกใส่ร้ายเธอก็กลายเป็นฮีโร่ พวกนี้มันช่องทางทำเงินทั้งนั้น

“ผมแค่อยากรู้ความจริงส่วนของผมก่อน เล่าให้ผมฟังหน่อย รับรองว่ามันจะจบตรงนี้ ถ้าคุณไม่พูดก็จะไม่มีใครรู้” เห็นหน้าจริยาก็รู้ว่ายังไม่อยากเล่านัก ไม่แน่ใจว่าเพราะอยากเก็บไว้เล่าทีเดียวในโซเชียลหรือเพราะเหตุผลอื่น อาศิราจึงหันมองหน้ากับดารัณ เห็นดารัณพยักหน้าเป็นเชิงบอกให้เขาเดินหน้าต่อจึงหยิบกระดาษโน้ตกับปากกาขึ้นมา เขียนเลขห้าลงไปแล้วหมุนไปตรงหน้าจริยา โน้มน้าวใจ “ผมขอซื้อความจริงจากคุณ หนึ่งเรื่องแลกศูนย์หนึ่งตัวดีไหม แต่ต้องเป็นเรื่องที่ผมยังไม่รู้จริงๆ”

เท่านั้นจริยาก็ยืดตัวตรง บอกทันที “เอาตั้งแต่แรกเลยแล้วกัน… จริงๆ แล้วฉัตรเขาไม่ได้สนใจเธอหรอก จนงานวันเกิดน้าบุหลันวันนั้น ฉันเป็นคนบอกฉัตรเองว่าเธอ… รวย พ่อเป็นนักร้อง แม่เป็นดารา มีที่ดินติดทะเลด้วย”

อาศิราหน้านิ่ว เพราะปริยฉัตรเคยย้ำเสมอว่าไม่เคยรู้มาก่อนว่าอาศิราเป็นใคร ไม่ได้สนใจว่าเขายากดีมีจนอย่างไรเป็นลูกเต้าเหล่าใคร แต่แค่ประโยคนี้ประโยคเดียวก็ได้ข้อสรุปทันที “ฉัตรก็เลยเข้ามาคุยกับผมเพราะเรื่องนั้น”

“ใช่ เขาว่าเธอท่าทางไก่อ่อน จีบไม่ยากหรอก”

อาศิราไม่โกรธตอนจริยาพูดหรอก แต่มีหงุดหงิดตอนหันไปมองดารัณแล้วเห็นเจ้าหล่อนพยายามห้ามยิ้มแต่ดวงตาบอกชัดว่าขบขัน แต่ต้องดึงสติกลับมาเมื่อดารัณบุ้ยหน้าไปทางกระดาษ อาศิราจึงเติมศูนย์ลงไปหนึ่งตัว

“คุกกี้ที่ฉัตรให้เธอน่ะ ซื้อมา”

“ผมรู้” อาศิราบอก อธิบายเสริม “ตอนไปสอนทำก็รู้ว่าฉัตรไม่เคยทำ”

ดารัณอดไม่ไหว “นี่ยอมให้เขาโกหกตั้งแต่ตอนนั้นเลยเหรอ”

อาศิรายักไหล่ “ตอนนั้นพี่คิดว่าเขาคงอยากมีเรื่องคุย”

จริยากลัวตัวเองจะเสียเวลาเติมเลขศูนย์ จึงรีบบอก “โอเค งั้นเรื่องต่อไป… ข่าวที่ลงเรื่องเธอขึ้นคอนโดฉัตร ฉันเป็นคนถ่ายรูปให้เอง แล้วก็… กิ๊กฉัตรที่เป็นนักข่าวช่วยลง”

อันนี้อาศิราอึ้ง ไม่ได้นึกถึงมาก่อนว่าจะออกมาในรูปแบบนี้ คิดว่าเป็นเหตุบังเอิญอาจจะมีนักข่าวที่รู้จักพ่อกับแม่เขา จำเขาได้ก็เลยเป็นข่าวขึ้นมา ดังนั้นจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากเติมเลขศูนย์ลงไปอีก

“เรื่องคืนนั้น…” จริยาพูดแล้วมีท่าทีลังเล แต่เหลือบมองตัวเลขที่ยังอยู่แค่ห้าร้อย จึงตัดสินใจพูด “คืนนั้นพอแยกตัวมาเราก็มานั่งคุยริมทะเล”

 

“เป็นไงแก ชีวิตดีเลยไหมได้มาอยู่บ้านนี้” จริยาเอ่ยถาม และปริยฉัตรก็ตอบเสียงสะบัด “ดีกับผีอะไร คนที่รวยน่ะพ่อแม่มัน ตัวมันไม่มีอะไรเลย ฉันขออะไรก็ต้องไปขอพ่อแม่มันต่ออีกที ฉันไม่น่าเชื่อที่แกบอกเลยนังรี่”

จริยาหัวเราะ ก่อนบอก “ฉันพูดผิดตรงไหน ฉันบอกแกว่าไง บอกว่าพ่อแม่มันโคตรรวยเลยนะ พ่อเป็นนักร้องเก่า แม่ก็เป็นดาราเก่า มีบ้านติดทะเลด้วย ตรงไหนที่ฉันโกหก”

ใช่ จริยาบอกแบบนั้นแหละ เธอไม่เคยรู้เลยว่าอาศิราโพรไฟล์ดีขนาดนั้น ไม่เห็นเขาหรือใครเคยพูดถึง กลุ่มเพื่อนในมหาวิทยาลัยของเธอคุยกันเสมอเรื่องผู้ชายที่หล่อ รวย โพรไฟล์เลิศ ไม่เคยมีชื่ออาศิราติดโผ ถ้าไม่บังเอิญรู้จากจริยาในวันนั้นปริยฉัตรคงไม่รู้จักอาศิราไปอีกนาน หลังจากรู้เรื่องนั้นปริยฉัตรเลยหาทางคุยกับอาศิราบ่อยขึ้น สร้างเรื่องจนได้เป็นแฟน ได้โอกาสรวบหัวรวบหางเขาโดยมีของมึนเมาเป็นตัวช่วย เพราะอยากตามไปดูว่าบ้านของเขาเป็นอย่างไรและอยากได้สถานะที่เขาต้องรับผิดชอบเลยกุเรื่องท้อง กะว่าอีกสักพักค่อยคิดว่าจะโกหกเรื่องแท้งอย่างไร จนได้จังหวะเหมาะตอนเขากำลังวุ่นเตรียมตัวไปเรียนต่อฝรั่งเศส

พอได้ไปอยู่กับเขาที่ฝรั่งเศส แรกๆ เธอก็ตื่นเต้นดีอยู่หรอก ได้ไปอยู่เมืองนอก ได้ถ่ายรูปเช็กอินอวดคนอื่น แต่พอนานเข้าก็เบื่อ อาหารก็ไม่ถูกปาก คนก็ดูเหยียดๆ ยิ่งภาษาอังกฤษไม่ได้ฝรั่งเศสก็ไม่กระดิกแบบเธอจะไปไหนมาไหนก็ลำบากไปหมด อาศิราก็แทบไม่มีเวลาให้ มีเรียนเสริมนู่นเสริมนี่เยอะไปหมด สุดท้ายเธอเลยตัดสินใจกลับเมืองไทย… เธอสนุกกับเมืองไทยมากกว่า และหาเงินได้คล่องกว่า “ไม่รู้แหละ แกแนะนำเพื่อนของแฟนใหม่แกให้ฉันสักคนซิ”

“น้อยๆ หน่อย มีผัวแล้วนะแกน่ะ… คนก่อนเลิกกันแล้วเหรอ”

ปริยฉัตรพยักหน้า “เห็นว่าเมียเริ่มระแคะระคาย ฉันไม่อยากเสี่ยงเลยเลิกก่อน”

“แต่ก็ได้มาเยอะใช่ไหมล่ะ”

ปริยฉัตรไม่ตอบ แต่สีหน้าปลื้มปริ่มนั้นก็บอกได้อย่างดีว่าที่จริยาพูดนั้นไม่ผิด

“แล้วนี่ถ้าศิรากลับมาอยู่เมืองไทยแกจะทำยังไง”

“ฉันจะยุให้มันเรียนนานๆ จบจากที่นี่ก็ยังมีโรงเรียนอื่นอีกเยอะ แกเชื่อไหมว่ามันซาบซึ้งมากเลยนะที่ฉันทำเป็นหาคอร์สนั้นคอร์สนี้ส่งให้ ขอบคุณฉันเป็นสิบรอบ”

จริยาหัวเราะร่วน “หารู้ไม่ว่าแกแค่ไม่อยากให้มันกลับมาขัดความสุขแก”

“แหงสิ”

“แต่ยังไงสักวันมันก็ต้องกลับมาอยู่ดี”

“กลับก็กลับ ฉันก็คงกลับมาอยู่กับมันแหละ เบื่อๆ ก็หาเรื่องออกไปแรดสักสามสี่วัน รายนั้นไม่สงสัยอะไรหรอก โง่อย่างกับอะไรดี บอกอะไรก็เชื่อ”

“แล้วถ้าแกเจอคนที่รวยกว่ามันล่ะ”

ปริยฉัตรยักไหล่ “ก็เก็บไว้หมดนั่นแหละ ศิรานี่ฉันรอเก็บตอนพ่อแม่มันตายอย่างเดียวเลย ฉันจะหาทางเขี่ยอีตุ๊ดนั่นให้หลุดจากกองมรดกด้วย แต่นะ ตอนนี้ฉันไม่รู้จะสูบเงินมันทางไหนจริงๆ ว่ะแก พ่อมันยังพอใจดี แต่แม่มันนี่… มองฉันทีไรฉันขนลุกทุกที”

“ฉันว่าน้าอรก็ร้ายไม่หยอกหรอกแก ดูสิ จิกยัยรัณไม่ห่าง คงรู้ว่าแม่มันทิ้งมรดกไว้เยอะ”

จบประโยคนั้นทั้งคู่ก็นิ่งเงียบ จิบเครื่องดื่มมึนเมากันไป ทว่าครู่เดียวปริยฉัตรก็นึกบางอย่างออก หันไปบอกจริยา “แก เราทำอะไรสนุกๆ กันไหม เผลอๆ จะได้เงินใช้ด้วย”

“อะไรล่ะ”

“คืนนี้ศิรานอนคนเดียว ถ้าเราลากยัยเด็กนั่นไปนอนกับศิราได้ ก็ให้แม่แกเรียกค่าเสียหายสิ พอได้เงินมาเราก็เอามาแบ่งกัน ส่วนฉันก็ได้คุมเกม ศิรามันต้องยอมฉันทุกอย่างแน่”

จริยาครุ่นคิด ก่อนแน่ใจว่าเรื่องนี้เป็นไปได้ จริงอยู่ว่าเธอมียาเสพติดที่ทำให้คนได้รับยามีสติก็เหมือนไม่มี แต่แม่เธอมียานอนหลับแบบฉีดอยู่ เอาไว้ใช้ตอนเสียไพ่เยอะจนหมุนเงินไม่ทัน เธอคิดว่าตัวนั้นเหมาะกว่า อีกอย่างถ้าจะให้แม่โวยวายเธอก็ต้องให้แม่รู้เรื่องนี้ด้วย จริยาลุกขึ้นแล้วบอก “ฉันจะไปคุยกับแม่”

“เฮ้ย จะดีเหรอ แม่แกจะโอเคเหรอ”

จริยายิ้ม “ฉันรู้จักแม่ฉันดี ถ้าทำแล้วได้เงินมาใช้ฟรีๆ แม่ไม่ว่าหรอก แล้วแม่รู้แหละดีแล้ว ถ้าพวกนั้นยังไม่เข้านอน แม่จะได้ช่วยดึงความสนใจไงล่ะ”

จริยาจึงไปคุยกับแม่ตน วางแผนกันเสร็จสรรพแล้วมุ่งหน้ากลับไปยังบ้านของศีล ชอบใจเหลือเกินที่มีทางเข้าบ้านสองทางจริยากับปริยฉัตรจึงเข้าบ้านทางชั้นล่าง ส่วนจงจินต์เดินขึ้นระเบียงไปชั้นสองหาทางพูดคุยเพื่อดึงทุกคนไว้ให้นานที่สุด จริยากับปริยฉัตรย่องเข้าห้องดารัณ เห็นอีกฝ่ายหลับสนิทก็รีบฉีดยาแล้วรีบหลบเข้ามุม ภาวนาว่าดารัณที่ลุกขึ้นนั่งนั้นคงไม่ถึงกับเดินไปเปิดไฟ ยานอนหลับแบบฉีดออกฤทธิ์เร็วกว่าแบบกิน พอเห็นว่าดารัณที่ลุกขึ้นมานั่งมองอย่างงงๆ ทำท่าจะหลับลงไปอีกรอบทั้งคู่ก็ช่วยกันพาดารัณออกจากห้อง เดินไปยังห้องของอาศิรา ถอดเสื้อผ้าแล้วพาดารัณไปนอนบนเตียง ถึงตอนนี้ดารัณจะยังลืมตาส่งเสียงอืออาได้แต่จริยาแน่ใจว่าไม่มีปัญหา เพราะทุกครั้งที่แม่ใช้ยาตัวนี้พอตื่นมาแม่จะจำเหตุการณ์ก่อนนอนไม่ได้เลย ขณะจริยาสะบัดผ้าห่มคลุมดารัณ ปริยฉัตรก็ผละไปเปิดแอร์ในห้องให้เย็นจัด พอเข้ามาอาศิราจะได้ไม่แปลกใจที่คนในห้องคลุมโปง เรียบร้อยแล้วก็ออกจากห้องรีบลงชั้นล่างออกจากตัวบ้าน จริยาส่งข้อความให้แม่เพื่อบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว

ที่เหลือก็ตั้งปลุกนาฬิกาตอนใกล้ๆ ตีสี่เพื่อให้ปริยฉัตรทำเป็นกลับบ้านมาโวยวายให้เสียงดังที่สุด จงจินต์กับจริยาที่มาส่งก็แค่รอจังหวะเสียงกรี๊ดกลับไปสมทบเพื่อเรียกร้องเงิน…

จริยาเล่าว่าปริยฉัตรคิด ตนแค่ช่วยเพื่อน ก่อนหันไปทางดารัณ “พี่ขอโทษที่ทำเรื่องแย่ๆ กับรัณ ตอนนั้นพี่ไม่คิดอะไรนอกจากแค่นึกสนุก แล้วก็… ฉัตรว่าอยากให้ศิราเกรงใจฉัตรมากขึ้น ก็เลยอยากช่วย”

แน่นอนว่าดารัณไม่เชื่อ เธอคิดว่าเป้าหมายที่แท้จริงคือเรื่องเงินที่จะเรียกร้องจากอรจิรามากกว่า ทว่าดารัณก็ยิ้ม พยักหน้ารับแทนการบอกว่าไม่ถือโทษ จริงอยู่ว่าเธอโกรธ แต่ก็เพราะเรื่องนี้ที่ทำให้เหตุการณ์มาถึงจุดที่ปริยฉัตรทำอะไรอาศิราไม่ได้เลย กลายเป็นว่าความคิดมักง่ายของทั้งสามคนกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการปกป้องลูกชายของอรจิรา ปกป้องคนที่เธอรัก…

อาศิราเองลอบมองดารัณ เห็นอีกฝ่ายรับมือความจริงด้วยความสงบแล้วค่อยเบาใจ หันไปเขียนเลขศูนย์ให้จริยาเพิ่มอีกหนึ่งตัว

จริยาเค้นหัวคิดทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับปริยฉัตร ก่อนนึกออกอีกเรื่องสำคัญ “ตอนนั้นที่ฉัตรบอกว่าท้องแล้วแท้ง ฉัตรโกหก ฉัตรไม่ได้ท้อง”

อาศิราสลดใจเมื่อพบว่าเขาโดนหลอกมากมายเหลือเกิน ปริยฉัตรโกหกหลอกลวงมากมายเหลือเกิน ชายหนุ่มเขียนเลขศูนย์ลงไปอีกตัว ตอนนี้เป็นห้าหมื่นแล้ว

“สิงห์ไม่ใช่ลูกศิรา”

อาศิราพยักหน้า แปลกใจที่จริยาไม่รู้ว่าเขารู้แล้ว “ฉัตรเป็นคนบอกผมเอง ผมตรวจดีเอ็นเอเรียบร้อย เดือนหน้าสิงห์จะย้ายไปอยู่กับพ่อแม่บุญธรรมที่อเมริกา”

จริยาหูผึ่งตาลุกวาว “พ่อแม่บุญธรรมเหรอ ฉัตรยกลูกให้คนอื่นไปเลี้ยงเหรอ”

“ใช่” อาศิราตอบ ก่อนนึกอะไรบางอย่างออกแล้วเอ่ยขอร้องกับจริยา “ถ้าคุณจะไลฟ์แฉฉัตร คุณพูดเรื่องผมได้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องสิงห์”

จริยาโต้ทันที “แต่นี่มันเรื่องเด็ดเลยนะ คนจะรู้เลยว่าฉัตรใจหินแค่ไหน คลอดแล้วก็ทิ้งลูกให้อยู่กับพ่อปลอมๆ ส่วนตัวเองไปอยู่กับผู้ชายคนอื่นไม่ดูดำดูดี แถมยกลูกตัวเองให้คนอื่นไปอีก”

อาศิราส่ายหน้า “มันไม่ดีกับสิงห์ อะไรที่อยู่ในอินเทอร์เน็ตมันอาจจะอยู่ตลอดไป วันหนึ่งเขาจะโตขึ้น แล้วถ้าเขากลับมาเจอข่าวนี้คงรู้สึกแย่มาก”

“โอ๊ย ไหนว่าสิงห์จะไปอยู่อเมริกา ฉันพูดที่ไทยมันไม่มีผลอะไรหรอกน่า ถ้ากลัวนักเธอก็อย่าให้สิงห์พูดไทยฟังไทยได้สิแค่นี้ง่ายจะตาย”

มันไม่มีทางง่ายแบบนั้นหรอก ต่อให้ศตายุพูดไทยฟังไทยไม่ได้ก็ใช่ว่าจะไม่มีคนไทยพูดภาษาอังกฤษได้ มีคนจำนวนไม่น้อยรู้ว่าศตายุเป็นลูกของปริยฉัตรกับเขา ถ้าไม่มีใครรู้เรื่องอุปการะ คนเหล่านั้นก็จะยังคิดว่าศตายุอยู่กับเขาต่อไป แต่ถ้ามีคนรู้เรื่องนี้ เขาไม่คิดหรอกว่าทุกคนจะมีสามัญสำนึกมากพอจะไม่ถามศตายุถ้ามีโอกาสว่าคิดอย่างไรที่แม่ไม่เลี้ยง ดังนั้นเขาจะอุดรอยที่คิดว่าอาจกลายเป็นรอยรั่วไว้ก่อนทุกทาง

“อีกอย่างถ้าพูดเรื่องนี้รับรองกระแสแรงแน่” แล้วเธอก็จะหากินได้อีกยาวๆ ด้วย ห้าหมื่นของเขากระจอกไปเลยด้วยซ้ำ “ฉันไม่เอาห้าหมื่นของเธอก็ได้ แต่ฉันจะพูดเรื่องนี้”

“เชอรี่… เห็นแก่เด็กคนหนึ่งไม่ได้เลยเหรอ”

“ไม่ ทำไมต้องไปสนใจด้วย เธอก็เถอะศิรา โดนฉัตรหลอกให้เลี้ยงเด็กนั่นมาเกือบปีนะ ไม่เห็นต้องไปสนใจมันเลย”

แต่อาศิราก็ยังสน… อาศิราถอนใจยืดยาว คิดหาทางปกป้องศตายุ ก่อนนิ่งงันไปเมื่อดารัณดึงกระดาษกับปากกาไปจากมือเขา แล้วเขียนเลขศูนย์ต่อท้ายอีกตัวเพียงแต่ใส่วงเล็บเอาไว้แล้วยื่นกลับไปตรงหน้าจริยา

“วันนี้จะให้ก่อนห้าหมื่นค่ะ ถ้าพี่เชอรี่ไลฟ์โดยไม่พูดเรื่องสิงห์ รัณจะโอนให้อีกสี่แสนห้า”

ถ้าห้าแสน… นั่นก็เป็นเงินที่ล่อใจมากพอ เธอรับเงินห้าแสนก่อนแล้วค่อยพูดก็ได้

“แต่พี่เชอรี่ต้องเซ็นสัญญาปกปิดข้อมูลนะคะ ถ้าพี่เชอรี่พูด รัณจะฟ้องร้องเอาเงินทั้งหมดคืนและเรียกค่าเสียหายเพิ่มค่ะ”

จริยานิ่งงัน ไตร่ตรอง ใคร่ครวญ จริงๆ ปริยฉัตรก็มีเรื่องเน่าเฟะหลายเรื่องให้แฉอยู่แล้ว ไม่พูดเรื่องศตายุสักเรื่องก็คงไม่มีผลอะไรแถมได้เงินมาใช้ห้าแสนฟรีๆ โดยไม่ต้องทำอะไรเลย ดังนั้นจริยาจึงพยักหน้า “ก็ได้”

เท่านั้นอาศิราก็ปล่อยลมหายใจยืดยาวอย่างโล่งอก หันไปส่งยิ้มให้ดารัณแทนคำขอบคุณที่ช่วยจัดการเรื่องนี้ เรื่องที่… จริงๆ แล้วดารัณจะปล่อยให้จริยาพูดก็ได้ไม่จำเป็นต้องหาทางช่วยเหลือ

จริยาคิดคำนวณแล้วเอ่ยขอ “ห้าหมื่นขอเป็นเงินสดตอนนี้เลยได้ไหม”

อาศิราพยักหน้า ดีที่นัดกันในห้างสรรพสินค้าและตู้กดเงินก็อยู่ห่างไปไม่ไกล บอกพร้อมลุกขึ้น “ผมจะไปกดมาให้”

ส่วนดารัณอาศัยจังหวะนั้นติดต่อนิธานเพื่อให้ร่างสัญญาปกปิดข้อมูลอย่างเร่งด่วน ดีที่บริษัทนิธานมีแบบฟอร์มอยู่แล้วเพียงกรอกรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงลงไปเท่านั้น พอได้ไฟล์มาก็ขอตัวไปหาร้านพิมพ์งานที่ใกล้ที่สุดเพื่อพิมพ์เอกสารออกมาสองชุดแล้วรีบวิ่งกลับมาให้จริยาเซ็น คู่สัญญานั้นนิธานใช้ชื่อบริษัทของตน อาศิรากับดารัณจะได้เซ็นชื่อในตำแหน่งพยาน เอกสารจะครบถ้วนสมบูรณ์ให้จริยาเก็บไว้หนึ่งชุดได้เลย

“ดีใจที่ได้ทำธุรกิจร่วมกันนะ”

จริยาบอกอย่างนั้นแล้วจากไปแบบหน้าชื่นตาบาน ทิ้งให้อาศิรานั่งมองหน้ากับดารัณ แลกเปลี่ยนความเงียบกันอยู่พักใหญ่อาศิราก็เอ่ยถาม

“เรา… ควรปลอบใจกันไหม รัณโอเคไหม”

“ไม่ค่อย… พี่ศิราก็คงไม่โอเค ใช่ไหม”

อาศิราถอนใจยาว พูดเสียงเบาหวิว “พอรู้ว่าโดนหลอกเรื่องอะไรบ้าง มันเหมือน… พี่ไม่แน่ใจไปเลยว่าอะไรในชีวิตพี่ที่จริงบ้าง”

“จริงทุกอย่าง ที่โดนพี่ฉัตรหลอกก็เรื่องจริง ที่พี่ศิราก้าวข้ามมันไปได้แล้วก็เรื่องจริง ครอบครัวดีๆ ก็เป็นเรื่องจริง… โตแล้ว หน้าที่การงานก็ดีแค่นี้คิดไม่ได้เหรอ”

คำพูดของดารัณบวกรอยยิ้มน้อยๆ นั่นทำให้อาศิรายิ้มได้ “นี่จะไม่ยอมเลยสักเรื่องใช่ไหม”

ดารัณยิ้มอย่างผู้ชนะ ก่อนหุบยิ้ม หน้าบึ้งเมื่ออีกฝ่ายบอกมาอีก

“รัณก็เป็นเรื่องจริง ที่ร้ายก็ร้ายจริงๆ”

“บางเรื่องพี่ศิราก็ต้องขอบคุณความร้ายของรัณนะ”

อาศิราหัวเราะ พยักหน้ายอมรับแล้วบอกก่อนจะลืม “ขอบคุณเรื่องสิงห์ด้วย พี่ก็ดันลืมซื้อเขาด้วยเงิน”

ดารัณหัวเราะหึ “ระบบยังไม่ค่อยเสถียรมั้ง… รัณเห็นด้วยกับพี่ศิรา เด็กคนหนึ่งที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวไม่ควรมารับผลจากการกระทำที่ไม่รับผิดชอบของผู้ใหญ่”

“รัณไม่คิดว่าเราเสียมากไปใช่ไหม”

“ห้าหมื่นก็กำลังดี ส่วนสี่แสนห้าก็ไม่มากไปหรอก ถ้ามันทำให้สิงห์ไม่ต้องรู้ว่าแม่เขาคือใคร ไม่ต้องรู้เรื่องฉาวของแม่เขา… พี่ศิราโอเคแล้วใช่ไหม”

“โอเคแล้ว… รัณล่ะ”

“รู้ไหมอะไรจะปลอบรัณได้”

“อะไร”

“บุฟเฟต์เนื้อเกรดเอบวกๆๆ ไง”

อาศิราถึงกับแหงนหน้าหัวเราะ ลุกยืนแล้วบอก “ได้เลย ร้านลูกค้าพี่อยู่แถวนี้พอดี ไปกัน”

ดารัณลุกยืนด้วยท่าทางกระตือรือร้นไปจนเป็นกระเหี้ยนกระหือรือ… เธอพร้อมล้มวัวแล้ว!

 

มันเป็นข่าวใหญ่จริงๆ อย่างที่นิธานว่าไว้ การจับกุมเจ้าของบริษัทแชร์ลูกโซ่ข้ามชาติที่สร้างมูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้านบาทในหลายประเทศแถบภูมิภาคนี้ พอมาถูกรวบตัวได้ที่ไทยก็กลายเป็นข่าวดัง มีการแถลงข่าวเป็นหน้าเป็นตากับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

ปริยฉัตรโดนจับกุมแม้พยายามปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องทว่ามีหลักฐานชัดเจนว่าสมรู้ร่วมคิด แล้วยังเตรียมหนีออกนอกประเทศแล้วเพียงตำรวจขยับตัวช้ากว่านี้อีกนิด ตำรวจค้นเจอพาสปอร์ตปลอมอีกสองเล่มด้วย

“รัณว่าพี่ฉัตรรอเงินล้านจากพี่เชอรี่อยู่แน่เลย เลยยังไม่ยอมไป” ดารัณเอ่ยสันนิษฐาน มือหยิบขนมเบื้องกุหลาบเข้าปาก กินไปสองสามชิ้นก็หันไปบอกอาศิรา “ไม่แปลกใจที่พี่ภูชอบใจตัวนี้นะ มันดีมากเลยทั้งแป้งทั้งครีมทั้งไส้”

อาศิราพยักหน้ารับ ไม่ได้บอกว่าก็คงต้องขอบคุณดารัณนั่นแหละเพราะเจ้าหล่อนทวงขนมเบื้องที่เขาบอกว่าจะทำให้กิน อาศิราเลยลองเอากุหลาบมาเป็นส่วนผสมด้วย นอกจากทำหน้าตาได้เหมือนดอกกุหลาบด้วยการบีบครีมลงบนแผ่นแป้งแล้วทั้งกลิ่นทั้งรสชาติก็ไปด้วยกันได้ ตัวไส้อาศิราแทนที่มะพร้าวด้วยกลีบกุหลาบ กุ้งแห้งเลือกใช้แบบสีออกอมชมพูเพื่อให้ไปด้วยกันได้กับสีกุหลาบ พอเห็นว่าผลงานน่าพอใจอาศิรารีบถ่ายรูปเขียนรายงานส่งไปให้ภูฉายซึ่งอีกฝ่ายก็ชอบใจขอจ่ายเงินเพิ่มสำหรับเมนูพิเศษที่เพิ่มมาจากห้าเมนูปกติทันที พอบอกว่าเมนูนี้จะแถมให้ก็ไม่ยอม อาศิราจึงตั้งใจว่าจะให้เป็นส่วนลดการใช้บริการรอบหน้าซึ่งทางภูฉายว่าน่าจะเป็นอะโวคาโด้

“พ่อชอบสีมัน หวานดี เห็นแล้วคิดถึงแม่ แม่ต้องชอบมาก”

อาศิรากับดารัณหันมองศีล พอเห็นว่าท่านมีรอยยิ้มนิดๆ ดูมีความสุขดีก็โล่งใจ ดารัณนั้นยิ้มกว้างเลยทีเดียวเพราะนี่แสดงชัดว่าศีลสามารถคิดถึงและพูดถึงอรจิราด้วยรอยยิ้มได้แล้ว รีบสนับสนุนเพราะรู้เช่นกันว่าอรจิราชอบสีชมพู” รัณก็ว่างั้น”

พูดจบก็ต้องหันไปสนใจมือถือตนที่ส่งเสียงดังพร้อมๆ กับมือถือของอาศิรา หยิบมาดูเห็นนิธานส่งข้อความเข้ากลุ่มที่อยู่รวมกันสามคน หันมองอาศิราเห็นเขาเปิดดูแล้วจึงเปิดของตัวเองบ้าง

‘คนที่ชื่อเชอรี่ไลฟ์แล้ว’

ดารัณเปิดลิงก์ไลฟ์สดที่นิธานส่งมาให้ ศีลขยับเข้ามาดูด้วย อาศิราก็ด้วยเพราะถ้าเขาเปิดอีกเสียงก็จะตีกัน จริยาไลฟ์ในหัวข้อ ‘ความจริงของฉัตรที่ทุกคนต้องรู้’

ช่วงที่เปิดเข้าไปดูจริยายังพูดถึงความจอมปลอมของปริยฉัตร เป็นเด็กกำพร้าโตมากับยายที่ฐานะไม่ดี แต่หลอกคนอื่นว่าเป็นลูกเศรษฐีใหญ่แถวต่างจังหวัด พอได้เข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ ก็เลือกทำงานที่ง่ายที่สุดและจะได้เงินเยอะที่สุด ซึ่งวิธีพูดของจริยานั้นไม่ได้ระบุไปตรงๆ ว่าขายบริการทางเพศแต่ก็ทำให้รู้ได้ไม่ยาก

อาศิราไม่รู้จะดีใจดีไหมที่ได้รู้ว่าเขาไม่ใช่คนเดียวที่โดนปริยฉัตรหลอก แต่เริ่มไม่ดีใจที่รู้ว่าปริยฉัตรเห็นเขาเป็นของตายที่สุดคิดว่าสุดท้ายก็จะกลับมาให้เขาเลี้ยง ในบรรดาผู้ชายของปริยฉัตรเขาคงหน้ามืดตามัวที่สุดแล้วสินะ ไม่ใช่หน้ามืดตามัวหลงเจ้าหล่อนด้วย แต่หน้ามืดตามัวอยู่กับฟิลเตอร์ทุกคนเป็นคนดีของตัวเองนี่แหละ

จริยาไลฟ์ยาวไปเรื่อยๆ เห็นยอดคนดูคนแชร์แล้วอาศิราก็ไม่แปลกใจที่มันแตะหลักแสนแล้ว เพราะข่าวปริยฉัตรกำลังดัง และคนติดตามของจริยาก็เยอะจริงๆ จริยาเริ่มพูดถึงธุรกิจนี้และบอกว่าตัวเองเกือบลงเงินไปด้วยสามล้าน แต่ได้สติก่อนเพราะสอบถามที่มาที่ไปของรายได้แล้วไม่น่าไว้วางใจ ขอบคุณตัวเองที่ไม่โลภ…

“แหม พูดแล้วพี่เชอรี่ดูเป็นคนฉลาดเฉลียวเพียบพร้อมไปด้วยปฏิญาณไหวพริบ”

อาศิราแก้ให้ “ปฏิภาณ”

ดารัณนิ่วหน้า นิ่งไปอย่างครุ่นคิด หันไปทางศีลแล้วถาม “แล้วรัณพูดอะไร รัณก็พูดปฏิภาณนี่”

ศีลหัวเราะ บอกไป “รัณว่าปฏิญาณ”

อ้าว เหรอ… ดารัณไม่สนใจแล้วดูจริยาไลฟ์ต่อ จนในที่สุดก็มาถึงหัวข้อคลิปล่าสุดที่ทำให้อาศิราถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนเลวทำร้ายผู้หญิง จริยาบอกความจริงว่าดารัณกับอาศิราจดทะเบียนสมรสกันมาหลายปีดีดัก แต่ไม่พูดว่าทำไมต้องจด บอกทุกคนว่าอาศิรากับปริยฉัตรจบไปตั้งนานแล้ว วันนั้นปริยฉัตรเป็นคนเข้าไปหาเรื่องก่อนและอาศิราก็ไม่ได้ทำอะไรรุนแรง ที่เห็นไถลไปนั่นคือการแสดงล้วนๆ แล้วเธอก็พยายามห้ามเพื่อนสุดความสามารถ

อาศิราหัวเราะหึ เดาว่าจริยารู้แล้วว่าคลิปเต็มไม่มีเสียง ก่อนบอกทุกคนเมื่อเห็นคอมเมนต์ของเพื่อนโผล่ที่ไลฟ์ “นายเข้าไปแปะลิงก์คลิปเต็ม”

ดารัณเหลือบมองดูคอมเมนต์ซึ่งวิ่งเร็วจนเธอเวียนหัว ที่สุดจึงตัดสินใจมองหน้าจริยาต่อ ตอนนี้จริยากำลังอวยอาศิราว่าเป็นคนดีอย่างไร ตบท้ายด้วยการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ตัวเองว่าที่รู้เรื่องอาศิรากับดารัณดี เพราะดารัณเป็นลูกพี่ลูกน้องของตัวเอง สนิทสนมกันมาก

“อ้างความใกล้ชิดไปอีก” ศีลพูดขึ้นอย่างขันๆ

หลังจากนั้นก็ไม่มีหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับอาศิราและดารัณแล้วแต่เป็นการแฉเรื่องอื่นๆ ของปริยฉัตร แต่ทั้งสามคนก็ต้องทนดูด้วยต้องการแน่ใจว่าจริยาจะไม่พูดเรื่องศตายุไม่ว่าจะตั้งใจหรือเผลอ ผ่านไปชั่วโมงกว่า จนอาศิราที่ลุกไปทำกับข้าวมาบอกว่ากับข้าวเสร็จแล้ว กว่าจริยาจะหยุดไลฟ์ แถมด้วยการบอกว่าภาคสองจะตามมาเร็วๆ นี้

ดารัณถึงกับส่ายหน้า “พูดเก่งจริงๆ”

ศีลเสริม “พ่อว่าจังหวะจะโคนการพูดการจาเขาดีนะ ถ้าคิดจะเอาจริงเอาจังเรื่องเป็นพิธีกร พ่อว่าทำได้”

แต่จริยาไม่เลือกทางที่จะต้องเหนื่อยหนักเพราะมีทางหาเงินที่ง่ายกว่าอยู่แล้ว ดารัณเพียงยิ้มๆ อย่างไม่รู้จะพูดอะไร ลุกเดินไปทางห้องกินข้าว เอ่ยถามถึงใครอีกคน “วันนี้เอ็ดดี้จะมากินข้าวไหม”

อาศิราส่ายหน้า “ไม่ ช่วงนี้เอ็ดดี้ว่าจะไม่พาสิงห์มาเจอพี่ ถ้าไม่จำเป็น”

ดารัณเข้าใจ เอ็ดดี้พยายามปรับศตายุแบบค่อยเป็นค่อยไป ให้ห่างจากอาศิราไปทีละนิดๆ พอเข้าอาทิตย์สุดท้ายก็จับแยกแทบจะเด็ดขาดเพื่อไม่ให้มีปัญหาในตอนต้องแยกจริงๆ

ศีลเอื้อมมือไปตบหลังลูกที่นั่งลงข้างกัน “หมดเคราะห์หมดโศกนะลูกนะ หมดเวรหมดกรรมกับฉัตรเสียที”

อาศิราส่งยิ้มให้พ่อ เอ่ยถาม “แล้วพ่อจะไปหาลุงมีเมื่อไร”

ศีลยิ้มกว้าง ปลื้มใจทุกครั้งที่รู้ว่าลูกใส่ใจ เรื่องลูกเองก็หนักหนาแล้วแต่ก็ยังอุตส่าห์จดจำได้ว่าเขาอยากไปเยี่ยมบารมีที่แพร่ “ไว้เอ็ดดี้กับสิงห์ไปก่อนก็ได้ เราก็ถือโอกาสไปพักผ่อนกันด้วย ไปตระเวนหาของอร่อยๆ เมืองแพร่กินกันดีกว่า

“ไปๆ” ดารัณรีบบอกทันที ตามด้วย “รัณอยากกินไข่ป่าม ตั้งแต่เกิดมารัณไม่เคยกินไข่ป่ามเลย รัณไม่เคยรู้จักมันมาก่อนเลยด้วย”

อาศิราเลยถาม “แล้วรู้จักได้ยังไง”

“ตอนไปสอนรัณให้เด็กจับคู่สีแล้วอธิบายเหตุผลและอารมณ์ เด็กคนหนึ่งจับคู่สีเขียวกับเหลือง แล้วบอกว่ามาจากไข่ป่ามของโปรด รัณร้องหาใส่เด็กไปสามรอบ ไม่แน่ใจว่าตัวเองได้ยินคำว่าอะไร ต้องให้เด็กเขียนให้ดู โดนเด็กขำด้วยที่ไม่รู้จักไข่ป่าม รัณเสิร์ชดูรูปมันก็น่ากินดีนะ”

อาศิราหัวเราะหึ ขำที่ดารัณโดนเด็กขำมากกว่าขำที่เจ้าหล่อนไม่รู้จักไข่ป่าม เพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องแปลก ดารัณอยู่กรุงเทพมาตลอดบทจะย้ายถิ่นก็ย้ายไปต่างประเทศเลย เพื่อนสมัยมัธยมคงไม่หลากหลายเท่าเพื่อนมหาวิทยาลัย เขารู้จักไข่ป่ามจากเพื่อนซึ่งเป็นคนเชียงใหม่ “มันก็คล้ายๆ ไข่ตุ๋นแหละ แค่ใช้วิธีย่างแทนนึ่ง”

“เหรอ พี่ศิราก็ทำเป็นเหรอ”

ก็บอกว่ามันเหมือนไข่ตุ๋น ถามเชฟว่าทำไข่ตุ๋นเป็นหรือเปล่านี่รู้สึกเหมือนถูกสบประมาท แต่พอมองหน้ามีความหวังของดารัณแล้วรู้เลยว่าหญิงสาวไม่ได้ตั้งใจ แค่ถามเพราะอยากให้มีขั้นตอนต่อไป อาศิราหัวเราะหึ สนองให้ “จะกินเลยไหมล่ะ”

ดารัณไม่ได้ตอบ เพราะลังเลอยู่ แต่เป็นศีล “เอาสิ พ่ออยากกินเหมือนกัน มาช่วยกันทำดีกว่า… รัณไปบอกให้หวังช่วยเก็บใบตองมาสักก้านไป บอกว่าเอามาทำกระทงใส่อาหาร จะได้เลือกเอาใบที่สวยๆ หน่อย”

เท่านั้นดารัณก็ลุกขึ้นเดินลิ่วออกจากบ้าน อาศิราก็ลุกขึ้นเตรียมไข่กับเครื่องปรุง ส่วนศีลก็เตรียมกระทะสำหรับย่างซึ่งเอาไว้ใช้กับเตาแก๊สได้

ศีลรีบถามลูกก่อนดารัณจะกลับเข้ามา “แล้วกับรัณลูกว่ายังไง”

อาศิรามองหน้าพ่อ หันไปทางประตูบ้านเห็นว่าดารัณยังไม่ปรากฏตัวก็บอกไป “อยากให้เรื่องนิ่งๆ สงบๆ สักพัก รัณเหนื่อยเพราะปัญหาของลูกเยอะเหมือนกัน ไม่อยากหาเรื่องให้เขาคิดอะไรเยอะตอนนี้”

“วินยังไม่ได้บอกลูกใช่ไหม” ศีลรอจนลูกหันมาสบตา ก็รีบบอกไม่อยากรั้งเวลาเอาไว้นาน “รัณเริ่มคุยกับน้องเหมือนตัวเองจะกลับไปทำงานที่โน่นแล้วนะ เหมือนคุยๆ ไปก็บอกประมาณว่าเดี๋ยวอันนี้รัณจัดการเองแต่มันเป็นงานที่ต้องอยู่ที่โน่นถึงจะทำได้ แต่ก็ไม่ได้พูดชัดๆ ว่าจะกลับ น้องเลยมาสืบทางพ่อว่าลูกกับรัณคืบหน้าไหม”

อาศิรานิ่งงัน… ก่อนรีบปรุงไข่ป่ามให้พร้อมเอาลงกระทงเมื่อดารัณส่งเสียงว่ามาแล้วมาแต่ไกล ศีลเองก็รีบเข้าไปรับใบตองจากดารัณมาจัดการทำความสะอาด ตัด เจียน พับ กลัด จนกลายเป็นกระทงขนาดกำลังดีสามกระทง นำไปให้อาศิราตักไข่ที่ผสมเรียบร้อยแล้วลงไปแค่ราวสามในสี่ส่วน เพราะเมื่อย่างแล้วไข่จะพองตัวขึ้นอีก

ไข่ป่ามเสร็จเรียบร้อยแล้วอาศิราก็หยิบออกจากกระทะย่างนำไปวางบนจานเล็กทั้งกระทง ส่งให้พ่อเป็นคนแรก ตามด้วยดารัณ ซึ่งปรบมือเบาๆ ดวงตาทอประกายอย่างดีอกดีใจที่จะได้กินไข่ป่ามเป็นครั้งแรกในชีวิต เห็นท่าทางนั้นแล้วอาศิราก็อดบอกไปไม่ได้

“อยากกินอะไรก็ได้กินแบบนี้ หาไม่ได้จากที่อื่นหรอกนะ”

ดารัณที่กำลังจะตักไข่ป่ามเข้าปากชะงัก หันมองหน้าอาศิรา ที่ยิ้มให้แล้วยืนยันคำพูดตัวเองอีกประโยค

“หาได้ที่นี่ที่เดียว”

เพราะฉะนั้นจงอยู่ที่นี่ ห้ามคิดไปไหนเด็ดขาด!

Don`t copy text!