อุมาวสี บทที่ 11 : จากนรกก็สู่นรก

อุมาวสี บทที่ 11 : จากนรกก็สู่นรก

โดย : ตรี อภิรุม

อุมาวสี ภาคต่อของ “หิมพาลัย” โดย ตรี อภิรุม เรื่องราวชีวิตหลังงานแต่งงานของพิชญ์และอุมาวสีในโลกที่แตกต่างจากโลกลับแลจะเป็นอย่างไร ความรักที่พิชญ์มีให้เธอ จะเพียงพอที่จะช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจของหญิงสาวผู้แสนดีคนนี้ได้หรือไม่ ‘อุมาวสี’ นวนิยายออนไลน์ที่พาชาวอ่านเอาเดินทางไปกับจินตนาการที่สวยงามและความรักที่มีอยู่จริง

สถานที่นั้นเป็นบ้านตึกใหญ่โตหรูหรา บริเวณสนามกว้างขวาง ริมกำแพงไม้ใหญ่รายล้อม อาทิเช่น มะม่วง

ตอนเย็น แดดร่มลมตก รถบรรทุกคันใหญ่แล่นมาจอดหน้าประตูรั้ว กลุ่มชายฉกรรจ์ยกชุดโต๊ะเก้าอี้เหล็กมาตั้งกลางสนาม ล้ำขึ้นไปจนถึงเฉลียงหินอ่อน พวกคนใช้บนตึกคอยชี้ตำแหน่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

ช่วงเวลาไล่เลี่ยต่อเนื่อง ขบวนผู้ประกอบการร้านอาหารมาถึง ต่างเคลื่อนย้ายยกอุปกรณ์วัตถุดิบ หรือบางทีอาหารสำเร็จรูปเข้ามาตั้งซุ้มบริการริมสนาม รวมทั้งหมดสี่ซุ้ม กลุ่มเฉิดโฉมเป็นหนึ่งของจำนวนนั้น อุมาวสีรู้สึกธรรมดาๆ ไม่ตื่นเต้น คฤหาสน์ที่หล่อนพักกับพิชญ์ใหญ่หรูกว่านี้

เฉิดโฉมกับสองลูกทีมช่วยกันจัดซุ้มเช่นเดียวกับกลุ่มอื่นๆ ขณะที่แขกเหรื่อหนุ่มสาวทยอยกันมาไม่ขาดสาย รถเก๋งจอดริมซอยยาวเหยียด กุลณัฐเป็นแม่งานคอยต้อนรับแขก

“เป็นยังไง น้องอุ”

สาวใหญ่เจ้าเสน่ห์กระซิบถาม ดรุณีทรวดทรงแน่งน้อยคลี่ยิ้มหวานละมุน

“บรรยากาศแตกต่างกับสวนอาหารค่ะ พี่โฉม”

“จะให้เหมือนได้อย่างไรเล่า ที่นี่จำกัดเฉพาะแขกรับเชิญ มีระดับ ประเภทลูกตาสีตาสาเข้ามาไม่ได้หรอกค่ะ”

“ไหนคะ คนสำคัญที่คณาญาติจัดงานเลี้ยงฉลอง”

“นวมินทร์น้องชายกุลณัฐ สักครู่ก็โผล่”

ทันใดนั้น บรรดาหนุ่มสาวที่เตร่แถวบริเวณประตูพลั้งปากว่ามาแล้ว วลีเดียวที่พูดต่อๆ กันกระจายทั่วรวดเร็ว แขกเหรื่อทุกโต๊ะลุกพรึ่บ ดีเจที่คุมเครื่องเสียงเพลงแนวอีซี่ ลิสซึ่นนิ่ง เปลี่ยนเป็นเล่นเพลงมาร์ชจังหวะเดินกระหึ่ม

สายตาทุกคู่เพ่งไปที่ประตูเป็นจุดเดียว

นั่นปะไร!

หนุ่มสุดหล่อสูงโปร่ง หุ่นล่ำเพรียว ก้าวอาดๆ อกผายไหล่ผึ่ง ความหล่อของเขาพระเอกยอดฮิตหลายคนชิดซ้าย

กุลณัฐรอต้อนรับญาติหนุ่มผู้น้อง นวมินทร์ยกมือไหว้พี่สาว หล่อนควงแขนน้องชายพาไปแนะนำแขกไฮโซแต่ละโต๊ะ เสียงทักทายแซ่แซ่ด บางรายจับมือถือแขนแสดงความคุ้นเคย

สาวๆ มอบช่อดอกไม้มากมายเกินถือ ชายหนุ่มต้องวางมันไว้บนขอบเฉลียง กุลณัฐชวนแขกสั่งอาหารตามซุ้มแบบดูแลตัวเอง

ต่อจากนั้นก็พามาแนะนำเฉิดโฉมกับอุมาวสีเป็นกรณีพิเศษ นวมินทร์ตะลึงโฉมเด็กสาว สวยพริ้งตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเล็บ แม้ว่าจะแต่งหน้าบางๆ ทาริมฝีปากสีส้มอมสีชมพู

เกิดจินตนาการชั่ววูบ ชายหนุ่มนึกแลเห็นภาพตัวเอง เดินจูงมืออุมาวสีชมอุทยานบุปผชาติแปลงไม้ดอกหลากสีบานสะพรั่ง วิหคส่งเสียงเจื้อยแจ้วไพเราะ ผีเสื้อนับร้อยบินว่อนรอบๆ ตัว

“พูดสักคำสิจ๊ะมินทร์”

ญาติสาวผู้เกิดก่อนเตือนสติ น้องชายไหวกายคล้ายสะดุ้ง ยิ้มเจื่อน แทบจะไม่สนใจเฉิดโฉมเลย

“เอ้อ…ผมยินดีรู้จักคุณอุครับ”

“อุก็เช่นกันค่ะ”

หล่อนพาหนุ่มลูกผู้น้องออกไปห่าง ทั้งสองคุยกันซุบซิบส่วนตัว นวมินทร์ซักไซ้ไล่เลียง

“เธอเป็นใคร พี่กุล”

“เด็กบ้านนอก มาจากท้องถิ่นที่ห่างไกลความเจริญ” ยั้งคำว่ามีแฟนแล้วไว้ในลำคอ “แต่น้องอุบอกใครๆ ให้เข้าใจว่า ดินแดนลึกลับหลงสำรวจ หรือเมืองลับแล ทำนองนั้นแหละ มินทร์สนใจหรือจ๊ะ”

นวมินทร์เหลือบมองไปทางซุ้มเฉิดโฉม แขกเหรื่อมะรุมมะตุ้มสั่งอาหารเหนือกว่าซุ้มอื่นๆ ทั้งหมด

“ยิ่งกว่าสนเสียอีก ถ้ากามเทพตามตำนานมีจริง ผมรู้สึกว่าท่านแผลงศรดอกไม้ปักตรึงทรวงอก อุมาวสีเหมือนเทพธิดาในฝัน ไม่คิดว่าจะเจอก็เจอ”

“ขนาดนั้นเชียวรึ”

กุลณัฐทำเสียงล้อเลียน หากเปิดเผยว่าหล่อนอยู่กินกับพิชญ์ น้องชายคงจะช็อก

“จริงครับ พี่กุล อยากจะได้น้องอุเป็นแฟน”

พี่สาวเริ่มฝันเฟื่อง สมมุติว่านวมินทร์ช่วงชิงอุมาวสีจากพิชญ์สำเร็จ หล่อนก็จะกลับไปหาคนที่ครั้งหนึ่งหวุดหวิดจะตกล่องปล่องชิ้น ครองคู่แต่งงาน เป็นที่ยอมรับของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย

สำหรับอุมาวสี มาทางไหนก็กลับไปทางนั้น ใช่…จากนรกก็สู่นรก

“น้องอุเป็นเด็กเสิร์ฟ ความรู้ชั้นประถม เปรียบได้ว่าเอาคางคกขึ้นวอเชียวนะ พี่เกรงว่าคุณพ่อคุณแม่จะไม่ยอมรับ”

นวมินทร์ไม่สบายใจที่ญาติสาวพูดจาเชิงดูถูก

“ผมถือว่าความรู้เรียนทันกันหมด เพียงแต่เราใฝ่รู้ใฝ่เรียน มีวิริยะภาพเพียงพอ คุณพ่อคุณแม่พูดเสมอว่าปลูกเรือนตามใจผู้อยู่”

“พี่จะหาทางให้มินทร์ใกล้ชิดสนิทสนมกับเธอ”

“ขอบคุณครับ”

“สวยๆ ยังงี้ยากหน่อย เห็นไหมโน่น หนุ่มๆ ติดตรึม พี่จะหาทางให้มินทร์ขับรถไปส่งน้องอุ ไม่รู้ว่าจะสำเร็จเป็นรูปธรรมหรือเปล่า”

ชายหนุ่มลงทุนต่อคิวสั่งอาหารที่ซุ้ม จับตาอุมาวสีทำงานคล่องแคล่ว ช่วยหยิบจับจาน เครื่องปรุงรส ให้แม่ครัวที่ปฏิบัติงานหน้าเตาแก๊ส เฉิดโฉมเสียอีกไม่ค่อยจะทำอะไรเลย เกือบจะเหมือนส่วนเกิน

นานพอสมควรกว่าจะถึงรอบนวมินทร์

“ยำรวมมิตรทะเลครับ”

แม่ครัวใช้คีมคีบชิ้นปลากะพง ปลาหมึก กุ้งสด หมูสับใส่ตะกร้อทองเหลืองลงไปลวกในน้ำเดือด ต่อจากนั้นก็เอาใส่หม้อมือจับ ราดด้วยน้ำยำสูตรเฉพาะจากทางร้าน ตามด้วยพริกจินดาตำแหลก อุมาวสีช่วยใส่ผัก มีชิ้นมะเขือเทศ หอมใหญ่ ต้นหอม ขึ้นฉ่าย ฯลฯ คลุกเคล้าจนทั่วพร้อมตักใส่จาน

นวมินทร์จับสายตาที่ริมฝีปากเต็มอิ่มน่าจูบ รอจนกระทั่งเด็กสาวยื่นส่ง

“ถ้าเสร็จงานแล้ว น้องอุว่างใช่ไหมครับ”

“ไม่ว่างค่ะ”

เขาเลี่ยงออกมาเสีย เนื่องจากแขกอื่นรอต่อคิว

อากาศเริ่มขมุกขมัว ไฟสนามเปิดสว่าง ดีเจเปิดเพลงแนวป๊อปร็อก เพิ่มความสนุกสนานแก่งานเลี้ยง เสียงคุยเฮฮารื่นเริงกระทบแก้วเครื่องดื่ม หนุ่มบางรายชอบมองอุมาวสี ซุบซิบทำนองว่าน่าจะประกวดนางงาม

จริงตามที่หลายคนคาดคะเน อาหารตามสั่งที่ซุ้มของเฉิดโฉมหมดอันดับแรก แม่ครัวปิดเตาแก๊ส ทุกคนเก็บรวบรวมอุปกรณ์เตรียมขนย้ายขึ้นรถปิกอัป

โดยฐานะเจ้าภาพ กุลณัฐเชิญชวนเฉิดโฉมออกมายืนคุยห่างจากเด็กเสิร์ฟคนสวย อาสาจะขับรถไปส่งอุมาวสี ขอให้ช่วยเกลี้ยกล่อมตะล่อม แต่เมื่อถึงวาระนั้นก็จะโอนให้เป็นหน้าที่ของนวมินทร์

“น้องกุลชวนเองสิคะ เด็กคนนี้หัวแข็ง ยอมหักไม่ยอมงอ”

“ตามปกติน้องอุขึ้นรถอะไร”

“รถเมล์ ไม่ยอมขึ้นแท็กซี่ ประหยัดมัธยัสถ์” น้ำเสียงดูแคลน “เธออ้างว่าจะเก็บเงินเอาไปทำบุญตักบาตร ไม่รู้ว่าจริงหรือโกหก”

“งกเงินหรือคะ”

“ก็ไม่เชิง แต่ละโมบกอบโกย มือไวใจเร็วไม่มีเด็ดขาดค่ะ”

กุลณัฐขบริมฝีปากไตร่ตรอง ตัดสินใจดำเนินการ ปั้นยิ้มระรื่น แสดงประหนึ่งว่าชื่นชอบเหลือเกิน แต่หัวใจตรงกันข้าม

“งานพิเศษเหนื่อยมากไหมคะ น้องอุ”

“นิดหน่อยค่ะ แต่ค่อนข้างจะสับสน บางทีฟังคำสั่งของแขกผิด”

สาวสวยหยิบธนบัตรหนึ่งร้อยบาทยื่น

“เอ้า พี่ให้ทิปเธอ”

“อุไม่รับค่ะ ได้เงินค่าล่วงเวลาจากพี่โฉมแล้ว”

หล่อนชะงักงัน เปลี่ยนเป็นยิ้มจืดชืด นึกถึงพิชญ์ที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลังทั้งคน ทำให้ภรรยาสาวรุ่นไม่ขัดสนเงินทอง

“พี่ขออาสาขับรถไปส่งน้องอุ”

“โปรดอย่าเสียเวลาลำบากลำบนเลยค่ะ อุกลับรถเมล์หรืออื่นๆ ก็สะดวก”

อุมาวสีหลีกเลี่ยงการกล่าวเท็จ อื่นๆ ตามความหมายก็คือ หากจำเป็นจะใช้วิชาตัวเบาย่นระยะทาง สมรรถภาพพิเศษเหนือกว่าชาวโลก แต่กุลณัฐเข้าใจว่าขึ้นแท็กซี่หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

“จากที่นี่ถึงบ้านเธอไกลโข พี่ขับรถไม่ลำบากสักนิด พวกมิจฉาชีพแอบแฝงเยอะแยะ บอกตามตรงพี่เป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ”

“อย่าห่วงเลยค่ะ อุจะปลอดภัยเสมอ”

กุลณัฐตระหนักว่า ภายใต้การอ่อนน้อมวาจาไพเราะ อุมาวสีเปรียบเสมือนเหล็กหุ้มนวม หรืออ่อนนอกแข็งใน สิ่งที่ปฏิเสธก็คือ ปฏิเสธ ยากนักจะกลับคืนคำ

ความหวังยังอยู่ที่พิณทิพย์ เชื่อว่าจะสามารถเปลี่ยนความคิดของน้องสะใภ้จอมดื้อ

งานเลี้ยงต้อนรับนวมินทร์ยังคงดำเนินต่อไปอย่างสนุกครื้นเครง ดีเจเล่นเพลงแนวเมทัล ฮาร์ดคอร์ที่กระหน่ำหนักหน่วง กุลณัฐหนีเสียงหนวกหูขึ้นไปบนห้องส่วนตัวชั้นบน ใช้โทรศัพท์มือถือโทร.ถึงเพื่อนรุ่นพี่ ฟ้องกรณีอุมาวสีไม่ยอมให้ไปส่ง ให้ความเห็นทำนองดื้อรั้นทิฐิสูง

“ช่วยหน่อยนะคะ พี่แนท”

“นวมินทร์สนใจน้องอุหรือเปล่าคะ”

“ตะลึงโฉม ทำท่าเหมือนกับว่าเจอรักแรกพบ”

“กลุ่มพี่โฉมกลับหรือยัง”

“กำลังรวบรวมอุปกรณ์ ขนขึ้นรถปิกอัป”

พิณทิพย์ถือตัวระดับหนึ่ง หากไม่จำเป็นจะไม่โทร.เข้าโทรศัพท์มือถือของน้องสะใภ้

“กุลไปบอกอุให้โทรถึงพี่แนท”

“ได้ค่ะ”

หล่อนตั้งความหวังเต็มเปี่ยม พิณทิพย์จะสามารถปราบพยศอุมาวสี ลงไปข้างล่าง ผ่านไประหว่างกลุ่มแขกเหรื่อที่เคลื่อนไหวระหว่างซุ้มต่างๆ

ที่นอกประตูรั้ว เฉิดโฉมช่วยแม่ครัวยกของเกือบจะเสร็จสิ้น รถปิกอัปจอดเทียบริมซอย

“น้องอุอยู่ไหนคะ พี่โฉม”

“เพิ่งซ้อนมอเตอร์ไซค์รับจ้างแป๊บเดียวนี่เองค่ะ สงสัยจะไปลงปากซอย”

จบเห่ ความหวังจะให้นวมินทร์จับคู่อุมาวสีดับวูบ กุลณัฐถอนใจน้อยๆ ปรารภว่า

“ทำยังไงดี พี่แนทอยากจะให้น้องอุติดต่อด่วนค่ะ”

“โทรเข้ามือถือน้องอุสิคะ”

สาวสวยล้วงหยิบสมาร์ตโฟนจากกระเป๋าสะพายบ่า พบสิ่งที่พลิกล็อก จอขาวมัว ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง เครื่องแฮงก์

รีบสาวเท้ากลับเข้าบริเวณงานเลี้ยง ขอร้องดีเจให้เล่นเพลงแนวป๊อป เพื่อลดเสียงดนตรีโลหะโฉ่งฉ่างกระหึ่ม ติดต่อขอยืมโทรศัพท์มือถือของนวมินทร์

พบปัญหาแนวใกล้เคียงซ้ำซ้อน ปลอดสัญญาณ โทร.เท่าใดก็ไม่ติด ขัดสนจนปัญญาแก้ไม่ตก

O         O         O         O

เสียงริงโทนดังกังวาน จอโทรศัพท์เคลื่อนที่โชว์ภาพและชื่อกุลณัฐ พิณทิพย์กดปุ่มรับสาย

“โอ้โห กุล เงียบไปตั้งร่วมครึ่งชั่วโมงแน่ะ พี่ค้อย-คอย”

“สัญญาณขัดข้องค่ะ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรวิปริต เออ…ถ้าอยู่กลางหุบเขาชนบทก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”

ครั้นแล้วกุลณัฐก็เล่าความโดยละเอียด ตั้งแต่อุมาวสีไม่ยอมรับทิป ฉลาดไหวตัวทันเกม รีบซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์รับจ้างหนีกลับ คลาดแคล้วกันหวุดหวิด

“ยังกะน้องอุอ่านเกมออกยังงั้นแหละ ว่าผู้ที่จะขับรถไปส่งไม่ใช่กุล แต่เป็นมินทร์”

“เหตุบังเอิญเสียมากกว่าค่ะ อุไม่ฉลาดขนาดนั้นหรอก คนด้อยการศึกษา ทำงานได้เฉพาะระดับล่างเท่านั้น”

พลันพิณทิพย์เบิกตาโต สาวใช้เปิดประตูรั้วต้อนรับ อุมาวสีเดินเลียบผ่านมาตามทางเท้า อ้อมไปสู่สถานที่พำนัก

“เอ๊ะ! อุกลับมาถึงแล้วค่ะ”

“ทำไมรวดเร็วนัก” กุลณัฐประหลาดใจ “ระยะทางไกลพอสมควร แม้จะซิ่งมอเตอร์ไซค์ก็เถอะ จะใช้เวลาชั่วโมงนึงโดยประมาณ”

“รวดเร็วผิดปกติ”

พิณทิพย์ยอมรับความจริง ความคิดคำนึงหลากหลายกระแส แยกแยะไม่ถูกอะไรที่เกี่ยวกับลอเย หล่อนอยากรู้ข้อมูลทั้งสิ้น

ช่วงเวลาเดียวกันนี้ อุมาวสีเลียบผ่านตึกขาว ตึกเล็ก เจ้าโกโก้ตามคลอเคลียกระดิกหาง มุ่งสู่โรงครัว มอบเงินค่าทำงานล่วงเวลาสองร้อยบาทให้นางพิกุล สั่งซื้อวัตถุดิบปรุงอาหาร เพื่อตักบาตรตอนเช้า

อ่านสถานการณ์ออกว่า สักครู่พิณทิพย์จะมาซักฟอกจับผิด อยู่ในสังคมมนุษย์ก็เป็นเช่นนี้แหละ กิเลสแห่งความโลภ โกรธ หลง กระจายฟุ้ง แตกต่างกับหิมพาลัยที่จิตใจผู้คนสะอาด ยึดถือศีลธรรมระดับคฤหัสถ์

ก่อนซ้อนท้ายจักรยานยนต์รับจ้าง อุมาวสีกลั้นลมหายใจหมุนแหวนเงินในนิ้ว อธิษฐานให้การสื่อสารของกุลณัฐกับนวมินทร์ดับวูบลงชั่วครู่

แวะที่ตึกเล็ก ทักทายปราศรัยกับนางมณีวงศ์ ช่วงเวลาไล่เลี่ย พิณทิพย์ปรากฏกายที่บันไดขั้นพักเฉลียง ขบริมฝีปาก อารมณ์ขุ่นมัวพลุ่ง

หน็อย…ลอเยประจบประแจงคุณยาย เอาเป็นกันชน ป้องกันเราซักฟอกกะเทาะเปลือก

“นั่นใครอยู่ข้างนอกจ๊ะ”

นางมณีวงศ์เปล่งเสียงแหบแห้ง

“แนทเองค่ะ”

พร้อมกันเจ้าตัวก็เข้าตึก ปั้นสีหน้ายิ้มแย้ม ตั้งข้อหาในใจว่าน้องสะใภ้ใช้มารยาร้อยเล่มเกวียน “น้องอุ เวลาเธอซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์นั่งคร่อมหรือนั่งมุมเฉียง”

“มุมเฉียงค่ะ”

“ทำไมรวดเร็วเกินพิกัด”

อุมาวสีตั้งใจหลีกเลี่ยงไม่กล่าวเท็จ หล่อนใช้บริการจักรยานยนต์สลับขั้วกับใช้วิชาตัวเบาย่นระยะทาง พลังอำนาจเหนือมนุษย์ไม่ต้องการให้ใครทราบ

“เอ้อ…มอเตอร์ไซค์เร็วกว่ารถยนต์ค่ะ”

“ฉันรู้แล้ว”

สุ้มเสียงของคู่สนทนาเกือบจะเป็นตะคอก นางมณีวงศ์ขัดจังหวะขึ้น

“เธอสงสัยอะไรไม่เข้าเรื่อง แสดงว่าอุไม่ได้เถลไถลแวะที่อื่น จริงหรือเปล่าจ๊ะ”

“จริงค่ะ คุณยาย”

หลานสะใภ้รีบขานรับ ดวงหน้าสวยพริ้งยิ้มระรื่น เชิงยั่วคู่ปรับว่าหล่อนไม่จนมุม

หมั่นไส้นัก พิณทิพย์ไม่กล้าฮึดฮัดกระฟัดกระเฟียด เกรงบุพการีจะจับได้ว่ามีเป้าหมายไม่บริสุทธิ์

“ซ้อนมอเตอร์ไซค์นั่งมุมเฉียง ระวังไว้เถอะ โครมเดียว อุจะกระเด็นออกไปกลางถนน รถเมล์แล่นผ่าน”

“พูดอะไรก็ไม่รู้หวาดเสียว” สตรีวัยดึกท้วงติง “แนทควรจะพูดในสิ่งที่เป็นสิริมงคล”

อัดอั้นตันทรวง นางมณีวงศ์เปรียบเหมือนเรือขวางอยู่ทั้งลำ ไม่สามารถจะซักฟอกไล่เบี้ยอุมาวสีได้สะดวก หล่อนฉลาดรอบจัด อาศัยเกาะหลังคนแก่ หลานสาวแก้ตัวน้ำขุ่นๆ

“แนทตักเตือนค่ะ น้องอุยังไม่เคยชินกรุงเทพสักเท่าไหร่”

“รู้หรือเปล่า” คุณยายคุยอวด “อุเอาเงินค่าล่วงเวลาสองร้อยบาทไปให้แม่พิกุล ซื้อของทำอาหารใส่บาตร ยายได้เห็นอุเป็นเพื่อนแทบทุกเช้า เธอควรจะเอาเยี่ยงอย่าง คนที่ทำบุญสร้างกุศลเสมอ ใจคอจะเบิกบานไกลทุกข์”

ดูเถิด นางมณีวงศ์ยกอุมาวสีเป็นตัวเปรียบเทียบ เชิงชื่นชมคุณงามความดีเท่ากับกดหลานสาวแท้ๆ ให้ต่ำต้อยด้อยคุณธรรม พิณทิพย์เจ็บแค้นลอเยเป็นทวีคูณ ถือว่าเล่นละครตบตาลวงโลก

“แนทต้องไปทำงานแต่เช้า ไม่สะดวกค่ะ แต่วันคล้ายวันเกิดจะตักบาตร หรือบางทีก็ไปถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุที่วัด ถวายสังฆทาน และทำบุญอื่นๆ ตามวาระ เราไม่คดโกง ทุจริต ฆ่าฟันใคร ก็น่าจะเพียงพอนะคะ คุณยาย”

“ไม่เพียงพอ ชีวิตคนเราสั้นนัก” ท่านยกนิทานอุทาหรณ์ “ดูแต่ยายเถอะ จำความได้ตั้งแต่เด็ก ยังไม่นานเท่าไหร่เลย เดี๋ยวนี้แก่หง่อมแล้ว แนทควรหาโอกาสฟังเทศน์ฟังธรรม รักษาศีล”

สถานการณ์กลับตาลปัตร ตั้งใจมาไต่สวนซักฟอกอุมาวสี กลับกลายเป็นว่า หล่อนมารับโอวาทแนวธรรมะธัมโมจากนางมณีวงศ์ เบื่อระอาสุดๆ เรื่องโบราณซ้ำซาก น่าจะหมดไปในยุคโลกาภิวัตน์

การเพิ่มตัวเลขในบัญชีธนาคารต่างหาก เป็นสิ่งที่ตื่นเต้นภาคภูมิ เพิ่มศักยภาพ

“แนทกลับก่อนละค่ะ”

ลงจากตึกเล็กเดินลิ่ว หงุดหงิดขุ่นมัว ไม่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ อุมาวสีฉลาดนกรู้ หลบหนีปัญหาเข้าไปซุกใต้ปีกของบุพการี พิณทิพย์คำรามในใจ

“ประเดี๋ยวเถอะ” หล่อนระบายอารมณ์สู่พี่สาว พีรวรรณเยือกเย็นสุขุมตั้งข้อสังเกต

“เหตุการณ์เหมือนกับว่า ลอเยรู้ทันเราไปหมดทุกอิริยาบถ เตรียมตัวตั้งรับในวาระที่เหมาะสม”

“ทำนองนั้นค่ะ พี่แนน แต่แนทก็ยังไม่เชื่อว่า ลอเยอ่านใจอ่านความคิดเราออก”

“งั้นพี่จะเรียกมาสอบถาม แนทต้องเปลี่ยนประเด็นใหม่ เราจะให้เวลาหล่อนเตรียมตัวสักครู่”

ขณะเดียวกัน อุมาวสีกลับตึกขาว เปลี่ยนชุดอาบน้ำแปรงฟัน สังหรณ์ใจว่าเรื่องราวจากพิณทิพย์ยังไม่จบ จะฟื้นฝอยหาตะเข็บรอบสอง อยู่ในสังคมที่กิเลสข้นคลั่กก็เป็นเช่นนี้แหละ เผชิญปัญหาสารพัด

กริ๊ง-กริ๊ง!

เด็กสาวยกกระบอกหูโทรศัพท์ขึ้นแนบข้างแก้ม

“เตรียมตัวนอนหรือจ๊ะ”

“เปล่าค่ะ เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ”

“เดี๋ยวมาคุยกับพี่แนนสักครู่”

น้องสะใภ้รับปาก นึกชมพีรวรรณใช้วาจาไพเราะเพราะหู เก็บซ่อนกิเลสได้ดีกว่าน้องสาว หล่อนถือว่าเป็นเรื่องตลกท้าทายความสามารถ จะไม่ยอมให้กระแสแห่งความชั่วซึมซับ

ที่คฤหาสน์พีรวรรณนั่งตามลำพัง พิณทิพย์ชมรายการโทรทัศน์จอแบนที่มุมอเนกประสงค์ ส่วนนายพิพัฒน์และภริยายังไม่กลับจากงานเลี้ยงสถานทูต

อุมาวสีทรุดกายลงบนเก้าอี้นวมมุมตรงข้ามกับพี่สาวพิชญ์ พีรวรรณทักทายปราศรัยตามปกติ อ้างว่าไม่ได้สังสรรค์กันหลายวันคิดถึง พิณทิพย์ลดเสียงโทรทัศน์ เข้ามาร่วมวงสมทบ

“คุณกุลโทรฟ้องฉัน ว่าอุไม่รับเงินทิปหนึ่งร้อยบาท”

นึกแล้วไม่ผิด พีรวรรณเป็นหน้าม้าให้น้องสาวเล่นงานหล่อน ทำไมจะไม่รู้ว่าทิปที่มีเงื่อนไขแอบแฝง กุลณัฐเสนอตัวว่าจะขับรถไปส่ง แต่สถานการณ์จริงจะกลับกลายเป็นนวมินทร์

“อุได้เงินค่าล่วงเวลาแล้วนี่คะ ไม่ชอบละโมบกอบโกย”

“รู้หรือเปล่า นั่นเป็นความซื่อบื้อสุดๆ” ติเตียนทั้งที่ใบหน้าเปื้อนยิ้ม “ใครๆ เขาก็ละโมบกอบโกยกันทั้งนั้นแหละ ถ้ามันเป็นโอกาสทอง และเราไม่ได้คดโกง”

ทันใดนั้น คนสวนเปิดประตูรั้ว พิชญ์ขับรถเก๋งเข้ามาจอดในโรงรถ พีรวรรณรู้อะไรควรไม่ควร

“แฟนเธอกลับมาแล้วน้องอุ วันหลังค่อยคุยกันต่อจ้ะ”



Don`t copy text!