อุมาวสี บทที่ 13 : ห้างไฮโซกับแม่ผัวตัวร้าย

อุมาวสี บทที่ 13 : ห้างไฮโซกับแม่ผัวตัวร้าย

โดย : ตรี อภิรุม

อุมาวสี ภาคต่อของ “หิมพาลัย” โดย ตรี อภิรุม เรื่องราวชีวิตหลังงานแต่งงานของพิชญ์และอุมาวสีในโลกที่แตกต่างจากโลกลับแลจะเป็นอย่างไร ความรักที่พิชญ์มีให้เธอ จะเพียงพอที่จะช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจของหญิงสาวผู้แสนดีคนนี้ได้หรือไม่ ‘อุมาวสี’ นวนิยายออนไลน์ที่พาชาวอ่านเอาเดินทางไปกับจินตนาการที่สวยงามและความรักที่มีอยู่จริง

อุมาวสีผ่านเข้าประตูรั้วด้านข้างที่สาวใช้เปิดรับ ยิ้มกับพิณทิพย์ที่ยืนเตร่

“เอ๊ะ! ฉันเห็นคันร่มโผล่จากกระเป๋าเธอ ติดฝนหรือจ๊ะ”

อีหรอบนี้มีหรือจะไม่รู้ เด็กสาวทายใจออกว่า หล่อนทราบข่าวจากกุลณัฐแล้ว แต่แกล้งไขสือ

“ฝนตกที่สวนอาหารตอนพลบค่ำค่ะ”

“อ้าว แล้วทำไมเธอถึงไม่เปียก”

พิณทิพย์ซักถี่ยิบ คาดว่าอย่างไรเสียน้องสะใภ้จะต้องโกหก

“คุณมินทร์น้องชายพี่กุล ให้อุอาศัยรถเก๋งไปลงที่ป้ายรถเมล์ แถมให้ยืมร่ม”

สาวสวยเชิดคางพริ้มเพรา เดาเอาเองว่าอุมาวสีเริ่มสนใจหนุ่มหล่อที่อายุน้อยกว่าพิชญ์ สมคะเน ฉวยโอกาสอบรมเจื้อยแจ้ว

“เห็นไหมล่ะ น้องอุไปทำงานเด็กเสิร์ฟ ทำให้สังคมกว้างขวาง รู้จักหนุ่มไฮโซ คุณมินทร์นักเรียนนอก อัชฌาสัยใจคอน่าคบ สาวๆ หลายคนจ้องจะตะครุบจับเขาเป็นแฟน”

ชอบกล วาจาแฝงนัยให้หล่อนนอกใจพิชญ์ สนับสนุนให้ชื่นชอบนวมินทร์ อุมาวสีทำเป็นพาซื่อ

“พี่แนทอยากนั่งรถเก๋งคู่คุณมินทร์หรือคะ”

“อุ๊ย! พูดน่าเกลียด” ทำท่าคล้ายจะชำเลืองค้อน “นวมินทร์เป็นเด็กรุ่นน้อง ฉันไม่สน เอาละ ทักทายแค่นี้แหละ อย่าลืมไปแวะที่ตึกเล็กนะจ๊ะ คุณยายชอบคนประจบ”

ตบท้ายกระทบกระเทียบเปรียบเปรย เด็กสาวปลงตก พักอยู่กับครอบครัวพิชญ์เหมือนอยู่ในถ้ำเสือ แม้หล่อนจะมีฝีมือเก่งฉกาจก็ตาม แต่ก็ไม่วายโดนเขี้ยวเล็บถากครูดเฉียดฉิว

ทั้งคุณนายนุชนารถ พีรวรรณ และพิณทิพย์ ไม่เคยสิ้นความคิดกำจัดสะใภ้ข้าวนอกนา

น้องสาวกลับเข้าคฤหาสน์ พี่สาวกระซิบเลียบเคียง

“คุยกับลอเยได้ความว่ายังไงบ้างแนท”

พิณทิพย์เล่าความ ต่อท้ายความเห็น

“ลอเยใจแข็งค่ะ ยอมรับความช่วยเหลือจากนวมินทร์เป็นความสัมพันธ์เบื้องต้น คงจะไม่ไกลมากไปกว่านั้น”

“นวมินทร์ต้องใช้ความพยายามสูง” พีรวรรณวิเคราะห์ “ถ้าเขาไม่ระอาถอยฉากเสียก่อน”

ช่วงเวลาเดียวกันนี้ เจ้าของนามที่กล่าวขวัญถึงกำลังคุยกับญาติสาว

“พี่กุลไม่ยักบอกผมสักคำว่า รู้จักน้องอุลึกซึ้ง”

กุลณัฐยิ้มระรื่น พยายามกลบเกลื่อนความเก้อเขิน ถึงอย่างไรก็จะไม่เปิดเผยว่า ปรารถนาจะช่วงชิงพิชญ์จากภรรยาสาววัยกระเตาะ

“ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป รวดเร็วนัก พี่เกรงว่านวมินทร์จะเสียความรู้สึกจ้ะ”

“ผมไม่เข้าใจครับ”

หล่อนเท้าความอดีตโดยสรุป พิชญ์หายสาบสูญในรายการธรรมะทัวร์ภาคอีสาน ทางครอบครัวญาติมิตรคิดว่าเขาอุ้ม ทำลายศพ ไม่เหลือร่องรอยให้ค้นหาฆาตกร

ปีครึ่ง พิชญ์กลับมาตุภูมิพร้อมด้วยอุมาวสีแฟนสาว เล่าความว่า เขาพลัดเข้าไปอยู่ในดินแดนที่หลงสำรวจ ชื่อหิมพาลัยหรือเมืองลับแล อุมาวสีสงเคราะห์ด้านที่พักอาศัย อาหาร เครื่องนุ่งห่ม หากไม่เจอเธออาจจะไม่รอดชีวิต

เพิ่งจะแต่งงานกัน และข้ามทวารภพคืนสู่กรุงเทพฯ

นวมินทร์นิ่งซึม ใจคอเหี่ยวแห้ง รู้สึกประหนึ่งนาวาแห่งความหวังชนหินโสโครกอับปาง จมดิ่งสู่ก้นทะเลลึก เกือบจะไม่ได้ยินพี่สาวขยายความเพิ่มเติม

“คุณพ่อ คุณแม่ พี่แนน พี่แนทไม่ยอมรับสะใภ้รากหญ้าหลักลอย ความรู้ชั้นประถม ตั้งข้อหาว่าน้องอุใช้เสน่ห์มายาหลอกล่อพี่โหน่ง เขาติดบ่วงสวาท มีความหวังว่าสักวันหนึ่งเขาจะหูตาสว่าง แลเห็นโลกแห่งความเป็นจริง”

“นึกไม่ถึงว่าเด็กสาวที่อ่อนไหว ไร้เดียงสาจะมีแฟนแล้ว”

“ไม่ใช่ไร้เดียงสา ล้นเดียงสาต่างหาก” สุ้มเสียงดูแคลน “กลุ่มพี่แนทวิเคราะห์ว่า คุณคู่นี้จะอยู่ด้วยกันไม่ยืด”

“ผมมึนงงสับสน” ชายหนุ่มกุมขมับ “อุตส่าห์สร้างความฝันจินตนาการเลิศหรู สุดท้ายก็ลงเอยพลิกล็อก น้องอุไม่ยักปริปากสักคำว่าอยู่กับแฟน ได้แต่พูดอ้อมค้อมให้ตีความ”

“กฎข้อห้ามของสวนอาหารจ้ะ”

น้องชายอำลากลับ กุลณัฐตามไปส่งที่รถเก๋ง ทิ้งปมปัญหาให้คิด

“เธอซ่อนความเจ้าเล่ห์ร้ายลึกไว้ในตัว สมควรที่ผู้ชายใจถึงจะชิมเล่น”

O         O         O         O

สามวันผ่านไป ธวัชยังคงเป็นขาประจำของสวนอาหาร อุมาวสีไม่เอ่ยปากถามสักคำ กรณีรถยนต์เครื่องดับคืนฝนตก เสมือนโง่เขลาไม่รู้เรื่องการพนันขันต่อระหว่างสองหนุ่ม

นวมินทร์หายหน้าหายตาไม่มารับร่มคืน หรือว่ารู้ความจริงจากกุลณัฐแล้ว ว่าหล่อนอยู่กินกับพิชญ์ ขอให้เป็นเช่นนั้นเถิด เกมเกี้ยวพาราสีจะได้จบสิ้น

ปัญหาที่ตามมาคือ ทำอย่างไรจะได้คืนร่มสวย ไม่อยากได้ ไม่ปรารถนา เพราะมันเข้าข่ายเบียดเบียน ละโมบ เฉียดฉิวขโมย ผิดหลักธรรม จะทำให้อำนาจพิเศษที่ติดตัวเสื่อม

“คืนก่อนประหลาดมาก” ในที่สุดธวัชเปิดเผยเอง พอน้องอุวิ่งไปขึ้นรถคันอื่น รถผมสตาร์ตติดทันที เปรียบได้ว่าโอกาสหวุดหวิด”

อุมาวสียิ้มละไม

“ไหนๆ น้องอุก็ยอมขึ้นรถ ควรจะให้โอกาสผมอีก จะได้เสมอภาค ตกลงนะครับ”

“อุมักน้อย สมถะ ไม่ชอบรบกวนผู้อื่น พอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ค่ะ”

“บางคราวน้องอุพูดแบบคุณยายคุณย่า” ชายหนุ่มท้วงติง “ไม่เหมือนพวกวัยรุ่น”

เก็บซ่อนอาการขำกลิ้ง ประเมินจากสายตาภายนอก หล่อนอายุสิบเก้า แต่ความจริงเก้าสิบเอ็ด สูงอายุพอที่จะเป็นทวด ไม่ตอบ เชิงยอมรับความคิดเห็นของธวัช

ค่ำนั้น เลิกงานอุมาวสีขึ้นรถเมล์ ความคิดยังคงกังวลอยู่กับเรื่องเดิม ไม่ห่วงว่านวมินทร์จะคบหรือไม่คบ ส่วนสำคัญอยู่ที่การคืนร่มให้เจ้าของ ฝากผู้อื่นเป็นตัวแทน เกรงว่าจะไม่เหมาะสม

อยากจะปรึกษาหารือกับพิณทิพย์ หากความคิดยังไม่ตกผลึก

ก้าวลงรถประจำทางระยะสุดท้าย พลันสายตาไวเหลือบพบ เจ้าจำรูญขับจักรยานยนต์เลี้ยวเข้าซอย หญิงสาวร่างอวบนั่งซ้อน มือยึดเหล็กโค้งมือจับด้านหลัง ส่งพลังจิตตรวจสอบ

ทรชนหนุ่มจะพาหล่อนไปที่ตึกร้าง ปล้นข่มขืน เพื่อนกเฬวรากเวียนเทียนสมทบ

มันยังไม่เข็ดหลาบ เห็นผู้หญิงเป็นผักเป็นปลา ข่มเหงย่ำยีได้ตามใจชอบ สมควรจะได้รับบทเรียนฉกรรจ์

อุมาวสีเดินลิ่วเข้าซอยฝ่าความมืดสลัว ชั่วพริบตาร่างงามระหงก็เลือนสลายแว็บ

เจ้าจำรูญกระหยิ่มยิ้มย่อง หัวใจฮึกเหิมดุจกระทิงเปลี่ยว สักครู่จะได้ฟันเหยื่อสนองสันดานดิบ

เรื่องเมตตากรุณาต้องรอไปชาติหน้าตอนบ่ายๆ มันถือว่าใครกำหนดเกมให้ผู้อื่นตาม ผู้นั้นชนะ

“เอ๊ะ! มันคนละทางนะคุณ”

“ทางลัดครับ คุณผู้หญิง”

นักบิดทรชนร้องตอบ ขับมอเตอร์ไซค์เร่งตะบึง อย่างที่คนช่างรำคาญสบถด่าไล่หลังว่าหนวกหู

ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง แผนผังซอยดูจะแตกต่างกว่าเดิม ไม่เจอตึกร้างกลางดงวัชพืช เจ้าจำรูญขับมอเตอร์ไซค์วนกลับมาตำแหน่งเก่า ชักจะหัวเสีย หากไม่ติดผู้โดยสารซ้อนท้าย คงจะสบถคำหยาบ

มันชะลอตรงทางโค้ง เหลียวสำรวจทิศทาง จู่ๆเครื่องก็ดับ หญิงสาวเลื่อนตัวลงเหยียบพื้น

“ฉันเดินดีกว่า นี่ค่ะเงิน

หล่อนล้วงเหรียญสิบบาทยื่น

บัดดล เจ้าจำรูญสตาร์ตเครื่องติด แต่ทว่าเสมือนมีพลังแรงส่งมหาศาล จักรยานพุ่งทะยานการบังคับ

โครม!

ชนต้นก้ามปูใหญ่กว่าคนโอบ รถล้มฟาดตะแคงเค้เก้ เจ้าวายร้ายกระเด็นตัวลอยหน้าไถลดินปนเศษซีเมนต์ หวุดหวิดจะโดนตำตาทะลุ

สตรีผู้โดยสารตะลึงต่ออุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน แว่วเสียงครวญครางเจ็บปวดของเจ้าจำรูญ

“คุณคะ รีบหนีเถอะ มันหลอกเอาคุณมาข่มขืน”

หล่อนเหลียวขวับ อุมาวสียืนอยู่เบื้องหลัง ใกล้แสงไฟฟ้าสาธารณะจากเสาซีแพค

ร่างงามระหงเพริศพริ้งในแสงสว่างรางเลือน หากไม่ขัดกระเป๋าสะพาย จะคิดว่านางไม้ปรากฏโฉม

“ขอโทษ คุณเป็นใครคะ”

“คนที่ช่วยเหลือคุณ เร็วเถอะ”

สาวผู้เกือบจะตกเป็นเหยื่อวิ่งหนีตึ้กๆ ห่างออกไปกว่าร้อยเมตร ชะลอฝีเท้า หันมองเบื้องหลัง

ปราศจากร่างสาวน้อยผู้ประกอบวีรกรรม ประหนึ่งว่าหล่อนสลายกลายเป็นอากาศธาตุ

ช่วงนาทีต่อเนื่อง อุมาวสีปรากฏกายหน้าประตูรั้วเหล็กดัด เอื้อมกดออดที่มุมเสาคอนกรีต

ชั่วประเดี๋ยว ถวิลก็เปิดประตูเหล็กด้านข้าง ดรุณีร่างงามระหงเดินสืบเท้าไปตามทางคอนกรีตผ่านหน้าคฤหาสน์ พิณทิพย์ที่เดินเตร่บนเฉลียงหินอ่อนถามมา

“เจอคุณมินทร์อีกหรือเปล่าจ๊ะ”

สมคะเน ต้องการแก้ปัญหาเรื่องร่มที่เขาให้ยืม น้องสะใภ้ยิ้มอ่อนโยน

“ยังไม่เจอเลยค่ะ อุอยากจะคืนร่มคุณมินทร์ ทำยังไงดีคะ”

เปรียบได้ว่าเข้าทางตามวัตถุประสงค์ หล่อนจะไม่เสียเวลาไตร่ตรอง

“ติดต่อกับเขา ฉันจะหาเบอร์โทรมาให้อุ”

ประหลาด แฝงนัยสนับสนุนให้หล่อนคบหาสมาคมกับชายอื่น สร้างความกินแหนงแคลงใจแก่พิชญ์ เด็กสาวแสร้งลองใจพิณทิพย์

“เผื่ออุฝากร่มไว้ที่พี่แนทได้ไหมคะ”

ถึงคราวที่หล่อนจะตาวาว ไหวไหล่ทระนง

“ไม่ได้ ไม่รับฝาก เรื่องของเธอ เธอต้องสะสางเอง”

อุมาวสีเดินเลยไป มุ่งสู่ตึกขาว เมื่อถึงสถานที่พำนักรู้สึกปลอดโปร่งโล่งอกขจัดความขัดแย้งทางอารมณ์ออกไปหมด

เปลี่ยนชุด อาบน้ำ สวมชุดลำลองแม็กซี่กรอมข้อเท้า อ่านบันทึก ‘หิมพาลัย’ ที่พิชญ์พิมพ์ไว้ยังไม่เสร็จ ด้วยสัญชาตญาณ ใครสักคนน่าจะอยู่ชั้นล่าง เด็กสาวลงบันไดตึก

จริงตามที่ไหวระแวง พิณทิพย์นั่งเก้าอี้อเนกประสงค์ อ่านหนังสือพิมพ์ฆ่าเวลา

“นี่จ้ะ เบอร์คุณมินทร์ ฉันได้มาจากคุณกุล อุโทรถึงเขาเดี๋ยวนี้แหละ”

น้องสะใภ้รับเศษกระดาษที่จดหมายเลขโทรศัพท์มือถือ แปลก…เรื่องที่ควรให้จบกลับไม่ยอมให้จบ แถมยังบังคับในตัวอีกด้วย เท่ากับผลักดันให้หล่อนออกนอกลู่นอกทางของความเป็นกุลสตรี

คบชู้สู่ชายประมาณนั้นแหละ

“อุขอปรึกษาพี่โหน่งก่อนค่ะ”

ไม่สบอารมณ์อย่างแรง กดเก็บ “ปัญหากล้วยๆ พรรค์นี้ ทำไมต้องปรึกษา อุตัดสินใจเองไม่ได้หรือจ๊ะ จะได้หมดความกังวลเรื่องร่ม”

“ขึ้นชื่อว่าสามี-ภรรยา เปรียบได้ว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน อะไรที่ไม่เหมาะสม อุควรจะให้พี่โหน่งทราบ”

“เมื่อรู้ว่าไม่เหมาะสม ทำไมเธอขอยืมร่มคุณมินทร์”

ลูกสาวคุณนายนุชนารถย้อนมา แววตาคมดุ อุมาวสีนึกตำหนิตนเอง ไม่ควรเปิดประเด็นนี้เลย ฟื้นฝอยหาตะเข็บแท้ๆ น่าจะรู้ตั้งนานแล้ว พิณทิพย์มีความคิดแง่ลบต่อตนตลอด

“อุไม่ได้ยืมค่ะ คุณมินทร์ยัดเยียดต่างหาก”

“ถึงกระนั้น เธอก็ควรมีจุดยืนของตัวเอง ไม่รับก็คือไม่รับ ไม่ใช่เอามาแล้ว เกิดปัญหาโยนให้ชาวบ้านที่เขาไม่รู้อีโหน่อีเหน่”

เอากับแม่ซิ ใช้ลีลาเชือดเฉือนทุกขั้นตอน ภายใต้ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ทายใจได้ว่าพิณทิพย์จ้องทำลายหล่อนให้พินาศย่อยยับไปกับตา เพื่อกุลณัฐจะได้กลับมาเป็นแฟนพิชญ์

มนุษย์โลกกิเลสหนาถึงเพียงนี้เชียวหรือ

“งั้นควรหรือไม่ควร อุจะไม่ปรึกษาพี่โหน่ง ขอตัดสินใจเองค่ะ ขอบคุณสำหรับความอนุเคราะห์ของพี่แนท”

“พรุ่งนี้วันหยุดของเธอหรือจ๊ะ”

ผู้ฟังเฉลียวใจวูบ พิณทิพย์เป็นศัตรูในคราบของมิตร อะไรที่มาจากหล่อนน่าจะซ่อนเงื่อนงำทั้งสิ้น ประมาทไม่ได้ทุกกรณี

“ใช่ค่ะ อุหยุดทุกวันจันทร์พร้อมพี่โหน่ง”

“วางแผนไปเที่ยวที่ไหนรึ”

“ยังเลย สมมุติว่าพี่โหน่งไม่ชวนไปไหน อุก็จะทำงานบ้าน”

คนสวนเปิดประตูรั้ว พิชญ์ขับรถเก๋งคันงามเข้าไปจอดในโรงรถ สาวสวยอําลาน้องสะใภ้ลงจากตึกขาว ทั้งหมดอยู่ในสายตาของชายหนุ่ม ที่กดกุญแจรีโมตล็อกรถยานพาหนะ

เมื่อเข้าสถานที่พำนัก อุมาวสีช่วยรับแฟ้มเอกสารเก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะ ต่อข้อถามกรณีพิณทิพย์ เขาได้รับคำตอบว่า

“พี่แนทพบปะสังสรรค์ธรรมดาค่ะ”

พิชญ์โล่งอก ครั้งแรกคิดว่าพี่สาวคอยกระทบกระเทียบเปรียบเปรย หาเหตุจับผิด เขาปรารถนาจะให้ภรรยาวัยรุ่นปรองดองครอบครัว

ต่างคนต่างอยู่ แฝงการปีนเกลียวลึกๆ สันติสุขย่อมจะไม่บังเกิด

O         O         O         O

สองหนุ่มสาวรับประทานอาหารเช้าตามสบาย แตกต่างกับวันทำงานที่ค่อนข้างจะรีบร้อน ขณะสาวใช้เก็บโต๊ะ รายงานว่า

“คุณนายสั่งให้คุณอุไปหาที่ตึกประธานค่ะ”

อุมาวสีพยักหน้ารับทราบ สังหรณ์ว่าเจอภาวะพี่ไม่พึงประสงค์ เขาว่ากันว่าแม่ผัว-ลูกสะใภ้คู่ศัตรูกันอมตะนิรันดร์กาล ยากนักสามัคคีปรองดอง

คฤหาสน์เงียบเชียบ เพราะสมาชิกไปทำงานกันหมด คุณนายนุชนารถนั่งบนโซฟาเข่าแนบชิดมุมยักเยื้อง ลีลาภริยารัฐมนตรีเต็มพิกัด

“วันนี้เธอมีธุระที่ไหนหรือเปล่า”

“เปล่าค่ะ”

“เดี๋ยวแต่งตัวไปธุระกับฉัน ห้ามนุ่งกางเกงนะ ไม่สุภาพ”

“ค่ะ คุณแม่”

สุภาพสตรีวัยทองตะขิดตะขวงใจสรรพนาม รังเกียจลอเย ไม่ยอมรับเป็นลูกสะใภ้ นอกจากนางบำเรอของพิชญ์ รอวันที่ลูกชายจะเบื่อเขี่ยทิ้ง หล่อนมองตามหลังอุมาวสีที่ลงจากคฤหาสน์

ที่ตึกขาว ดรุณีผู้เลอโฉมขึ้นชั้นบนแต่งตัว แจ้งวัตถุประสงค์ของคุณนายนุชนารถที่ดูคลุมเครือ พิชญ์ยิ้มร่าเริง

“อ๋อ คุณแม่ชวนไปห้างไฮโซ เลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนม เดินคนเดียวเงียบเหงา”

เด็กสาวไม่ขัดแย้งแฟนหนุ่ม แต่เชื่อว่าน่าจะมีสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ ใกล้ชิดมารดาสามี หล่อนจะต้องระมัดระวังตัวลีบ

ไม่รู้พาไปเชิดชู หรือพาไปเชือด

ยานพาหนะคันหรูจอดเทียบหน้าบันไดหินอ่อน ลูกสะใภ้คนสวยยืนรอสำรวม ชั่วครู่ สุภาพสตรีอาวุโสก็เคลื่อนร่างผ่านมาตามเฉลียง หุ่นค่อนข้างท้วม พอกเครื่องเพชรงามระยับ

ชะงักนิดหนึ่ง สายตาจับร่างสาวน้อยพลัดถิ่น

“ฉันไม่เคยเห็นเธอสวมกระโปรงสั้นจู๋ คับติ้ว”

“อุไม่มีค่ะ ไม่ชอบ”

“อ้าว มันก็ไม่อินเทรนด์สิจ๊ะ เป็นสาวรุ่นยุคใหม่เขาชอบโชว์เซ็กซี่กึ่งวาบหวาม สมมุติว่าเธออายุจะห้าสิบจะเสียดายวันเวลา ฉันไม่ใช่ผู้ใหญ่แบบไดโนเสาร์ มองการไหลบ่าของอารยธรรมตะวันตกด้วยสายตาเป็นธรรม”

ชอบกล วาจาเหยื่อฝังเบ็ด คุณนายนุชนารถก็ไม่แตกต่างกับลูกสาวทั้งสอง เพียงแต่มีลีลาชั้นเชิงสูงกว่า

สมมุติว่าหล่อนสวมชุดท่อนบนคว้านลึกท่อนล่างสั้นเต่อ ล่อตะเข้ หนุ่มๆ ผิวปากเกรียว ลอบมองด้วยแววตาหื่นกระหาย คุณนายจะพอใจเช่นนั้นหรือ

พยายามทุกวิถีทางจะให้หล่อนแตกเปลี่ยว เข้าป่าเข้ารก หลุดออกไปจากลูกสะใภ้รัฐมนตรี

รู้กาลเทศะ อุมาวสีนั่งรถเก๋งเบาะหน้าคู่คนขับ คาดเข็มขัดนิรภัยโดยไม่รอให้ใครเตือน

สำรวมกายเสียจนไร้ความสุข จิตสมาธิจับกระแสความคิดแม่ผัว จงเกลียดจงชังเรียกชื่อหล่อนลับหลังว่าลอเย ตั้งข้อหาว่าใช้มายาเสน่ห์ผูกมัดพิชญ์ ไม่ปรารถนาทายาทที่เกิดจากหล่อน

เพราะแม่ชั่วไพร่สถุล มาจากปลักโคลนตม วันไหนที่พิชญ์เขี่ยหล่อนกระเด็น วันนั้นคุณนายจะมีความสุขที่สุด

ณ ห้างสรรพสินค้าไฮโซ อุมาวสีเดินตามหลังสุภาพสตรีเจ้ายศต้อยๆ เยี่ยงทาส

ไม่ตื่นเต้นกับความหรูหราร่ำรวย สินค้าแบรนด์เนมราคาสูง ขนาดคนยากจนได้ยินสะดุ้งแปดตลบ อาทิ รองเท้าแตะคู่ละหมื่นเศษ

“สวัสดีค่ะ”

สุภาพสตรีไฮโซวัยเดียวกันยกมือทำความเคารพ แล้วปรายหางตาปรัศนีไปทางเด็กสาวผู้ติดตาม กระซิบถาม

“ใครคะ คุณพี่”

“คนนอนเตียงเดียวกับพ่อโหน่ง”

พลางจูงมือเพื่อนรุ่นน้องออกไปยืนห่าง เพื่อจะนินทาตามสะดวก สีหน้าคุณนายนุชนารถเคร่งเครียด ดุจแบกโลกไว้ทั้งโลก

“แฟนหรือคะ”

“ไม่อยากใช้คำนั้นค่ะ” ภรรยานายพิพัฒน์วางมือทาบเหนือทรวงอก เสมือนบ่งบอกว่าความเจ็บปวดนั้นซึมลึก “ผู้หญิงเก็บตก นางบำเรอ โหน่งหลงทางพลัดเข้าไปในบ้านป่าเมืองเถื่อน ใช้พาหนะล่อกับเกวียน คว้าเอาแม่คนนี้กลับกรุงเทพ”

“เธอสวยนะคะ”

“สวยแต่รูป หยาบกร้านกระดางลาง ถ้าพี่ไม่คำนึงถึงศีลธรรมละก็ ไล่ตะเพิดออกไปจากบ้านทั้งคู่แล้ว ทุกวันนี้ทนให้หล่อนอยู่ร่วมชายคาอกไหม้ไส้ขม” ระบายความอัดอั้นตันทรวง “แนทส่งหล่อนไปเป็นเด็กเสิร์ฟที่สวนอาหารฝึกนิสัยในตัว ฝ่ายเรากำชับแล้วกำชับอีก ห้ามมือไวใจเร็ว ควรรักษาหน้าคนฝาก”

ทันใดนั้น กลุ่มวัยรุ่นชายหญิงเกือบห้าสิบคนแห่กันไปชมคอนเสิร์ตในห้าง แออัดเบียดเสียด เต็มโถงทางเดิน สับสนอลหม่านย่อมๆ

คุณนายนุชนารถถูกชนไหล่กึกซวนเซ สุภาพสตรีไฮโซร้องเตือน

“ระวังกระเป๋า”

“ว้าย!”



Don`t copy text!