อุมาวสี บทที่ 17 : ดงของคนจิตทราม

อุมาวสี บทที่ 17 : ดงของคนจิตทราม

โดย : ตรี อภิรุม

อุมาวสี ภาคต่อของ “หิมพาลัย” โดย ตรี อภิรุม เรื่องราวชีวิตหลังงานแต่งงานของพิชญ์และอุมาวสีในโลกที่แตกต่างจากโลกลับแลจะเป็นอย่างไร ความรักที่พิชญ์มีให้เธอ จะเพียงพอที่จะช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจของหญิงสาวผู้แสนดีคนนี้ได้หรือไม่ ‘อุมาวสี’ นวนิยายออนไลน์ที่พาชาวอ่านเอาเดินทางไปกับจินตนาการที่สวยงามและความรักที่มีอยู่จริง

วันอาทิตย์ พีรวรรณพาเพื่อนชายรู้ใจมารู้จักครอบครัว เขาชื่อไอศูรย์หรือชื่อเล่นเอ ชายหนุ่มวัยสามสิบห้า ร่างสันทัด หน้าตาพอประมาณ ไม่หล่อและไม่ขี้เหร่

ไอศูรย์เป็นผู้จัดการฝ่ายขายของบริษัท อิมพอร์ต-เอ็กซ์พอร์ตแห่งหนึ่ง บิดามีหุ้นใหญ่ในบริษัท ฐานะของเขาระดับเศรษฐี

หลังจากแนะนำให้รู้จักบิดามารดา คุณยาย ต่อจากนั้นสองหนุ่มสาวก็คุยกันส่วนตัวที่เฉลียงหินอ่อน พีรวรรณจัดเลี้ยงกาแฟร้อนชายหนุ่ม

ทั้งสองคุยกันเรื่องภาพยนตร์ กีฬา คอนเสิร์ต ทัวร์ต่างประเทศ ล้วนแล้วแต่หรูหราฟุ่มเฟือย

“เย็นนี้ คุณเอทานข้าวกับแนนนะคะ”

“เอาไว้โอกาสหน้าเถอะครับ ผมไม่ได้บอกคุณพ่อคุณแม่ เกรงว่าท่านจะคอยเก้อ”

“ท่านบ่นหรือคะ”

“ไม่ถึงกับบ่นหรอกครับ แต่ผมไม่อยากให้ท่านผิดหวัง”

อากาศเริ่มขมุกขมัว สาวใช้เปิดประตูรั้วด้านหูช้าง อุมาวสีสืบเท้าไปตามทางคอนกรีต ร่างระหงผิวขาวเนียน โสภิตพรรณรายปานนางงามระดับโลก

“ญาติคุณแนนรึ”

ไอศูรย์มองตามหลัง สายตาชื่นชม

คู่สนทนาชักจะหงุดหงิด เกรงว่าแฟนหนุ่มจะเห็นอุมาวสีเหนือกว่าหล่อน

“เกี่ยวดองกัน เธอเป็นแฟนของโหน่งค่ะ”

“คุณโหน่งแต่งงานเมื่อไหร่ ผมไม่ยักทราบ”

“หนีตามกันมาค่ะ” พีรวรรณใส่สีตีไข่ป้ายความผิด “เด็กจากแหล่งเสื่อมโทรม ด้อยพัฒนาสุดๆ  มารยาททราม กระด้างกระดางลาง พวกเราช่วยอบรมจนดูดีขึ้น เธอฉลาดแกมโกง หัวไวปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้เร็ว ชอบทำแอ๊บแบ๊ว”

ชายหนุ่มสะดุดความรู้สึก ตามความหมายแห่งยุค ‘แอ๊บแบ๊ว’ เฉียดฉิวใกล้เคียงดัดจริต หมายถึงผู้ที่ชอบทำตัวเป็นเด็กไร้เดียงสาทั้งที่อายุเยอะแล้ว สาวใหญ่ประมาณนั้น ผู้ชายประเภทสองบางคนก็เข้าข่าย

“ผมดูเธออายุไม่เกินยี่สิบ”

สาวสวยชักจะร้อนตัว เกรงว่าเขาจะหาว่าหล่อนรังเกียจรังงอนน้องสะใภ้ผู้ต่ำต้อย

“นี่ไม่ใช่นินทานะคะ พูดตามสภาพความจริง อุมาจากพื้นฐานระดับศูนย์ ความรู้ชั้นประถม แนทช่วยสงเคราะห์ไปฝากงานเป็นเด็กเสิร์ฟอาหารอิ่มเอม เชิงอบรมกิริยามารยาทในตัว นามสกุลของเธอลอเย บางทีเราเรียกกันเองลับๆ ไม่ให้เธอรู้ เพราะจำได้ง่ายกว่าอุมาวสี”

ผู้ฟังอมยิ้ม นี่ขนาดออกตัวว่าไม่นินทา หล่อนยังเผลอขยายเสียหมดเปลือก

“พวกเราหวานอมขมกลืนกับสะใภ้คนนี้ ค่อยยังชั่วที่โหน่งยืนยันว่าจะไม่จดทะเบียนสมรส ที่สวนอาหาร หนุ่มๆ ติดพันอุเยอะมาก สงสัยว่าเธอจะอยู่กับโหน่งไม่ยืด”

“คุณแนนไม่ชอบน้องอุหรือครับ”

คำถามของไอศูรย์จี้ใจดำตรงเผง พีรวรรณคลี่ยิ้มหวานระรื่น

“โดยมารยาทชอบค่ะ เห็นอกเห็นใจที่อุพลัดถิ่น แต่ในส่วนลึกค่อนข้างจะรังเกียจ ทุกวันนี้ต้องพยายามทำใจ…ปลง”

ช่วงเวลาเดียวกัน ภายในตึกขาว อุมาวสียืนสำรวมทำสมาธิแน่วนิ่ง ส่งกระแสจิตตรวจสอบ ได้ยินพีรวรรณคุยกับไอศูรย์ สัมผัสกิเลสเข้มข้นที่กระจายฟุ้ง

หล่อนร้ายกาจเท่าเทียมน้องสาว เพียงแต่ลีลาชั้นเชิงเหนือกว่า

อนาถ…ไม่รู้ว่าตนสร้างเวรสร้างกรรมไว้แต่ปางไหน มาอยู่ในดงของคนจิตทราม ถือเอาเกมอิจฉาริษยาเป็นงานอดิเรก เมื่อใดจะพ้นจากวังวนของเกมกิเลส

กริ๊ง-กริ๊ง!

อุมาวสีรับโทรศัพท์ภายใน แว่วเสียงแหบเครือนางมณีวงศ์

“เสร็จธุระส่วนตัวของอุ แล้วสวมสร้อยทับทิมมาอวดยายจ้ะ ยายอยากเห็นมันขยับกรุ๊กกริ๊กในข้อมือเธอ”

เขาว่าคนแก่มักจะจู้จี้จุกจิกหยุมหยิม นิสัยกลับไปคล้ายเด็ก ท่าจะจริง น่าสนุกมากกว่าน่ารังเกียจ หล่อนพร้อมจะปฏิบัติตามเงื่อนไขโดยไม่ลังเล

“ได้ค่ะ ขอเวลาอุประมาณห้านาที”

ขณะเปลี่ยนชุด อาบน้ำ ความคิดยังคงวนเวียนอยู่ที่สตรีวัยดึก อะไรกันนักหนาเชียว หนแรกที่ตบรางวัล ก็ทดลองสวมให้ท่านชมแล้ว สงสัยเกรงว่าหล่อนจะเก็บไว้ในกรุสมบัติ ไม่ยอมเอาออกมาโชว์

เกิดลางสังหรณ์ว่าจะเกิดผลลัพธ์ข้างเคียง

แต่งชุดลำลองผ้าฝ้ายยาวกรอมข้อเท้า ติดข้อสร้อยที่ข้อมือ ด้วยความไม่เคยชินทำให้รู้สึกว่ารุงรังเกะกะ

เด็กสาวปรากฏตัวที่ตึกเล็ก นางมณีวงศ์มองเขม็ง ยิ้มแฉ่งข้างแก้มจีบริ้ว

“โอ…ซ้วย-สวย แลดูเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว แตกต่างกับพวกวัยรุ่นยุคใหม่ ชอบสวมกำไลโลหะ หรืออะไรต่อมิอะไรรุงรังทั้งแขน”

หลานสะใภ้ยิ้มละไมขวยเขิน ภายในใจขัดแย้ง ท่านประเมินรสนิยมของพวกวัยรุ่นตรงข้ามกับความจริง ความรกรุงรังตุ้งติ้งที่แขนทันสมัย เครื่องประดับของแท้ต่างหาก ดูโบราณย้อนยุค แถมยังเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรม

“คุณยายต้องการให้นวดไหมคะ”

“เอ้อ…ดีจัง”

หญิงสูงอายุเอนกายระนาบบนโซฟา ศีรษะขาวโพลนหนุนหมอน อุมาวสีเริ่มบีบคลึงจากโคนขาเรื่อยไปลงไปทางปลายเท้า ท่านพยายามมองสร้อยข้อมือที่สั่นไหวของคนนวด แววตาชื่นชม

“อย่าเอาไปขายเชียวนะ เธอเก็บไว้เป็นมรดกตกทอดถึงลูก หลาน เหลน ในอนาคต”

“ค่ะ คุณยาย อุจะรักษามันไว้เทียบเท่าชีวิตเลย”

เช่นเคย หลานสะใภ้ปฏิบัติการได้พักเดียว นางมณีวงศ์ชักจะเพลินสะลึมสะลือ

พิณทิพย์โผล่เข้ามาเงียบๆ เยี่ยงสายลับ พลันประจักษ์ภาพสร้อยข้อมือพลอยแดง

นั่นปะไร!

จับได้คาหนังคาเขา ความลับเปิดเผยตัวของมันเอง คุณยายให้สร้อยลอเย แม่เจ้าประคุณสวมอวด บ่งบอกถึงนิสัยบ้าเห่อ

ไหนว่าไม่ชอบเครื่องประดับเพชรทอง ตอแหลสะเด็ดยาด

อยากจะทักแสบๆ สักประโยค แต่ยั้งคิดได้ว่าป่วยการ เดี๋ยวคุณยายจะหาว่าขี้อิจฉาตาร้อน

“แม่ให้มารับคุณยายไปทานข้าวที่ตึกประธานค่ะ แนทเอาฝรั่งพันธุ์แป้นสีทองมาฝาก อร่อยกว่าพันธุ์กิมจูที่กำลังฮิตเสียอีก”

พูดแล้ว หลานสาวก็เก็บถุงฝรั่งไว้ในตู้เย็น

การบีบนวดสิ้นสุดโดยอัตโนมัติ อุมาวสีช่วยประคองนางมณีวงศ์ลุกขึ้น

“คุณไอศูรย์ยังอยู่หรือเปล่า”

“กลับไปเมื่อสักครู่นี้เองค่ะ”

พิณทิพย์จูงมือบุพการีเดิน แกล้งชมน้องสะใภ้ที่ตนชิงชัง

“อุนวดเก่ง ไปฝึกมาจากไหนเนี่ย”

“สมัยที่อยู่หิมพาลัย อุนวดให้ทวดเสมอค่ะ ท่านแนะนำให้บีบอย่างโน้นอย่างนี้ถึงจะคลายเมื่อย”

ประสบช่องเหมาะ หล่อนเหน็บแนมภายใต้ใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“ยังงี้ถ้าเธอลาออกจากสวนอาหาร ไปสมัครเป็นหมอนวด ที่ไหนๆ ก็อ้าแขนรับ”

อดไม่ได้นางมณีวงศ์ท้วงติงเสียงดุ

“แนทพูดน่าเกลียด หมอนวดติดเบอร์นั่งในห้องกระจก ยังงั้นหรือจ๊ะ”

“เปล่าค่ะคุณยาย แนทไม่ได้สื่อความหมายแบบนั้น” หลานสาวแก้ตัวน้ำขุ่นๆ “หมายถึงนวดแผนโบราณตำรับวัดโพธิ์ คลายเมื่อยอย่างเดียว ไม่มีจุดประสงค์อย่างอื่น ตามสปาบางแห่งเปิดรับสมัคร”

อุมาวสีเฉยเสีย อ่านความนัยออกทะลุปรุโปร่ง มองสองสตรีต่างวัยที่เดินห่างจากตนมุ่งไปทางคฤหาสน์

คืนนั้น ที่โต๊ะอาหาร นางมณีวงศ์กินข้าวเชื่องช้าแบบคนแก่ คุณนายนุชนารถประวิงเวลาอยู่เป็นเพื่อน

นายพิพัฒน์ลุกจากโต๊ะอันดับแรก ลูกสาวสองคนลุกพร้อมกัน พิณทิพย์ชวนพี่สาวขึ้นชั้นบน

เล่าความถี่ยิบเกี่ยวกับสร้อยข้อมือพลอยแดง ผสมด่าทอสนุกปาก พีรวรรณชมน้องสาวว่าเก็บอารมณ์ได้ดีพอสมควร ไม่ระบายออกต่อหน้าครอบครัว

O         O         O         O

จะด้วยเจตนาหรือไม่อย่างไรไม่ทราบ ตอนเย็น ไอศูรย์พาเพื่อนชายมาที่สวนอาหารอิ่มเอม อุมาวสีให้การต้อนรับอย่างนอบน้อม

“น้องอุจำผมได้ไหมครับ”

“จำได้ค่ะ คุณเป็นเพื่อนของพี่แนน”

สองหนุ่มสั่งอาหารตามเมนู เด็กเสิร์ฟเบอร์หนึ่งจดใส่สมุดฉีก เสร็จแล้วอ่านทบทวน

ไอศูรย์จับสายตาตลอด นี่หรือน้องสะใภ้ที่พีรวรรณตั้งข้อหาว่าแอ๊บแบ๊ว พิสูจน์ได้ว่าไม่เห็นเป็นดังนั้นสักนิด กิริยามารยาทเรียบร้อยสมเป็นกุลสตรี ไม่มีอะไรที่ดูเกินเลยธรรมชาติ

ทำไมพีรวรรณกับครอบครัวจึงจงเกลียดจงชังเหลือเกิน สำหรับเขาน่าสงสารสะใภ้พลัดถิ่นด้วยซ้ำ

เวลาผ่านไป อุมาวสีทยอยยกอาหารมาตั้งโต๊ะ

“เลิกงานกี่โมงครับ”

“ไม่เกินหนึ่งทุ่มค่ะ”

“เอาไหม ผมจะรับไปส่งบ้าน”

เด็กสาวชำเลืองผ่านใบหน้าไอศูรย์ เขายิ้มร่าเริงดูไม่ออกว่าแฝงจุดประสงค์อย่างอื่นหรือเปล่า

“อุเกรงว่าพี่แนนจะมีปัญหาค่ะ”

“ทันทีที่น้องอุตกลง ผมจะโทรแจ้งคุณแนน”

เอากับพ่อซิ อะไรกันนักหนาเชียว ทั้งธวัช นวมินทร์ และไอศูรย์ ต่างอาสาสมัครขับรถรับส่ง อยากจะให้เพื่อนพนักงานเสิร์ฟเฉลี่ยส่วนแบ่งออกไปบ้าง

“โปรดอย่าลำบากลำบนกับอุเลยค่ะ”

“หมายความว่าน้องอุนัดหมายให้ใครมารับคืนนี้ ใช่ไหมครับ”

ดรุณีผู้พิลาสโฉมยิ้มหวานละมุนแทนคำตอบ ถอยออกมายืนห่างและใกล้เคาน์เตอร์แคชเชียร์ เฉิดโฉมที่เฝ้าสังเกตซักถาม

“เธอรู้จักลูกค้าหนุ่มคนนั้นหรือจ๊ะ”

“พี่แนนเคยพาไปบ้าน แนะนำให้รู้จักผู้ใหญ่ค่ะ ถ้าอุเดาไม่ผิดก็คงจะเป็นแฟน”

“มิน่าเล่า” สาวใหญ่เจ้าเสน่ห์ทิ้งหางเสียงเชิงประชด “เขาแสดงความสนิทสนมคุ้นเคย ยังกะเคยรู้จักกันมาก่อน”

“เปล่า อุเพิ่งรู้จักที่นี่”

“อาสาสมัครรับส่ง”

“ใช่ค่ะ แต่อุปฏิเสธ”

เฉิดโฉมปั้นยิ้มพิลึก เสน่ห์แรงเหลือเกิน…แม่คุณ ผู้ชายแย่งกันเข้าคิวจองตัว ทีหล่อนว่างเว้น กำลังจะขึ้นคานทองนิเวศน์รอมร่อ ตั้งใจว่าจะโทร.ฟ้องพีรวรรณ

อาหารที่ปรุงสำเร็จในตู้โชว์ใกล้จะหมด ลูกค้าอื่นๆ พากันเช็กบิล เหลือเพียงไอศูรย์โต๊ะเดียวที่อ้อยอิ่งจิบเบียร์ คุยฟุ้ง

นวมินทร์มาถึงรายล่าสุด อุมาวสียิ้มแย้มแจ่มใส

“ทำไมมาช้านักล่ะคะ ใกล้เวลาสวนอาหารจะปิดอยู่แล้ว”

“ผมกะจะรับคุณอุเบ็ดเสร็จ จะได้ไม่เสียเที่ยว” หนุ่มหล่อทำตายิบหยีเจ้าชู้ “หวังว่าคุณอุคงไม่ขัดข้อง”

“ไม่ขัดข้อง แต่มีข้อแม้”

“ข้อแม้อะไรครับ”

“สักครู่อุจะบอกค่ะ”

ชายหนุ่มสั่งอาหารที่ต้องปรุงสดในครัว อุมาวสีไม่ยักจด อาศัยความจำ

ไอศูรย์จับสายตาสังเกต นี่ไง…ประจักษ์แจ้งตามวาจาของแฟนสาว หนุ่มหล่อก้อร่อก้อติกแทะเล็มอุมาวสี รายนี้กระมังขาประจำรับส่ง

เขากวักมือเรียกคิดเงิน อุมาวสีกระซิบเพื่อนให้ทำหน้าที่แทนตน โดยรับใบเสร็จจากแคชเชียร์ ส่วนหล่อนเลี่ยงเข้าครัว ยกต้มยำกุ้งแชบ๊วยบริการนวมินทร์ ตามด้วยผัดคะน้าหมูกรอบ และข้าวสวยหอมมะลิ

เฉิดโฉมคันปากยิบๆ อดไม่ได้ที่จะดักคอ

“ถ้าพี่ทายไม่ผิด คุณมินทร์อาสาไปส่งน้องอุ”

บังเอิญเข้าทางตามวัตถุประสงค์ เด็กสาวสนองรับ

“ตรงเผงค่ะ อุยินยอมภายใต้ข้อแม้…”

“เธอพูดไม่หมดเปลือก ไหนว่าไปซิจ๊ะ”

“ต้องให้พี่โฉมร่วมทางไปด้วย แล้วคุณมินทร์พากลับมาส่งที่สวนอาหาร อุยังไม่ได้บอกเขาเลย อยากได้ยินคำพูดตกลงจากพี่โฉมเสียก่อน”

สาวใหญ่ผิวแก้มร้อนวูบวาบ หัวใจซู่ซ่าระทึก ยกมือลูบเรือนผมข้างใบหูกิริยาอาการค่อนไปทางแอ๊บแบ๊ว เลิกคิ้วโก่ง ดวงตากลอกกลิ้ง แกล้งเก๋ไก๋

“เอ…มันจะเหมาะรึ น้ำมันเบนซินแพง สิ้นเปลืองพลังงาน ขับรถวนไปวนมาสองเที่ยว”

“ตําแหน่งเจ้าของกิจการเป็นบารมีอย่างหนึ่งค่ะ เปรียบเหมือนเจ้าหญิงแสนสวยบนหอคอย ใครๆ ก็เฝ้ามองว่าเมื่อไหร่เธอจะลงจากหอคอย จะได้ติดต่อทอดสัมพันธไมตรี”

คำอุปมาอุปไมยนั้น เล่นเอาเฉิดโฉมนิ่งอึ้ง ขนตากะพริบพราว สองมือกรายปัดเส้นผมเบื้องหลัง ราวกับว่ามันระต้นคอเสียเหลือเกิน คราวนี้แอ๊บแบ๊วชัดเจน

“ลองคนเราต้องการจะลงทุนละก็ ความสิ้นเปลืองเขาไม่คิดหรอกค่ะพี่โฉม”

“เอาละ เพื่อน้องอุป้องกันข้อครหา พี่ยินยอมจ้ะ”

อุมาวสีกลั้นหัวเราะสุดเหวี่ยง ทุกอย่างเป็นไปตามแผน

ซื่อสัตย์สุจริตอย่างเดียวอยู่เมืองกรุงไม่ได้ เพราะจะเป็นเป้านิ่งให้ผู้ประสงค์ร้ายโจมตี

การอยู่รอดในกระแสกิเลสอันข้นคลั่ก ต้องรู้จักเล่นเกม พลิกแพลงหลบหลีก เป็นฝ่ายรุกบ้างบางครั้ง สุดวิสัยจริงๆ ใช้อำนาจวิเศษที่ติดตัวมาจากหิมพาลัยนคร

“ข้อแม้ที่ว่า ขอให้พี่โฉมติดรถไปเป็นเพื่อนค่ะ ส่งอุเสร็จ คุณมินทร์พาเธอกลับสวนอาหาร คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงนะคะ”

มันเป็นสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ชายหนุ่มเผลอยิ้มจืดชืด

“ถามจริงๆ เถอะครับ เป็นความปรารถนาของคุณอุหรือพี่โฉม”

“ประเมินได้ว่าทั้งสองฝ่ายค่ะ”

เส้นทางสัมฤทธิผลใช่ว่าจะราบรื่นไปหมด นวมินทร์ยอมตกกระไดพลอยโจน

“ครับ เป็นไปตามนี้แหละ”

เฉิดโฉมเลี่ยงขึ้นชั้นบนห้องพักส่วนตัว เพื่อแต่งโฉมให้สวยเริ่ด และหากเป็นไปได้จะดับรัศมีเด็กเสิร์ฟเบอร์หนึ่ง

อาศัยที่ปากบอนชอบเม้าท์ หล่อนโทร.ฟ้องพีรวรรณ ว่าไอศูรย์พาเพื่อนมาที่สวนอาหาร คุยกับอุมาวสีถูกคอ อาสาขับรถไปส่ง แต่ถูกปฏิเสธ

ข้อมูลเกี่ยวกับนวมินทร์ จงใจว่างเว้นตลอด

O         O         O         O

นวมินทร์ขับรถเก๋ง อุมาวสีนั่งเคียงคู่ ส่วนสาวใหญ่เจ้าเสน่ห์นั่งเบาะหลัง กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังซ่านมาจากเรือนกายของหล่อน

แม้จะเปิดเพลงสากลจากวิทยุคลื่นเอฟเอ็ม. ก็ดูเหมือนว่าความอึดอัดไม่เป็นกันเองกระจายอยู่ในยานพาหนะคันหรู เฉิดโฉมเปรยขึ้นทำลายความอึดอัด

“เป็นไงบ้างคะ คุณมินทร์ รสชาติอาหารที่ร้านเรา”

“เยี่ยมมากครับ”

“อื่นๆ ล่ะคะ”

ทอดเสียงหวานเจื้อย อมยิ้มพริ้มพรายในที

“ยอดเยี่ยมหมดทุกด้านครับ”

“ โฉมด้วยหรือเปล่า”

โดยมารยาท เมื่อสถานการณ์ดำเนินมาถึงขั้นนี้ ก็ต้องลื่นไหลต่อเนื่องตามวาทศิลป์ ชายหนุ่มชมเชย

“คราวแรกผมคิดว่าคุณโฉมจะถือตัว แต่เมื่อได้รู้จักใกล้ชิด ก็รู้ได้ว่าไม่เป็นเช่นนั้นเลย”

หัวใจระริกแช่มชื่นดังดอกไม้บานยามเช้า หล่อนพยายามระลึกรักต่างรุ่น สาวใหญ่ครองคู่หนุ่มน้อย หวานแหววสดชื่นจนคู่ครองวัยเดียวกันอิจฉา

เก๋งคันงามชะลอจอดหน้าประตูเหล็กดัด อุมาวสีขอบคุณไหว้ลาคนทั้งสอง สบโฉลกเหมาะ เฉิดโฉมเปลี่ยนที่มานั่งเคียงคู่หนุ่มหล่อ ชูคออวบเยี่ยงตุ๊กตาหน้ารถ

เด็กสาวผ่านเข้าประตูรั้ว สืบเท้าผ่านไปตามทางคอนกรีต สวนทางกับพีรวรรณที่กลับจากเยี่ยมนางมณีวงศ์

“เอ๊ะ! เธอไม่ยักสวมสร้อยทับทิม”

“อุเก็บไว้สวมในวาระสำคัญค่ะ”

คำฟ้องของเฉิดโฉมยังเจ็บแปลบอยู่ในทรวง ทั้งที่ไม่แนะนำน้องสะใภ้มาจากปลักโคลนตม ไอศูรย์ก็ยังไปทำความรู้จักส่วนตัวที่สวนอาหารอิ่มเอม ลอเยเสน่ห์แรงจนน่าวิตก หญิงสาวกดเก็บอารมณ์หงุดหงิดไว้

“วันนี้เธอกลับมาเร็วจัง”

“คุณมินทร์ขับรถเก๋งมาส่ง พี่โฉมนั่งมาเป็นเพื่อนค่ะ”

“ปากซอยหรือว่าหน้าประตูรั้ว”

“อันที่จริง อุอยากให้คุณมินทร์ส่งแค่ปากซอย แต่เขาไม่ยอม”

กล้าหาญชาญชัยเหลือเกิน…แม่คุณ ช่างไม่กลัวว่าจะจ๊ะเอ๋กับพิชญ์ เอาตัวเฉิดโฉมมาประกันความถูกต้อง กลบเกลื่อนความปรารถนาจะควงคู่หนุ่มสุดหล่อสองต่อสอง ฉลาดเหลี่ยมจัดรู้จักหลบเป็นปีก รู้จักหลีกเป็นหาง

“เอาเถอะจ้ะ พี่แนนไม่รบกวนเวลาเธอ”

แยกจากอุมาวสี พีรวรรณขึ้นคฤหาสน์

เสียงริงโทนกังวานขึ้น หน้าจอโทรศัพท์มือถือโชว์เบอร์และนามไอศูรย์ หล่อนกดรับสาย ยกมันขึ้นแนบข้างใบหู

“เพื่อนชวนผมไปสวนอาหารอิ่มเอม เจอน้องอุด้วยครับ อาสาขอขับรถไปส่ง แต่เธอไม่ยอม ดูเหมือนว่าจะไปรถอีกคันนึง”

มันเป็นการออกตัวแก้ต่าง ป้องกันข่าวรั่วไหลมากระทบหูหล่อน สาวสวยเผลอแค่นยิ้ม คบหากันมาตั้งนานนมขึ้นทำเนียบแฟน เป็นไปไม่ได้ที่จะขัดแย้งกันด้วยเรื่องขี้ปะติ๋ว

“หรือคะ ยังงั้นคราวหลังพยายามใหม่”

“โอ ไม่ละครับ เหตุบังเอิญต่างหาก ผมก็ทำในนามที่เธอเป็นน้องสะใภ้คุณแนน ถ้าเป็นคนอื่นจะไม่ยุ่งเกี่ยวข้องด้วย”

“โธ่ แค่นี้ต้องโทรรายงาน แนนไม่ว่าอะไรคุณเอสักหน่อย”

“เล่าสู่กันฟัง” น้ำเสียงของไอศูรย์ห้าวทุ้มเสนาะโสต “ผมไม่ชอบทำอะไรที่เป็นความลับซ่อนเร้น”

การสนทนาทางโทรศัพท์สิ้นสุดลง ชื่นมื่นทั้งสองฝ่าย



Don`t copy text!