อุมาวสี บทที่ 20 : หวังดีประสงค์ร้าย

อุมาวสี บทที่ 20 : หวังดีประสงค์ร้าย

โดย : ตรี อภิรุม

อุมาวสี ภาคต่อของ “หิมพาลัย” โดย ตรี อภิรุม เรื่องราวชีวิตหลังงานแต่งงานของพิชญ์และอุมาวสีในโลกที่แตกต่างจากโลกลับแลจะเป็นอย่างไร ความรักที่พิชญ์มีให้เธอ จะเพียงพอที่จะช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจของหญิงสาวผู้แสนดีคนนี้ได้หรือไม่ ‘อุมาวสี’ นวนิยายออนไลน์ที่พาชาวอ่านเอาเดินทางไปกับจินตนาการที่สวยงามและความรักที่มีอยู่จริง

ริงโทนกังวานเสียงพระสวดมนต์ ย่ำระฆัง

นางมณีวงศ์ยิ้มแก้มจีบริ้ว อารมณ์แช่มชื่นตามประสาคนแก่ธรรมะธัมโม ท่านหยิบโทรศัพท์เคลื่อนที่ กดปุ่มรับสาย

“กุลเองค่ะ คุณยายทานข้าวหรือยังคะ”

“ยังจ้ะ ยายไม่หิว ตอนบ่ายทานขนมถั่วแปบ”

สนทนาไต่ถามชีวิตประจำวัน ประจบประแจง อาศัยจิตวิทยา กุลณัฐใช้ภาษาพื้นๆ เลี่ยงใช้ศัพท์แสงสูงหรือผสมภาษาอังกฤษบางคำตามความเคยชิน

การพูดคุยพาดพิงถึงพระสงฆ์องค์เจ้า รูปนั้นเทศน์เก่งเสียงเสนาะ รูปโน้นพระปฏิบัติเคร่ง ไม่นิยมปลุกเสกเครื่องรางของขลัง ถือว่าเป็นเพียงเปลือกกระพี้ ไม่ใช่แก่นของพุทธศาสนา ฯลฯ

นานพอสมควรจึงสิ้นสุด

อุมาวสีโผล่ขึ้นที่ตึกเล็ก สตรีสูงอายุยิ้มแฉ่ง

“ยายเก็บขนมลูกชุบไว้ให้อุ หยิบกินได้เลยจ้ะ อยู่ในตู้เย็น ใส่กล่องไว้”

เอาใจคนแก่ หลานสะใภ้สนองศรัทธาของท่าน นางมณีวงศ์คุยเสียงแหบเครือ

“แหม กุลเขาทำริงโทนให้ยาย พระสวดมนต์ เคาะระฆัง เมื่อกี้กุลก็โทรมาคุย เรื่องพระสงฆ์เยอะแยะเชียว ไม่รู้เอาข้อมูลมาจากไหน”

อาศัยความเฉลียวฉลาดผสมญาณหยั่งรู้ กุลณัฐสร้างความนิยมแข่งกับหล่อน พิณทิพย์น่าจะช่วยร่วมกันวางแผน

ชอบกล หลุดจากวงโคจรไปแล้ว ยังหวังสายลมพัดหวนกลับ เป็นมือที่สาม สะกดคำว่าศีลธรรมไม่ถูก

“งั้นว่างๆ อุจะโทรมาคุยกับคุณยายค่ะ”

“เออ…ยายชอบ ฟังพระสวดมนต์แล้วใจสงบเยือกเย็นมีความสุข”

คุณนายนุชนารถขึ้นเฉลียงหินอ่อนผ่านเข้าประตู นานๆ จะเจอกันสักครั้ง อุมาวสีทำความเคารพมารดาพิชญ์

หล่อนผงกศีรษะแทนการรับไหว้ สายตาเย็นชารังเกียจ ไม่ยอมรับลูกสะใภ้พลัดถิ่น เชื่อว่าอุมาวสีมาประจบประแจงปรนนิบัตินางมณีวงศ์ เพราะรู้ว่าท่านเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งครอบครัว

ใช่…เหลี่ยมจัด ใช้จิตวิทยาถูกต้องตามกาลเทศะอย่างยิ่ง ลับหลังอาจจะเรียกท่านว่ายายแก่

“นุชมารับแม่ไปทานข้าวที่ตึกประธานค่ะ”

สุภาพสตรีอาวุโสจูงมือมารดาลงจากตึก เมื่อห่างจากลูกสะใภ้พอควรก็ปรารภขึ้น

“อุเสนอตัวบีบนวดให้แม่หรือคะ”

“เปล่า แวะมาเยี่ยมเยียนเป็นเพื่อนคุยตามปกติ”

“เด็กคนนี้ฉลาดแกมโกง อยู่ในบ้านทำเป็นเงื่องหงอยเจียมตัว แต่ที่สวนอาหารอิ่มเอม เขาลือกันว่าหล่อนเปรี้ยว จริตจะก้านพราวพราย ปานผู้หญิงขายเนื้อสด หนุ่มๆ คอยอาสาขับรถมาส่ง”

“เสียงลือมักจะมาจากคนที่อิจฉาตาร้อน ข้อมูลเท็จ” ท่านขัดแย้ง “อุใจบุญสุนทานช่วยแม่ตักบาตรทุกเช้า มดแดงที่ต้นมะม่วงกัด ยังหยิบปล่อยไม่บี้ เด็กวัยรุ่นที่มีคุณธรรมระดับนี้หายาก”

ลูกสาวหุบปากเงียบ ป่วยการแสดงความคิดเห็น มารดาหลงใหลการประจบของลอเย กู่ไม่กลับ หารู้ไม่ว่านั่นคือละครฉากหนึ่ง

สิ่งที่คุณนายรอ เมื่อใดลอเยจะคบชู้สู่ชายเป็นข่าวฉาวโฉ่ โหน่งอัปเปหิเมียชั่วคราว

ขณะนั้นอุมาวสียืนสงบนิ่งที่ตึกขาว ตั้งจิตสมาธิทำให้ได้ยินเสียงสนทนาของสองแม่ลูก ตลอดจนสัมผัสกระแสความคิดของคุณนายนุชนารถ

อนาถ…เขาว่ากันว่าแม่ผัวลูกสะใภ้ มักจะเป็นขมิ้นกับปูน ฟาดฟันกันแหลก น้อยคู่ที่จะรักใคร่ปรองดองสันติสุข

สงสัยว่าตลอดชีวิต คงจะหมดหนทางทำให้คุณนายกับลูกสาวสองคนชื่นชอบ

อุมาวสีใช้เวลาว่างฝึกเขียนภาษาไทยตัวบรรจง ต่อจากนั้นก็ชมรายการโทรทัศน์

พิชญ์ขับรถเก๋งมาถึง เด็กสาวต้อนรับสามีที่เฉลียงหินอ่อน โอบเอวประคองกันเข้าตึก

“วันหยุดพี่จะพาน้องอุไปชมภาพยนตร์กับพรรคพวกประมาณสี่-ห้าคน สนหรือเปล่า”

“พรรคพวกที่ไหนคะ”

“ที่ทำงานไงล่ะครับ คุณกุลขอแจมไปด้วย”

ขนตางอนสวยไหวกะพริบ นึกไม่ถึงว่ากุลณัฐจะเป็นตัวแทรก หล่อนบุกทั้งทางคุณยายและพิชญ์

เอาเป็นว่ารุกกระหน่ำจนกว่าจะประสบชัยชนะ อะไรปานนั้น

“หวังว่าอุคงไม่หึงนะ พี่คบคุณกุลแบบเพื่อนรุ่นน้อง ถึงอย่างไรถ่านไฟเก่าก็ดับสนิท”

“ไม่หึงค่ะ”

“คือยังงี้” พิชญ์อธิบายเหตุผล “เธออุดหนุนโทรศัพท์มือถือที่ร้านเครือข่ายโทรคมนาคม รวมทั้งแนะนำเพื่อนฝูงหลายรายมาซื้อ ทำให้พี่ได้ค่าคอมมิชชั่นหลายตังค์ เลยชวนเธอดูหนังตอบแทนบุญคุณ”

อุมาวสีใคร่ครวญสามี ภรรยาควรให้เกียรติให้เสรีภาพซึ่งกันและกัน คนเราหากจะนอกใจละก็ ต่อให้คุมแจ ก็ย่อมจะหาทางหลบหลีกจนได้

สมัยที่พิชญ์พลัดถิ่นอยู่ในหิมพาลัยนคร ผ่านการทดสอบพิสูจน์หลากหลาย เขาหนักแน่นมั่นคงใจเดียวรักเดียว

“พี่โหน่งสนุกกับเพื่อนฝูงตามลำพังเถอะค่ะ อุขอตัว”

ดรุณีแรกรุ่นไม่มีโอกาสรู้ว่า การตัดสินใจเช่นนั้นจะนำไปสู่ปัญหายุ่งยาก

O         O         O         O

เฉิดโฉมปลาบปลื้มระเริงใจไม่เสร็จ ได้นั่งรถเก๋งชูคอเคียงคู่ชายหนุ่มถึงสามคน ต่างกรรมต่างวาระ แต่ความสัมพันธ์ไม่คืบขยายต่อ เขาไม่ชวนหล่อนไปสถานบันเทิง หรือแหล่งท่องเที่ยว

ครั้นจะชวนเสียเอง ก็จะกลายเป็นหญิงกร้านกระดางลาง ไร้ความเป็นกุลสตรี มีแต่ประเภทเฒ่าหัวงูที่คอยกะลิ้มกะเหลี่ย ผู้ชายแก่ไม่เคยอยู่ในสายตาของหล่อน เพราะไม่ช่วยให้เกิดความกระปรี้กระเปร่าสดชื่น นอกจากปลงและปลง เผลอๆ จะคิดว่าจับคู่กับโลงศพ

“รายต่อไปใครจะเป็นคนไปส่งน้องอุจ๊ะ”

“อุไม่ทราบค่ะ” เด็กเสิร์ฟเบอร์หนึ่งตอบนุ่มนวล “ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่อยากปฏิเสธ”

“อย่าเชียว การปฏิเสธหมายถึงปิดโอกาสต่างๆ อาทิ ทรัพย์สินเงินทอง ความสำเร็จ ความสุข ฯลฯ”

คตินิยมประหลาด มองโลกมุมเดียว ไม่คำนึงถึงผลเสียหายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง เฉิดโฉมน่าจะออกโรงตะลุยเอง อุมาวสียิ้มละไม

“ระหว่างคุณธวัช คุณมินทร์ คุณเอ พี่โฉมชอบนั่งรถของใครมากที่สุดคะ”

คำตอบอยู่ในใจแล้ว แต่หล่อนแกล้งเก๋ไก๋ย่นหัวคิ้วไตร่ตรอง

“คุณมินทร์ท่าจะเหมาะ หนุ่มนักเรียนนอก หน้าซื่อ ไม่มีลีลาเจ้าเล่ห์กะล่อน”

“พี่โฉมอยากให้เขาพาไปที่อื่น นอกเหนือจากการรับส่ง”

ทายใจตรงเผง เฉิดโฉมหัวเราะระรื่น

“อือม์…ใช่เลย อยากชมละครเวทีหรือไม่ก็ภาพยนตร์”

“งั้นเวลาคุณมินทร์มาทานอาหาร พี่โฉมลงไปคุยกับเขาสิคะ” เด็กสาวแนะนำเชิงผลักไสให้หล่อนรับหน้าเสื่อเอง “เมื่อความสนิทสนมเพิ่มพูน โอกาสก็จะตามมาในที่สุด”

“น้องอุต่างหากควรจะนำร่อง ถ้าเธอวางมือ โครงการเป้าหมายจะล้มเหลว พี่เป็นผู้ติดตามจ้ะ”

อุมาวสีหวนระลึกถึงพิชญ์ เขานัดชมภาพยนตร์กับพรรคพวก กุลณัฐรวมอยู่ในจำนวนนั้นด้วย

ในแง่มุมของหล่อน อยากจะผลักดันให้นวมินทร์รักใคร่เฉิดโฉมหรือเจ้าแม่แอ๊บแบ๊ว

การปรารถนาจะจับคู่นวมินทร์เดาไม่ยาก หนุ่มสุดหล่อไฮโซ เปรียบได้ว่าเทพบุตรในฝันของสาวๆ เขาอายุน้อยกว่าเฉิดโฉมน่าจะเกินรอบ สาวแก่ควงหนุ่มน้อยเท่ไม่หยอก

“อุจะลองดู เพื่อพี่โฉมค่ะ แต่ไม่รับรองผลสำเร็จ”

“ถ้าน้องอุเสนอตัวร่วมทางไปด้วย ยังไงก็ต้องสำเร็จจ้ะ”

หล่อนฝันเฟื่อง วางแผน ทั้งที่ไม่เห็นแม้แต่เงาของรูปธรรม

“สมมุติว่าในโรงภาพยนตร์ พี่โฉมนั่งเก้าอี้แถวกลาง น้องอุซ้าย คุณมินทร์ขวา ป้องกันข้อครหาเบ็ดเสร็จ”

“กลางคืนอุไปไม่ได้ค่ะ”

“กลางวันจ้ะ” สาวใหญ่เจ้าเสน่ห์กล่าวย้ำ “เธอพักงานเสิร์ฟสักสอง-สามชั่วโมง ส่วนพี่โฉม จะให้คนสนิททำหน้าที่แคชเชียร์แทน”

เด็กสาวนึกขบขัน เฉิดโฉมได้นั่งรถเก๋งเคียงคู่นวมินทร์หนเดียว ติดอกติดใจหนักหนา กล้าลงทุนสูง เพื่อจับคู่หนุ่มรุ่นน้อง โดยไม่คำนึงถึงสังขารที่เริ่มเสื่อม ครีมเครื่องประทินผิวไม่อาจลบรอยตีนกาได้ถาวร

สำหรับส่วนได้ส่วนเสียเฉพาะตน อุมาวสีเชื่อว่า พีรวรรณ-พิณทิพย์ จะรู้ข่าวคราวจากปากคำของเฉิดโฉมเอง

เหตุการณ์จะกลับตาลปัตร กลายเป็นว่าหล่อนกระสันจะจับคู่นวมินทร์ ชวนเฉิดโฉมมาเป็นเพื่อนด่านกันชน เข้าทิศทางทางฝ่ายปรปักษ์

คราวนี้แหละ แม่เจ้าประคุณจะกรี๊ดกร๊าด หัวเราะจนน้ำตาเล็ด สะใจแก่กิเลสที่ข้นคลั่ก

เพิ่งจะเปิดสวนอาหารปลอดลูกค้า อุมาวสีหลบออกไปยืนพื้นที่สวนครัวด้านหลัง ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่โทร.ถึงนางมณีวงศ์

จุดประสงค์แค่ต้องการให้ท่านฟังเสียงริงโทน สวดนะโม ย่ำระฆัง

การสนทนาไต่ถามสารทุกข์สุกดิบพื้นๆ เช่น กรวดน้ำหรือยัง รับประทานอาหารเช้ากับอะไร อร่อยไหม อยากได้ของฝากอะไรบ้าง ฯลฯ

แว่วได้ยินเสียงปี๊บค่อยๆ รู้ทันทีว่าสายเรียกซ้อน ฉะนั้น เมื่อหล่อนกดวางสายแรก เสียงริงโทนก็กังวานขึ้น

“เอ๊ะ…เบอร์แปลก ใครหนอ”

“ฮัลโหล”

“นั่นใครคะ”

“ผมเอง นวมินทร์ครับ ได้เบอร์คุณอุจากพี่กุลนานแล้ว ผมแกล้งใช้อีกเบอร์หนึ่ง เพื่อให้คุณอุฉงนเล่น”

อุมาวสีเม้มริมฝีปาก ไม่ต้องสงสัย หล่อนอยู่ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์อันแรงร้อน ฝ่ายตรงข้ามพยายามกระตุ้นให้รักชอบนวมินทร์ จะได้เข้าทางนางโจร กุลณัฐคว้าพิชญ์ไปครองสบายใจเฉิบ

กรุงเทพฯ เมืองแห่งการต่อสู้หลายรูปแบบ บางระบบซับซ้อนน่าสะพรึงกลัว หล่อนเป็นชาวกรุงโดยบังเอิญจึงต้องเผชิญภาวะเช่นนี้

“อุจะรับใช้อะไรคุณมินทร์ได้บ้างคะ”

“ไม่ถึงขั้นนั้นหรอกครับ ผมจะไปทานข้าวตอนเย็น เคยโทรเวลาอื่นสายไม่ติด”

“เวลางานอุจะปิดเครื่องค่ะ นี่ก็กำลังจะปิด”

ชายหนุ่มอมยิ้ม ช่างน่าแปลก อุมาวสีมีอิทธิพลทางใจต่อเขาแรงสูง ประหม่าเขิน ไม่อยากพูดสิ่งที่อยากพูด เมื่ออยู่นอกสายตาค่อยยังชั่ว

“นอกจากรับส่งคุณอุ ผมอยากจะบริการด้านอื่นอีก”

“ยินดีรับความกรุณาจากคุณมินทร์ ถ้ามันไม่ขัดต่อขนบประเพณี”

“อยากชวนคุณอุดูหนัง ชมคอนเสิร์ต สนใจไหมครับ”

ผู้ฟังหวนระลึกถึงแผนของเฉิดโฉมที่หล่อนให้ความร่วมมือ แลเห็นรถยนต์สองคันแล่นเข้ามาจอดในคาร์พาร์ก ถือโอกาสสรุปการต่อรอง

“ลูกค้าหลายรายเข้ามาในสวนอาหาร อุขอตัวค่ะ ยินดีรับข้อเสนอ เราจะคุยกันต่อภาคสอง”

O         O         O         O

ยามเย็นสิ้นแสงแดด ยานพาหนะคันหรูแล่นออกจากถนนซอยด้านหลังสวนอาหารอิ่มเอม

เฉิดโฉมนั่งคู่หนุ่มสุดหล่อ หน้าบานดุจดอกทานตะวันทีเดียว พยายามชูคออวบท้วมปั้นจิ้มปั้นเจ๋อ ทุกอิริยาบถแอ๊บแบ๊ว

“คุณมินทร์ชวนชมภาพยนตร์ อุจะเชิญพี่โฉมไปด้วย มันจะได้ไม่น่าเกลียด ตกลงนะคะ”

การคาดคะเนไม่ผิดจะต้องเจอเรือพ่วง ไหนๆ ก็ยื่นข้อเสนอ ปรับเปลี่ยนไม่บังควร นวมินทร์ตอบมาจากตำแหน่งหลังพวงมาลัย

“รอบไหนดีครับ”

“กลางวัน” อุมาวสีเอื้อนเอ่ย “วันไหนก็ได้ค่ะ สุดแล้วแต่คุณมินทร์จะสะดวก”

“แหม พี่เป็นคนกลางคอยจะได้กำไรซะเรื่อย” เฉิดโฉมออกตัวยิ้มแป้น “แนวไหนถึงจะเหมาะคะ คุณมินทร์”

“ชมได้ทุกแนว ผมไม่ค่อยเลือก”

“เราเป็นผู้หญิง หนังรุนแรงดุเดือดเลือดพล่าน สยดสยอง จะหลีกเลี่ยง” สาวใหญ่จีบปากจิ้มลิ้ม เบิกตาโตกะพริบวับๆ “แนวรักโศก หวานแหวว ตลก หรือการ์ตูนก็ไม่เลว”

“พี่โฉม คุณอุเลือกโปรแกรมมาเลยครับ” เขาตัดบท “เผื่อยังไงผมจะได้จองตั๋วล่วงหน้า”

เลือกหรือ…อุมาวสีสงบเสงี่ยมที่เบาะหลัง หล่อนแค่จุดประกายเบื้องต้น ต่อจากนั้นเฉิดโฉมจัดแจงให้เบ็ดเสร็จเรียบร้อย

“เมื่อชมภาพยนตร์แล้ว พี่โฉมขอเลี้ยงอาหารตอบแทนคุณมินทร์มื้อหนึ่งค่ะ”

ชายหนุ่มกล่าวขอบคุณ สิ่งที่เขาอยากพูดแต่ไม่กล้าพูดคือ ควรสลับที่นั่งระหว่างสองสาว เพราะชักจะเอียนอากัปกิริยาเจ้าแม่แอ๊บแบ๊ว

ส่งผู้โดยสารรายแรกลงที่ป้ายรถเมล์ อุมาวสีเดินเลี้ยวเข้าซอย ตาไวเหลือบพบเจ้าจำรูญในกลุ่มเพื่อนมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

นึกว่าจะระงับการตอแย แต่มันวิ่งออกมาขวางสกัด ยักคิ้วแผล็บทะลึ่ง

“คุณผู้หญิง หวยงวดนี้สองตัวออกเลขอะไรครับ”

“ฉันไม่ใบ้หวยค่ะ”

“แต่คุณเก่งสารพัด เหนือมนุษย์ อิทธิปาฏิหาริย์เพียบ”

อุมาวสีเฉยเสีย เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน

“ถามจริงๆ เถอะ เราเจอกันครั้งแรก คุณใช่ไหมบันดาลให้มอเตอร์ไซค์ของผมลอยขึ้นสูง ตกลงมาพังยับเยินต้องขายเป็นเศษเหล็ก แล้วคุณก็หายตัวลึกลับ”

เอาละสิ จะต้องหลีกเลี่ยงมุสาวาท อาศัยไหวพริบ เด็กสาวย้อนถามมาอย่างทันควัน

“ตอบฉันก่อนสิ ทำไมคุณแกล้งหลงทาง พาฉันไปที่ตึกร้างกลางดงวัชพืช เพื่อนนักข่มขืนปลดทรัพย์รออยู่ขอส่วนแบ่ง”

ชายโฉดตะลึง นึกไม่ถึงว่าหล่อนจะล่วงรู้แผนงานมิจฉาชีพ อ้ำอึ้งราวกับโดนท่อนไม้อุดปาก

“วิบากกรรมกำลังจะมาถึงตัว ฉันคิดว่าคุณควรจะบวชสะเดาะเคราะห์ อุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร หนักจะได้กลายเป็นเบา”

ดรุณีเฉิดโฉมก้าวฉับๆ เดินหนีลิ่ว เจ้าจำรูญคว้าจักรยานยนต์ สตาร์ตเครื่องไม่ติดตามฟอร์ม มันบ่นพึมกับตัวเอง

“สุภาษิตของกู ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทําชั่วได้ดีมีถมไป”

ช่วงครึ่งนาทีต่อเนื่อง อุมาวสีผ่านเข้าประตูรั้ว ทอดฝีเท้าช้าลง เจ้าโกโก้กระดิกหางทักทายตามดมน่อง สวนกับพีรวรรณที่กลับจากตึกเล็ก น้องสะใภ้ยืนชิดขอบทางพินอบพิเทา

“ได้ยินข่าวว่าน้องอุโทรถึงคุณยายตอนเก้าโมงเช้า”

“ค่ะ ท่านชอบริงโทนเสียงพระสวดมนต์ อ้างว่าฟังบ่อยๆ จิตใจสงบเยือกเย็น”

พีรวรรณคิดแค้นแทนเพื่อนรุ่นน้อง กุลณัฐอุตส่าห์ดาวน์โหลดด้วยความยุ่งยากพอสมควร อุมาวสีฉวยโอกาสต่อยอดสร้างความนิยม กล่าวเนิบเนือยเสมือนว่าอารมณ์เย็น

“เธอปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมรวดเร็ว ก่อนโน้นทราบมาว่า ไม่ค่อยชอบโทรศัพท์สักเท่าไหร่ บางทีบางวันไม่โทรเลย”

รู้ว่าคำชมเชยไม่บริสุทธิ์ พีรวรรณจัดอยู่ในประเภทยิ้มเชือด วาจาไพเราะเสนาะหู หากหัวใจตรงกันข้าม ลุ่มลึกกว่าพิณทิพย์แยะ น้องสะใภ้นอกกรอบยิ้มอ่อนโยน

“อุอยากจะให้คุณยายสบายใจค่ะ”

ตักบาตรกับนางมณีวงศ์ทุกเช้า บีบนวดปรนนิบัติ คราวนี้โทร.ติดต่ออีก ดักล้อมหัวใจทุกทิศให้ดิ้นไม่หลุด ฉลาดรอบจัดเหลือเกิน…แม่คุณ

“คราวหลังควรจะโทรถึงท่านราวๆ บ่ายสองโมง”

อุมาวสีรับคำแนะนำ แต่สงสัยว่าจะเป็นเหยื่อฝังเบ็ด พี่สาวสามีเปลี่ยนเรื่อง

“ใครมาส่งเธอ”

“คุณมินทร์ค่ะ พี่โฉมนั่งเคียงคู่ อุนั่งเบาะหลัง”

“เธอเป็นเด็กเสิร์ฟคนเดียวที่ทำได้แบบนี้ คนอื่นๆ หมดสิทธิ์ เพราะสวยไม่ถึงขั้นนางงามสวมมงกุฎ ยอดเยี่ยมจ้ะ นวมินทร์หล่อเฟี้ยว เหนือกว่าโหน่ง พรุ่งนี้จะให้ใครมาส่ง”

ชมเชยหรือแดกดันกระทบกระเทียบเปรียบเปรย แยกแยะจากกันไม่ออก เด็กสาวสำรวมวาจา

“ไม่ทราบค่ะ แต่ที่แน่ๆ คือ สมมุติว่าคุณเอเสนอ จะไม่รับ อันที่จริงนั่งรถเมล์ก็สะดวกค่ะ”

พีรวรรณเดินเลยไปเสีย เชื่อว่าอุมาวสีโกหก มารยาร้อยเล่มเกวียน ทำงานได้ไม่เท่าใดกลายเป็นดาราดวงเด่นแห่งสวนอาหารอิ่มเอม

ปราบพิชญ์เสียอยู่หมัด กลายเป็นลูกแมวเชื่องอยู่ในโอวาทของหล่อน

หวังว่าสักวันหนึ่ง ความชั่วร้ายจะประจักษ์

อุมาวสีขึ้นตึกขาว หลังจากเสร็จภารกิจส่วนตัว เก็บดอกมะลิบานที่ต้นใส่ขันเงินใบย่อม นำไปฝากนางมณีวงศ์ นั่งเป็นเพื่อนคุย

ครู่หนึ่งก็เลียบเคียงสิ่งที่ข้องจิต

“ประมาณบ่ายสองโมง คุณยายทำอะไรคะ”

“อ๋อ หลังอาหารกลางวัน ยายจะงีบหลับจ้ะ อย่างมากที่สุดก็ชั่วโมงนึง”

นั่นปะไร!

สังหรณ์ใจไม่ผิด พีรวรรณวางยาหล่อน หากโทร.มาขณะนั้น เท่ากับรบกวนการพักผ่อนของสตรีวัยดึก สร้างความขุ่นมัวไม่สบอารมณ์

ใช่…หวังดีประสงค์ร้ายทำนองนั้นแหละ

“พี่กุลโทรมาคุยหรือเปล่าคะ”

“โทรมาก่อนเที่ยงจ้ะ”

นานพอสมควร อุมาวสีถ่ายดอกมะลิใส่ขันโอ เดินทอดน่องกลับที่พัก

ทั้งนี้อยู่ในสายตาของพีรวรรณ-พิณทิพย์ที่จ้องเขม็ง คุยกันซุบซิบทำนองว่า ลอเยฉันเชลียร์คุณยาย ลิ้นหล่อนทั้งยาวทั้งสาก

ปี๊บ-ปี๊บ!

เด็กสาวเร่งรีบกึ่งวิ่ง โทรศัพท์เคลื่อนที่วางบนโต๊ะขยับเขย่า

ที่จอโชว์เบอร์และชื่อพิชญ์ หล่อนยกเครื่องมือสื่อสารขึ้นแนบใบหู

“พี่ไปดูหนังกับพรรคพวก กลับดึก ไม่ต้องรอนะ”

ภรรยาวัยรุ่นรับปาก นึกรู้โดยไม่รอเฉลยว่า มีกุลณัฐร่วมรายการด้วย



Don`t copy text!