อุมาวสี บทที่ 22 : แตกเปลี่ยว

อุมาวสี บทที่ 22 : แตกเปลี่ยว

โดย : ตรี อภิรุม

อุมาวสี ภาคต่อของ “หิมพาลัย” โดย ตรี อภิรุม เรื่องราวชีวิตหลังงานแต่งงานของพิชญ์และอุมาวสีในโลกที่แตกต่างจากโลกลับแลจะเป็นอย่างไร ความรักที่พิชญ์มีให้เธอ จะเพียงพอที่จะช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจของหญิงสาวผู้แสนดีคนนี้ได้หรือไม่ ‘อุมาวสี’ นวนิยายออนไลน์ที่พาชาวอ่านเอาเดินทางไปกับจินตนาการที่สวยงามและความรักที่มีอยู่จริง

อุมาวสีนั่งคู่นวมินทร์คาดเข็มขัดนิรภัยเช่นเดียวกับเขา ฟังเพลงไทยสากลจากวิทยุคลื่นเอฟเอ็ม.ที่ดังกระหึ่มไพเราะ

อยากจะระบายความจริง แต่ชายหนุ่มไม่ปริปากสักคำเดียว เห็นจะเนื่องจากกำลังขับรถเก๋งอยู่นั่นเอง

“เราอาจจะคุยกันนานหน่อย ผมจะหาที่จอดที่ไหนสักแห่ง”

“คงไม่ใช่ที่ลับเฉพาะนะคะ”

“ไม่ใช่แน่นอนครับ ผมให้เกียรติสุภาพสตรีเสมอ”

ถนนสายนั้นกว้าง เลนในมีเกาะกลางกั้นแบ่งสัดส่วน ใกล้สวนหย่อมสาธารณะยวดยานไม่พลุกพล่าน นวมินทร์จอดยานพาหนะประจำตัวชิดขอบทาง เปิดไฟฉุกเฉินกะพริบ ป้องกันอุบัติเหตุ

“ที่ลานจอดรถตอนบ่าย ผมให้คำตอบตัวเองไม่ได้ว่า ทำไมบ้าระห่ำกอดจูบพี่โฉม อับอายขายหน้าผู้คน อันที่จริงผมน่าจะโดนตบสักฉาดด้วยซ้ำ”

ดรุณีร่างโปร่งงามซ่อนอาการขำกลิ้ง ชายหนุ่มไม่รู้ว่าถูกสะกดจิต กระทำไปโดยสติสัมปชัญญะบกพร่อง แสร้งถาม

“เสน่ห์พี่โฉมรุนแรงจนคุณมินทร์ควบคุมใจไม่อยู่กระมังคะ”

นวมินทร์รู้สึกทุเรศรังเกียจ จริตจะก้านของเฉิดโฉมมากมายเหลือเกิน ดูออกว่าเสแสร้งดัดจริต ต่างกับอุมาวสีคนละขั้ว หล่อนน่าจะเป็นลูกจ้างมากกว่าผู้ประกอบการ

“พูดยากครับ ผมไม่กล้ากล่าวโทษสุภาพสตรี เอาเป็นว่าผมไม่เคยรักใคร่ไยดีพี่โฉมแม้แต่นิดเดียว เธอเป็นเพียงคนคั่นเวลาหรือส่วนเกิน คล้ายกับว่าผมถูกอำนาจลึกลับกำหนดพฤติกรรม”

“ยุคอินเทอร์เน็ตมีด้วยหรือคะ”

“แม้ผมจะเป็นคนรุ่นใหม่ก็ตาม ถือคติว่าไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ สิ่งที่ผมเผชิญประจักษ์ชัดเจน”สุดวิสัยจะเปิดเผยว่าตนเองเป็นต้นเหตุ อุมาวสีคลี่ยิ้มหวานละมุน

“อุเชื่อคุณมินทร์”

“ต่อไปนี้ผมคงจะห่างเหินจากสวนอาหารสักชั่วระยะหนึ่ง” เขาสารภาพ “ชวนคุณอุทีไรเพิ่มเป็นสอง เบื่อส่วนเกินครับ”

เด็กสาวเข้าใจวัตถุประสงค์ ตัดสินใจเผยความจริง เขาจะได้ลดละเลิกมุ่งหวังหล่อน ถอยหลังกลับไปสู่มุมเดิม

เพราะถึงอย่างไร หล่อนก็จะไม่หย่าร้างพิชญ์ เปลี่ยนคู่

“ระเบียบของสวนอาหารอิ่มเอม ห้ามพนักงานเสิร์ฟบอกประวัติส่วนตัวแก่ลูกค้า คุณมินทร์ก็ทราบประวัติจากพี่กุล อย่าเอาอนาคตมาทิ้งไว้กับอุเลยค่ะ ว่างเปล่า ไร้ผลตอบสนอง”

ผู้ฟังทอดถอนใจเฮือก จิตใจมนุษย์ดื้อขัดเกลายากที่สุด แม้จะรู้ว่าเป็นทางสายที่ไม่ชอบธรรม แต่ก็ชอบเดินทางสายนั้น สมมุติว่าเขากล้าเกินพิกัด คงจะฉุดคร่าอุมาวสี

“ขอโทษ ทราบว่าภายในครอบครัวคุณอุปีนเกลียวกันอยู่ลึกๆ หวังว่าสักวันหนึ่งคุณอุจะคืนสู่อิสรภาพ ผมจะรอวันนั้นครับ”

คุณพระช่วย ไม่นึกว่าคำพูดเช่นนี้จะหลุดออกมาจากปากชายหนุ่มไฮโซสุดหล่อ

สถานภาพภายในครอบครัวปฏิเสธไม่ได้เลย คุณนายนุชนารถ ลูกสาวทั้งสอง รวมทั้งรัฐมนตรีพิพัฒน์จงเกลียดจงชังหล่อน มีนางมณีวงศ์เพียงคนเดียวที่เอื้ออาทรเมตตา แต่ท่านก็แก่หง่อมเป็นไม้ใกล้ฝั่ง

“กรุณาอย่ารอเลยค่ะ”

“ผมจะรอ”

ชายหนุ่มยืนยันหนักแน่น

อ่อนระอาแกมสมเพช อุมาวสีเตือนให้นวมินทร์ขับรถ

เวลาผ่านไป บนท้องถนนที่ยวดยานแล่นปรู๊ดปร๊าดดุจขบวนรถแข่ง

บัดนี้ นวมินทร์ชะลอหยุดรถเก๋งคันงามเลยป้ายรถเมล์นิดเดียว เด็กสาวพนมมือไหว้ลาชายหนุ่ม หมุนแหวนเงินในนิ้วกลั้นลมหายใจ ก่อนเปิดประตูรถก้าวลงมาเหยียบขอบถนน

เจ้าจำรูญที่เฝ้าดักตะลึง มองตาค้าง เกาท้ายทอยแกรก

“มันเป็นยังไงกันโว้ย ประตูเปิดปิด แต่เราไม่เห็นคน”

ทรชนหนุ่มไปถามพรรคพวกที่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ทุกคนต่างไม่เห็นใครเดินผ่านเช่นกัน

พฤติกรรมล่องหนเคยเผชิญมาแล้ว ไม่สู้ประหลาดใจมากนัก

ช่วงเวลาต่อเนื่อง อุมาวสีปรากฏโฉมกลางซอย สาวเท้าเอื่อยคล้ายจะชมวิวสองฟากทางในตัว

ด้วยญาณหยั่งรู้รางๆ ว่าจะเจอคู่ปรับไม่อาจหลีกเลี่ยง จึงดักพบเสียเลยรู้แล้วรู้รอด

นั่นปะไร!

ยานพาหนะคันหรูวิ่งไล่หลัง แสงไฟหน้าพุ่งเป็นลำยาว จับร่างงามระหงปราดเปรียว

ครั้นแล้ว มันก็ชะลอลงหยุดกึก ล้ำหน้าคนเดินนิดเดียว พิณทิพย์กดกระจกไฟฟ้าเลื่อนลง

“ขึ้นมาสิจ๊ะอุ”

น้องสะใภ้พลัดถิ่นเปิดประตู ก้าวขึ้นมานั่ง พนมมือไหว้ขอบคุณ

โดยเนื้อแท้หาได้เอื้อเฟื้อไม่ หากเป็นการเล่นละครฉากหนึ่ง พิณทิพย์เก็บความโมโหเร่าร้อนในทรวง หล่อนเป็นคนที่อดทนน้อย จึงรู้สึกประหนึ่งว่านอตหลวมที่ใกล้จะหลุด

เฉิดโฉมโทร.มาฟ้อง แจกแจงรายละเอียดถี่ยิบ ตั้งข้อหาป้ายความผิดเด็กเสิร์ฟเบอร์หนึ่ง กลายเป็นว่าอุมาวสีกระสันจะชมภาพยนตร์กับนวมินทร์ ชวนหล่อนไปเป็นเพื่อน ตนนั่งกลางตัดบท ป้องกันการเสื่อมเสีย

ขณะที่อยู่ในภัตตาคารเลี้ยงตอบแทน อุมาวสีแอบคอยเล่นหูเล่นตากับหนุ่มหล่อลวดลายเจ้าชู้ลึกซึ้ง

เมื่อจอดรถเก๋งในโรงรถ ต่างฝ่ายต่างก้าวลง พิณทิพย์กดกุญแจรีโมตล็อกยานพาหนะ

“เดี๋ยวจ้ะอุ คุยกันก่อนแป๊บเดียว”

เจ้าของนามหยุดก้าว ท่วงทีสงบเสงี่ยม นึกรู้โดยสัญชาตญาณว่า เฉิดโฉมดัดแปลงข้อมูลฟ้องแล้ว หล่อนตกอยู่ในฐานะจำเลยคดีอุกฉกรรจ์ของพี่สาวพิชญ์

ขึ้นอยู่กับว่าคู่กรณีจะโจมตีเผ็ดร้อน หรือว่าแค่เปรียบเปรยตอดนิดตอดหน่อย

“พี่ดูเธออิ่มเอิบสดชื่น เหมือนคนที่ความรักเบ่งบานคับทรวงยังไงยังงั้น”

“เอ๊ะ! อุไม่ยักทราบ”

“ส่องกระจกดูก็ได้จ้ะ อย่าเผลอนอนกลิ้งเกลือกจูบหมอนเชียวนา หมอนมันไม่รู้เรื่อง”

อุมาวสีแกล้งทำพาซื่อ

“ขอโทษ พี่แนทเคยทำแบบนั้นหรือคะ”

“ไม่เคย” พิณทิพย์ฉุนกึก น้องสะใภ้บังอาจยอกย้อน “เพราะฉันไม่มีความรักซับซ้อนเบ่งบานในหัวใจจ้ะ”

พลันเหลือบพบพีรวรรณยืนที่เฉลียงคฤหาสน์ กวักมือเรียก

“เอาละจ้ะ ฉันไม่รบกวนเวลาความสุขของอุ”

หล่อนเคลื่อนร่างตรงไปหาพี่สาว อุมาวสีขึ้นสถานที่พำนัก ยืนที่เฉลียงทอดสายตาตามหลังคนปากจัด กลั้นลมหายใจหมุนแหวนเงินในนิ้ว อธิษฐานจิต

พิณทิพย์ค่อนข้างจะเร่งรีบ อยากจะระบายอารมณ์ที่อัดอั้นตันทรวง ก้าวขึ้นบันไดหินอ่อน

เกิดอาการเข่ากระตุก กล้ามเนื้ออ่อนแรงขาดสมรรถภาพชั่วคราว ร่างชุดเวิร์กกิ้งวูแมนล้มหกคะเมน

“ว้าย!”

ตุ้บ!

ฟาดลงไปที่ทางคอนกรีต กระดูกกระเดี้ยวแทบว่าจะหัก หน้านิ่วคิ้วขมวด เจ้าโกโก้ตกใจเห่าโฮ่ง กระดิกหางไกวเยิบ

พีรวรรณประคองน้องสาวลุกขึ้น ผู้ร่วมสกุลซวนเซกะเผลกๆ แต่กังวลเรื่องอื่นมากกว่า

“ลอเยมองอยู่หรือเปล่าคะ”

“เข้าตึกขาวไปแล้วจ้ะ คงจะไม่เห็นแนทหกล้ม

สาวสวยปัดฝุ่นที่เปื้อนเสื้อกระโปรง พี่สาวพยุงขึ้นไปนั่งบนขอบเฉลียง

“พี่เรียก เกรงว่าแนทจะจวกลอเย”

“เปล่าค่ะ แค่ทักทายท้วมๆ”

น้องสาวเล่าข่าวคราวที่ถ่ายทอดจากปากเฉิดโฉม แสดงความคิดเห็นตอนท้าย แถมพก

“เมื่อคืนโหน่งดูหนังกับกุล วันนี้ลอเยดูหนังกับมินทร์ ประชดแฟน ชวนพี่โฉมไปด้วยกันข้อครหา พฤติกรรมพรรค์นี้เขาเรียกว่าแตกเปลี่ยว”

“ทุกอย่างดำเนินไปตามแผน” พีรวรรณยิ้มระรื่น “สำคัญที่แนทอย่าระเบิดอารมณ์”

“แนทไม่ใจเย็นเหมือนพี่แนน” หล่อนชอบย้อนแบบตาใสตาซื่อไร้เดียงสา

O         O         O         O

อุมาวสียอบกาย ยื่นขันเงินใบเล็กให้นางมณีวงศ์

“อุเก็บดอกมะลิมาฝากคุณยายค่ะ”

“อือม์ ดี กำลังอยากจะดมหอมๆ” ท่านรับขันชูขึ้นใกล้จมูก และวางลงบนโต๊ะเล็ก “ชักจะปวดเมื่อย อุนวดให้ยายทีเถอะ”

พูดแล้ว เจ้าตัวก็เอนตัวลงนอนบนโซฟา ศีรษะหนุนหมอนอิง หน้าตาที่ยับย่นกับผมหงอกขาวโพลนบ่งบอกถึงความชราภาพ

หลานสะใภ้คุกเข่าบีบนวด แผ่กระแสจิตซึมออกไปจากมือ นางมณีวงศ์สบายเนื้อตัวเคลิบเคลิ้ม ม่านตาหรี่สะลึมสะลือ แม้ว่าท่านจะพยายามฝืนไม่ให้ง่วง แต่ก็ต่อต้านไม่สำเร็จ จิตตกสู่ภวังค์

ภาพนิมิตปรากฏขึ้นในสมอง พระอารามหลวงสะอาดร่มรื่น ไม้ใหญ่รายล้อม เช่น ต้นโพธิ์ ไทร พิกุล สาละ ฯลฯ โบสถ์หลังคาสีทองแวววาว ยามลมพัดกระดึงที่แขวนชายคาสั่นกรุ๊งกริ๊ง ฟังไพเราะดุจเพลงอมตะนิรันดร์กาล

พระสงฆ์สวดมนต์ดังก้องในโบสถ์…อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา ฯลฯ

ในความฝัน ท่านสืบเท้าเข้าไปใกล้เสียงสวด จิตใจอิ่มเอิบสมถะเยือกเย็นสงบ มีความสุขยิ่งกว่าอยู่บนกองเงินกองทอง

พีรวรรณโผล่เข้าตึกเล็กเงียบๆ หยุดยืนนิ่ง นึกแล้วเชียว ลอเยประจบประแจงคนแก่ เลียเก่ง ลิ้นยาว มิน่าเล่า ท่านทั้งรักทั้งชื่นชอบหล่อน

แตกต่างกับตอนที่อยู่สวนอาหารคนละขั้ว ที่โน่นหล่อนระเริงร่าดุจปลากระดี่ฤดูน้ำหลาก หนุ่มๆ ติดเกรียว แม่เจ้าประคุณเล่นละครเก่ง พีรวรรณเอ่ยเสียงกระซิบ

“ฉันมารับคุณยายไปทานข้าวจ้ะ”

อุมาวสียิ้มอ่อนโยน ละมือจากการนวด ขยับถอยออกไปห่าง

ทันทีทันใด สตรีวัยดึกก็ขยับกายไหวตื่น หลานสาวพยุงท่านลุกขึ้นนั่ง พร้อมทั้งแจ้งเจตจำนงเดิม

“แหม น่าเสียดาย ยายกำลังฝันว่าเที่ยววัดร่มเย็นสงบ แว่วเสียงพระสวดมนต์ในโบสถ์ อุนวดเก่ง ยายหลับเกือบจะทุกครั้งเลย”

ขุ่นมัวทางอารมณ์ แต่หล่อนกดเก็บไม่แสดงออก แนะนำเชิงแฝงประชด

“น้องอุน่าจะหางานจ็อบเพิ่มพูนรายได้”

“งานจ็อบอะไรคะ พี่แนน”

“บีบนวดที่เธอถนัดไงล่ะ พี่รู้จักคุณย่า-คุณยายของเพื่อนๆ หลายราย ถ้าสนละก็จะส่งน้องอุไปบีบนวดตอนกลางคืน รับทรัพย์ แถมบางรายให้ทิปอีกต่างหาก”

ทำไมจะไม่รู้ว่าเป็นคำแนะนำไม่บริสุทธิ์ พีรวรรณคงจะนึกว่าหล่อนงกเงิน ตั้งหน้าตั้งตากอบโกย ลืมนึกถึงสุขภาพ

“ไม่ไหวละค่ะ พี่แนน อุไม่ใช่คนเหล็ก งานเสิร์ฟส่วนใหญ่จะยืนกับเดิน กว่าจะเสร็จงานแต่ละวันก็เหน็ดเหนื่อย สำหรับคุณยายถือว่าเป็นกรณีพิเศษค่ะ”

ลูกสาวคุณนายนุชนารถยิ้มละไม หน็อย…มุสา ตอนกลางวันไปดูหนังกับนวมินทร์ ชวนพี่โฉมไปด้วย สนุกสนานเพลิดเพลิน ใกล้เคียงคบชู้สู่ชายเข้าไปทุกที

ความลับสุดยอด นึกว่าไม่มีใครรู้ งี่เง่า จงรู้ไว้เถอะ พี่โฉมปากโทรโข่ง

“ตามใจน้องอุจ้ะ”

หญิงสาวประคองบุพการีลงจากตึก ให้ท่านเกาะแขนเดิน

อุมาวสีอ่านความรู้สึกของฝ่ายตรงข้ามออก หน้าเนื้อใจเสือ ปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ หล่อนพลัดเข้ามาอยู่ในดงกิเลสข้นคลั่ก มุ่งแต่ละโมบกอบโกย ไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักพอ มุ่งแต่จะเบียดเบียนล้างผลาญผู้อื่น

เขารวยล้นฟ้าแล้วยังไม่โกงหรอก แค่คติพจน์ที่ประดับปากโก้ๆ ใช้ได้เฉพาะบางรายเท่านั้น

หวนระลึกถึงหิมพาลัยนคร ที่โน่นไม่พัฒนาด้านวัตถุ หากจิตใจเจริญงอกงามกิเลสบางเบา เหลือน้อยที่สุด ชุมชนอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

เราตัดสินใจผิดหรือเปล่าที่ตามพิชญ์มาอยู่กรุงเทพฯ

คืนนั้น เมื่อพิชญ์กลับมาถึงบ้าน หลังจากอาบน้ำ พักอิริยาบถ เด็กสาวเล่าเรื่องเฉิดโฉมกระสันจะชมภาพยนตร์กับนวมินทร์ ขอร้องให้ตนตกลงรับคำชวน หล่อนยอมตกกระไดพลอยโจน อยู่ในฐานะคล้ายแม่สื่อ โดยใจจริงมิได้รักใคร่นวมินทร์เลย

“อย่าห่วง พี่เข้าใจอุ”

โผล่เข้าสวนอาหารตอนเช้า อุมาวสีเหลือบพบเฉิดโฉมกวักมือเรียก ที่เคาน์เตอร์หล่อนตุ้งติ้งผสมอาการปั้นปึ่ง

“เย็นวานน้องอุกลับรถอะไรจ๊ะ”

สาวน้อยผู้พิลาสพิไลโฉมอึกอักเล็กน้อย หล่อนไม่กล่าวเท็จหาทางหลีกเลี่ยงลำบาก ลูกจ้างในสวนอาหารอาจจะเห็นเหตุการณ์เก็บมารายงานนายผู้หญิง

“ตามปกติค่ะ”

สาวใหญ่ห่อปากจุ๋มจ้องเขม็งคล้ายตัวการ์ตูน ความเจ้าเสน่ห์ลดลงตั้งครึ่งตั้งค่อน

“กำกวมชอบกล ตอบตรงๆ ไม่ได้หรือจ๊ะ ว่านั่งรถเก๋งหรือรถเมล์”

มุสาวาทย่อมเสียสัจ เครื่องเศร้าหมอง นำพาไปสู่กิเลสหยาบ สูดลมหายใจลึก

“รถเก๋งค่ะ”

“นั่นปะไร! แทงหวยไม่ถูกยังงี้” น้ำเสียงขอดค่อนคล้ายพิณทิพย์มากขึ้นทุกที “ตอบครั้งแรกคำเดียวก็รู้เรื่อง น้องอุบ่ายเบี่ยงเลี่ยงฮุ้น ซ่อนเร้นอะไรเรอะ”

“เรื่องส่วนตัว อุคิดว่าพี่โฉมทักทายธรรมดาค่ะ ไม่คิดว่าจะเจาะลึกถึงรายละเอียด”

“เธอเป็นพนักงานของที่นี่” หล่อนยืดสันหลังตรง ลำคออวบค่อนข้างสั้น “อะไรที่เกี่ยวข้องกับเธอ ฉันควรจะรู้ด้วยจ้ะ รถของใคร”

“คุณมินทร์”

เฉิดโฉมใจหายวาบ เจ็บปวดแปลบปานจะขาดดิ้นสิ้นชีวิต รู้สึกประหนึ่งว่าของรักของหวงถูกยื้อแย่ง อุปโลกน์เอาเองว่าเป็นเจ้าของนวมินทร์โดยสมบูรณ์ อุมาวสีต่างหากคือส่วนเกิน

“อ้อ แอบนัดแนะกันเงียบๆ”

“เปล่าค่ะ เขาจอดรถดักนอกเส้นทาง อุเองก็นึกไม่ถึง”

“วันวานคุณมินทร์จูบฉันที่ลานจอดรถ ใครๆ ก็เห็นตั้งเยอะ” ชูคางจีบปาก สำเนียงแฝงโรแมนติก “เท่ากับประกาศโดยนัยว่าเราเป็นแฟน เขาดักพบน้องอุเพื่อจุดประสงค์อะไร”

“ขับรถไปส่งที่ป้ายรถเมล์ปากซอย คุณมินทร์สารภาพว่าเผลอสติ ไม่รู้ว่ากอดจูบพี่โฉมได้อย่างไร เขาละอายผู้คนมาก”

“ต๊าย! กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง” หล่อนบูดบึ้งหน้างอคว่ำ “คุณมินทร์พูดยังงี้ได้ยังไงเนี่ย”

อุมาวสีอเนจอนาถ ไม่นึกไม่ฝันว่าการสะกดจิตจะออกดอกออกผลมากมายขนาดนี้ เฉิดโฉมไม่เจียมสังขาร แก่กว่านวมินทร์เกินหนึ่งรอบ

แฟน…ขำกลิ้ง ถ้าส่องกระจกดูตัวเองสักร้อยครั้ง พี่โฉมจะสำนึกไหมเนี่ย

“ตามรูปการณ์คล้ายกับว่า เธอบ่อนทำลายให้เราแตกแยก”

“พี่โฉมถามคุณมินทร์ได้นี่คะ”

“แน่นอน”

เด็กสาวฝากกระเป๋าสะพายไว้ในลิ้นชักเคาน์เตอร์ชั้นล่างสุด เลี่ยงไปช่วยเพื่อนพนักวานยกถาดอาหารไปตั้งในตู้โชว์ จัดโต๊ะ เช็ดทำความสะอาดเบื้องต้น

สาวใหญ่วางมือทาบเหนือทรวงอก ปรับอารมณ์ข่มความขุ่นหมอง หยิบโทรศัพท์โทร.ถึงหนุ่มหล่อไฮโซ ทอดเสียงหวานเจื้อย

“สวัสดีค่ะ คุณมินทร์ พี่โฉมทราบมาว่าเย็นวานจอดรถรอรับน้องอุข้างนอกจริงหรือคะ”

ผู้ฟังสะดุดหู คาดว่าคนอื่นแอบเห็นเหตุการณ์เก็บเอาไปฟ้องเฉิดโฉม ไหนๆ ไม่อาจเก็บเป็นความลับ ควรเปิดเผยความในใจหมดเปลือก

“ใช่ครับ ผมใจร้อนมากทีเดียว ทำผิดมหันต์ ต้องขอโทษพี่โฉมสักร้อยครั้ง”

“ทำผิดอะไรคะ”

“จู่ๆ ผมก็เผลอกอดจูบพี่โฉม ไม่รู้ว่าผีบ้าซาตานตนไหนดลใจผม ละอายทั้งตัวเองและบุคคลรอบข้าง ผมมาดักปรับความเข้าใจทำนองนี้แหละ เราไม่ได้นัดแนะกัน”

หล่อนหวั่นไหวสะท้านสะเทือน เป็นไปได้เชียวหรือ เพียงข้ามวันเหตุการณ์กลับตาลปัตร อุตส่าห์ปลาบปลื้มฝันเฟื่องว่าหนุ่มสุดหล่อหลงเสน่ห์ กลับกลายเป็นว่าเขาพลั้งเผลอลืมตัว

“พี่โฉมเสียหายนะคะ ครั้งแรกคิดว่าคุณมินทร์จู่โจมฝากรัก”

“ผมไม่บังอาจครับ นับถือพี่โฉมเหมือนพี่สาว”

ไปกันใหญ่เตลิดเปิดเปิง ไม่เข้ามุมที่หล่อนต้องการตะล่อม เฉิดโฉมขบริมฝีปากจนเจ็บ

“ผิดฝาผิดตัว เจตนาของคุณมินทร์อยู่ที่ใครอีกคน”

นวมินทร์เกือบสะดุ้ง รู้ว่านามที่หล่อนไม่ระบุนั้นหมายถึงอุมาวสี

“ไม่ใช่แน่นอน ผมไม่เคยกระทำบ้าระห่ำ แม้ว่าสมัยที่อยู่เมืองนอกก็ตาม นี่เป็นครั้งแรกในชีวิต”

“วันนี้เชิญคุณมินทร์มาทานข้าว เราจะปรึกษาหารือกันค่ะ พี่ลดราคาให้ยี่สิบเปอร์เซ็นต์”

“พูดอย่างเคลียร์หมดแล้วนะครับ ช่วงนี้ผมติดธุระ เอาไว้โอกาสหน้าเถอะ”

“เมื่อไหร่คะ”

“ตอบไม่ถูก ขอตัวนะ โทรศัพท์อีกสายเรียกผม”

เพียงเท่านั้น เสียงก็ขาดตอนสัญญาณสายว่าง สาวใหญ่แค้นเคืองสุดจะพรรณนา สังหรณ์ใจว่าเขาอาจจะสาปส่งสวนอาหารอิ่มเอม

อุมาวสีอาจจะเป็นตัวแปรสถานการณ์ทั้งหมด ทำนองกันนวมินทร์ไว้เป็นสำรอง หากว่าพลาดพลั้งหย่าขาดพิชญ์

คนสวยเลือกได้เสมอเช่นนั้นหรือ

พยักหน้าเรียกเด็กเสิร์ฟเบอร์หนึ่ง เล่าความย่อๆ ต่อท้าย

“น้องอุลองโทรถึงคุณมินทร์สิจ๊ะ ชวนมาทานข้าว”

เอากับแม่สิ ช่างไม่รู้กาลเทศะบ้างเลย นึกว่าตนเองเป็นศูนย์กลาง ทำอะไรต้องได้ดั่งใจนึก

“ขนาดพี่โฉมมีศักยภาพเพียบ คุณมินทร์ยังปฏิเสธ นับประสาอะไรกับอุ ให้เวลาเขาปรับตัวปรับใจสักชั่วระยะหนึ่ง ไม่ดีกว่าหรือคะ”

“แน่ใจหรือว่าเขาจะไม่สาปส่งที่นี่”

“อุแน่ใจค่ะ”

รู้มานานแล้ว สิ่งที่อุมาวสีปฏิเสธก็คือปฏิเสธ หล่อนเป็นคนประเภทยอมหักไม่ยอมงอ อ่อนนอกแข็งในประมาณนั้น

“พี่โฉมเชื่อน้องอุ”

เมื่ออยู่ตามลำพัง เฉิดโฉมแอบโทร.รายงานพิณทิพย์เปลี่ยนแปลงข้อมูล

กลายเป็นว่าอุมาวสีหึงหวง เกรงว่านวมินทร์จะรักใคร่หล่อน กีดกันให้เขาว่างเว้นจากสวนอาหารอิ่มเอม ไม่รู้ว่าจะนานสักเท่าใด

สิ่งที่ไม่เปิดเผยคือ นวมินทร์กอดจูบหล่อนที่ลานจอดรถ



Don`t copy text!