อุมาวสี บทที่ 24 : ศึกหลายด้าน

อุมาวสี บทที่ 24 : ศึกหลายด้าน

โดย : ตรี อภิรุม

อุมาวสี ภาคต่อของ “หิมพาลัย” โดย ตรี อภิรุม เรื่องราวชีวิตหลังงานแต่งงานของพิชญ์และอุมาวสีในโลกที่แตกต่างจากโลกลับแลจะเป็นอย่างไร ความรักที่พิชญ์มีให้เธอ จะเพียงพอที่จะช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจของหญิงสาวผู้แสนดีคนนี้ได้หรือไม่ ‘อุมาวสี’ นวนิยายออนไลน์ที่พาชาวอ่านเอาเดินทางไปกับจินตนาการที่สวยงามและความรักที่มีอยู่จริง

เฉิดโฉมอยู่ในคอกเคาน์เตอร์เหลือบพบกุลณัฐพร้อมด้วยเพื่อนสาวสองคนเข้ามาในสวนอาหาร รีบลุกออกไปต้อนรับ

ต่างไหว้และรับไหว้ตามมารยาท ทักทายปราศรัยพื้นๆ สองประโยค เชื้อเชิญนั่ง ยินดีลดราคาพิเศษสิบเปอร์เซ็นต์

ต่อจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของเด็กเสิร์ฟเบอร์หนึ่ง อุมาวสีทำความเคารพอย่างนอบน้อม ยื่นเมนู จดรายการอาหารตามสั่งใส่สมุดฉีก

ภายใต้ใบหน้ายิ้มระรื่น แต่ในใจของกุลณัฐโกรธแค้น เจ็บปวดไม่หาย คู่แข่งแย่งพิชญ์ไปครอบครอง

หล่อนพยายามทุกวิถีทางจะเป็นมือที่สาม มั่นใจว่าสักวันหนึ่งจะประสบผลสำเร็จ

สาวใหญ่เจ้าเสน่ห์ประจำเคาน์เตอร์แคชเชียร์ เตรียมแก้ปัญหา หากเรื่องกอดจูบถูกรื้อฟื้น

นั่นปะไร!

กุลณัฐแยกจากเพื่อนสองสาว เคลื่อนโฉมตรงมาที่เคาน์เตอร์  แสร้งถามทั้งที่รู้ข้อมูล

“มินทร์มาทานอาหารที่นี่บ่อยไหมคะ”

“ก่อนโน้นบ่อยค่ะ แต่เดี๋ยวนี้ว่างเว้นกว่าสัปดาห์แล้ว” ทอดถอนใจทรวงอกกระเพื่อม “พี่โฉมพิจารณาตัวเอง เราไม่ได้ทำอะไรผิดพลาด”

“อยากพบมินทร์หรือเปล่าคะ”

ข้อเสนอเข้าทีที่สุด แต่ตะกรุมตะกรามรับไม่เหมาะ จึงต้องเล่นลีลาชั้นเชิงซ่อนวัตถุประสงค์

“อธิบายไม่ถูก คุณมินทร์ก็เป็นลูกค้าขาประจำรายหนึ่ง น้องกุลจะพาเขามาที่นี่หรือคะ”

“กุลจะแนะนำว่าจะพบมินทร์ได้ที่ไหน รับรองว่าไม่น่าเกลียด”

“ได้ค่ะ พี่โฉมจะพาน้องอุไปด้วย เชื่อว่าเธอจะดีใจจนเนื้อเต้น”

ทำไมจะไม่รู้ว่านั่นเป็นความเท็จ คนที่ดีใจจนเนื้อเต้นคือเฉิดโฉมต่างหาก สาวสวยขยายความว่า นวมินทร์ช่วยธุรกิจของครอบครัวสองแห่ง โรงแรมระดับสี่ดาวเป็นแหล่งที่น่าจะพบตัวได้มากที่สุด

ครั้นแล้วก็แจ้งโลเคชันที่ตั้งของโรงแรมโดยละเอียด เฉิดโฉมจดใส่เศษกระดาษ

สิ่งที่น่าสังเกต กุลณัฐไม่เอ่ยถึงการกอดจูบแม้แต่คำเดียว

ขอตัวกลับไปนั่งโต๊ะ ร่วมรับประทานอาหารกับเพื่อนหญิง

นี่เป็นแผนปฏิบัติการแรก แผนสองหล่อนจะคั่วพิชญ์กระชั้นชิดยิ่งขึ้น หาทางให้เขารู้ว่าอุมาวสีกำลังจะนอกใจแฟนหนุ่ม

จะลงทุนทุกอย่าง แม้ว่าจะทอดตัวให้พิชญ์ชิมเล่นก็ตาม

สาวใหญ่เจ้าของกิจการฝันเฟื่องไม่แพ้กุลณัฐ ยุยงให้อุมาวสีบุกตะลุย ตนเองอยู่เบื้องหลังคอยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์

นานพอสมควร กุลณัฐเช็กบิล เฉิดโฉมตามไปส่งที่ยานพาหนะคันงาม ทิ้งท้ายวาจาความหมายเชิงลึก

“ขออวยพรให้น้องกุลณัฐได้สิ่งที่สูญเสียกลับคืนค่ะ”

สิ่งที่สูญเสียจะเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากพิชญ์ กุลณัฐตอบมาด้วยไหวพริบเกือบจะทันควัน

“พี่เฉิดโฉมเงียบเหงามานานแล้ว กุลขออวยพรให้ได้แฟนหนุ่มสุดหล่อ อายุน้อยกว่าเกินรอบ”

ถึงคราวที่หล่อนจะขวยเขิน ความหมายชัดเจนอยู่แล้ว ไม่ต้องแปล กลับไปนั่งประจำเคาน์เตอร์คิดเงิน เริ่มบทบาทใหม่ที่คิดว่าฉลาดล้ำลึก

“น้องอุจ๊ะ พี่จะหาทางให้เธอพบคุณมินทร์”

ตลกสิ้นดี จัดสรรให้คนอื่นเป็นหุ่นเชิด อำพรางความปรารถนาอันเร่าร้อนของตนเอง อุมาวสีตอบเสียงหวานละมุน

“อุไม่อยากเจอค่ะ เดี๋ยวใครจะเข้าใจผิดว่าคิดนอกใจแฟน”

เฉิดโฉมหน้าเจื่อนนิดหนึ่ง แต่คนที่ฉลาดเหลี่ยมจัดย่อมจะพลิกพลิ้วได้รอบตัว กำหนดเกมให้ผู้อื่นเดินตาม ถือว่าเป็นความสำเร็จเบื้องต้น

“แค้นเคืองคุณมินทร์ที่กอดจูบพี่โฉม งั้นรึ”

ตั้งข้อหาอันน่าอดสู โดยไม่มีโอกาสรู้ว่า พฤติกรรมนั้นเกิดจากการสะกดจิต ไม่ได้เกิดมาจากนวมินทร์หลงเสน่ห์หล่อน เด็กสาวใจเย็นต่อการยั่วยุให้โกรธ

“อุพร้อมจะเป็นแม่สื่อให้พี่โฉมเสียด้วยซ้ำค่ะ หากว่าโอกาสเปิด”

“จำไว้นะ คำพูดของน้องอุ”

หล่อนได้ทีขี่แพะไล่ วาจาของอุมาวสีเข้าทางเหมาะเจาะ

“คุณมินทร์ดูแลงานที่โรงแรมแห่งหนึ่ง พี่จะพาเธอไปที่นั่นจ้ะ”

“เจาะจงเกินไป ไม่สมควรกระมังคะ”

“โรงแรมเปรียบได้ว่า สถานที่กึ่งสาธารณะ ใครๆ ก็เข้าไปใช้บริการได้ทั้งนั้นแหละ ทั้งประชุม สัมมนา จัดเลี้ยงวาระต่างๆ เป็นต้น” สาวใหญ่วางแผนรัดกุม “ลบคำว่าเจาะจงไปได้เลย เราอาจจะเจอคุณมินทร์โดยบังเอิญ”

“ถ้าเป็นยังงั้นละก็ พี่เฉิดโฉมก็สามารถไปคนเดียวได้นี่คะ”

“อุต้องเข้าใจนะจ๊ะ ไปคนเดียวมันเคว้ง ดูแต่น้องกุลเถอะ ยังพ่วงเพื่อนมาด้วยสองคน”

อุมาวสีใคร่ครวญ ปฐมเหตุจากการสะกดจิต ไหนๆ หล่อนก็ริเริ่มควรจะสานต่อ

จะสำเร็จเป็นรูปธรรมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์อันเป็นองค์ประกอบหรือตัวแปร

จุดประสงค์อยากให้นวมินทร์หมดความสนใจหล่อนโดยสิ้นเชิง

“พี่โฉมจะไปกลางวันใช่ไหมคะ”

“แน่นอน พี่รู้ว่าน้องอุกลางคืนไม่สะดวก”

เด็กสาวตอบตกลง

เฉิดโฉมเกือบจะเก็บความชื่นมื่นไม่มิด นึกวางแผนต่อเนื่อง เมื่อถึงวันนั้นจะแต่งกายสวยพริ้งประดับเครื่องเพชร ดับรัศมีเด็กเสิร์ฟเบอร์หนึ่ง

ใช่แต่เท่านั้น ก่อนออกเดินทางจะแอบโทรศัพท์ไปแจ้งข่าวแก่กุลณัฐ หวังผลกระทบทางอ้อม คือ พี่สาวจะรายงานน้องชายสุดหล่อ

อุมาวสีเปรียบเสมือนสายล่อฟ้า นวมินทร์จะตื่นเต้นยินดีคอยดักพบ

O         O         O         O

นวมินทร์รับโทรศัพท์จากญาติผู้พี่

“ทราบข่าวมาว่า วันนี้พี่เฉิดโฉมจะพาน้องอุไปที่โรงแรมนายจ้ะ”

ชายหนุ่มรู้สึกกังวลนิดๆ ตัดสินใจไม่ตกว่าจะดักพบหรือหลบเลี่ยง ยินดีและไม่ยินดีคละเคล้า ส่วนที่ไม่ยินดีได้แก่สาวใหญ่เจ้าแม่แอ๊บแบ๊ว

ตำแหน่งของเขา ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายบุคลากร งานสบายๆ ธุรกิจของครอบครัว ไม่มีใครกล้ากดดัน

“ผมเบื่อเรือพ่วงครับ”

กุลณัฐทราบทันควันว่าหมายถึงเฉิดโฉม ใช้วาทศิลป์ตะล่อม

“เรือพ่วงเปรียบเหมือนเปลือก ขอถามหน่อย มินทร์กินส้มเขียวหวานทั้งเปลือกหรือจ๊ะ”

“เปล่าครับ แต่สองสาวต่างวัยเกาะกันติด ผมหมดปัญญาที่จะแยกออก”

พี่สาวหัวเราะหวานพลิ้ว มันเป็นเกมซับซ้อนซ่อนเงื่อน ต่างฝ่ายต่างก็มีจุดมุ่งหมายด้วยกันทั้งสิ้น

“อาศัยสติปัญญาสิจ๊ะ พี่ไม่เชื่อว่ามินทร์จะงี่เง่า ถึงขนาดไม่รู้ศิลปะการแกะเปลือกออกจากเนื้อ”

การสนทนาทางโทรศัพท์สิ้นสุดลง นวมินทร์ตรวจงานชั้นที่สามสิบสามของโรงแรม ชั่งใจใคร่ครวญหนัก ต้องยอมรับว่าความรักความหลงครอบคลุมถึงจิตวิญญาณของเขาทีเดียว

เคยฝันถึงอุมาวสีหลายครั้ง หลายรูปแบบ ใกล้ชิดเชิงปฏิพัทธ์ กำลังจะได้จูบแต่ก็ตกใจตื่นทุกที

เขาใช้โทรศัพท์ภายในไต่ถามโอเปอเรเตอร์ บอกรูปพรรณสัณฐานของสตรีทั้งสอง ได้ความว่ากำลังนั่งล็อบบี ดื่มกาแฟคาปูชิโน

ตัดสินใจลงลิฟต์ จะดูลาดเลาห่างๆ เผื่อว่าเฉิดโฉมจะแยกออกจากอุมาวสีชั่วคราว เช่น เจอเพื่อนฝูง ฯลฯ

แต่ที่ล็อบบี นวมินทร์พบความผิดหวัง ปราศจากร่างสองสาว ไต่ถามโอเปอเรเตอร์อีกครั้ง ได้รับคำตอบว่าไม่ทันสังเกต

ฉุกคิดได้ว่า มีงานแสดงจิตรกรรมอนุรักษ์สภาพแวดล้อม ชายหนุ่มขึ้นบันไดเลื่อนสู่ชั้นหนึ่ง ที่นั่นเป็นช็อปปิงโซน สินค้าไฮโซสารพัด ราคาสูงกว่าท้องตลาด

ที่แกลเลอรีฮอลล์ ผู้ชมภาพวาดหร็อมแหร็ม แต่ก็ทยอยเข้ามาเรื่อยๆ แทบจะไม่ขาดสาย

คาดคะเนไม่ผิด เฉิดโฉมกับอุมาวสีกำลังชมภาพวาดสีฝุ่นของจิตรกรชื่อดัง สองสาวต่างรุ่นเหลียวมาพอดี

“สวัสดีครับ พี่โฉม”

นวมินทร์ทำความเคารพนอบน้อม แฝงนัยนับถือความอาวุโส ไม่ใช่แบบแฟน

สาวใหญ่รับไหว้พร้อมเด็กสาว

แม่เจ้าประคุณเอ๋ย อาการแอ๊บแบ๊วตามมาโดยอัตโนมัติ เบิกตาโตแจ๋วแหวว ตุ้งติ้ง ขวยเขิน ยกมือลูบอกเสื้อคล้ายจะบอกว่า ของฉันนี่แหละอวบอึ๋มกว่าอุมาวสี เครื่องเพชรที่พอกส่องแสงแวววับ

“ชวนน้องอุมาชมนิทรรศการ ไม่นึกไม่ฝันว่าจะเจอคุณมินทร์”

ใช่…โกหก นี่คือพฤติกรรมของหล่อน ไม่เคยมีวันไหนที่จะไม่กล่าวเท็จ

“ผมทำงานที่นี่ครับ”

“โอ…งั้นหรือคะ พี่โฉมเพิ่งทราบเดี๋ยวนี้แหละ เมื่อไหร่เราจะชมภาพยนตร์กันอีกคะ ขอเลี้ยงคุณมินทร์ตอบแทน”

เอากับแม่สิ รุกต่อเนื่อง อุมาวสีเป็นส่วนเกินโดยปริยาย ชายหนุ่มสบตาดรุณีโฉมงาม

“คุณอุสนใจโปรแกรมไหนครับ”

“ไม่เลยค่ะ เชิญคุณมินทร์กับพี่โฉมตามสบาย ไม่ต้องห่วง”

“เอาไว้เราทบทวนกันอีกครั้ง ผมเองก็ไม่ค่อยว่างครับ”

“เรายังไม่ได้ทานอะไรกันเลย น้องอุคงจะหิว”

อุมาวสีเกือบสะดุ้ง ตกอยู่ในสภาพหุ่นที่ถูกจับเชิด อันที่จริงรับประทานรองท้องกันมาแล้ว เฉิดโฉมโกหกตาใสใจคด

“โรงแรมเรามีอาหารหลากหลายให้แขกเลือก ผมขอแนะนำภัตตาคารอาหารจีน”

“คนแนะนำเป็นเจ้าภาพหรือเปล่าเนี่ย”

สาวใหญ่หยั่งเชิงทีเล่นทีจริง เล่นหูเล่นตายั่วกิเลส

ใช้ลูกเล่นอีหรอบนี้ ใครจะกล้าปฏิเสธ นวมินทร์พยายามสบตาสาวน้อย ถึงอย่างไรรัศมีความงามก็ชนะเฉิดโฉม

กินขาด แม้ว่าปราศจากเครื่องประดับอัญมณี

“ใช่ครับ”

“อุ๊ยตาย” ออกตัวกระตุ้งกระติ้งสะดิ้งพราว “โฉมล้อเล่นเท่านั้นเองค่ะ”

ไชนีส เรสเตอรองท์อยู่ชั้นจี. สถานที่โอ่โถง บางวาระจะถูกจองโต๊ะจัดเลี้ยง

บุคคลทั้งสามนั่งโต๊ะใกล้กระถางไม้ประดับ พนักงานเสิร์ฟยื่นสมุดเล่มเมนูจ่ายแจก

“ข้าวขาหมูตำรับฮ่องเต้เยี่ยมมากเชียว เสี่ยบางรายทานสองจานควบ พี่โฉมน่าจะลอง”

เขาระบายยิ้ม แฝงความหมายประชด กินซะจะได้อ้วนเป็นหมูตอน หล่อนพาซื่อ นึกว่าหนุ่มหล่อหวังดี

“คุณมินทร์ล่ะคะ”

“พี่โฉมคุณอุเชิญก่อนครับ อย่าห่วงเดี๋ยวผมสั่งเองต่างหาก”

ผลปรากฏว่า เฉิดโฉมเลือกข้าวขาหมู ไม่เอามันและหนัง อุมาวสีสั่งบัวลอยน้ำขิงไส้เผือกผสมงาดำ ส่วนนวมินทร์สั่งข้าวหน้าเป็ดย่างหนังกรอบ…

ช่วงเวลาเดียวกันนี้ กุลณัฐอยู่ในฟูดเซ็นเตอร์ของห้างเคียงคู่พิชญ์ ร่วมโต๊ะรับประทานอาหาร ฟื้นฟูความสัมพันธ์เชิงปฏิพัทธ์

หมู่นี้หล่อนลดเกรดมากินข้าวกับพิชญ์บ่อยครั้ง สังเกตได้ว่าชายหนุ่มใช้ชีวิตเรียบง่าย หลีกเลี่ยงสิ่งที่หรูหราฟุ่มเฟือย นิสัยแตกต่างกับเมื่อก่อนลิบลับ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่า อุมาวสีเป็นต้นเหตุทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

น่าอิจฉาชะมัด ภรรยาวัยรุ่นชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้

พิชญ์เกรงใจไม่กล้าปฏิเสธ พยายามพูดเป็นนัยเสมอว่ารักชอบกุลณัฐแบบน้องสาว

“พี่โหน่งพิมพ์เรื่องหิมพาลัยเสร็จหรือยังคะ”

“ประมาณครึ่งหนึ่งแล้วครับ” ชายหนุ่มเล่าความ “พิมพ์บันทึกข้อความในคอมพิวเตอร์วันละเล็กวันละน้อย คืนไหนกลับถึงบ้านเหนื่อยมากก็งด อยากจะให้เป็นบันทึกที่เนื้อความสมบูรณ์ น้องอุมีส่วนช่วยผมมากด้านทบทวนความทรงจำ”

กุลณัฐน้อยใจผสมอิจฉาแค้นเคือง พิชญ์ให้ความสำคัญ ดูเหมือนอุมาวสีจะครอบคลุมไปทั้งชีวิตเดียว ไม่ยอมให้เกิดการพลัดพราก ยกเว้นความตาย

“น้องอุเคยเล่าอะไรเกี่ยวกับงานที่สวนอาหารให้ฟังบ้างหรือเปล่าคะ”

“ไม่ค่อยได้เล่าจะเท่าไหร่ ผมเองก็ไม่ซักถาม รู้แล้วว่างานเดินโต๊ะจะสับสนวุ่นวายพอสมควร ส่วนใหญ่จะไม่ได้นั่ง เราให้เกียรติซึ่งกันและกันครับผม”

“อย่าหาว่ากุลยุให้ครอบครัวแตกแยกนะคะ จะบอกความจริงบางอย่าง พี่โหน่งอยากฟังหรือเปล่าคะ”

“เฉยๆ ครับ”

“รู้สึกว่าจะเข้าข่ายกุลปากบอน” หล่อนเล่นลีลาชั้นเชิงสูง “แต่ก็ยอมเพื่อความหวังดีต่อพี่โหน่ง อยากจะให้โทรถามพี่โฉมว่า ขณะนี้น้องอุอยู่ที่ไหน”

“ผมไม่ได้ติดต่อกับพี่โฉมนานแล้วครับ เพราะสถานภาพของตัวเองไม่ใช่ชายโสด ตอนที่เธอรับน้องอุเป็นเด็กเสิร์ฟ ผมฝากผ่านพี่สาวไปว่า ยังรักและนับถือเหมือนเดิม”

“ถ้าไม่โทรถาม เราจะทราบข้อเท็จจริงหรือคะ”

ชั่งใจลังเล ขุ่นข้องทางอารมณ์เล็กน้อย สมัยหนึ่งเฉิดโฉมเคยพยายามจะเกี่ยวข้อง แต่กุลณัฐมาแรงกว่า พิชญ์ดึงเครื่องมือสื่อสารออกจากเอว กดโทร.ออก แว่วสัญญาณสายติด

ปี๊บ-ปี๊บ!

สาวใหญ่เจ้าเสน่ห์หยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋าหิ้ว พลันเบิกตาโตไม่นึกไม่ฝัน เป็นไปได้อย่างไรกันเล่า

ที่จอปรากฏนามพิชญ์

“ขอตัวสักครู่ค่ะ”

ออกไปยืนนอกเขตภัตตาคาร เพื่อจะได้สะดวกสนทนา

นวมินทร์คิดว่าหล่อนรักษามารยาท แต่ความจริงอำพรางซ่อนเร้นข่าวสารข้อมูลต่างหาก ตระหนักว่าอาจจะทำให้เสียประโยชน์

ด้วยปฏิภาณอันเฉียบแหลม อุมาวสีรับภาวะผิดสังเกต หมุนแหวนเงินในนิ้วกลั้นลมหายใจ จับกระแสการสนทนาภายนอก โดยทำสมาธิเพียงกึ่งหนึ่ง

“ผมเบื่อส่วนเกิน อยากจะอยู่กับคุณอุตามลำพัง เพิ่งจะได้โอกาส”

“อย่าพูดสำนวนนี้ให้พี่โฉมได้ยินนะคะ เดี๋ยวเธอจะเสียใจมาก อุตส่าห์หลงใหลใฝ่ถึงคุณมินทร์ ถ้าจะนับกันจริงๆ ละก็ อุนี่แหละส่วนเกิน มาเป็นเพื่อนพี่โฉม”

“ไม่ใช่ครับ” นัยน์ตาของเขาฉายแววอ่อนโยนหวานซึ้ง “ถึงยังไงความรู้สึกที่ผมมีต่อคุณอุก็จะไม่เปลี่ยนแปลง แต่ก็ยอมรับว่าผมมาทีหลัง เราน่าจะพบกันก่อนขณะที่คุณอุมีอิสรภาพ”

ต่างฝ่ายต่างเงียบ นวมินทร์เก็บซ่อนความสะท้านสะเทือนไว้ในส่วนลึก ส่วนอุมาวสีละความสนใจชายหนุ่มชั่วครู่ จิตอยู่ภายนอกตรวจสอบผสมด้วยญาณหยั่งรู้อนาคต

“หากว่าคุณมินทร์จะต้องเดินทางกลางคืนถนนซอยเปลี่ยวเขตปริมณฑล ระวังตัวหน่อยนะคะ”

“ระวังอะไรครับ”

“คนตกงานสติแตก เอาก้อนหินดักปารถยนต์ที่กำลังแล่น ระบายความแค้นสังคม”

เขาเกือบจะหัวเราะ คาดว่าเด็กสาวได้ข้อมูลจากสื่อสารมวลชน เก็บเอามาเตือนเพื่อเบี่ยงประเด็น

เฉิดโฉมกลับมานั่งที่เดิม เก็บโทรศัพท์มือถือไว้ในกระเป๋า ยิ้มแย้มระรื่น

“คุยอะไรกับน้องอุส่วนตัวคะ”

“เปล่าครับ”

อุมาวสีเฉยเสีย ท่าทีสงบเสงี่ยม เห็นใจที่นวมินทร์โกหก เพราะความจริงบางกรณีเหมาะสำหรับเก็บเป็นความลับเฉพาะตัว หากไม่ทำให้ผู้อื่นเสียหาย สังคมชาวกรุงถือว่าไม่ผิด

รับประทานอาหารเสร็จ นวมินทร์ตามไปส่งสองสาวที่ลานพาร์กกิ้ง ระมัดระวังควบคุมสติ ไม่ให้เผลอกอดจูบเฉิดโฉมรอบสอง

“เมื่อไหร่คุณมินทร์จะไปที่สวนอาหารอีกคะ”

สาวใหญ่ออกอาการแอ๊บแบ๊วปานดรุณีวัยกระเตาะ

“ผมไม่ค่อยว่าง ขึ้นอยู่กับโอกาส”

หล่อนใช้ข้อศอกแยงสีข้างอุมาวสี เชิงขอให้ช่วยชักชวน แต่เด็กสาวนิ่งเฉย แกล้งไม่เข้าใจสื่อ

O         O         O         O

เฉิดโฉมจอดรถยนต์ภายในบริเวณสวนอาหารอิ่มเอม ต่างคนต่างลงจากรถเก๋ง สิ่งที่อัดอั้นตันใจก็พรั่งพรู

“อย่าเพิ่ง คุยกันก่อนจ้ะ”

อุมาวสีชะงักภายใต้เพิงพลาสติกสีเขียวกันแดด ประจันหน้าฝ่ายตรงข้าม

“ตอนพี่ออกไปโทรศัพท์นอกภัตตาคาร น้องอุคุยอะไรส่วนตัวกับคุณมินทร์”

“อ๊ะ คุณมินทร์ตอบพี่โฉมแล้วนี่คะ”

สาวใหญ่จ้องตาโตค่อนไปทางถมึงทึง ความเจ้าเสน่ห์ลดวูบไม่เหลือเลย แค่นยิ้ม

“นั่นแหละ คลุมเครือไม่กระจ่างชัด ฉันอยากจะฟังจากปากของเธอ”

เอากับแม่สิ อะไรที่ควรจบแต่ไม่ยอมให้จบ ชอบฟื้นฝอยหาตะเข็บ ทีกับตัวเองบ้างกลับปิดบังซ่อนเร้น

“คุยกันเรื่องคนเอาก้อนหินดักขว้างปารถเก๋งระบายอารมณ์ ตามที่เป็นข่าวทางสื่อ”

“ไม่เชื่อ”

“ก็ลองโทรถามคุณมินทร์สิคะ”

หล่อนกระตุกไหล่ คอยืดชอบกล กิริยาอาการคล้ายคนจะอ้วก

“บ๊อง เขาจะได้หาว่าฉันสาระแนส่อเสียด”

อ้อ รู้เหมือนกันหรือ คนที่วันทั้งวันกิเลสฟุ้งตลบ จิตใจจะหาความสงบสุขไม่ได้เลย เฉกเช่นเฉิดโฉม

“อุขอถามพี่โฉมบ้าง พี่โหน่งโทรมาคุยอะไรคะ”

นายจ้างหญิงตะลึง ทำท่าคล้ายเจอผีหลอกกลางวันแสกๆ พิชญ์สอบถามเกี่ยวกับภรรยาวัยรุ่น

มีหรือจะให้ความจริง หล่อนเปลี่ยนแปลงข้อมูล กลายเป็นว่าอุมาวสีกระสันจะพบนวมินทร์ วิงวอนชักชวน ขณะกำลังโทรศัพท์ คนทั้งสามอยู่ในภัตตาคารอาหารจีน นวมินทร์จัดเลี้ยง

อุมาวสีดักคอเบาๆ

“พี่โฉมพูดยังงี้ใช่ไหมคะ นี่พี่โฉมนับถือคุณโหน่ง ถ้าเป็นคนอื่นไม่บอกเด็ดขาด น้องอุเธอหลงใหลคุณมินทร์มากทีเดียว เพราะเขาหล่อเฟี้ยวพระเอกหลายคนชิดซ้าย”

“เธอรู้ได้ยังไงเนี่ย”

“อาจจะเป็นเพราะหัวใจเราตรงกันกระมังคะ”

“โฮ้ย! คุยกันเรื่องมโนสาเร่” สาวใหญ่รีบตัดบท หล่อนหน้างอคว่ำ “อย่าลืมว่าพี่โฉมรู้จักคุณโหน่งมาก่อนเธอ”

 



Don`t copy text!