อุมาวสี บทที่ 30 : ไร้มารยาสาไถยอ่อนโลก

อุมาวสี บทที่ 30 : ไร้มารยาสาไถยอ่อนโลก

โดย : ตรี อภิรุม

อุมาวสี ภาคต่อของ “หิมพาลัย” โดย ตรี อภิรุม เรื่องราวชีวิตหลังงานแต่งงานของพิชญ์และอุมาวสีในโลกที่แตกต่างจากโลกลับแลจะเป็นอย่างไร ความรักที่พิชญ์มีให้เธอ จะเพียงพอที่จะช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจของหญิงสาวผู้แสนดีคนนี้ได้หรือไม่ ‘อุมาวสี’ นวนิยายออนไลน์ที่พาชาวอ่านเอาเดินทางไปกับจินตนาการที่สวยงามและความรักที่มีอยู่จริง

เฉิดโฉมคางเชิด ปั้นจิ้มปั้นเจ๋อชอบกล คุยโอ้อวดอุมาวสี

“เมื่อคืนพี่ไปดูหนังรักกับคุณธวัช เขาไม่พูดถึงน้องอุแม้แต่คำเดียว ทั้งที่ยุคก่อนเคยกุลีกุจอจะขับรถไปส่งเธอ”

เด็กสาวนึกขบขัน เบื้องหน้าเบื้องหลังทำไมจะไม่ทราบ แสร้งพูดให้สมใจคนฟัง

“แสดงว่าพี่โฉมเสน่ห์แรง บารมีสูง เด็กกะโปโลอย่างอุไม่อาจจะไปเทียบเคียง”

หล่อนหน้าบานราวกับจานเชิง ชูคอที่อวบอิ่ม

“อ้อ รู้เหมือนกันเรอะ คุณธวัชเกี้ยวพาราสี จับมือในโรงหนัง ขอเป็นแฟนพี่”

“พี่โฉมโมโห” อุมาวสีสนุกรื่นเริง “ใช้เล็บแหลมจิกขยุ้มประท้วงใช่ไหมคะ”

“บ้า! ใครจะไปทำแบบนั้น” สาวใหญ่ชำเลืองค้อน “พี่แค่ดึงมือออกจากมือเขาอย่างนุ่มนวล บอกว่าเราเป็นเพื่อนกันไปก่อน ยังไม่อยากจะจบชีวิตโสด”

“คุณธวัชไม่ใช่ผู้ชายในอุดมคติของพี่โฉมหรือคะ”

“ไม่ใช่จ้ะ”

“งั้นใครกัน”

ความคิดคำนึงพุ่งไปที่นวมินทร์ จูบของหนุ่มน้อยสุดหล่อสร้างความวาบหวามรัญจวน หล่อนฝันเฟื่องกระเจิดกระเจิง จูบของใครก็ไม่อาจจะทัดเทียม

“ขออุบเงียบ”

รู้เต็มอก ว่านวมินทร์เป็นผู้ชายแห่งอุดมคติ แต่ไม่อยากแคะไค้ปัญหาหัวใจของเฉิดโฉม อุมาวสีโอนอ่อนผ่อนตาม

“เรื่องส่วนตัว พี่โฉมมีสิทธิ์ไม่ตอบค่ะ”

ช่วงเวลาเดียวกันนี้ กุลณัฐได้ข่าวลือเกี่ยวกับเจ้าของสวนอาหารอิ่มเอม ก้ำกึ่งระหว่างความจริงหรือโคมลอย หากควรจะเป็นความจริงเสียมากกว่า

เฉิดโฉมจูบลาส่งผู้ชายที่ลานจอดรถถึงสองครั้ง เมื่อเคยชิน ปฏิบัติการครั้งที่สามย่อมจะตามมาโดยลำดับ

จำเพาะเจาะจงเกิดขึ้นกับไอศูรย์

ไม่แคร์ว่าเป็นแฟนของพีรวรรณ

กุลณัฐโทร.ไปคุยกับพิณทิพย์ เรื่องข่าวลือกระฉ่อนที่แพร่ระบาดรวดเร็ว สรุปท้ายข่าวจากปากต่อปากอาจจะบิดเบือน เสริมต่อ “กุลไม่รับรองว่าจะจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ อุอยู่ในเหตุการณ์ พี่แนทน่าจะลองเช็คข้อมูลกับเธอ”

พิณทิพย์ขึ้งเคียดขึ้นมาทันควัน ไม่เคยยอมรับว่าอุมาวสีเป็นน้องสะใภ้ นอกจากนางบำเรอของพิชญ์ ผู้หญิงเก็บตก

“อุเดี๋ยวนี้รอบจัด สำนวนพลิกพลิ้ว ใกล้เคียงมะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก ตามปกติพี่จะไม่สังสรรค์กับหล่อน แค่ทักทายตอนบังเอิญเจอะเจอ พี่แนนห้ามนักห้ามหนา เกรงว่าพี่จะเผลอเสียดสีจวกรุนแรง จะทำให้เราเสียแผน”

“งั้นพี่แนทจะทำยังไงคะ”

“โอนไปให้พี่แนนเจ้าของเรื่องดำเนินการเองค่ะ ไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณเอจะเผลอลืมตัวขนาดนั้น”

สิ้นสุดการกระจายข่าวสู่พิณทิพย์ คนที่ละเว้นไม่ได้คือนวมินทร์ กุลณัฐรีบต่อสายรายงานญาติผู้น้อง

นวมินทร์ตะลึงตื่นเต้น ไม่ธรรมดาพฤติกรรมแนวเดียวกันอุบัติขึ้นครั้งที่สาม เฉิดโฉมสาวใหญ่วัยเฉียดสี่สิบ เสน่ห์แรงร้อนจนผู้ชายควบคุมสติอารมณ์ไม่อยู่เชียวหรือ

น่าจะเกิดจากการจัดสรรของคนบางคน

“พี่เดาว่าไม่นานหรอก จะมีเหตุการณ์ครั้งที่สี่ เอ, หรือจะเป็นอาถรรพ์ของลานจอดรถ”

“สามครั้งมากเกินพอแล้วครับ ครั้งที่สี่จะไม่เกิดขึ้นเด็ดขาด”

“อะไรทำให้มินทร์มั่นใจขนาดนั้น”

พลันอุมาวสีปรากฏในมโนภาพ ไม่ใช่แค่ผู้ติดตามอยู่เบื้องหลังเฉิดโฉม หากหล่อนเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญประสานต่อ จนกระทั่งการกอดจูบสำเร็จเป็นรูปธรรม

“มากเกินสาม มันจะเฝือ ทุกคนจะอ่านออกว่าไม่เป็นธรรมชาติ”

“แปลก มินทร์พูดยังกะมีคนจัดฉากยังงั้นแหละ”

“ผมคาดคะเนกว้างๆ ครับ” น้องชายออกตัว “ไม่รับรองว่าผิดหรือถูก”

“เมื่อไหร่มินทร์จะไปกินข้าวที่สวนอาหารอิ่มเอมอีก”

“รอให้คลายความเบื่อเจ้าแม่แอ๊บแบ๊วเสียก่อน”

การสนทนาระหว่างญาติจบสิ้น นวมินทร์ระลึกถึงเจ้าของนามแฝง”ผู้หวังดี” ขณะนี้เขาจัดระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่เรียบร้อย จัดแจงเรียกหมายเลข กดเบอร์โทร.ออก

ห่างไกลกันกว่ายี่สิบกิโลเมตร เจ้าจำรูญประจำวินจักรยานยนต์ปากซอย แว่วเสียงสัญญาณริงโทน

มันดึงโทรศัพท์มือถือออกจากเข็มขัด คิดว่าลูกค้าประจำเรียกให้ไปรับ

“เอ๊ะ! แปลกโว้ย ไม่โชว์เบอร์ ใครหว่า ทรชนหนุ่มย่นหัวคิ้ว

“ฮัลโหล!”

“คุณใช่ไหมครับ เอาบัตรสนเท่ห์ไปเหน็บที่ปัดน้ำฝนรถเก๋งผมในห้าง”

ความทรงจำกระจ่างชัด เจ้าจำรูญรู้ทันทีว่าผู้พูดคือหนุ่มสุดหล่อระดับพระเอกแห่งวงการบันเทิง

“ถูกต้องครับ คุณอยากได้ข่าวคืบหน้าเกี่ยวกับอภินิหารของคุณอุหรือเปล่า”

“ต้องการ”

“ของฟรีในโลกนี้ไม่มีนะครับ”

นวมินทร์ไม่ประหลาดใจเลย ในโลกของวัตถุย่อมต่างแลกเปลี่ยนหรือตอบแทนซึ่งกันและกัน ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม คนที่ไม่ค่อยจะชอบลาภยศเยี่ยงอุมาวสีหายาก

“ผมจะเชื่อได้ยังไงว่า ข้อมูลจากคุณเท็จหรือจริง”

“ผมขอแนะนำตนเองก่อน ผมขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างประจำที่วินปากซอยบ้านรัฐมนตรีพิพัฒน์ ตอนหัวค่ำมักจะเจอคุณอุเสมอ เธอลงจากรถเก๋งบ้าง รถเมล์บ้าง พบพฤติกรรมที่เหนือมนุษย์ พูดแล้วขนลุก ขอแย้มเพียงเท่านี้แหละครับ”

ใช่…แม้บุรุษลึกลับจะไม่ขยายต่อ เขาก็รู้โดยนัยว่า หากได้ข่าวสมบูรณ์จะต้องใช้เงินซื้อ

หวนระลึกถึงอุมาวสีที่พลั้งปากบอกว่า มอเตอร์ไซค์โจร จะเชื่อมันนักก็ไม่ได้ อย่างน้อยเขาควรมีมาตรการป้องกันตัวเองตามสมควร

“ค่าตอบแทนสักเท่าใดครับ”

“พันบาท รับรองว่าคุณจะคุ้มเกินคุ้ม ส่วนผมขาดทุนยับ มอเตอร์ไซค์พังหนึ่งคัน ขายเป็นเศษเหล็ก คันที่กำลังขับขณะนี้เคยพุ่งลงขอบทางคว่ำเสียค่าซ่อม”

“ตกลง เราจะพบกันที่ไหนสักแห่ง ซื้อข่าวแลกเปลี่ยน แล้วผมจะโทร.กลับ”

เพียงเท่านั้นเอง เจ้าจำรูญก็ได้ยินสัญญาณสายว่าง

O         O         O         O

เลิกงานตอนเย็น อุมาวสีออกทางประตูด้านหลัง เปิดเครื่องโทรศัพท์มือถือ ฉวยโอกาสโทร.ถึงนางมณีวงศ์ไต่ถามสารทุกข์สุกดิบ

แว่วเสียงสัญญาณเรียกซ้อน เมื่อสตรีสูงอายุวางหู สัญญาณริงโทนก็ดังขึ้น หน้าจอโชว์เบอร์นวมินทร์

“ขอรบกวนเวลาคุณอุสักหน่อยครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ”

“เมื่อไม่นานมานี้ คุณอุหนีมอเตอร์ไซค์โจรมาขึ้นรถผม ขอขยายความได้ไหมครับ”

ผู้ฟังไหวสะเทือนความรู้สึกวูบ ใช้ญาณตรวจสอบ นึกแลเห็นภาพเงารางเลือน นวมินทร์ติดต่อทางโทรศัพท์กับเจ้าจำรูญ ด้วยเหตุผลกลใดไม่กระจ่างชัด แต่ที่แน่ๆคือ ไม่ค่อยจะเป็นผลดีต่อหล่อน

เจ้ามนุษย์เส็งเคร็งชอบยุ่ง เล่นกับไฟ ได้รับบทเรียนมาแล้วไม่รู้จักหลาบจำ

“ก่อนอื่น โปรดทราบไว้ด้วยว่า อุจะไม่ใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น ยกเว้นเขาจะชั่ว เราก็พูดตามจริง”

“ผมเชื่อ”

อุมาวสีเล่าความโดยย่อ ตัดส่วนอิทธิปาฏิหาริย์ออกทั้งสิ้น

“สมมุติว่าผมนัดพบนายจำรูญ คุณอุจะโกรธหรือเปล่าครับ”

นึกแล้วเชียว เหตุการณ์จะลงเอยอีหรอบนี้ หยุดไม่ได้เสียแล้ว เมื่อเหตุปัจจัยพร้อม ผลย่อมจะเกิด

“ตามปกติอุจะไม่โกรธจัดหัวฟัดหัวเหวี่ยง เพราะมันจะส่งผลกระทบมาถึงเราเอง ทำให้อารมณ์เศร้าหมองครองทุกข์ การให้อภัยจะทำให้จิตใจเราใสสะอาด”

“อยากจะถามความเห็นคุณอุ ผมควรจะพบจำรูญหรือไม่ครับ”

“เอ๊ะ! ก็คุณมินทร์นัดแนะกันแล้วไม่ใช่หรือคะ”

โดนย้อนถาม เล่นเอาชายหนุ่มนิ่งอึ้ง ใช้ตรรกะตรวจสอบ นี่ก็เป็นสิ่งยืนยันว่า อุมาวสีเหนือกว่าปุถุชน ล่วงรู้ลึกซึ้งอ่านใจคู่สนทนาออก แม้ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์

“ตัดสินใจเองเถอะค่ะ ว่าอะไรควรไม่ควร”

“ถามจริงๆ เถอะ คุณอุไม่คิดจะลาออกจากสวนอาหารหรือครับ”

“ขณะนี้ไม่คิดค่ะ แต่ในอนาคตไม่แน่” ต่อท้ายปรัชญา “ทุกสรรพสิ่งในโลกย่อมเปลี่ยนแปลงตลอด”

“ถ้ายังงั้น เป็นไปได้ไหม ในอนาคตคุณอุจะเปลี่ยนแปลงเป็นรักชอบผมมากกว่าเดิม”

เอากับพ่อซิ ไม่พ้นจีบแทะเล็มอย่างสุภาพ เด็กสาวหัวเราะหวานพลิ้ว

“อุขอแนะนำ คุณมินทร์น่าจะเปลี่ยนเพลงเรียกเข้ามือถือเป็น รักคนไม่มีเจ้าของ เอาละค่ะ ขอตัวอุกำลังจะข้ามถนน”

เด็กสาวเก็บเครื่องมือสื่อสาร ขึ้นสะพานลอย  พลันสายตาไวเหลือบพบเจ้าจำรูญจอดจักรยานยนต์ริมถนน ตำแหน่งที่มันเคยเจอหล่อนครั้งกระโน้น แสดงความมุ่งหวังจะเจออีก

หมุนแหวนบรรพบุรุษในนิ้ว กลั้นลมหายใจอธิษฐานจิต ฉะนั้น เมื่ออุมาวสีเฉียดเข้าไปใกล้ เจ้าจำรูญจึงเห็นแต่ความว่างเปล่า

รถประจำทางแล่นมาจอด หล่อนรอจังหวะขึ้น ทรชนหนุ่มเผลอเหลียวสำรวจ

อุมาวสีปรากฏโฉม โบกมือไหวๆ เชิงเยาะเย้ย ก่อนจะก้าวขึ้นรถคันจัมโบ้หายลับ ไม่แลเห็นเจ้าจำรูญถมน้ำลายปริ๊ดด้วยความโกรธ

ใช้เวลาในการเดินทางนานโข ดรุณีร่างสะคราญลงรถเมล์ระยะที่สอง ผ่านหน้าวินมอเตอร์ไซค์ปากซอยโดยไม่เจอเจ้าจำรูญ

อากาศขุ่นมัว หล่อนผ่านเข้าประตูเหล็กดัด เจอพีรวรรณเตร่รอ รู้ทันทีว่าจะถามข้อมูลเกี่ยวกับไอศูรย์ เลี่ยงไม่พ้นเสียแล้ว

“อุจ๊ะ เดี๋ยวก่อน”

น้องสะใภ้หยุดรอ พี่สาวพิชญ์ถามต่อเนื่อง

“เขาลือกันว่า คุณเอกอดจูบพี่โฉมที่ลานจอดรถ จริงเหรอ?”

สุดวิสัยที่จะกล่าวเท็จ ถึงกระนั้นก็ไม่อาจเผยความจริงหมดเปลือก ว่าตนเองอยู่เบื้องหลัง

“ใช่ค่ะ”

“เธอรู้สึกยังไงกับเรื่องนี้”

พีรวรรณถามน้ำเสียงราบเรียบ ซ่อนความรุ่มร้อนไว้ในภายในอก

“แปลกๆอยู่บ้าง แต่อุคิดว่าสังคมชาวกรุงย่อมแตกต่างกับที่บ้านเกิดของอุ”

“ไม่ค่อยจะตรงประเด็น พี่โฉมเสน่ห์แรงนักรึ ผู้ชายถึงเผลอไผลลืมตัว”

“ผู้หญิงดูผู้หญิงด้วยกันไม่ออกค่ะ พี่แนนต้องถามเพศตรงข้าม อุเห็นเหตุการณ์แป๊บเดียวก็รีบหลบเข้าตึก

“ทำไมหลบ”

“เขิน แต่คิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัว อุไม่ควรยุ่มย่าม”

“พี่โฉมว่ายังไงบ้างจ๊ะ”

หนักอกหนักใจอย่างยิ่ง อุมาวสีวิตกว่าตนจะกลายเป็นชนวนแห่งการทะเลาะวิวาท

“เธอปรารภว่าไม่ได้ยั่วสวาท มันเกิดขึ้นเองกะทันหันค่ะ เกรงว่าพี่แนนจะเข้าใจผิด”

“เท่านั้นแหละ ตามสบายจ้ะ”

หญิงสาวทอดสายตาตามหลังร่างงามระหง คับแค้นใจสุดจะพรรณนา หนอย…เข้าใจผิด จะให้เข้าใจถูกว่าเฉิดโฉมแย่งแฟนคนอื่นเช่นนั้นหรือ

ตามปกติไม่ใช่คนรุนแรง ขนาดเกรี้ยวกราด อาละวาด ด่าทอใครหยาบช้าสามานย์ คุมสติอารมณ์อย่างน้อยก็ได้กึ่งหนึ่ง รักษาความเป็นผู้ดีตามชาติสกุล

พยายามข่มความโกรธจัด จนกระทั่งมันบางเบาลง พีรวรรณโทร.ถึงไอศูรย์

“เขาลือกันกระฉ่อน คุณเอจูบพี่โฉมที่ลานจอดรถ จริงหรือคะ”

เตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้ว ไอศูรย์ไม่วายสะดุ้ง เผลอทำหน้าพะอืดพะอมปานเขียวบอระเพ็ด

“มันเป็นเรื่องที่อธิบายยากครับ ผมกล้าสาบานได้ว่า เผลอสติไม่รู้ตัว และไม่คิดมาก่อนว่าจะหลงเสน่ห์พี่โฉม ถ้าให้แต่งงานกับเธอ ขอยืนยันว่าปฏิเสธเต็มร้อย”

“บุญนะว่าพี่โฉมไม่แจ้งความ ไม่งั้นละก็เป็นข่าวดัง หนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวหน้าหนึ่ง”

“คุณแนนสอบถามไปทางพี่โฉมแล้วหรือครับ”

แฟนสาวขบริมฝีปาก ข่มความกินแหนงแคลงใจลึกๆ ตัดสินใจว่าจะภาคทัณฑ์ไอศูรย์ไว้ก่อน หากตัดขาดจะเข้าเส้นทางโจรสาวใหญ่ที่ความเจ้าชู้เลื่องระบือ

“แนนพูดเองเกรงว่าจะใช้ความรุนแรง จะวานแนทคุยกับพี่โฉมแทน

ทันใดนั้น เสียงบีบแตรหน้ารั้วคฤหาสน์

“แนทกลับมาพอดี”

ในระดับสายตา คนสวนเปิดประตูรั้ว พิณทิพย์ขับเคลื่อนยานพาหนะคันงามเข้าไปจอดในโรงรถ

“หลังจากเกิดเหตุ ผมลนลานขอโทษพี่โฉม ปฏิญาณในใจว่าจะไม่ไปอุดหนุนที่สวนอาหารอิ่มเอมอีก คุณแนนอภัยให้ผมหรือเปล่าครับ”

“อภัยให้ค่ะ แต่หวังว่าเหตุการณ์ทำนองนี้คงจะไม่เกิดขึ้นในอนาคตเป็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอย”

“รับรองว่าจะไม่เกิด ผมขอให้สัญญา”

การสนทนาเชิงตัดพ้อต่อว่าสิ้นสุด พิณทิพย์ก้าวยาวๆ ขึ้นเฉลียงหินอ่อน พี่สาวระบายความอัดอั้นพรั่งพรู ต่อท้าย

“แนทลองโทร.ถึงพี่โฉมสิจ๊ะ เราถามสาเหตุ อย่าให้ถึงขั้นจวกแหลกเชือดเฉือน เดี๋ยวจะกลายเป็นทะเลาะวิวาท”

พิณทิพย์ขุ่นเคืองแทนพีรวรรณ แต่เมื่อพี่สาวขอร้องจึงไม่อาจเพิกเฉย ทรุดกายนั่งบนขอบเฉลียง หยิบโทรศัพท์เคลื่อนที่ออกจากกระเป๋าถือ กดเบอร์โทร.ออก ท่ามกลางการจับสังเกตของผู้ร่วมสกุล

“ขอโทษค่ะ พี่โฉม แนทได้ข่าวลือไม่ทราบว่าเท็จจริงแค่ไหน คุณเอเคลิบเคลิ้มกอดจูบ”

เฉิดโฉมสะเทือนวาบถึงไขสันหลัง ประเมินไว้ก่อนว่าอุมาวสีปากบอน

“แนทได้ข่าวจากใครคะ?”

“กุลณัฐค่ะ เธอได้ข่าวซุบซิบแพร่สะพัด ทำนองจากปากต่อปาก พี่แนนทราบเรื่องและได้เคลียร์กับคุณเอแล้ว รวมทั้งสอบปากคำจากน้องอุ”

หล่อนตั้งสติอารมณ์ ไม่นึกไม่ฝันว่าเรื่องจะบานปลายกว้างขวางระดับนี้ ตนเองตกเป็นจำเลยของสังคม กรณีอื้อฉาวคาวสวาท โหยหาจ้องแต่จะตะครุบบุรุษเพศ

“พี่ไปส่งลูกค้าที่เขาอุดหนุนเราเยอะตามปกติ กล้าสาบานได้ว่าไม่มีการยั่วยวนอะไรทั้งสิ้น คุณเอโจมกะทันหันไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว ถ้าพี่เป็นคนเลือดร้อนคงจะตบหน้าเพี้ยะ”

“เหตุการณ์ทำนองนี้อุบัติขึ้นครั้งที่สาม”

“นั่นสิคะ แปลก” สาวใหญ่เน้นเสียง “น้องอุเป็นพยานได้ว่าพี่แต่งกายเรียบร้อย คอเสื้อมิดชิด หรือจะเป็นเพราะพาร์คกิ้งมีอาถรรพ์เจ้าที่แรง พี่กะจะปิดสวนอาหารสักวันหนึ่ง ทำบุญเลี้ยงพระสะเดาะเคราะห์ วันนั้นมาถึงเมื่อไหร่จะส่งเทียบเชิญไปยังน้องแนท-น้องแนน”

พิณทิพย์ทิ้งท้ายเหน็บแนม แสบเข้าไปถึงทรวง

“เชื่อค่ะ พี่โฉมไร้มารยาสาไถยอ่อนโลก ใครๆ ก็ทราบ”

O         O         O         O

สายเล็กน้อย พิชญ์ขับรถเก๋งไปส่งแฟนสาว ซ่อนปมปัญหาไว้ ตัดสินใจไม่ตกผลึกว่าควรจะเปิดเผยหรืออุบเงียบ

เมื่อคืนเขากลับบ้านค่อนข้างดึก เนื่องจากรับประทานอาหารค่ำกับกุลณัฐ และไปส่งหล่อนวาจาตอนหนึ่งของกุลณัฐยังก้องอยู่ในหู

“ข่าวลือกระฉ่อนที่ลานจอดรถตอนบ่าย คุณเอเผลอสติกอดจูบพี่โฉม น้องอุก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย นี่เป็นคนที่สามแล้วค่ะ ต่อจากคุณธวัช และนวมินทร์รายแรก”

พิชญ์รู้ข้อมูลเต็มอก อุมาวสีสวมแหวนเงินของบรรพบุรุษ สามารถสำแดงอิทธิวิธีได้หลายอย่าง แน่นอน…หล่อนอยู่หลังฉากกำกับบท

ปัญหาอยู่ที่ว่า หล่อนไม่รู้บ้างเลยเชียวหรือ ไอศูรย์เป็นแฟนของพีรวรรณ

ตามปกติ อุมาวสีปฏิบัติธรรมแบบคฤหัสถ์ มีเหตุผลกลใดที่ต้องละเมิด

ชายหนุ่มชะลอหยุดยานพาหนะริมถนนซอย ใกล้สวนอาหารอิ่มเอม อุมาวสีปลดสายเซฟตี้ เบลท์

“คุณเอกอดจูบพี่โฉม น้องอุจัดสรรใช่ไหมเนี่ย ถ้าลำบากใจก็ไม่ต้องตอบพี่โหน่ง”

เด็กสาวจับสายตาที่พิชญ์ ด้วยความสามารถพิเศษ สามารถหยั่งรู้ว่ากุลณัฐให้ข้อมูลแก่เขา

ถือสัจไม่กล่าวเท็จ จะทำประการใดดีเล่า

“ทำไมพี่โหน่งสงสัยแบบนั้นคะ”

“พื้นฐานของน้องอุไม่ใช่ชาวโลก”

สั้นกะทัดรัด ได้ความหมายครบถ้วน คนที่รู้ใจกันเช่นนี้ป่วยการปกปิด อุมาวสีคลี่ยิ้มจืดชืด

“ใช่ค่ะ อุอยู่เบื้องหลัง”

“เหตุผล?”

“อุถูกบีบคั้นหลายด้านค่ะ มันเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้คนเพ่งเล็งสนใจเรื่องอื่น”

พิชญ์เข้าใจสถานการณ์ ครอบครัวเขาบีบคั้นมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งพิณทิพย์ วาจาแหลมคม กระแนะกระแหนทิ่มแทงแทบจะไม่เว้นแต่ละวัน นางมณีวงศ์คนเดียวให้ความเป็นธรรม

เฉิดโฉมพลอยเป็นหน่วยสมทบ คอยยุแยงตะแคงแซะ สารพัดเล่ห์

“ลาออกลาออกจากสวนอาหารเสียเถอะ

“ขืนลาออก ใครๆ จะหาว่าอุอ่อนแอ เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ การทำงานทำให้เรารู้จักบุคคลหลากหลายนิสัยรูปแบบ”

“ยังงั้นปัญหาติดล็อก”

“ไม่ติดล็อกค่ะ” อุมาวสียืนยันโดยอาศัยประสบการณ์ส่วนตัว “ทุกสรรพสิ่งในโลกย่อมเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงทั้งสิ้น บางอย่างจะช้ามากจนเราไม่รู้สึก”

 



Don`t copy text!