อุมาวสี บทที่ 33 : ลูกชุบเจ้าปัญหา

อุมาวสี บทที่ 33 : ลูกชุบเจ้าปัญหา

โดย : ตรี อภิรุม

อุมาวสี ภาคต่อของ “หิมพาลัย” โดย ตรี อภิรุม เรื่องราวชีวิตหลังงานแต่งงานของพิชญ์และอุมาวสีในโลกที่แตกต่างจากโลกลับแลจะเป็นอย่างไร ความรักที่พิชญ์มีให้เธอ จะเพียงพอที่จะช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจของหญิงสาวผู้แสนดีคนนี้ได้หรือไม่ ‘อุมาวสี’ นวนิยายออนไลน์ที่พาชาวอ่านเอาเดินทางไปกับจินตนาการที่สวยงามและความรักที่มีอยู่จริง

นวมินทร์เผลอขนลุกเกรียว หล่อนมิใช่นางในฝัน กร้านกระดางลาง ชอบออกอาการแอ๊บแบ๊ว อย่าว่าแต่สืบสานความสัมพันธ์ต่อเนื่องไปจนถึงชาติหน้าเลย

แค่เจอกันชาติเดียวชั่วระยะหนึ่ง ก็แทบว่าจะวางวายสาปส่ง

“ผมไม่ทำ ใจใฝ่กุศลยังไม่เกิดครับ”

เฉิดโฉมหรือจะจนมุม ความคิดฉลาดปราดเปรื่อง สามารถอ่านใจหนุ่มหล่อออกอย่างน้อยก็กึ่งหนึ่ง ปราดเข้าประกบเคียงอุมาวสี กระซิบกระซาบกะให้เขาได้ยินหางเสียงด้วย

“น้องอุสมทบทุนทำบุญสิจ๊ะ ชาติหน้าเราจะได้เจอกันอีก”

เด็กสาวตั้งใจไว้แล้ว ไม่รีรอจนนิดเดียว หยิบแบงค์ร้อยออกจากกระเป๋าพับครึ่ง พนมมืออธิษฐานจิต แล้วเอาแบงค์สอดใส่ซองขาว

“คุณมินทร์คะ วานหน่อย ช่วยเอาซองปัจจัยพร้อมชุดสังฆทานถวายหลวงพ่อ”

เขาไม่ปฏิเสธ โอกาสตรงนี้หายากนัก การกระทำต่อเนื่องอัตโนมัติ ล้วงกระเป๋าหยิบธนบัตร ร้อยบาท สอดใส่ซองปัจจัยร่วมสมทบ

สาวใหญ่เจ้าเสน่ห์ดีใจเนื้อเต้น ทุกอย่างเป็นไปตามแผน เขาต้องการทำบุญร่วมกับอุมาวสี แต่ทำไมไม่พนมมืออธิษฐาน หลงลืม หรือว่าคิดอะไรไว้ในใจ

นวมินทร์ร่วมกับกลุ่มเฉิดโฉมถวายปัจจัยบรรพชิต คณะสงฆ์สวดอนุโมทนา ฝ่ายเจ้าภาพกรวดน้ำ ขณะที่หลายคนพนมมือสลอน รวมทั้งอุมาวสีด้วย

เจ้าแม่แอ๊บแบ๊วเบียดกระแซะหนุ่มหล่อ ยื่นนิ้วชี้สัมผัสน้ำที่กรวดใส่ขันเงิน หัวใจร่ำร้อง

“เจ้าประคุ้ณ ขอให้เสน่ห์ของเราผูกมัดใจคุณมินทร์ ให้เขาดิ้นไม่หลุด”

เสร็จจากการกรวดน้ำ คณะสงฆ์ลากลับ เฉิดโฉม-อุมาวสีพนมมือไหว้ทุกรูป นวมินทร์ขันอาสาขับรถยนต์ไปส่งพระคุณเจ้าที่วัด ช่วยแบ่งเบาภาระพนักงานขับรถของสวนอาหาร

“ส่งพระคุณเจ้าเสร็จแล้ว เชิญคุณมินทร์มาทานอาหารที่นี่ค่ะ”

“ไม่ล่ะครับ ผมจะไปทำงานต่อ”

“โฉมรู้ว่าน้องอุ อยากให้ตอนเย็นคุณมินทร์มารับ”

“ผมไม่ว่างครับ พี่โฉม”

อุมาวสีอัดอั้นตันทรวง ดูเถิด เฉิดโฉมแอบอ้างซึ่งๆหน้า ทั้งที่หล่อนไม่รู้ไม่เห็น จะขัดคอทันควันก็ไม่เหมาะ

พนักงานอาวุโสขับรถเก๋งพาพระภิกษุสามรูปเลี้ยวออกจากสวนอาหารอิ่มเอม นวมินทร์ขับยานพาหนะของตนแล่นตามหลัง

เวลาผ่านไปด้วยการเลี้ยงอาหารพนักงานเสิร์ฟ

บัดนี้ เฉิดโฉมเรียกอุมาวมสีมาคุยกันส่วนตัว

“ทำไมน้องอุไม่ขอให้คุณมินทร์มารับตอนเย็น”

เอากับแม่ซิ ฟื้นฝอยหาตะเข็บ เฉิดโฉมคิดว่าหล่อนเป็นศูนย์กลาง ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ไม่ขาดไม่เกิน เช่นนั้นหรือ

“พี่โฉมพูดแทนอุแล้วนี่คะ”

หล่อนจ้องเด็กเสิร์ฟเบอร์หนึ่งเขม็งจับพิรุธ แฝงอารมณ์ขุ่นมัว

“หมายความว่าเธอคิดไว้ในใจ แต่ไม่กล้าปริปาก”

“อุชอบนั่งรถเมล์ ไม่รบกวนคนอื่น ประหยัดด้วย”

“เท่าที่พี่สังเกต” เฉิดโฉมชูคอที่ค่อนข้างอวบ “คุณมินทร์ไม่ชอบอะไรที่จุกจิก น่ารำคาญ เล่นตัว ไม่แปลกที่เขาปฏิเสธว่าไม่ว่าง”

นึกแล้ว ตกเป็นเหยื่อแห่งการเหน็บแนมกระแนะกระแหน อุมาวสีตั้งรับด้วยความสงบเยือกเย็น

ทุกอย่างมาจากเหตุ หากไม่ติดตามพิชญ์มาอยู่กรุงเทพฯ เรื่องพรรค์นี้ก็จะไม่เกิดขึ้น

O         O         O         O

ตอนเย็นเลิกงาน อุมาวสีออกทางประตูด้านหลัง สาวเท้าค่อนข้างจะเร่งรีบ โทรศัพท์มือถือที่เพิ่งจะเปิดเครื่องส่งสัญญาณเรียก

คาดว่าน่าจะเป็นนวมินทร์ แต่ผิดถนัด เด็กสาวกะพริบตาสองแว็บ น้ำเสียงอ่อนโยน

“คุณยายใช่ไหมคะ”

“ใช่จ้ะ” เสียงตอบแหบเครือของนางมณีวงศ์ “อุเลิกงานหรือยังจ๊ะ”

ตามปกติสตรีวัยดึกจะไม่ค่อยโทร.ถึงใคร เพราะหัวอนุรักษ์นิยม ไม่ชอบใช้โทรศัพท์ การที่ท่านติดต่อกับหล่อนคงจะมีเรื่องสำคัญ

“ตอนนี้ออกมาจากสวนอาหารแล้วค่ะ กำลังจะไปขึ้นรถเมล์ อุจะรับใช้อะไรคุณยายได้บ้างคะ”

ได้ยินสัญญาณเบาๆ สอดแทรก รู้ทันทีว่าสายเรียกซ้อน

“ยายอยากจะทานขนมลูกชุบ ถ้าอุผ่านตลาดสด ซื้อมาฝากยายด้วยจ้ะ”

หลานสะใภ้รับปาก โดยอ้างข้อแม้ว่า สมมุติว่าแม่ค้าไม่ทำขายก็จนใจ แต่จะขอผัดเป็นวันอื่น มารดาของคุณนายนุชนารถวางสาย

สายที่เรียกซ้อนคือ นวมินทร์

“หวังว่าคงจะไม่รบกวนคุณอุนะครับ”

“ไม่เลย”

“หากไม่เป็นการและราบละลาบละล้วง คุณอุอธิษฐานว่ายังไงครับ ตอนสอดเงินใส่ซองร่วมทำบุญ”

นึกไม่ถึงว่านวมินทร์จะสนใจสิ่งปลีกย่อย ที่ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะมองข้าม หล่อนปรารถนาแตกต่างกว่าคนอื่นเยอะ ขอให้พบความสงบสุข พ้นจากสภาพแวดล้อมที่เกลือกกลั้วไปด้วยกิเลสแรงร้อน แทบจะเรียกว่าปลอดความโลภ

“ขอปิดเป็นความลับค่ะ”

“งั้นจะเปิดเผยส่วนของผม” พูดกลั้วหัวเราะห้าวทุ้มเสนาะโสต “ขอให้ชาติหน้าเจอคุณอุ อย่าพบอุปสรรคใดๆ ขัดขวางระหว่างเรา”

ชัดมาก ชายหนุ่มเกี้ยวพาราสีหล่อน อุมาวสีไม่หวั่นไหว จิตใจหนักแน่นมั่นคงอยู่กับพิชญ์

น่าเสียดายพยายามผลักดันให้เขาชื่นชอบเฉิดโฉมล้มเหลว ได้ผลตรงกันข้าม เขารังเกียจเดียดฉันท์สาวใหญ่จอมเจ้าชู้

“ผมขออาสาขับรถไปส่งคุณอุเช่นเคย”

“อย่าเลยค่ะ พี่โฉมตรวจสอบเข้ม เดี๋ยวจะเกิดปัญหา”

“ง่ายมากครับ เราไม่บอกความจริงก็สิ้นเรื่อง”

“อุถือสัจไม่โกหก เด็กสาวแจกแจงพฤติกรรมของตน “ถ้าพี่โฉมซักถาม เราจะหาทางหลีกเลี่ยงลำบาก”

นวมินทร์เกือบจะไม่เชื่อหูตนเอง คุณธรรมของอุมาวสีใกล้เคียงผู้ทรงศีล ปุถุชนทั่วไปไม่ถือว่าการกล่าวเท็จเป็นความผิด บางกรณีจะถูกคตินิยมเสียด้วยซ้ำ หากพูดความจริงจะแสลงใจหูผู้ฟัง เป็นมารยาททางสังคม

พูดเกินจริง หรือตัดต่อเฉพาะบางส่วนก็เข้าข่ายโกหก

“ผมจอดรถเก๋งรอใกล้สะพานลอย เส้นทางที่คุณอุจะไปขึ้นรถเมล์ครับ โปรดอย่าใช้อิทธิฤทธิ์หลบหนีผม”

เขาดักคอไว้เบ็ดเสร็จ เป็นสิ่งยากสำหรับการปฏิเสธ แปลก…บางคนยิ่งหนียิ่งเจอ นวมินทร์แตกต่างกับเฉิดโฉมและกลุ่มคุณนายนุชนารถ

“คุณยายฝากซื้อขนมลูกชุบ จะหาได้ที่ไหนคะ”

“ห้างครับ ผมจะพาคุณอุไปเอง”

เพียงเท่านั้นเองสัญญาณก็หลุด ดรุณีสะคราญโฉมเก็บเครื่องมือสื่อสารใส่กระเป๋าหิ้ว

ใช้เวลาไม่นานนักก็ถึงยานพาหนะคันหรูที่จอดชิดขอบถนน ไฟฉุกเฉินกะพริบวาบๆ ประตูนั้นเปิดแง้มรอ เมื่ออุมาวสีก้าวไปนั่งก็ดึงปิดกึก

“ดีพาร์ทเม้นท์ สโตร์ คงจะอยู่ไม่ไกลนะคะ”

“ในละแวกนี้แหละครับ”

ชายหนุ่มขับเคลื่อนเก๋งคันงาม ขณะที่อุมาวสีคาดเข็มขัดนิรภัย เพียงนาทีเดียว เสียงริงโทนกังวานทึบในกระเป๋า

ใครหนอ สงสัยว่าจะเป็นพิชญ์ เด็กสาวหยิบโทรศัพท์มือถือ รู้ได้เลยว่าผิดจากความคาดหมายถนัด สาวใหญ่จอมจุ้นจ้านนั่นเอง รีบกดวางสาย เก็บอุปกรณ์ไฮเทคเข้ากระเป๋าตามเดิม

“พี่โฉมโทร.มาเช็คค่ะ”

“เธอวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวระดับนี้ คุณอุอดทนไหวหรือครับ”

“อุคิดเสียว่าเรียนรู้ชีวิต ได้รู้จักคนนิสัยแปลกๆ แตกต่างกับเราเยอะ ยังไงก็ตามความอดทนย่อมถึงวันสิ้นสุด”

“วันไหนที่คุณอุสิ้นความอดทน โปรดระลึกถึงผมรายแรก”

อุมาวสีคลี่ยิ้มระรื่น นัยน์ตาฉายแววขอบคุณ

เวลาผ่านไปไม่นานนัก

บัดนี้ สองหนุ่มสาวเดินเอื่อยๆ ในดีพาร์ทเม้นท์ สโตร์ ผู้คนมากมาย ไม่รู้ใครเป็นใคร เสียงรบกวนดังรอบทิศ หล่อนสังหรณ์ใจว่าจะเจอสิ่งไม่ชอบมาพากลอะไรสักอย่าง

“ช่วยหิ้วตะกร้าให้อุหน่อยได้ไหมคะ”

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับ”

นวมินทร์ตะกร้าพลาสติกทรงเหลี่ยม ตระเวนในซุปเปอร์มาเก็ต ครู่เดียวก็เจอสิ่งที่ต้องการ

อุมาวสีสั่งแม่ค้าคีบขนมลูกชุบหลายรูปทรงหลากสีใส่กล่อง จิตสัมผัสกระแสที่เป็นปฏิปักษ์รุนแรง

“ขอตัวแป๊บเดียวค่ะ คุณมินทร์ช่วยเลือกแทนอุ ซื้อสักห้าสิบบาท”

รีบหลบออกจากตำแหน่งนั้น เด็กสาวกลั้นลมหายใจหมุนแหวนเงินในนิ้ว

เพียงชั่วประเดี๋ยวก็เจอพิณทิพย์กับเพื่อนสาว ช่างน่าแปลกพิณทิพย์เห็นน้องสะใภ้เป็นนักศึกษาเจ้าเนื้อถือแฟ้มหนังสือ

ช่วงเวลาต่อเนื่อง พี่สาวพิชญ์ก็เผชิญหน้าน้องชายของเพื่อนรุ่นน้อง ชายหนุ่มรีบคล้องแขนตะกร้าพนมมือทำความเคารพ

“พี่แนทมาซื้ออะไรครับ”

“เลือกดูก่อนค่ะ เอ๊ะ! คุณมินทร์ซื้อขนมลูกชุบเยอะเชียว”

เขาอ่านสถานการณ์ออกทะลุปรุโปร่ง อุมาวสีหลบเลี่ยงพิณทิพย์ คงอาศัยญาณหยั่งรู้หรืออานุภาพพิเศษประมาณนั้น

“ครับผม”

“ซื้อไปฝากใครคะ?”

“คุณแม่ครับ แบ่งทานเองบ้าง”

เท่านั้นเอง ทักทายพอหอมปากหอมคอ พิณทิพย์ชวนคู่หูเลี่ยงไปทางอื่น

หนุ่มหล่อกวาดสายตาสำรวจ ไม่ยักเจอคนที่เขาแอบหลงรัก แน่นอน…หล่อนใช้อิทธิปาฏิหาริย์พรางตัวพ้นจากสายตาของศัตรูลับ

อย่างไรก็ตาม เมื่อพ้นจากช่องแคชเชียร์ลงบันไดเลื่อน นวมินทร์ก็เจออุมาวสียืนเตร่รอ

“คุณอุหลบพี่แนทใช่ไหมครับ”

“ใช่ค่ะ”

“อย่าบอกเชียวนะ ว่าไม่ได้ใช้อำนาจพิเศษ”

เด็กสาวคลี่ยิ้มสดชื่นแทนคำตอบ

คนทั้งสองพากันออกไปสู่บริเวณคาร์พาร์ค นวมินทร์หยิบกุญแจรีโมทกดปลดล็อคยานพาหนะคู่ชีพ

“ผมซื้อขนมลูกชุบร้อยบาท คุณอุไม่ต้องให้เงินผมครับ”

จนใจ สื่อมิตรภาพไม่อาจหลีกเลี่ยง อุมาวสีพนมมือไหว้ขอบคุณ

O         O         O         O

พิณทิพย์กลับถึงบ้านตอนสองทุ่ม สอบถามพี่สาว

“พี่แนน ลอเยมาหรือยังคะ?”

“ครู่ใหญ่ๆ นี่เองจ้ะ หิ้วถุงอะไรโตงเตงในมือ”

“แนทขอทายว่าขนมลูกชุบ”

“รอบรู้ขนาดนั้นเชียว”

พีรวรรณยิ้มระรื่น น้องสาวเล่าความว่า เฉิดโฉมโทร.ฟ้องว่าอุมาวสีอาจจะแอบนัดแนะกับนวมินทร์ หลังจากเลิกงานสักครู่โทร.เข้ามือถือ ปรากฏว่าไม่ยอมรับสายปล่อยให้หลุดหรือกดวาง

ใช่แต่เท่านั้น หล่อนบังเอิญพบนวมินทร์ในดีพาร์ทเม้นท์ สโตร์ เขากำลังเลือกซื้อขนมลูกชุบ

“พี่ไปสังเกตการณ์ดีกว่า แนทไม่ค่อยเหมาะ เดี๋ยวเธอว่าลอเยรุนแรงจะเสียแผน”

ผู้จัดการสาวเคลื่อนร่างลงจากคฤหาสน์ สู่ตึกเล็กด้านหลังใกล้โรงครัว

นั่นปะไร!

นางมณีวงศ์กำลังกินขนมลูกชุบ ท่าทางน่าอร่อย อุมาวสีคอยปรนนิบัติใกล้ชิด

“แนนมาพอดี กินขนมกับยายจ้ะ เจ้านี้เขาใส่ถั่วเขียวกวนเยอะ รสชาติหวานมันกลมกล่อม”

หลานสาวคนโตสะดุดความรู้สึกวูบ ทุกอย่างเป็นไปตามข้อสันนิษฐานของพิณทิพย์ อุมาวสีเจ้าชู้เงียบ ใกล้เคียงคำว่าคบชู้สู่ชายทุกขณะ

“ไม่ล่ะค่ะ แนนแปรงฟันแล้ว ใครซื้อมาฝากคุณยายคะ”

“ยายโทร.ฝากอุซื้อ” บุพการีชี้แจง “เขาซื้อมาตั้งเยอะแน่ะ ยายแบ่งไว้จำนวนหนึ่ง สำหรับใส่บาตรพรุ่งนี้”

พีรวรรณคลี่ยิ้ม แฝงเยาะเย้ยมากกว่าบริสุทธิ์ ลอเยฉลาดแกมโกง ประจบประแจงปรนนิบัติยอดเยี่ยม ผูกมัดหัวใจนางมณีวงศ์แนบแน่น หวังจะให้ท่านเป็นกันชนในทุกเรื่อง

“น้องอุซื้อมาจากไหนจ๊ะ”

ด้วยไหวพริบ อุมาวสีรู้ทันทีว่า พีรวรรณเจตนาจับผิด ได้ข้อมูลจงเกลียดจงชังมาจากพิณทิพย์ เป็นคลื่นใต้น้ำอีกลูกหนึ่ง

“ห้างค่ะ”

“โฮ้ย! ขนมลูกชุบมีขายออกดาษดื่น” นางมณีวงศ์กล่าวสมทบ “จริงๆในตลาดสดถมเถอาจจะถูกกว่าห้าง”

เมื่อสตรีสูงอายุขัดจังหวะ เท่ากับสถานการณ์ผันเปลี่ยน พีรวรรณหมดมุกที่จะซักไซ้หารายละเอียด

“พอแล้วจ้ะ อุช่วยเอาส่วนที่เหลือไปเก็บในตู้เย็นให้ยายที”

หลานสะใภ้กระวีกระวาดทำตามคำสั่ง พี่สาวพิชญ์ขวางหูขวางตาเต็มทน แต่ก็ยังซ่อนมันไว้ในอากัปกิริยานุ่มนวล

“เดี๋ยวเธอก็นวดให้คุณยายสิจ๊ะ”

“สุดแล้วแต่ท่านจะสั่งค่ะ”

คุณนายนุชนารถปรากฏกายเข้าห้องโถง ลูกสะใภ้ยอบกายพนมมือทำความเคารพ แม้จะไม่แสดงออกทางวาจาว่ารังเกียจ หากสายตาแผ่รังสีอำมหิต

มันเป็นการสังสรรค์ระหว่างครอบครัว สะใภ้ก็เท่ากับคนนอก อุมาวสีปลีกตัวเลี่ยงลงจากตึก ปลอดโปร่งโล่งอก สูดอากาศบริสุทธิ์

กลับเข้าตึกขาว เปิดโทรทัศน์ชมรายการบันเทิงคั่นเวลา เพียงชั่วครู่เดียวพิชญ์ก็มาถึง เด็กสาวลงไปต้อนรับแฟนหนุ่ม

“ดอกมะลิบานค้างเต็มต้นเลย น้องอุคงจะลืมเก็บไปฝากคุณยาย”

“ลืมเสียสนิทเชียวค่ะ อุมัวแต่นำขนมลูกชุบไปให้ท่านทาน”

ภรรยาสาวเก็บดอกมะลิใส่ขันโอ กว่าจะครบทุกต้นก็ได้จำนวนกว่าครึ่งขันใบย่อม ส่งกลิ่นหอมกรุ่นชื่นทรวง มอบให้พิชญ์พร้อมทั้งแจ้งเหตุผล

“พี่แนน คุณแม่เยี่ยมคุณยายค่ะ พี่โหน่งนำไปให้เองเหมาะกว่าอุ จะได้ทักทายปราศรัยกับครอบครัวด้วย”

“โอเค”

ชายหนุ่มสวมรองเท้าแตะ รับขันโอจากอุมาวสี

มารดากับพี่สาวขนาบข้างนางมณีวงศ์ บุคคลทั้งสามคุยกันเรื่องมโนสาเร่ การปรากฏตัวของพิชญ์ ทำให้การสนทนาชะงักงันชั่วคราว ชายหนุ่มมอบขันมะลิให้หญิงสูงอายุ ท่านยกขึ้นสูดดมพึมพำว่าชื่นใจ

“โอ ยายเพิ่งนึกออก วานอุซื้อขนมลูกชุบยังไม่ได้จ่ายเงินเลย” พูดแล้วบุพการีก็หยิบธนบัตรร้อยบาทส่งให้หลานชาย “โหน่งฝากเอาไปให้อุจ้ะ”

“ไม่เป็นไรครับเล็กน้อย อุตั้งใจซื้อมาฝากคุณยาย”

คุณนายนุชนารถคันปากยิบๆ แต่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร ไม่อาจพูดสิ่งที่อยากพูด รู้ว่ามารดาเข้าข้างอุมาวสีเต็มร้อย

ครู่ใหญ่ การเยี่ยมเยียนก็สิ้นสุด สามแม่ลูกลงจากตึกโบราณ พีรวรรณรุดหน้าไปก่อน คุณนายนุชนารถเดินทอดน่องเคียงข้างพิชญ์

“โหน่งเคยได้ยินชื่อนวมินทร์ไหมจ๊ะ”

“ได้ยินครับ ทราบว่าลูกพี่ลูกน้องของน้องกุล จบนอก รูปหล่อ สูงกว่าผมอีก”

“ข่าวลือที่เชื่อถือได้ นวมินทร์พาแฟนโหน่งไปเที่ยวห้าง ซื้อขนมลูกชุบ”

“ใครลือครับ”

มารดาอิดๆเอื้อนๆ จะบอกได้อย่างไรว่าข้อมูลจากพิณทิพย์

“ข่าวลือหาต้นต่อไม่พบ แม่สันนิษฐานว่าจริง”

พิชญ์รู้มานานแล้วว่า มารดาเกลียดลูกสะใภ้คนยากปานไส้เดือนกิ้งกือ ใช่…ทั้งครอบครัวยกเว้นนางมณีวงศ์มุ่งกำจัดอุมาวสีออกไปจากเส้นทาง ไร้คุณธรรมจนน่าขนลุก

“พอจะทราบความเบื้องต้นแล้วครับ”

“หมายความว่ายังไงจ๊ะ”

“ก่อนเที่ยงน้องอุโทร.มาแจ้งผม พี่โฉมขอให้เธอติดต่อคุณนวมินทร์ ชวนร่วมทำบุญเลี้ยงพระเพล ผมอนุญาตเธอ”

ภริยารัฐมนตรีพิพัฒน์ซ่อนความแค้นเคืองไว้ในอก หนอย…ลอเยฉลาดเหลี่ยมจัด ป้องกันการหึงหวงไว้เบ็ดเสร็จ โหน่งก็แสนจะซื่อบื้อ หลงเสน่ห์เล่ห์มารยาร้อยเล่มเกวียน

พีรวรรณ พิณทิพย์เป่าหูอยู่ทุกวัน ที่สวนอาหารอิ่มเอม ลอเยร่าเริงกระติ๊กริก ลีลายั่วยวนกวนสวาท เปรียบเสมือนแม่เหล็กดึงดูดลูกค้าทั้งหนุ่มทั้งแก่ ตรงกันข้ามเมื่ออยู่กับครอบครัวหล่อนทำเซื่องเงื่องหงอยมารยาทงาม

“งันอีกสักครู่ อุก็คงจะรายงานโหน่ง เรื่องนัดแนะกับนวมินทร์วาระพิเศษ

แยกจากมารดา ขึ้นตึกขาว ตั้งใจว่าจะไม่ไต่ถามอุมาวสี ความไหวระแวง ไม่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน นำไปสู่ความแตกแยก

เขาเองก็ใช่ย่อย กุลณัฐมาพบเสมอ ร่วมโต๊ะอาหารมากกว่าภรรยาเสียอีก แต่เขาไม่ยอมให้ถ่านไฟเก่าติดคุ มันดับสนิท คบหาสมาคมกับกุลณัฐเยี่ยงพี่ชาย-น้องสาว

อุมาวสีชายหางตามองพิชญ์ที่กำลังขึ้นบันไดสู่ชั้นบน เมื่อสักครู่ทำสมาธิ แผ่พลังจิตตรวจสอบ ได้ยินเสียงคุณนายนุชนารถฟ้องยุยงลูกชายถนัด

เขาว่ากัน ลูกสะใภ้-แม่ผัวเหมือนขมิ้นกับปูน ต้องฟาดฟันต่อสู้กันตลอดชีวิต ท่าจะจริง

ไม่ว่าหล่อนจะทำดีสักปานใดก็ตาม ไม่สามารถจะสลายความเกลียดชังจากแม่ผัว

เด็กสาวเปลี่ยนความคิดกรณีปกปิดเรื่องราวของนวมินทร์

อาบน้ำ สวมชุดนอน พิชญ์ลงมาชั้นล่าง ร่วมชมรายการโทรทัศน์กับภรรยาวัยรุ่น อุมาวสีกดรีโมทลดเสียงลงระดับหนึ่ง

เล่าความกรณีนางมณีวงศ์ต้องการขนมลูกชุบ ทำให้หล่อนจำเป็นต้องอาศัยรถเก๋งของนวมินทร์ไปห้างสรรพสินค้า เพราะหากโดยสารรถเมล์ตลอด ไม่ทราบว่าสามทุ่มจะกลับถึงบ้านหรือเปล่า

“อย่ากังวล พี่เข้าใจน้องอุ”

 



Don`t copy text!