อุมาวสี บทที่ 41 : งานแต่งสุดอลัง

อุมาวสี บทที่ 41 : งานแต่งสุดอลัง

โดย : ตรี อภิรุม

อุมาวสี ภาคต่อของ “หิมพาลัย” โดย ตรี อภิรุม เรื่องราวชีวิตหลังงานแต่งงานของพิชญ์และอุมาวสีในโลกที่แตกต่างจากโลกลับแลจะเป็นอย่างไร ความรักที่พิชญ์มีให้เธอ จะเพียงพอที่จะช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจของหญิงสาวผู้แสนดีคนนี้ได้หรือไม่ ‘อุมาวสี’ นวนิยายออนไลน์ที่พาชาวอ่านเอาเดินทางไปกับจินตนาการที่สวยงามและความรักที่มีอยู่จริง

นี่เป็นอีกครั้ง อุมาวสียอมขึ้นรถเก๋งของนวมินทร์ที่มาจอดรอรับใต้สะพานลอย

“จะสังสรรค์กับคุณอุบ้าง แต่โอกาสปิดหมด ผมจึงต้องใช้วิธีนี้ครับ”

เด็กสาวฉุกคิดถึงเจ้าจำรูญที่ดักพบนวมินทร์ริมกำแพงรั้ว คลี่ยิ้มหวานละมุน

“จำรูญฟ้องคุณนวมินทร์สารพัด ไม่กลัวหรือคะ”

“ไม่กลัวครับ” เขาตอบขณะรถยนต์วิ่งไหลเลื่อน ค่อนข้างจะสะดวก “เพราะผมไม่ใช่ทรชน” เชื่อแล้ว คบกันมานานพอสมควร หล่อนพิสูจน์ได้ว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ ไหนๆ ก็อาศัยรถเก๋งควรจะมีผลประโยชน์อื่นแถมพก

“รบกวนคุณมินทร์มากเกินไปไหมคะ ถ้าอุจะขอร้องให้แวะห้างซื้อบัวลอยน้ำขิงไปฝากคุณยาย”

“โธ่! แค่นี้เอง เรื่องขี้ผง”

เส้นทางสายนั้นผ่านดิสเคาน์สโตร์ เพียงครู่เดียวยานพาหนะคันหรูก็เลี้ยวเข้าไปจอดในคาร์พาร์ค

บัดนี้ คนทั้งสองผ่านเข้าประตูเลื่อน ปะปนกับนักช็อปมากมายที่เตร่สัญจร ด้วยความหยั่งอันเป็นอานุภาพพิเศษ อุมาวสีเชื่อว่าจะเจอสิ่งที่ไม่คาดหมาย จึงเตรียมพร้อมจะเผชิญ

“เราแวะห้างทั้งที” นวมินทร์เสนอแนะ “คุณอุซื้ออย่างอื่นด้วยก็ได้นี่ครับ จะได้ไม่เสียเที่ยว”

“ไม่ละค่ะ ตามปกติอุจะไม่อยากได้อะไรมากนัก ยกเว้นเฉพาะสิ่งที่ขาดแคลนและจำเป็น”

หนุ่มสุดหล่อจุดยิ้มที่มุมปาก รู้ว่านั่นมิใช่การสร้างภาพ หากเป็นนิสัยของอุมาวสี ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ยิ่งคบกันนานเท่าใด ยิ่งประจักษ์ชัดถึงคุณงามความดีและศีลธรรม

แตกต่างกับสาวๆ ที่เขารู้จัก ล้วนแล้วแต่อยากจะได้โน่นนี่ไม่จบสิ้น โลภต่อเนื่องกับโลภติดยึดอยู่กับวัตถุ แม้บางรายจะควบคุมไว้ได้บ้างโดยมารยาทสังคม  กุลณัฐสาวของเขาก็ไม่เข้าข่ายยกเว้น

ที่ฟู้ดเซ็นเตอร์ อุมาวสีซื้อบัวลอยน้ำขิง รู้ทันทีว่ากำลังจะพบคู่ปรับ หมุนแหวนเงินในนิ้ว อธิษฐานจิต แปรสภาพรูปโฉม

จ่ายเงินด้วยบัตรแถบแม่เหล็ก นวมินทร์ช่วยหิ้วถุงขนม เมื่อหันหลังกลับก็เผชิญสิ่งที่วิตกกังวล

นั่นปะไร!

ประจันหน้ากับพิณทิพย์ระยะยี่สิบเมตร

ช่างน่าแปลก พี่สาวพิชญ์เห็นหล่อนเป็นสาวตุ้ยนุ้ย หน้ากลมแป้น คิ้วค่อนข้างโกร๋น แน่ละย่อมจะไม่รู้จัก มองแว็บเดียวขาดความสนใจใยดี

นับว่าเป็นการแก้เก็บตกอย่างหวุดหวิด

ณ บริเวณคาร์พาร์คที่เนืองแน่นไปด้วยยานยนต์ นวมินทร์กดกุญแจรีโมทปลดล็อค ไฟหน้าไฟท้ายรถเก๋งเหลืองแว็บพร้อมทั้งส่งสัญญาณปี๊บ เมื่อทั้งสองก้าวเข้าไปนั่ง หนุ่มหล่อถามขึ้นเบาๆ

“ผมจะปิดแอร์นะครับ ขนมบัวลอยจะได้เย็นช้า”

“ไม่ต้องค่ะ ถ้ามันเย็น อุจะกลับไปอุ่น เสียเวลาแป๊บเดียว”

ชายหนุ่มขับเคลื่อนเก๋งคันงามเลี้ยวออกจากห้าง อุ่นอกอุ่นใจลมๆแล้งๆ อุปาทานทำให้รู้สึกว่าเหมือนมีแฟนสาวเคียงคู่

“ขอทายว่าคุณอุปิดมือถือ เกรงว่าพี่โฉมจะโทร.มาเช็ค”

“พี่โฉมไปเที่ยวกับคุณธวัช เธอไม่สนใจอุ ก็ไม่จำเป็นต้องปิดเครื่อง”

ต่างฝ่ายต่างเงียบ อุมาวสีนิ่งสำรวม หมุนแหวนเงินในนิ้ว ส่งกระแสจิตถึงสาวใหญ่เจ้าเสน่ห์

เพียงไม่กี่วินาที มโนภาพก็ปรากฏรางเลือน เฉิดโฉมกับธวัชกำลังเล่นบทปฏิพัทธ์จูบนัวเนียภายในห้องหับมิดชิด

เด็กสาวขวยเขิน ปล่อยแหวนในนิ้วที่จับ ซอยขนตากะพริบ พลันมโนภาพพิศวาสอันตรธานวูบ

ยอมให้นวมินทร์ไปส่งถึงหน้าประตูเหล็กดัด พนมมือไหว้ขอบคุณทั้งถุงที่หิ้ว อุมาวสีลงรถเสร็จ กดออดที่เสาคอนกรีต

เพียงอึดใจเดียว ถวิลเปิดประตูด้านข้างต้อนรับ หล่อนมอบถุงบัวลอยน้ำขิง สั่งให้อุ่นและนำไปมอบนางมณีวงศ์

ตนเองแยกขึ้นเคหสถาน อาบน้ำ สวมชุดลำลอง เก็บดอกมะลิบานใส่ขันโอ ครั้นแล้วอุมาวสีก็ปรากฏกายที่ตึกเล็ก

สิ่งที่ประจักษ์คือ ถ้วยกระเบื้องเปล่าพร้อมช้อนวางบนโต๊ะ นางมณีวงศ์ระบายบิ้ม สองข้างแก้มจีบริ้ว

“บัวลอยน้ำขิงของอุอร่อยมากจ้ะ ไม่หวานจัด แหม…ดีทีเดียว เธอเก็บมะลิมาฝาก คืนนี้จะเอาวางไว้ข้างหมอน

“คุณยายจะนวดไหมคะ”

“เอาสิ ก็ดีเหมือนกัน”

สตรีวัยดึกเอนกายลงบนโซฟา ศีรษะผมหงอกขาวหนุน อุมาวสีเขยิบเข้าไปใกล้จรดมือลงบีบนวด

ทันทีทันใด เสียงเดินผ่านขึ้นเฉลียง พิณทิพย์โผล่เข้าตึก มือถือประคองชามแก้วใบย่อมพร้อมจานรอง รายงานบุพการี

“แนทซื้อบัวลอยน้ำขิงมาฝากคุณยายค่ะ”

“ยายเพิ่งทานหยกๆ อุเขาซื้อมาฝาก โน่นไงจ๊ะ ถ้วยยังวางอยู่บนโต๊ะ ควบสองไม่ไหว แนทเอามาให้แม่เถอะ”

หลานสาวเสียหน้าไปถนัด พลอยแค้นเคืองอุมาวสี ลอเยประจบประแจงคุณยาย หวังรางวัลเข็มขัดทองคำ คอยไปก่อนเถอะย่ะ ชาติหน้าตอนบ่ายๆก็ไม่เจอ

“เธอซื้อบัวลอยที่ไหนเนี่ย?”

“ห้างค่ะ พี่แนท”

“นั่นแหละ ห้างไหน”

หล่อนคาดคั้น ใบหน้าเปื้อนยิ้ม นัยน์ตาวาวดุจงูพิษ นางมณีวงศ์ขัดจังหวะหลานสาว

“จะรู้ไปทำไม เปล่าประโยชน์ เสียเวลาอุจะนวดให้ยายจ้ะ ของอุเขาอร่อยแป้งบัวลอยผสมเผือก ฟักทอง รสชาติกลมกล่อม

จนใจไม่กล้าโต้เถียงบุพการี พิณทิพย์เลี่ยงลงจากตึกเล็ก

O         O         O         O

ปฏิบัติภารกิจภาคเช้า ขณะนั้นพนักงานกำลังจัดโต๊ะ ยกตู้โชว์มาตั้งด้านหน้า อุมาวสีแวะฝากกระเป๋าถือไว้ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ตามระเบียบ เฉิดโฉมยื่นมือที่สวมแหวนเพชรเชิงอวด ยิ้มระรื่น ออกอาการแอ๊บแบ๊ว

“สวยไหมจ๊ะ น้องอุ”

“ยอดเยี่ยมเชียวค่ะ อย่างอุคงไม่มีวาสนาเป็นเจ้าของ”

สาวใหญ่ยืดสันหลังตรงแหนว ทรวงอกอวบในเสื้อพุ่งผงาด คุยฟุ้งปลาบปลื้ม

“นี่เป็นของขวัญแลกเปลี่ยนจากคุณธวัช หรือจะเรียกว่ากึ่งตราจองก็ได้จ้ะ ถ้าเป็นแหวนหมั้นต้องวงใหญ่ ราคาสูงกว่านี้แยะ

ช่างน่าขบขัน เฉิดโฉมแจ้งความจริงไม่หมด กรณีทอดตัวให้เขาเชยชมอุบเงียบ ถือเป็นความลับเฉพาะตัว

ด้วยสัญชาตญาณ อุมาวสีรู้สึกว่าหล่อนจะได้รับบทเรียนสาหัสสากรรจ์ที่สุดในชีวิต

“คุณธวัชเป็นสุภาพบุรุษนะคะ”

“แน่นอน อย่างมากก็แค่จับมือถือแขนธรรมดาแค่นั้นเอง ให้เกียรติสุภาพสตรี” กล่าวเท็จหน้าตาเฉย “คุณมินทร์ให้อะไรน้องอุเป็นพิเศษบ้างจ๊ะ นอกเหนือจากค่าทิป”

ชอบกล คุยโอ้อวดอย่างเดียวไม่พอ แถมพกถากถางเยาะเย้ย ช่างแกว่งปากหาเสี้ยนโดยแท้

“อุไม่ใช่คนโสด ไม่หวังอะไรเป็นพิเศษจากผู้ชายอื่นค่ะ”

เวลาผ่านไป ลูกค้าเริ่มทยอยเข้ามาอุดหนุน อุมาวสีกับเพื่อนพนักงานเสิร์ฟปฏิบัติงานตามหน้าที่ ลูกจ้างที่ล้างจานชามดูเหมือนว่าจะทำงานต่อเนื่อง

ภาคกลางวัน ลูกค้าแน่นขนัด เหล่าพนักงานเสิร์ฟค่อนข้างจะวิ่งวุ่นสับสน เช่นเดียวกับเฉิดโฉมที่รับและถอนเงินมือเป็นระวิงภายในเคาน์เตอร์แคชเชียร์ ตกบ่ายความชุลมุนวุ่นวายจึงบรรเทาลง

ธวัชโผล่มาอุดหนุนตามลำพัง เล่นเอาเฉิดโฉมชื่นฉ่ำกระติ๊กริก  รู้สึกเสมือนอายุถอยร่นไปสู่วัยสิบห้าหยกๆ สิบหกหย่อนๆ ส่องกระจกบานเล็กสำรวจโฉม ทาน้ำหอมที่ซอกคอและหลังใบหู

ขณะนั้นอุมาวสีจดอาหารตามสั่งจากปากเขา นำไปมอบให้แม่ครัว ต่อจากนั้นใบรายการก็ถึงมือแคชเชียร์

“คุณธวัชคุยกับน้องอุนอกเรื่องหรือเปล่าจ๊ะ เช่น ตอนเย็นขอขับรถไปส่ง ฯลฯ”

“ไม่พูดถึงเลยค่ะ”

“แสดงว่าเสน่ห์ของเธอตกลงแยะ” เฉิดโฉมจีบปากเหน็บแนม “แตกต่างกับยุคแรกที่มาเป็นเด็กเสิร์ฟ”

เอากับแม่ซิ นึกว่าไม่มีใครล่วงรู้ว่าหล่อนแอบทอดกายให้ธวัชเชยชม อุมาวสีไม่สะดุ้งสะเทือนต่อคำปรามาส

“ใช่ค่ะ พี่โฉมเสน่ห์แรง อุไม่บังอาจ หรือแม้แต่คิดจะเทียบเคียง”

สร้างความพึงพอใจอย่างเอกอุ หล่อนยุติวาจาถากถางทับถม

รอจนกระทั่ง ธวัชเริ่มรับประทานอาหารตามสั่ง เฉิดโฉมกรีดกรายออกจากคอกเคาน์เตอร์ ลีลานางพญามหาเสน่ห์ อาการแอ๊บแบ๊วตามมาโดยอัตโนมัติ

ชื่นใจนัก แหวนทองเคแลกเปลี่ยนของหล่อนยังสวมติดนิ้วธวัช ความหมายกึ่งตราจองกระชับปฏิพัทธ์

รอวันเวลาที่จะแต่งงานระดับช้าง แขกเกียรติยศเพียบ นายกรัฐมนตรีหรืออดีตเป็นประธานงานสมรส

“คุณโฉมชอบแหวนของผมไหมครับ”

“ชอบสิคะ ตั้งใจว่าจะสวมติดนิ้วเสมอ ยกเว้นตอนนอน”

“ตอนค่ำ ผมจะมารับคุณโฉมไปชมภาพยนตร์ โปรแกรมไหนเหมาะ คุณโฉมเลือกเอง”

ด้วยไหวพริบ เฉิดโฉมเชื่อว่าธวัชจะพาไปต่อท้ายรายการที่คอนโด เพียงแค่คิดผิวแก้มก็ร้อนผะผ่าว

“ตกลงค่ะ”

ธวัชอมยิ้ม สายตาวิบวับเจ้าชู้ หวนคิดถึงคำนิยามของเพื่อนเสเพล ผู้หญิงมักจะไม่แตกต่างกับม้วนกระดาษชำระ เมื่อดึงแผ่นแรกหลุด แผ่นต่อๆ มาก็จะหลุดตามอย่างง่ายดาย

เฉิดโฉมฉันใดก็ฉันนั้น

นั่งเป็นเพื่อนคุยกับชายหนุ่มครู่หนึ่ง สาวใหญ่ร่างอวบก็กลับเคาน์เตอร์แคชเชียร์ เปิดโอกาสให้เขากินอาหารตามสะดวก

นานพอสมควร ธวัชชำระเงินค่าอาหารเครื่องดื่มผ่านทางอุมาวสี

โดยฐานะเจ้าของกิจการ หล่อนตามไปส่งชายหนุ่มที่รถตามประสงค์ คุยอ้อยอิ่งตุ้งติ้งสะดิ้งพราว เหมือนจะบอกโดยปริยายว่า ติดเนื้อพึงใจในรสพิศวาส

เลิกมุ่งหวังนวมินทร์  ธวัชผู้นี้แหละ คือ เจ้าบ่าวในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ยานพาหนะจะขับเคลื่อนออกไป เขาถอดแหวนปลอกมีดทองเคเก็บใส่กล่องกำมะหยี่ ซุกไว้ในช่องลับใต้พวงมาลัย

O         O         O         O

ในที่สุด งานมงคลสมรสระดับงานช้างระหว่างพีรวรรณ-ไอศูรย์ก็มาถึง งานจัดห้องแกรนด์บอลรูมของโรงแรมห้าดาว นายกรัฐมนตรีเป็นประธานงานสมรส แขกเกียรติยศทุกวงการมากันอย่างคับคั่ง

บรรดาสุภาพสตรี ดูเหมือนจะประกวดประขันการแต่งตัวและเครื่องเพชรโดยปริยาย มองไปทางไหนแสงเพชรส่งประกายวูบวาบ แน่นอน มีโทรทัศน์วงจรปิดจับภาพในงานหลายตำแหน่ง รวมทั้งหน่วยรักษาความปลอดภัยทั้งในและนอกเครื่องแบบรักษาการณ์ทั่วทุกจุด

หน่วยปฏิคมรับของขวัญและมอบของชำร่วย แขกเหรื่อเขียนคำอวยพรลงในสมุดปกกำมะหยี่

เจ้าสาวแต่งชุดไทยสีงาช้างงามพริ้งเคียงคู่เจ้าบ่าว คนทั้งสองหมอบรับน้ำสังข์ เริ่มจากนายกรัฐมนตรีประเดิมต่อ จากนั้นบุพการี ญาติผู้ใหญ่ รวมถึงแขกผู้มีเกียรติท่านอื่น ตากล้อง มือกล้องวีดีโอบันทึกภาพตลอด บรรดาแขกระดับยอดเยี่ยมพากันกลับก่อน

เสร็จจากพิธีรดน้ำอวยพร คู่บ่าวสาวเปลี่ยนเป็นชุดงานเลี้ยงสีขาวมุกควงคู่ทักทายแขกเหรื่อโต๊ะโน้นโต๊ะนี้ ต่างไหว้และรับไหว้สลอน ร่วมกันถ่ายรูปหมู่ เปียโนคอนเสิร์ตบรรเลงขับกล่อม

อุมาวสีสงบเสงี่ยมเคียงข้างพิชญ์นั่งร่วมโต๊ะกับนางมณีวงศ์ ใกล้เคียงโต๊ะรัฐมนตรีพิพัฒน์ คุณนายนุชนารถ พิณทิพย์ กุลณัฐอยู่ในกลุ่มครอบครัวของหล่อน ไม่ปรากฏนวมินทร์

เฉิดโฉมกับธวัชเพิ่งจะมาถึง แม่เจ้าประคุณเอ๋ย หล่อนสวมชุดราตรีสีส้มประกายทองคว้านลึก กระชากวัยเน้นทรวงอกอะร้าอร่าม ทักทายประดาแขก และนั่งรวมกลุ่มกุลณัฐ

อย่างไรก็ตาม แหวนเพชรของหล่อนดูจะด้อยคุณค่า เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องประดับของบรรดาแขกไฮโซ

ขณะที่ธวัชสังสรรค์กับเพื่อนในแวดวงธุรกิจ เฉิดโฉมปลีกตัวมาหาพิชญ์ ก่อนอื่นพนมมือทำความเคารพนางมณีวงศ์ สนทนาปราศรัยเรื่องพื้นๆ พอได้โอกาสแกล้งคุยซุบซิบกรอกหูเด็กสาว

“แหม คุณมินทร์ไม่ยักโผล่ มิฉะนั้นละก็ จ๊ะเอ๋กับคุณโหน่ง”

“พี่โฉมอยากให้เขาโผล่หรือคะ”

อุมาวสีย้อนถาม ใบหน้ายิ้มระรื่น สาวใหญ่เจ้าเสน่ห์รีบโบกมือว่อน

“เปล่าจ้ะ พูดเล่นตะหาก น้องอุสวมสร้อยพลอยแดงเสียยี่ห้อคุณโหน่งหมด น่าจะหาเรื่องประดับพลอยขาว หรือไม่ก็คริสตัล ราคาไม่แพง ตอนออกงานกลางคืนส่องประกายคล้ายเพชร”

ทั้งเหน็บแนม ดูถูก เหยียดหยามเบ็ดเสร็จ มีปากสักแต่ว่าพูด หล่อนไม่แคร์ความรู้สึกของคนอื่น ดรุณีสะคราญโฉมตอบเรียบๆ

“อุพอใจสิ่งที่ตนเองมีอยู่ค่ะ ไม่ชอบฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม”

ผู้ฟังนึกหัวเราะ จ้างให้ก็ไม่เชื่อ อุมาวสีสร้างภาพตนเองต่างหาก ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ย่อมจะโลภโมโทสันไม่จบสิ้น การเป็นเจ้าของสิ่งต่างๆ เป็นความสุขอย่างยิ่ง อยู่ในโลกของวัตถุนิยม จะทวนกระแส เป็นไปได้หรือ

พิธีกรประกาศเชิญแขกเกียรติยศแต่ละท่านขึ้นกล่าวอวยพรคู่บ่าวสาว ได้รับการปรบมือเป็นระยะ เมื่อกล่าวสุนทรพจน์จบลง

คุณพระช่วย!

แทบไม่อยากเชื่อ อุมาวสีเห็นเงาทารกแทรกซ้อนอยู่ในร่างเฉิดโฉมแว็บหนึ่ง

อุปาทานกระมัง เด็กสาวสำรวมสมาธิหมุนแหวนเงินในนิ้ว เสียงต่างๆ ที่ดังรอบกายกลายเป็นส่วนประกอบกระจิริด เห็นภาพเงาทารกแทรกขึ้นรอบสอง เพียงชั่วไม่กี่วินาทีก็เลือนสลายวูบ

“บังเอิญคุณธวัชแลเห็นน้องอุเคียงคู่คุณโหน่ง ถ้าเขาถามพี่ไม่รู้จะตอบว่ายังไง”

“บอกเขาไปตามตรงเถอะค่ะ”

“อุ๊ย! ผิดระเบียบแบบแผน” สาวใหญ่เบิกตาโตจนดูน่ากลัว “คุณธวัชจะเก็บไปบอกเพื่อน ข่าวจากปากต่อปากนี่แหละ จะกระจายแซ่แซด อีกหน่อยลูกค้าหนุ่มๆจะถอยฉากหมด”

ประหลาด ตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นเอง เปลี่ยนแปลงไม่ได้เชียวหรือ ห่วงธุรกิจเสียจน ลืมความจริงในสังคมมนุษย์

ทำไมไม่คิดว่า ที่ลูกค้าชอบมาอุดหนุนที่สวนอาหาร เพราะติดใจรสชาติและราคายุติธรรมเป็นหลัก ไม่ได้อยู่ที่พนักงานเสิร์ฟจะโสดหรือไม่โสด

“ผู้ชายมักจะซอกแซก อุคาดว่าคุณธวัชจะไม่ถาม”

“พี่ก็หวังยังงั้นจ้ะ โน่นไง” เฉิดโฉมบุ้ยปาก “คุณเอจูงมือน้องแนนขึ้นเวทีเพื่อกล่าวขอบคุณแขกเหรื่อ”

ขณะนั้นสายตาส่วนใหญ่ของญาติมิตรจับที่คู่สมรส สาวสวย-หนุ่มหล่อระดับไฮโซ ทั้ง 2 เหมาะสมกันเหมือนกิ่งทองกับใบหยก

เริ่มจากไอศูรย์พูดนำ ตบท้ายพีรวรรณ กล่าวกะทัดรัดได้ใจความครบถ้วน เมื่อจบทั้งสองก็พนมมือไหว้กราด ไม่ต้องสงสัยว่าจะไม่ได้รับการปรบมือดังสนั่นทั่วทุกทิศ

ใช่แต่เท่านั้น เพื่อนสนิทสาม-สี่คนตะโกนโหวกเหวก เชียร์เจ้าบ่าวหอมแก้มเจ้าสาว

ไอศูรย์ทำตามใบสั่ง พีรวรรณเอียงอายขวยเขิน แสงแฟลชวูบวาบ บรรดาตากล้องทำงานหนักอีกครั้ง

ชั่วพริบตา อุมาวสีขนลุกเกรียว ชุดขาวของพีรวรรณเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท เพียงไม่กี่วินาทีก็กลับเป็นขาวเช่นเดิม มันเป็นลางสังหรณ์ครั้งที่สอง ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันหมั้น

น่ากลัวยิ่งนัก อุมาวสีไม่กล้าเดาความ

“เขารักกันเหลือเกิน” เฉิดโฉมวิพากษ์ “สงสัยว่าแต่งปุ๊บ ท้องปั๊บทารกมารออยู่แล้ว”

เด็กสาวไหวทัน สมมุติว่าคล้อยตาม เฉิดโฉมจะเก็บเอาไปฟ้องพิณทิพย์ กลายเป็นว่าหล่อนพูดพล่อยๆ ไม่สำรวม ไร้มารยาท

“พี่โฉมพูดเองนะคะ อุแค่รับฟังเฉยๆ”

พร้อมกันก็นึกต่อไปว่า คนช่างสาระแนส่อเสียดน่ะแหละจะต้องท้องโต หมดโอกาสแต่งงานด้วย คงจะแบกความขายหน้าไว้กับตัวเองนานหน่อย

เฉิดโฉมแยกกลับไปสมทบธวัช

พิธีกรประกาศว่า อาหารบุฟเฟ่ต์จัดตั้งเรียบร้อยแล้ว ขอเชิญสุภาพสตรีอันดับแรก

นางมณีวงศ์บ่นพึมได้ยินเฉพาะกลุ่ม

“ผู้คนลานตา เสียงแซ่แซด ยายชักจะเวียนหัวจ้ะ”

“งั้นทานข้าวเสียก่อน ผมจะพาคุณยายกลับครับ”

พิชญ์ขันอาสา บุพการีคล้อยตาม หลานสะใภ้รู้หน้าที่ ลุกออกไปตักอาหารให้ท่าน นางมณีวงศ์กำชับว่า ไม่ต้องมากเดี๋ยวจะกินไม่หมด

ทันทีที่อุมาวสีคล้อยหลัง ท่านก็ปรารภขึ้น

“แปลก กุลมาไหว้ยายแป๊บเดียว ไม่นั่งร่วมโต๊ะ”

“ดีแล้วครับ เดี๋ยวน้องอุจะเข้าใจผิด เพราะผมเองก็ไม่ใช่หนุ่มโสด และไม่นิยมมีกิ๊กด้วย”

“กิ๊กแปลว่าอะไร โหน่ง?”

“แฟนนอกรอบ หรือมือที่สามก็พอจะอนุโลม”

“รักเดียวใจเดียวยายชอบ” นางมณีวงศ์สนับสนุน “ในสายตายาย อุมีคุณสมบัติกุลสตรีเพียบพร้อม”

ค่ำนั้น พิชญ์ อุมาวสี และนางมณีวงศ์รับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์ สองสามีภรรยาอิ่มก่อน ส่วนบุพการีมัวแต่บรรจงเคี้ยวเอื้องล่าช้าเยี่ยงคนแก่

หลังจากนั้น อุมาวสีพาหญิงชราไปห้องน้ำบ้วนปาก

ตอนท่านอำลากลับ คุณนายนุชนารถกับพิณทิพย์ตามไปส่งกลุ่มของพิชญ์ที่ลิฟท์

ธวัชที่จับตาโดยตลอด กระซิบถามสาวใหญ่ร่างอวบ

“หนุ่มหล่อคนนั้นเป็นอะไรกับน้องอุครับ?”

รู้ทันทีว่า เขาหมายถึงพิชญ์ เฉิดโฉมตกอยู่ในอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ครึ่งยิ้มครึ่งแหยประหลาด

“ตรงนี้พูดลำบาก เอาไว้คุยกันนอกงานเถอะค่ะ”

 



Don`t copy text!