อุมาวสี บทที่ 43 : ตัดบัวอย่าให้เหลือใย

อุมาวสี บทที่ 43 : ตัดบัวอย่าให้เหลือใย

โดย : ตรี อภิรุม

อุมาวสี ภาคต่อของ “หิมพาลัย” โดย ตรี อภิรุม เรื่องราวชีวิตหลังงานแต่งงานของพิชญ์และอุมาวสีในโลกที่แตกต่างจากโลกลับแลจะเป็นอย่างไร ความรักที่พิชญ์มีให้เธอ จะเพียงพอที่จะช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจของหญิงสาวผู้แสนดีคนนี้ได้หรือไม่ ‘อุมาวสี’ นวนิยายออนไลน์ที่พาชาวอ่านเอาเดินทางไปกับจินตนาการที่สวยงามและความรักที่มีอยู่จริง

วันหยุดงาน พิชญ์พาอุมาวสีขึ้นคฤหาสน์ ตามข้อตกลงให้แฟนสาวใกล้ชิดกับครอบครัว มิใช่ต่างคนต่างอยู่

ต่อหน้าบุตรชาย คุณนายนุชนารถระงับการกระทบกระเทียบเปรียบเปรยเสียดสีลูกสะใภ้คนชัง

“ตอนเย็นเมื่อแนทกลับจากงาน เราจะพากันไปเที่ยวห้างจ้ะ”

อุมาวสีทราบความหมายโดยนัย นั่นคือ คุณนายจะพาหล่อนไปด้วยขนาบข้างพิณทิพย์ เจอคนรู้จักก็จะแนะนำลูกสะใภ้แบบเหน็บแนมสับโขลกเชิงลึก สองแม่ลูกช่วยกันขย่มแทบจะให้จมธรณี

เผื่อว่าหล่อนจะทนแรงเสียดสีไม่ไหว หนีกระเจิดกระเจิงออกไปจากอ้อมอกของพิชญ์ เปิดโอกาสให้กุลณัฐมือที่สามที่รอคิว

ศีลธรรมของคุณนายนุชนารถอยู่ระดับต่ำสุด จนไม่น่าจะเป็นมารดาของแฟนหนุ่ม

หากใครคิดว่าสังคมไฮโซ เป็นสังคมแห่งศีลธรรม คุณธรรม และจริยธรรมละก็ เข้าใจผิดถนัด บางคนบางกลุ่มเท่านั้นจะถึงพร้อม ส่วนใหญ่จะขาดแคลน มีเพียงวจีหรูๆ ประดับปาก หรือเหตุการณ์ทำนองสร้างภาพ

“ไปตอนนี้ไม่ดีกว่าหรือครับ ผมอาสาขับรถเอง คุณยายท่านก็จะไปด้วย” บุตรชายเสนอแนะ “หลีกเลี่ยงเย็นค่ำรถติดเป็นตังเม”

“เย็นโหน่งไม่ว่างเรอะ”

“ผมตั้งใจจะพาน้องอุไปชมภาพยนตร์รอบค่ำ”

ภรรยารัฐมนตรีพยักหน้าเนิบรับทราบ เก็บความขุ่นข้องหมองใจไว้ในส่วนลึก โหน่งหลงใหลเมียสาวรุ่นกระเตาะ เท่าที่เรารู้สืบทราบ ทั้งคู่ไม่เคยทะเลาะกันเลย รอมชอมอะลุ่มอล่วย เจรจาไพเราะเสนาะหู รักหวานแหววตลอด

ถ้าขัดขวางก็เท่ากับแม่ผัวจงใจเกลียดชัง

“ตามใจจ้ะ แม่จะขึ้นไปแต่งตัวข้างบน”

บัดนี้ พิชญ์เลี้ยวยานพาหนะคันหรูจากถนนเมนเข้าไปจอดในคาร์พาร์ค อุมาวสีที่นั่งด้านหน้าเคียงคู่รีบลงจากรถ เปิดประตูบริการสองสตรีอาวุโส

แทนที่จะชื่นชอบ คุณนายนุชนารถกลับคิดว่าลูกสะใภ้เสแสร้งประจบประแจงเกินขอบเขต ทั้งที่ในใจอาจจะด่าทอหยาบคายเยี่ยงคนชั้นต่ำ

ทำเป็นผลีผลาม เจตนาจะเหยียบปลายเท้าของคนบริการ เด็กสาวไหวทันชักหลบทันท่วงที

ชั่วประเดี๋ยว กลุ่มบุคคลก็มุ่งสู่ประตูเลื่อนของศูนย์การค้า นางมณีวงศ์ชายหางตามองหลานสะใภ้คนสวย ชมเปาะ

“สร้อยข้อมือทับทิม อุสวมแล้วมีสง่าราศียังกะชาวังแน่ะ”

สบโฉลกเหมาะ คุณนายนุชนารถกล่าวเสริมแฝงประชดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ถ้าจะให้เท่ตลอดเวลาละก็ เธอต้องพยายามเขย่าข้อมือให้ตุ้งติ้ง”

อุมาวสีคลี่ยิ้มหวานละมุน เดาออกว่าแม่ผัวจงเกลียดหล่อนเพียงใด

ภายในห้างอากาศเย็นสบายแตกต่างกับภายนอก นักช็อปมากหน้าหลายตาเคลื่อนไหวค่อนข้างจะสับสน ทั้งคนทั้งสี่เคลื่อนร่างช้า ชมบูธสินค้าระหว่างโถงทางเดิน นับว่าเป็นความเพลิดเพลินอย่างหนึ่งที่หาได้ง่ายสำหรับชาวกรุง

ปี๊บ-ปี๊บ!

พิชญ์หยิบโทรศัพท์มือถือออกจากเข็มขัด ปรากฏนามกุลณัฐพร้อมทั้งเลขหมาย

“รบกวนพี่โหน่งหรือเปล่าคะ”

อันที่จริงหล่อนน่าจะรู้ วันหยุดเขาต้องการอยู่กับครอบครัว ไม่ประสงค์จะติดต่อกับโลกภายนอก อย่างไรก็ตาม พิชญ์คิดเชิงบวกมากกว่าลบ

แม่ต่อแม่เป็นเพื่อนกัน กุลณัฐถือเอาความคุ้นเคยในอดีตรุกล้ำมุมส่วนตัว จึงมิใช่ความผิดร้ายแรงแต่ประการใด

“เปล่าครับ”

“พี่โหน่งทำอะไรอยู่คะ”

“พาคุณแม่ คุณยาย น้องอุเที่ยวห้าง”

ความอิจฉาพลุ่งวูบ หล่อนมาก่อนผิดหวังโหยหาเปล่าเปลี่ยว อุมาวสีเด็กบ้านป่ามาทีหลัง คว้าพิชญ์ไปครองสบายใจเฉิบ

สาบานแก่ใจตนเองว่า สักวันหนึ่งจะช่วงชิงพิชญ์กลับคืน

“ภาคเย็นล่ะคะ”

“ผมตกลงกับน้องอุว่า จะพาเธอไปชมภาพยนตร์”

“เท่านั้นแหละค่ะ” พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น “กุลไม่รบกวน”

ชายหนุ่มเก็บโทรศัพท์เคลื่อนที่สอดลงซองหนัง ด้วยญาณหยั่งรู้ อุมาวสีทราบว่าคู่สายของแฟนหนุ่มคือกุลณัฐ ป่วยการซักถาม เชื่อในเกียรติว่าเขาไม่นอกใจหล่อน

เจอเฉิดโฉมเดินข้างลูกจ้างที่เข็นรถตะแกรง บรรทุกสินค้าเต็มคันรถ สาวใหญ่เจ้าเสน่ห์พนมมือทำความเคารพคุณนายนุชนารถและนางมณีวงศ์

ต่างทักทายปราศรัยด้วยสำนวนพื้นๆ เฉิดโฉมสวมชุดสีเทาจุดดำคล้ายไว้ทุกข์ ขอบตาช้ำหน้าตาร่วงโรย เครื่องสำอางไม่อำพรางได้มิดชิด

เมื่อเฉิดโฉมแยกทางหายลับ คุณนายนุชนารถวิพากษ์วิเคราะห์

“ทำไมเธอดูโซ้ม-โทรม แตกต่างกับตอนที่เราเจอในงานแต่งงานของแนนลิบลับ”

พิชญ์เพียงแต่ระบายยิ้ม นางมณีวงศ์แสดงความคิดเห็น

“แต่งกายภาวะปกติกลับออกงานสังคม จะเปรียบเทียบกันได้ยังไงจ๊ะ”

อุมาวสีคนเดียวรู้สาเหตุ แต่ไม่อยู่ในฐานะที่จะเปิดเผย

O         O         O         O

ดรุณีร่างงามระหงปิดเครื่องโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะเลี้ยวเข้าสวนอาหารอิ่มเอม เฉิดโฉมเพิ่งจะลงมาประจำเคาน์เตอร์แคชเชียร์ สวมชุดสีม่วงคล้ำแลดูเศร้าหมอง ลิปสติกที่ทาปากโทนสีเดียวกัน

หล่อนปรารภหลังจากที่อุมาวสีฝากกระเป๋าถือเช่นเคย

“เราเจอกันที่ห้างเมื่อวาน ฉันมัวแต่พูดกับคุณแม่ คุณยาย คุณโหน่ง เลยไม่ได้ทักเธอสักคำเดียว”

“ไม่เป็นไรค่ะ อุเข้าใจสถานการณ์”

“ออกจากห้าง คุณโหน่งพาครอบครัวไปไหนต่อ”

“กลับบ้าน ต่อจากนั้นตอนเย็นใกล้ค่ำ พี่โหน่งพาอุไปชมภาพยนตร์แถวๆรัชโยธินค่ะ”

เฉิดโฉมสะเทือนใจวูบ ยิ้มเจื่อน ดูเถิด ทั้งคู่ครองรักกันมาตั้งร่วมปี ความรักยังหวานแหววเยี่ยงช่วงฮันนีมูน

แตกต่างกับหล่อนที่โหยหาเปลี่ยวเปล่าอ้างว้าง ผู้ชายที่เข้ามาใกล้ชิดไม่ใช่สุภาพบุรุษ ล้วนแล้วแต่หนุ่มโสดเฉพาะกิจหรือไม่ก็ชายโฉด

“ฉันเลิกคบคุณธวัชแล้ว นิสัยเราไปกันไม่ได้ ก็เจ็บช้ำพอสมควร ยังไงก็ตามกาลเวลาย่อมรักษาใจได้เสมอ สงบนิ่งสักชั่วระยะหนึ่ง ต่อไปฉันจะเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในชีวิต”

อุมาวสีรู้ว่าคู่สนทนาเปิดเผยความจริงเพียงเสี้ยวส่วน ส่วนใหญ่อมพะนําอุบเงียบ เช่น กรณีตกเป็นเหยื่อสวาทของธวัช จับได้คาหนังคาเขาว่าไม่โสด เป็นต้น

“พี่โฉมตัดสินใจถูกแล้วค่ะ ผู้หญืงเราควรมีศักดิ์ศรีของตัวเอง”

สาวใหญ่ร่างอวบแทบสะอึก ศักดิ์ศรีอยู่ที่ไหนกันเล่า หล่อนถูกเมียท้องแก่ของธวัชตะโกนด่าแหลกที่คอนโด เถียงไม่ขึ้น ความจริงค้ำคอหอย ต้องหนีกระเจิดกระเจิงลงลิฟท์ ปานนกปีกหัก

ขณะนั้นดูเหมือนหล่อนสาปแช่งหนุ่มโสดเมียเผลอทั้งโลก

“คุณธวัชคงจะไม่กล้ามาอุดหนุนอีก”

“โฮ้ย! ไม่มาแน่ๆ เขาเปรียบเหมือนวัวสันหลังหวะ”

เวลาผ่านไป อุมาวสีปฏิบัติภารกิจ ลูกค้าทยอยเข้ามา ทุกโต๊ะเต็มหมด เมื่อตกบ่ายคล้อยลูกค้าเริ่มจะซาลง หลายโต๊ะว่าง

สิ่งที่ไม่คาดฝันคือ ธวัชมาคนเดียว อุมาวสีให้การต้อนรับอย่างนอบน้อมเช่นเคย ทำเป็นไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเฉิดโฉมขาดสะบั้น

เขาสั่งรายการอาหาร เสร็จแล้วต่อท้าย

“ช่วยบอกคุณโฉม ผมอยากจะคุยกับเธอเป็นส่วนตัวครับ”

สุภาพอ่อนโยนมีลีลาสูง ธวัชเป็นคนประเภทคมในฝัก แตกต่างกับเฉิดโฉมที่มักจะใช้อารมณ์นำร่อง

อุมาวสีแจ้งแม่ครัว ต่อจากนั้นก็มอบใบจดรายการให้แคชเชียร์ที่เคาน์เตอร์

“คุณธวัชอยากคุยกับพี่โฉมส่วนตัวค่ะ”

ความโมโหพลุ่งขึ้นมาเป็นริ้วๆ เฉิดโฉมตระหนักถึงส่วนได้ส่วนเสีย สมมุติว่าเกิดการต่อปากต่อคำ เจ้าสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์จะใช้เหตุผลของตนเป็นหลัก หล่อนจะรับได้หรือ

เสียเปรียบ ตกเป็นเบี้ยล่าง ยอมเป็นเมียเก็บ เสียชาติเกิด ตายเสียยังดีกว่า คนที่ยอมจำนนจะไม่ใช่คนประเภทหล่อน

ใช่…ต่างฝ่ายต่างผรุสวาจา เท่ากับสาวไส้ให้กากิน เรื่องลับภายในคอนโด ลูกจ้าง พนักงาน ผู้อุดหนุนรู้กันหมด อีกหน่อยหล่อนคงต้องใช้ปี๊บคลุมหัวเดิน

ผู้ชายได้เปรียบตามธรรมชาติทางเพศ จะเสียหายบ้างก็เป็นเพียงเล็กน้อย

“ไปบอกคุณธวัช ทานอาหารแล้ว เราจะพบกันที่ลานจอดรถ”

“มื้อนี้พี่โฉมจะลดให้เขาสิบเปอร์เซ็นต์หรือคะ”

เด็กสาวแกล้งพาซื่อ สาวใหญ่ตอบมาด้วยเสียงเครียด

“ไม่ลด!”

เชื่อว่าจะปะทะคารมกันแน่นอน แต่จะหนักหนาแค่ไหนไม่ทราบ อุมาวสีนำความไปแจ้งแก่ธวัช ชายหนุ่มพยักหน้าหงึก เท่าที่สังเกตเขาสวมแหวนรูปปลอกมีดทองสิบแปดเคอมสีชมพู

อนุสรณ์แทนใจหรือกึ่งตราจอง แลกเปลี่ยนกับเฉิดโฉม

เวลาผ่านไปร่วมชั่วโมง ธวัชชำระเงินค่าอาหารเครื่องดื่ม ลุกออกไปยืนรอที่ลานพาร์คกิ้ง ข้างยานพาหนะคันหรู

เฉิดโฉมตามไปพบ คำด่าเต้นยิบๆอยู่ที่ริมฝีปาก เตรียมเฉ่งยับเยิน

“ใจคอคุณโฉมจะไม่ฟังเหตุผลบ้างเลยเชียวหรือครับ”

“เหตุผลอะไร?”

เลิกคิ้วโก่งนิ่ง มือไพล่หลัง

“ขอยอมรับว่าผมไม่โสด เราแต่งงานกันเงียบๆโดยการจัดสรรของผู้ใหญ่ ทำนองคลุมถุงชนน่ะแหละ ผมไม่รักเธอเลย อยู่ด้วยความสำนึกและรับผิดชอบในฐานะพ่อของเด็กเท่านั้น”

ผู้ฟังอยากจะหัวเราะให้ดังไปจนสุดโลก ร้อยลิ้นกะลาวน ใครหลงเชื่อก็บ้า คำว่าศรีธนญชัยไม่เคยจืด ยุคไฮเทคมีศรีธนญชัยเยอะมาก

“นั่นสิ คุณก็ควรจะอยู่กับครอบครัวความรับผิดชอบ ไม่ควรทำตัวเป็นชายโฉด”

“อันที่จริง มันก็ควรจะเป็นเช่นนั้นตามกฎเกณฑ์สังคม” เขาเล่นบทกะล่อน “แต่เมื่อเจอคุณโฉม ผมหลงรักจนกว่าที่จะหักห้าม จึงดำเนินการที่ดูคล้ายหลอกลวง ใช่ครับ ยอมรับผิด มันผิดตรงที่ผมหยุดหัวใจตัวเองไม่ได้”

“หมายความว่า คุณคิดว่าจะเก็บฉันไว้มุมหนึ่งของชีวิต”

“ถ้าคิดยังงั้นแง่เดียวจะเป็นทางลบ ผมเพียงแต่จะรักษาคุณโฉมไว้ ให้ความรักของตัวเองสมหวัง”

เฉิดโฉมยิ้มเครียด เล่ห์กระเท่ห์ เห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ สมมุติว่าหล่อนมิได้เป็นเจ้าของสวนอาหารอันรุ่งเรือง มีหรือที่เจ้าธวัชจะพูดคำนี้ หล่อนก็คือ ผู้หญิงคนหนึ่งที่มันเขี่ยทิ้งไม่หวนกลับ

หวังได้เมียเก็บฐานะร่ำรวยน่ะแหละ ตรงประเด็น

“ฉันตั้งใจไว้แล้ว ว่าจะไม่เป็นน้อยหรือหลวงของใครทั้งสิ้น ยุคสมัยเปลี่ยน แม้แต่ผู้หญิงเราจะครองโสดจนแก่ก็ไม่แปลก”

ชายหนุ่มยื่นมือที่สวมแหวนทองปลอกมีด ทำตาปรอย

“เห็นไหมเราแลกเปลี่ยนแหวนกันคนละวง แสดงว่าผมผูกพันกับคุณโฉมแค่ไหน”

“แล้วไอ้ที่ฉันเสียทีถูกคุณมอมยาพาขึ้นคอนโดล่ะ”

“เป็นเรื่องของความรักที่เต็มเปี่ยม” ใช้เหตุผลศรีธนญชัยตะแบง “ผมทำตามหัวใจเรียกร้อง”

หากหล่อนอยู่ในวัยรุ่น คงจะร้องกรี๊ดเต้นเร่า เจ็บใจที่เสียทีเจ้าเดนมนุษย์

“เราหมดเยื่อใยกันแล้ว งั้นรึ”

“แน่นอน”

สาวใหญ่ยืดร่างตรง ทรวงอกผงาดเต็มส่วนสัด

“เอาล่ะ เป็นอันว่าคุณโฉมมีความหวังใหม่ งั้นเราแลกเปลี่ยนแหวนกลับคืน”

ทุเรศ แหวนเพชรราคาแสนเศษกับแหวนทองราคาไม่ถึงหมื่น ขืนยินยอมก็เท่ากับเอาสองเขาโง้งมาติดบนหัว หล่อนกล่าวเท็จหน้าตาเฉย

“ฉันหย่อนมันลงโถชักโครกไปแล้ว ส่วนวงที่คุณสวม จะเอาไปขว้างทิ้งที่ไหนก็เชิญ”

ธวัชหัวเสียที่เหตุการณ์ไม่เป็นดังหวัง

“จำไว้ ผมจะไม่มาเหยียบที่นี่อีก”

เฉิดโฉมหัวเราะเสียงแตกแทนคำตอบ สะบัดหน้าหันหลังเดินกลับ

ขณะนั้นอุมาวสีจับแหวนในนิ้ว ใช้อานุภาพพิเศษที่ติดตัวมาจากหิมพาลัยตรวจสอบ

ได้ยินการโต้คารมระหว่างเฉิดโฉม-ธวัชค่อนข้างจะชัดเจน อเนจอนาถต่างฝ่ายต่างโลภกิเลสหนา สันติสุขจะเกิดขึ้นได้หรือ

“น้องอุ ขอปรึกษาอะไรหน่อยจ้ะ”

เด็กสาวเดินตามหลังเจ้าของกิจการ จนกระทั่งเฉิดโฉมก้าวเข้าไปนั่งในคอกเคาน์เตอร์

“ฉันเลิกคบกับธวัชแล้ว เราต่างคนต่างเดิน ไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ”

อุมาวสีรู้ข้อมูล ประกอบด้วยญาณหยั่งรู้อนาคตระดับหนึ่ง คาดว่ามันยังไม่จบสิ้น เฉิดโฉมจะเจ็บปวดสาหัส ก้มหน้ารับชะตากรรม

“มือที่สามแทรกแซงหรือคะ”

“ทำนองนั้นแหละ” แสร้งพยักพเยิดส่งเดช “เมื่อเราไม่แคร์ ทุกอย่างก็จบ”

“พี่โฉมใจแข็ง คนอื่นอาจจะใจอ่อนยอมให้มีความสัมพันธ์ยืดเยื้อ”

การสนทนาสิ้นสุด อุมาวสีเลี่ยงไปต้อนรับลูกค้ากลุ่มครอบครัว

หลายชั่วโมงผ่านไปจนกระทั่งหกโมงเย็น ดรุณีร่างระหงออกทางประตูด้านหลังของสวนอาหาร สาวเท้าค่อนข้างเร่งรีบ ตะวันรอนอ่อนแสง ลับเหลี่ยมตึกรามอาคารพาณิชย์

ไม่ทันสังเกต เก๋งคันงามจอดซุ่มริมถนนซอย เปิดไฟฉุกเฉินกะพริบวาบ กระจกไฟฟ้าถูกเลื่อนลงทันที

“น้องอุ!”

เจ้าของเสียงห้าวกังวานคือ ธวัช ยิ้มกรุ้มกริ่ม นัยน์ตาวิบวับแบบพรานสวาทดักเหยื่อ

“ขึ้นรถเถอะ ผมจะไปส่ง น้องอุไม่ต้องขึ้นรถเมล์เบียดเสียดผู้คนร้อนอบอ้าว เดี๋ยวนี้ผมเป็นอิสระ สามารถทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ”

เอากับพ่อซิ นึกว่าหล่อนจะหลงกลอุบายตื้นๆ เห่อความโก้หรูหรา ชอบเป็นตุ๊กตาชูคอประดับรถเก๋ง สังเกตได้ว่าธวัชไม่สวมแหวนทองรูปปลอกมีด

“อุเกรงว่าคนทางบ้านของคุณธวัชจะกล่าวหาว่าเป็นมือที่สามค่ะ”

หนุ่มโสดเฉพาะกิจเกือบจะสะดุ้ง คนอย่างเขามีหรือจะจนมุม เล่ห์กระเท่ห์สุนัขจิ้งจอกเพียบ

“คุณโฉมใส่ความผมอย่าไปเชื่อ อย่างผมเป็นสุภาพบุรุษพอ ไม่คบก็คือไม่คบ จะไม่นินทาว่าร้ายลับหลัง”

ป่วยการจะต่อความยาวสาวความยืด อุมาวสีกลั้นลมหายใจ หมุนแหวนเงินในนิ้ว เพ่งสายตาฝ่ายตรงข้ามสะกดจิต

ธวัชตะลึงจังงัง เย็นวาบจากไขสันหลังแผ่ขึ้นเบื้องสูง ขุมขนกรูเกรียว แทบว่าเส้นผมจะพองฟูทั้งศีรษะ ดูประหนึ่งว่าดวงตาคู่งามเรืองแสงเขียว

ลืมตัว เผลอไผล คล้ายเว้นวรรคกาลเวลาขาดหายไปหลายนาที

“ไหนคุณอาสาจะไปส่งยายไงล่ะคะ”

“เอิ๊บ!”

ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือก สติสัมปชัญญะกลับคืนครบถ้วน ตะลึงตื่นเต้นอัศจรรย์พันลึกยิ่ง

หญิงชราวัยเกินแก่หง่อม การแต่งกายซอมซ่อใกล้เคียงขอทานสะพานลอย นั่งเคียงข้างเขา

“ใครบอกครับ”

“ก็คุณเองน่ะแหละ ชวนยายขึ้นรถ ถ้าไม่คะยั้นคะยอยายไม่ตกลงหรอกเจียมตัว” พลางใช้มือเหี่ยวย่นประกอบ “บ้านยายอยู่สุดซอยหลังวัด”

เขาเกาท้ายทอยแกรก เหตุการณ์กลับตาลปัตร มันเป็นอย่างนี้ได้อย่างไรเล่า ใครบางคนอาจทำให้เขาเข้าใจผิด

“ยายเห็นเด็กรุ่นสาวร่างระหงสวยพริ้งไหมครับ”

“ไม่เห็นจ้ะ พ่อหนุ่ม”

“ขอโทษ ผมไม่ได้ชวนยายครับ จอดรอเพื่อนต่างหาก”

นางแสดงอาการผิดหวังผสมขุ่นเคืองเล็กน้อย ผลักประตูรถเก๋ง ทิ้งท้ายเสียงสั่นเครือก่อนก้าวลงต้วมเตี้ยม

“ทั้งคะยั้นคะยอทั้งจูงมือ ผู้ชายยุคนี้ไม่รักษาสัจ”

คนประสบเหตุการณ์พลิกผันตั้งสติอารมณ์ มองกระจกส่องหลัง ปราศจากร่างอุมาวสีทบทวนความทรงจำ ไม่อยากเชื่อว่า เขาเผลองีบขณะคุยกับเด็กเสิร์ฟคนสวย

ต่อเนื่องกับกรณียายเฒ่านั่งรอในรถ ถึงอย่างไรก็ไม่เชื่ออยู่ดีว่า เกิดจากการชักจูงของเขา

บังเอิญโกรธกับเฉิดโฉม มิฉะนั้นจะโทร.ไปปรึกษาหารือ

หักใจเสีย พลาดก็พลาด หล่อนมันก็แค่เด็กเสิร์ฟคนหนึ่งที่เขาหมายตาเท่านั้นเอง

ช่วงเวลาเดียวกันนี้ อุมาวสีขึ้นสะพานลอยที่คร่อมถนน หวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่

หล่อนสะกดจิตทั้งธวัชและหญิงชราจัดฉากให้เบ็ดเสร็จ

ไม่อยากให้ธวัชติดตามตน เพื่อจะได้ใช้ชีวิตสบายๆเยี่ยงชาวโลก ไม่ชอบใช้อิทธิปาฏิหาริย์สักเท่าใด หากไม่จำเป็น

มัวแต่ครุ่นคิดถึงปัญหาที่ได้เผชิญสดๆร้อนๆ ทำให้ไม่ได้สำรวจเส้นทางโดยละเอียด

“คุณอุ!”

เจ้าของนามชะงักนิดหนึ่ง หันมองตามเสียงเรียก

นวมินทร์นั่งรถเก๋งคันหรูที่จอดชิดทางเท้า เขาเอื้อมมือเปิดประตูต้อนรับ

“เชิญ ผมจะไปส่งครับ มีหนังสือพิมพ์ฉบับวันก่อนมาฝากด้วย เขาลงประวัตินายจำรูญละเอียด ว่าทำคดีไว้เพียบ โจทก์ก็เยอะ อดีตเคยติดคุกมาแล้ว”

อุมาวสีก้าวเข้าไปนั่งตามคำเชื้อเชิญ พนมมือไหว้ขอบคุณ

ซาบซึ้ง เขาช่างเอาใจใส่ต่อสิ่งเล็กๆน้อยๆ เสมอ ใครหนอจะเป็นเจ้าสาวในอนาคตของนวมินทร์

 



Don`t copy text!