อุมาวสี บทที่ 6 : พนักงานเสิร์ฟ

อุมาวสี บทที่ 6 : พนักงานเสิร์ฟ

โดย : ตรี อภิรุม

อุมาวสี ภาคต่อของ “หิมพาลัย” โดย ตรี อภิรุม เรื่องราวชีวิตหลังงานแต่งงานของพิชญ์และอุมาวสีในโลกที่แตกต่างจากโลกลับแลจะเป็นอย่างไร ความรักที่พิชญ์มีให้เธอ จะเพียงพอที่จะช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจของหญิงสาวผู้แสนดีคนนี้ได้หรือไม่ ‘อุมาวสี’ นวนิยายออนไลน์ที่พาชาวอ่านเอาเดินทางไปกับจินตนาการที่สวยงามและความรักที่มีอยู่จริง
*****************************

บุคคลดังกล่าว หนุ่มวัยเบญจเพสคนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือทรชนแอบแฝง สายตาของมันไม่คลาดจากร่างโสภิต ความทรงจำชัดเจนขึ้นตามลำดับ

เมื่อไม่กี่วันนี้เอง อุมาวสีซ้อนท้ายจักรยานยนต์ สั่งให้มันไปส่งที่บ้านตึกหลังเขื่อง ผู้โดยสารสาวรุ่นสวยบาดใจ ทำให้มันวางแผนทรยศ

ขับมอเตอร์ไซค์อ้อมออกนอกเส้นทาง มุ่งสู่ตึกร้างในซอยเปลี่ยวที่พรรคพวกมิจฉาชีพรออยู่ หมายจะข่มขืนรายแรก เพื่อนชั่วรอต่อคิว

บังเอิญช่วงหนึ่งซอยแคบมาก แถมรถยนต์จอดเกือบจะเรียกว่าซ้อนคัน ต้องขับมอเตอร์ไซค์ช้ามาก เลี้ยวซิกแซก

เมื่อไปถึงตึกร้างในป่าหญ้ารก ปรากฏผู้โดยสารคนสวยล่องหน มันเข้าใจว่าแอบหนีลงตอนช่วงรถติด

ใช่แต่เท่านั้น เกิดปาฏิหาริย์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จักรยานยนต์คันใหม่เอี่ยมลอยขึ้นสูงจากพื้นซอยกว่าสามสิบเมตร หล่นลงมาโครม แตกหักยับเยินขายเป็นเศษเหล็ก

ปัจจุบัน ทรชนหนุ่มเช่าซื้อจักรยานยนต์มือสอง ผ่อนส่งไฟแนนซ์

“เจ็บใจฉิบเป๋ง” คนแอบจ้องคำราม “แบบนี้เขาเรียกสวยนรก นังตัวดีจะต้องได้รับบทเรียน”

ร่วมโต๊ะกินอาหารกับหนุ่มหล่อ ยิ้มหัวสดชื่น อีหรอบนี้ทายได้ว่าแฟนของหล่อน หาทางกลั่นแกล้งลำบาก เราจะดูลาดเลา เผื่อว่าจะสบโฉลกเหมาะ

ครู่หนึ่ง พิชญ์กับอุมาวสีก็ลุกจากโต๊ะ ชายหนุ่มแยกไปร้านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ

หนุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้างจับตาที่ร่างสาวน้อยเขม็ง ตามสังเกตการณ์ทุกอิริยาบถ

วินาทีนั้น กระแสจิตของอุมาวสีสัมผัสถึงความอาฆาตแค้น ตอนเดินเฉียดใกล้ มองผ่านทรชนเแว็บหนึ่ง พลันความทรงจำกระจ่างแจ้งแทงตลอด

นักข่มขืนปลดทรัพย์อยู่ในคราบมอเตอร์ไซค์รับจ้าง อดีตเคยติดคุก ยานพาหนะคู่ชีพคันก่อนพังแตกแหลกยับยังไม่เข็ด

นึกหรือว่ากลางดิสเคาน์สโตร์ ผู้คนเยอะแยะจะดำเนินการใดๆ ถนัด เด็กสาวเลี้ยวเข้าสถานสุขาหญิง เชิญคอยเก้อเถอะ พ่อเจ้าประคุณ

ครู่เดียว อุมาวสีก็เสร็จกิจส่วนตัว ใช้พลังจิตอำพรางโฉม ผ่านออกมาตามซอกทางเท้าที่ตั้งเครื่องโทรศัพท์สาธารณะหยอดเหรียญ

ช่างน่าอัศจรรย์นัก เจ้าวายร้ายแลเห็นเป็นหญิงสาวผิวคล้ำ หน้าตาขี้เหร่ แถมมีไฝดำเม็ดเป้งเหนือริมฝีปาก

คอยนานผิดสังเกต มันลองถามพนักงานทำความสะอาดที่ถือไม้ม็อบ

“ขอโทษครับ พี่เห็นน้องสาวผมในห้องน้ำมั้ย เธออายุสิบแปด ผิวขาว ร่างระหง สวยมาก สวมเสื้อสีเปลือกข้าวโพด”

หญิงพนักงานย้อนกลับ ชะโงกมองสำรวจ ชั่วประเดี๋ยวก็หันมาตอบ

“ไม่มีค่ะ แต่ห้องสุดท้ายปิด”

หนุ่มมิจฉาชีพกล่าวขอบคุณ ป่วยการรอ คิดประชดประชันว่า ป่านนี้หล่อนคงหัวใจวายตายคาส้วม

หงุดหงิดหัวเสีย ลงบันไดเลื่อน ทะลุสู่คาร์พาร์ก ที่แหล่งจอดเฉพาะจักรยานยนต์ มันขับขี่มอเตอร์ไซค์มือสอง เลี้ยวออกจากห้างสรรพสินค้า อ้อมถนนยูเทิร์น พลันเหลือบพบอุมาวสีหิ้วถุงใส่ของยืนที่ป้ายรถเมล์

“อยู่นี่เอง แม่ตัวดี”

ทรชนหนุ่มชะลอเข้าไปใกล้ ใช้เท้าเหยียบยันพื้น เลื่อนกะบังหมวกกันน็อกขึ้นหน่อย เพื่ออวดหน้าตาแสดงความบริสุทธิ์ใจ

“คุณผู้หญิงครับ ซ้อนท้ายรถผมเถอะ คิดค่าบริการเพียงยี่สิบบาท ถูกกว่านั่งรถเมล์ปรับอากาศสองต่อ”

ดรุณีโฉมสำอางยิ้มอ่อนละมุน นึกว่าจะรอดพ้นจากมนุษย์สันดานชั่ว ยังจะเจอกันอีกรอบสอง มันคงคิดว่าหล่อนงี่เง่า ดีใจค่าโดยสารถูก พาตัวเองไปติดกับดัก

“ทราบหรือคะ ว่าฉันจะไปที่ไหน”

“ประมาณอาทิตย์นึง คุณเคยซ้อนท้ายรถผม”

มันไม่กล้าขยายความต่อ ว่าขับมอเตอร์ไซค์ออกนอกเส้นทาง รถปาฏิหาริย์ลอยขึ้นจากพื้น ตกลงมาเสียหายพังยับเยิน เจ็บแค้นไม่หายจนบัดนี้

“ฉันไม่รู้จักคุณ”

“ผมชื่อจำรูญ ที่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างปากซอยบ้านรัฐมนตรีพิพัฒน์ ทุกคนรู้จักผม”

“ขอโทษค่ะ รถเมล์มาแล้ว”

อุมาวสีหมดความสนใจมนุษย์เดนสังคม ต่อคิวชายหญิงรอขึ้นรถประจำทางปรับอากาศ

เวลาผ่านไปนานนับชั่วโมง

บัดนี้ เด็กสาวผู้พลัดถิ่นเดินเข้าซอย แดดร้อนจัดจึงกลางร่ม คิดอะไรเรื่อยเปื่อย

ตั้งแต่กลายเป็นลูกสะใภ้ของคุณนายนุชนารถ เจอประสบการณ์แปลกใหม่ แตกต่างกับหิมพาลัยโดยสิ้นเชิง สัมผัสกระแสกิเลสสารพัด ตั้งแต่บางเบา ระดับกลาง จนถึงหนาแน่นข้นคลั่ก  เฉกเช่นเจ้าจำรูญ

แว่วเสียงจักรยานยนต์วิ่งไล่หลัง ชักเอะใจ หล่อนใช้พลังจิตตรวจสอบ

รู้ทันทีว่าจำรูญนักข่มขืนชิงทรัพย์ หาควรเปิดโอกาส ให้มันรู้ว่าพักที่ไหน ท่าจะไม่เหมาะ

อุมาวสีเหลียวขวับ จ้องเขม็ง แผ่อานุภาพพิเศษแรงสูง ประมาณยี่สิบห้าเมตรจะถึงตัวหล่อน

บัดดล เครื่องยนต์สำลัก ดับวูบลงเฉย เจ้าจำรูญฉุนกึก สตาร์ตเท่าใดไม่ติด

แค่นาทีเดียว เครื่องยนต์รถมอเตอร์ไซค์ก็ติดพร้อมวิ่ง มันเหลือบมองซอยยาวเหยียด

อ้าว ไม่เจอเหยื่อสาว หายไปไหนรวดเร็วจุดล่องหน มนุษย์วายร้ายเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน

“หล่อนคงจะหนีเข้าทางแยก เลี้ยวซิกแซก”

ขณะเดียวกันนี้ อุมาวสีหุบร่มด้านหน้าตึกขาว ยังไม่แวะ หากอ้อมไปตึกเล็กด้านหลัง

“คุณยายคะ”

“ใคร”

เสียงแหบแห้งยานคางของนางมณีวงศ์ถามมา

“อุเองค่ะ ซื้อสาคูไส้เห็ดหอมงาดำมาฝาก”

พร้อมกันเจ้าตัวก็ก้าวขึ้นเฉลียงหินอ่อน ขณะนั้นสตรีวัยดึกกำลังฟังเพลงไทยสากลสมัยเก่า หรือที่เรียกว่าอมตะนิรันดร์กาล เช่น เพลงของสุนทราภรณ์ ฯลฯ หลานสะใภ้ยอบกายนั่งคุกเข่าที่พื้น หยิบกล่องอาหารออกมาวางบนโต๊ะ เปิดฝากล่องให้ชมสิ่งที่อยู่ข้างใน

“แหม น่ากินเชียว ช่วยจัดใส่จานให้ยายด้วยจ้ะ”

เด็กสาวจัดการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ล้างผักกาดหอมและผักชีสะอาด เผื่อว่ามันจะมีสารปนเปื้อน เมื่อเสร็จกิจก็ขอตัวกลับสถานที่พำนัก

ปลื้มใจที่ได้เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ อย่างน้อยก็น่าจะได้ใครสักคนหนึ่งเป็นพวกพ้อง

O         O         O         O

ร่วมสี่ทุ่ม พิชญ์พิมพ์คอมพิวเตอร์เรื่องหิมพาลัย หรือประวัติชีวิตช่วงที่หายสาบสูญไปปีครึ่ง ภรรยาวัยรุ่นฝึกเขียนภาษาไทย คำไหนสงสัยว่าจะไม่ถูกต้องก็ถามชายหนุ่ม

“คุณอุคะ”

เจ้าของนามรู้ทันทีว่าสาวใช้เรียก ลงบันได หยุดยืนที่ขั้นพัก ถวิลรายงานต่อเนื่อง

“โปรดไปที่ตึกใหญ่ค่ะ คุณแนนเชิญพบ”

“คุณโหน่งด้วยหรือเปล่า”

“เฉพาะคุณอุ”

“สักครู่จ้ะ”

อุมาวสีกลับขึ้นห้องนอน แจ้งเรื่องให้พิชญ์ทราบ เขาไม่ว่ากระไร แต่หวั่นระแวงเกรงว่าทางครอบครัวจะค่อนแคะกระแนะกระแหนสะใภ้พลัดถิ่น

ส่องกระจก สำรวจโฉม ก่อนเคลื่อนร่างลงจากตึกขาว เจอเจ้าโกโก้สุนัขพันธุ์ทางกระดิกหางใบหูราบต้อนรับ หล่อนลูบหัวทักทายมัน

เมื่อปรากฏตัวที่คฤหาสน์ ทุกคนมองเป็นตาเดียว ยกเว้นนายพิพัฒน์ที่นั่งโต๊ะคอมพิวเตอร์ ไม่สนใจครอบครัว ถือว่าเป็นความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้หญิง อุมาวสีทรุดกายลงบนเก้าอี้นวม เข่าชิดเรียบร้อยสำรวม

พีรวรรณทำหน้าที่นำร่อง

“เพื่อนคุณแนทเปิดสวนอาหาร ตำแหน่งพนักงานเสิร์ฟว่าง เธออยากทำงานไหมจ๊ะ”

ดรุณีร่างงามระหงมองผ่านพิณทิพย์แว็บหนึ่ง สายตาขอบคุณ

“อุไม่กล้าตัดสินใจเอง ต้องการถามความเห็นพี่โหน่งค่ะ”

“เงินเดือนเริ่มต้นหกพัน กินอยู่สามมื้อ” หล่อนแจ้งแผนงานแทนน้องสาว

“เริ่มงานเก้าโมงเช้า เลิกประมาณหนึ่งทุ่ม อ้อ…ลูกค้าบางรายจะให้ทิปด้วยนะ”

“ทิปคืออะไรคะ”

นางมณีวงศ์สงบเฉย พิณทิพย์ลอบสบตาคุณนายนุชนารถ ทำนองว่าลอเยงี่เง่า

“เศษเงิน ลูกค้าแถมให้พิเศษ ถ้าเธอบริการเขาดี คนไทยเราเลียนแบบอารยธรรมตะวันตก”

“งานช่วยให้เกิดทักษะ สังคมกว้างขึ้นด้วย” คุณนายสนับสนุน “ดีกว่านอนงอมืองอเท้า ปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์”

“สมมุติว่าพี่โหน่งตกลง อุจะมาบอกค่ะ”

“โทรมาก็ได้” พิณทิพย์เอ่ยขึ้นบ้าง “ตอนเช้าเธอติดรถไปกับฉัน ขากลับกลับเอง อ้อ…ห้ามมือไวใจเร็ว อยากได้ของคนอื่น เธอควรจะรักษาหน้าคนฝาก”

“อุไม่มีนิสัยยังงั้นหรอกค่ะ”

“ฉันจะไปรู้เรอะ เห็นเฉพาะหน้า ไม่อาจจะมองทะลุถึงหัวใจเธอ”

พีรวรรณลอบถลึงตากับน้องสาว เกรงว่าจะใช้วาจาแหลมคมจนเสียงานใหญ่

ต่างฝ่ายต่างเงียบ สักประเดี๋ยว นางมณีวงศ์กล่าวเสียงเครือ

“สาคูไส้เห็ดหอมงาดำอร่อยมากจ้ะ ยายไม่กล้าทานหมด กลัวจะอิ่มตื้อทานข้าวไม่ลง แบ่งเอาไว้ให้ถวิลเกือบครึ่งนึง อุซื้อที่ไหนจ๊ะ”

“ห้างค่ะ คุณยาย”

อุมาวสีตอบอ่อนหวานไพเราะ มองมือของตนที่วางบนเข่า

คุณนายนุชนารถกับลูกสาวสองคนขวางหูขวางตายิ่งนัก สะใภ้รากหญ้าประจบประแจงคนแก่ หวังคะแนนเสียง หล่อนเปรียบเสมือนของเทียมที่บังเอิญพิชญ์เก็บมาชื่นชม สักวันหนึ่งเขาคงจะเบื่อทิ้งขว้าง

“เสร็จธุระ” พีรวรรณเตือน “เธอกลับได้แล้วจ้ะ”

น้องสะใภ้ลงจากคฤหาสน์ พิณทิพย์มองค้อนไล่หลัง สุภาพสตรีอาวุโสจูงมือประคองนางมณีวงศ์พาไปส่งตึกเล็ก

ที่ห้องนอน พิชญ์เอนกายระนาบบนเตียงชมรายการโทรทัศน์ เมื่อภรรยาปรากฏตัวเขาก็กดรีโมตลดเสียงลงระดับหนึ่ง

เด็กสาวเล่าความตลอด ยกเว้นกระแสแห่งความเกลียดชังของสามแม่ลูก

“งานระดับลูกจ้าง ขายแรงงานขั้นต่ำ ไม่ได้ก้าวหน้าอะไรทั้งสิ้น นอกจากหวังเงินเดือนขึ้น พี่คิดว่าไม่เหมาะสม อุเป็นลูกสะใภ้รัฐมนตรี”

หล่อนยิ้มจืดชืด ลูบไล้แขนประจบชายหนุ่ม

“อุอยากทำงานค่ะ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ อยู่บ้านคนเดียวเงียบเหงา หารายได้ส่วนตัว เอาเงินส่วนนั้นมาทำบุญตักบาตร”

พิชญ์ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด มองเผินๆ ครอบครัวเขาหวังดี แต่เป็นความหวังดีที่หมกเม็ด แฝงบางสิ่งบางอย่างไว้เบื้องหลัง

“อุมองปัญหาแง่เดียวมุมเดียว ยังมีมุมเชิงลึกที่อุไม่รู้”

“พี่โหน่งไม่อยากให้อุทำงานหรือคะ”

“ตามใจครับ เผื่อไม่ชอบมาพากล น้องอุก็ลาออก”

อุมาวสีจูบแก้มขอบคุณสามีฟอด มั่นใจตนเองว่าหากเกิดเหตุวิกฤติจะแก้ตก โจรมอเตอร์ไซค์ก็เคยเผชิญมาแล้ว หากเปิดเผยสู่พิชญ์ เขาคงจะแทบช็อก

อยากรู้จักคนหน้าขาว แต่จิตใจสกปรกปานน้ำเน่าในท่อริมถนน ที่เครื่องโทรศัพท์เชิงบันไดตึก เด็กสาวโทร.ถึงพิณทิพย์ว่าตกลงจะทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟ

“พรุ่งนี้เช้าแต่งตัวสวยๆ นะ อย่าลืมแต่งหน้าทาปาก” หล่อนกำหนดกฎเกณฑ์ “อ้อ ไอ้แหวนเงินนั่นไม่เข้าท่าเลย เหมือนเด็กดงสลัมสวม เธอควรจะถอดออกจ้ะ”

ผู้ฟังเกือบสะดุ้ง คาดไม่ถึงว่าพิณทิพย์จะล่วงละเมิดเรื่องส่วนตัวของตน แย้งเสียงอ่อนโยน

“แหวนของบรรพบุรุษค่ะ เครื่องเตือนใจว่าเรามาจากดิน ติดดิน จะไม่กำเริบเสิบสานคิดใฝ่สูง”

“ตามสะดวก ฉันแนะนำกว้างๆ ไม่ได้บังคับจ้ะ”

“พี่แนทคะ” ทอดหางเสียงหวานพลิ้ว “สมมุติว่าอยู่ต่อไปนานๆ อุจะลาออกล่ะคะ”

“ไม่มีใครเขาผูกมัดเธอไว้ตลอดชีวิตหรอก” หมั่นไส้ หวุดหวิดจะกระแทกกระทั้น “จะอยู่หรือจะไปขึ้นอยู่กับความพอใจของเธอ”

การสนทนาทางโทรศัพท์สิ้นสุดลง พิณทิพย์เล่าสู่พี่สาว พีรวรรณวิพากษ์ว่านิสัยลอเยชักจะคล้ายชาวกรุง ชอบระแวงสงสัย เตรียมแก้ปัญหาล่วงหน้า ทั้งที่บางทีมันอาจจะไม่เกิดขึ้น

O         O         O         O

พิณทิพย์ขับยานพาหนะคู่ใจ น้องสะใภ้คนสวยนั่งข้าง กิริยาอาการสำรวมสงบเสงี่ยม ไม่เลี้ยวซ้ายขวาสังเกตทิวทัศน์ป่าคอนกรีต

“คาดเข็มขัดนิรภัยจ้ะ รู้จักหรือเปล่าเนี่ย”

อุมาวสีเคยนั่งรถเก๋งเคียงคู่พิชญ์หลายครั้ง ทำไมจะไม่ทราบ จึงทำตามวัตถุประสงค์ด้วยความนิ่มนวลกระฉับกระเฉง

แม้กระนั้นฝ่ายที่คอยจับผิดก็ยังไม่วายรังเกียจเดียดฉันท์ แต่ไม่อาจเล่นละครได้เนียนแบบพี่สาว

หน็อย…บอกให้แต่งหน้าเข้ม ลอเยกลับแต่งบางๆ ทาลิปสติกสีชมพูอมส้ม สงสัยไม่รู้จักขนตาปลอม มาสคาร่า อายไลเนอร์

“พกโทรศัพท์มือถือมาด้วยหรือเปล่า”

“พกค่ะ”

“ดีแล้ว” สาธยายต่อเชิงให้โอวาทในตัว “มันใช้ประโยชน์ได้สารพัด ปัจจัยที่หก หรืออวัยวะที่สามสิบสามประมาณนั้น หนุ่มสาวยุคนี้หากใครไม่ใช้เข้าข่ายป่าเถื่อนต้องไปอยู่ในอุโมงค์ถ้ำ เลิกติดต่อกับคนภายนอก”

เด็กสาวนึกหัวเราะ ไม่โต้แย้ง เชอะ…แค่วัตถุทางเทคโนโลยีชิ้น หนึ่งในชีวิตหล่อนจะไม่ยอมให้วัตถุอยู่เหนือกว่าความเป็นมนุษย์

“ถามจริงๆ เถอะ โหน่งเขาไม่คิดหาทองหยอง เครื่องประดับเพชรพลอยให้เธอสวมบ้างเลยเชียวรึ”

น้องสะใภ้รู้เต็มอก ว่าพี่สาวสามีพยายามล้วงความลับเรื่องส่วนตัว ภายใต้การสนทนาปราศรัยปกติ

“พี่โหน่งเคยปรารภค่ะ แต่อุไม่ต้องการ ถือว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเครื่องย้อมกิเลส ถ้าเรามัวเมากับมันจะละเมิดศีลธรรมได้ง่าย”

สมถะจริง แม่เจ้าประคุณ น่าจะบวชชีเสียรู้แล้วรู้รอด เอ…หรือว่าอีกแง่มุมหนึ่ง ลอเยกระทบกระเทียบเปรียบเปรยหล่อน

“ฉันขอซื้อแหวนเงินของเธอ พันบาท โอเคนะ”

แปลก…ปัญหาเรื่องนี้เคยแถลงแล้ว พิณทิพย์ไม่ควรจะทบทวนเสียเวลาเปล่า

“อุไม่ตกลงค่ะ”

“จะเก็บไว้เฉยๆ รับรองว่าไม่เอาไปทิ้งขว้าง”

ผู้ฟังเฉยเสีย เชิงยืนยันเจตนารมณ์เดิม…ไม่เปลี่ยน หล่อนเข้าใจว่า น้องชายให้เงินภรรยาบ้านนอกใช้พอเพียง อุมาวสีจึงไม่ขวนขวายหาเพิ่มเติม ลองพลัดไปอยู่ดงสลัมสักหนึ่งเดือนขอซื้อแค่สิบบาท ขี้คร้านจะรีบถอดแหวนเงินส่ง

“หิมพาลัยนคร ผู้หญิงใช้เครื่องประดับอะไรจ๊ะ”

“จำพวกเงินค่ะ เช่น สร้อย ต่างหู และพวกสาวรุ่นชอบสร้อยลูกปัด ลูกเดือย ประคำหินภูเขา ฯลฯ”

“ทำไมไม่นิยมทองคำ หรือว่าหายาก”

อุมาวสีระลึกถึงดินทรายก้นลำธาร ปะปนเม็ดแร่ทองคำบริสุทธิ์และอัญมณี ขยุ้มลงไปที่ไหนก็เจอ พยายามหลีกเลี่ยงไม่กล่าวเท็จ

“เป็นวัฒนธรรมของเรา เช่น เรือนผมของพวกผู้หญิง จะประดับช่อดอกไม้ ยกเว้นผู้อาวุโส” ความคิดคำนึงของพิณทิพย์ดูถูกดูแคลน เชื่อว่าชาวหิมพาลัยเป็นเมืองด้อยพัฒนาสุดๆ สาววัยสิบสี่กระเตงลูกน้อย สาววัยสามสิบปล่อยแก่ ทุกคนชอบเดินเท้าเปล่าจนเท้าหยาบกร้านแตกระแหง ได้ขี่ล่อหรือนั่งเกวียนรู้สึกเหมือนขึ้นสวรรค์ทั้งเป็น

ที่ลอเยเคยเล่าเกี่ยวกับบ้านเมืองของตน หยิบยกเฉพาะส่วนดีที่มีเพียงเล็กน้อย

“จำไว้เถอะ ทุกคนต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตามสภาพสังคม ถ้าเธอดื้อรั้นดันทุรังทวนกระแสโลก จะเป็นตัวประหลาดใครๆ ก็รังเกียจ”

สวนอาหารแห่งนั้นตกแต่งหรูหรา เป็นที่นิยมของชนชั้นกลางตลอดจนไฮโซ รูปแบบร้านข้าวแกงชั้นเยี่ยมประยุกต์ มีทั้งสำเร็จรูปและปรุงใหม่ตามสั่ง

เฉิดโฉมสาวใหญ่วัยสามสิบแปดร่างอวบ สะโพกใหญ่ เป็นเจ้าของกิจการ แต่งตัวเก่ง โสด เจ้าชู้ ไม่ค่อยแคร์ผู้ชายมากนัก ตลอดชีวิตของหล่อนดูเหมือนจะสลับขั้วระหว่างชอบพอกับเลิกร้าง

หล่อนเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของพีรวรรณกับพิณทิพย์

พิณทิพย์พนมมือทำความเคารพ พร้อมทั้งขยายข้อมูล

“นี่ไงคะ อุมาวสีตามที่แนทเคยคุยกับพี่โฉมทางโทรศัพท์ มีอะไรตักเตือนว่ากล่าวได้ตามใจชอบค่ะ”

รู้ตัวว่าควรจะทำอย่างไร เด็กสาวพนมมือไหว้อย่างนอบน้อม สนทนาฝากฝังสอง-สามประโยค หล่อนก็อำลาอ้างว่าจะไปเข้างานที่โรงแรม

สาวใหญ่เจ้าเสน่ห์พินิจพิจารณาเด็กฝากอย่างลึกซึ้ง ทราบความเบื้องหน้าเบื้องหลังพอสมควร

“ถ้าแนทไม่บอกว่าเธออายุสิบเก้า ฉันต้องคิดว่าแค่สิบเจ็ด มิน่าเล่าได้แฟนเอ๊าะๆ คุณโหน่งถึงหลงใหลเธอหัวปักหัวปำ”

อุมาวสียิ้มอ่อนโยน นี่หรือสมัครงาน ไม่เห็นว่าจะเกี่ยวกันสักหน่อย

เฉิดโฉมแนะวิธีการปฏิบัติ กิริยามารยาทของพนักงานเสิร์ฟ ถือว่าลูกค้าเป็นผู้เลี้ยงเรา จะต้องดูแลเอาใจใส่ดีเยี่ยม สวนอาหารขายเบียร์ด้วย ฉะนั้น ลูกค้าหนุ่มหรือแก่อาจจะเมาแตะนิดแตะหน่อย ควรปลีกตัวออกห่างอย่างนุ่มนวล ไม่ใช่เกรี้ยวกราดด่าแหลก

“อุไม่ถือสาคนเมาค่ะ คุณนาย”

“อุ๊ย! อย่าเรียกฉันว่าคุณนาย เรียกพี่โฉมดีกว่าจ้ะ”

ดรุณีสะคราญโฉมปลงอนิจจัง ที่หิมพาลัยไม่มีคนเสพสุรายาเมา นึกวาดภาพไม่ถูกว่าลักษณะอาการเป็นเช่นใด ได้แต่ชมตัวอย่างในละครโทรทัศน์เมื่อสองวันก่อน

ใช่ ชีวิตต้องสู้ ตนกำลังจะเผชิญความจริงในตำแหน่งพนักงานเสิร์ฟ

“อ้อ ฉันเกือบลืมแน่ะ อย่าบอกใครว่าอุมีแฟนแล้ว”

“ทำไมคะ”

“หนุ่มๆ จะคอยมาจีบเธอ นี่เป็นจุดขายอย่างหนึ่ง นอกจากอาหารอร่อยรสแซ่บ”

ชักจะหนักอกหนักใจเสียแล้ว มันมิใช่งานสะดวกง่ายดายตามที่คิดแต่แรก อุมาวสีรับปากว่าจะเก็บเรื่องส่วนตัวไว้เป็นความลับ



Don`t copy text!