บุญหนัก

บุญหนัก

โดย : จินต์ชญา

อวตารมาจากคอลัมน์ ‘เรื่องผีที่แม่เล่า’ ในนิตยสาร พลอยแกมเพชร อันลือลั่น จากผู้เขียนหนังสือขายดีอันดับหนึ่ง ขาววังช่างเล่าเรื่อง (ผี) และ ชาววังช่างเล่าเรื่อง (ผีนอกวัง)

 

“เสียงอะไรดังมาจากหน้าต่างดังวู้ๆ หวิวๆ

ไม่ใช่เสียงคน… พอสวดมนต์เสร็จ ….

เสียงก็หยุดลง”

เวลาเราคบกับเพื่อน หรือสนิทกับใคร ลองสังเกตดูว่า คนบางคนที่มีจิตเป็นกุศล ว่าจะคบกับกัลยาณมิตรที่มิจิตในทำนองเดียวกัน แบบโบราณว่า ‘ศีลเสมอกัน’ คนชอบทำบุญ จะไปคบหากับคนชอบทำบุญด้วยกัน ฉันเองเป็นคนที่ชอบไปเที่ยวแบบไหว้พระหรือวัดเก่าแก่แบบโบราณสถาน แล้วก็ทำบุญ ซึ่งเป็นทำนองเดียวกันกับคนข้างตัว ว่างๆ ก็ตะลอนๆ ไปเที่ยวตามวัดในจังหวัดต่างๆ หาที่ไหว้พระ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หาอะไรอร่อยๆ กิน ทำบุญ แล้วก็กลับบ้านอย่างมีความสุข… เช่นกัน… คนที่ชอบการพนัน ไปเธค ไปบาร์ ไปกินเหล้า ไปเที่ยวผู้หญิง ส่วนใหญ่ก็เห็นว่าจะไปคบกับเพื่อนที่ชอบแบบนั้นเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นก็คงคบกันได้ยาก

คนที่ชอบทำบุญ บางครั้งจะมี ‘ใคร’ มาขอส่วนบุญ เช่น พระบวชใหม่ ที่เขาถือกันว่าบุญแรง เพราะศีลยังบริสุทธิ์อยู่ ฉันเองยังเคยรอหน้าโบสถ์ เพื่อใส่บาตรพระใหม่ ที่โบราณเขาว่าได้อานิสงส์แรง พระใหม่จะเคร่งในธรรมวินัย ทำให้วิญญาณเร่ร่อนและภูตผีอาจจะมาขอแบ่งส่วนบุญ เพื่อนเคยเล่าว่า บวชใหม่ไปอยู่วัดตามต่างจังหวัดเงียบๆ จะมีคนมาเคาะประตูกุฏิยามวิกาลบ้าง หรือบางทีเดินจงกรมอยู่ก็จะเห็นเงาหรือเสียงอะไรบ้าง บางทีก็เป็นที่จิตนิวรณ์ไปเอง เพราะไม่คุ้นเคยกับบรรยากาศวังเวงในวัด เลยมีความกลัวและคิดไปเอง ซึ่งพระอาจารย์จะสอนให้แผ่เมตตาและอุทิศส่วนกุศลให้วิญญาณทุกครั้งที่ปฎิบัติธรรม

ในภาษาไทย การบวชมีอยู่สองคำ หากบวชเป็นสามเณรเราจะเรียกว่า ‘บรรพชา’ ส่วนการบวชเป็นพระภิกษุจะเรียกว่า ‘อุปสมบท’ เป็นอานิสงส์พิเศษที่พ่อแม่จะได้รับโดยอัตโนมัติเมื่อลูกบวช ไม่ต้องอนุโมทนาด้วย

คนข้างตัวที่เคยบวชครั้งแรกตอนเรียนมหาวิทยาลัยปีสอง ตอนนั้นอายุแค่ยี่สิบเอ็ดปี ที่วัดแถวๆ บ้าน พอคืนแรกมีคนมาเตือนว่าให้ระวังสิ่งที่มองไม่เห็นมาขอส่วนบุญ ตอนฟังก็เฉยๆ ไม่เชื่อเท่าไร

คืนนั้น พระใหม่ได้จำวัดในกุฎิคนเดียว ปกติวัดในกรุงเทพฯ นี้ พอพระใหม่ ทำวัตรเย็นแล้วก็ไม่มีอะไรมาก ได้ฉันน้ำปานะ แล้วก็จำวัดแค่สองสามทุ่มเท่านั้น …เวลาล่วงไปไม่นาน เวลาประมาณสี่ห้าทุ่ม ซึ่งจำวัดได้สักพัก เขาก็ตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงอะไรแปลกๆ จับใจความไม่ได้ เป็นเสียงที่บอกไม่ถูกว่าเสียงอะไรดังมาจากหน้าต่างดังวู้ๆ หวิวๆ ไม่ใช่เสียงคน เป็นเสียงที่เกิดมาไม่เคยได้ยินมาก่อน ได้ยินชัดเจนเพราะหน้าต่างเตี้ย เขาระวังตัวอยู่แล้ว เลยตั้งใจสวดมนต์แผ่เมตตาให้กับสัมภเวสีต่างๆ ที่มาขอส่วนบุญ พอสวดมนต์เสร็จ ฟังเสียงไปสักพักประมาณสิบนาที เสียงก็หยุดลง

วันรุ่งขึ้นพระพี่เลี้ยงถามว่ามีอะไรไหมเขาก็เล่าให้ฟัง อาจจะเป็นเปรตมาขอส่วนบุญ ปรากฎว่าพระใหม่โดนกันถ้วนทั่ว สมดังคำเตือน

ส่วนการบวชครั้งที่สอง เขาไปบวชที่วัดไทยในพุทธคยา ประเทศอินเดีย ช่วงประมาณเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแก่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่เสด็จสวรรคตลง คราวนี้ไม่เจอวิญญาณอะไร แต่มีบททดสอบสาหัสสากรรจ์ทีเดียว คือ มีมารมาผจญ เกิดท้องเสีย ถ่ายไปสิบกว่าครั้งจนอ่อนเพลีย แต่ก็ประคองตัวมาได้จนสึก

เรื่องพระใหม่กับเปรตนี่ ได้ยินหลายครั้งแล้ว แต่ไม่ค่อยจะได้มีใครเห็นตัวมากนัก นอกจากจะได้ยินเสียงโหยหวนสูงๆ ต่ำๆ แบบที่เล่าข้างต้น แล้วก็เล่ากันว่าเป็นเสียงเปรต แม้กระทั่งในวัดกลางกรุงเทพฯ แบบวัดบวรนิเวศวิหารหรือวัดสุทัศน์ (แร้งวัดสระเกศ เปรตวัดสุทัศน์) หรือวัดตรีทศเทพ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ได้ทรงเล่าว่า พระสังกิจจคุณแห่งวัดตรีทศเทพเคยได้ยินเสียงเปรตและเห็นเปรตที่วัดตรีทศเทพ

ส่วนในวัดบวรฯ นี่ก็มี พระเณรเล่าขานกันว่า ได้ยินเสียงเปรตที่ตำหนักทรงพรต เขาว่ากันว่า คุณชายทองน้อย หรือ ม.ร.ว. ทองน้อย ทองใหญ่ เคยมาจำพรรษาอยู่ที่วัดบวรฯ ได้ยินเสียงเปรตร้องยามวิกาลหลายครั้ง ขนาดคิดว่า จะเอาเครื่องอัดเสียงมาบันทึกเสียงเปรต

ปรากฏว่า พอจะกดบันทึกเสียงจริงๆ เปรตไม่มาตามนัดเสียอย่างนั้น แต่พอไม่ได้เตรียม ก็มาโหยหวนเหมือนเดิม สมเด็จพระญาณสังวรฯ ท่านทรงให้คำแนะนำแก่พระบวชใหม่ว่า ให้ถวายสังฆทานอุทิศส่วนกุศลไปให้ เสียงนั้นก็หายไป ไม่มาร้องโหยหวนคร่ำครวญขอส่วนบุญอีก

เรื่องวิญญาณมาขอส่วนบุญนี่ ไม่ใช่เจอกันแค่พระบวชใหม่เท่านั้น เพื่อนฉันที่ไปวัดนั่งปฎิบัติธรรมที่วัดแถวภาคอีสานก็เจอจังๆ เหมือนกัน โดยนอนในกุฏิใกล้ป่า กุฏิละสองคน เป็นผู้หญิงทั้งคู่ คนหนึ่งนอนห้องข้างบน อีกคนนอนห้องข้างล่าง คืนแรกผ่านไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คืนที่สอง เกิดสลับกันนอน เธอขึ้นไปนอนห้องข้างบนแทนอีกคนหนึ่ง

ระหว่างที่กำลังจะนั่งสมาธิตอนดึก เธอได้ยินเสียงลากอ่างสังกะสีนอกบ้านดังโคล้งเคล้ง เสียงเดินไปมาบนใบไม้แห้งรอบบ้านดังกรอบแกรบ เสียงนั้นเดินเข้ามาในบ้าน ขึ้นบันไดมาหยุดหน้าห้องของเธอ แล้วก็เดินวนลงวนขึ้นหลายรอบ

ตอนแรกเธอนึกโมโหเพื่อนร่วมบ้านว่าดึกดื่นเที่ยงคืนไม่รู้จักหลับจักนอน เดินวนไปวนมาอยู่ได้ หรืออาจจะออกไปเดินจงกรมหรือเปล่า เธอพยายามนั่งสมาธิโดยไม่สนใจเสียงต่างๆ ที่ดังรอบบ้าน แต่ก็ไม่สำเร็จ เสียงนั้นเดินไปมาทั้งคืน จนเธอไม่ได้นอนเลย

เช้าวันต่อมา เธอเดินตาคล้ำเพราะอดนอน ออกมาทำวัตรเช้า เจอกับเพื่อนร่วมห้องที่แพนด้าพอๆ กัน สอบถามได้ความว่า ต่างคนต่างได้ยินเสียง แต่นึกว่าอีกฝ่ายเป็นคนทำเสียงดัง จนพอหลายชั่วโมงเข้า ถึงได้ถึงบางอ้อว่า…

ที่ได้ยินน่ะ… มันไม่น่าจะเป็นคน…!!!

Don`t copy text!